แต่แม้ว่าในรุ่นใหม่จะได้รับการปรับปรุงส่วนต่างๆ ให้เหนือกว่ารุ่นที่เราใช้อยู่มากมาย ทั้งเรื่องของ GPS และการรองรับซอฟต์แวร์จากค่ายผู้ผลิตอิสระมากขึ้น วัสดุในการผลิตสีดำ พอร์ตหูฟังแบบใหม่ นี่ยังไม่รวมถึงขนาดตัวที่หนาเพียง 4.5x2.4x0.48 นิ้วเท่านั้นอีกด้วย ท้ายที่สุดกับเรื่องของราคาเพียง 199 เหรียญสหรัฐในรุ่น 8GB และ 299 เหรียญสหรัฐในรุ่น 16GB อย่างไรก็ตามมันก็ยังมีส่งที่หลายคนผิดหวังเพราะยังไม่ได้เห็นใน iPhone 2.0 ซึ่งก็มีคร่าวๆ ดังนี้
- การส่งข้อความมัลติมีเดียหรือ MMS: แม้ว่ามือถือเกือบทุกรุ่นในตลาดจะมีความสามารถในการส่งรูปภาพไปยังมือถือเครื่องอื่นๆ ผ่านทางระบบ MMS กันหมดแล้ว แต่ใน iPhone 2.0 ฟีเจอร์ที่ว่านี้ก็ยังไม่มีให้คุณใช้ในตอนเปิดเครื่องครั้งแรก (ต้องติดตั้งโปรแกรมเสริม) แม้คุณจะสามารถส่งรูปแนบไปกับอีเมลแทนได้ แต่นั่นก็ไม่ใช่คำตอบของ MMS จริงๆ
- ระบบตัด-คัดลอก-วาง: อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ขาดหายไปของ iPhone 2.0 ก็คือระบบตัด-คัดลอก-วาง หรือ Copy and Paste ซึ่งจะช่วยให้การพิมพ์ข้อความหรืออีเมลง่ายขึ้นนั้น ก็ยังไม่ได้เห็นอีกเช่นกัน
- ระบบอัดวิดีโอ: อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่คุณก็ยังจะไม่ได้รับจาก iPhone 2.0 เช่นกัน เนื่องจาก iPhone 2.0 ยังไม่พร้อมสำหรับการรองรับความสามารถในแบบที่ว่า แม้คุณภาพของภาพนิ่งที่ได้จากกล้องจะยอดเยี่ยมเพียงใดก็ตาม
- ระบบสั่งการด้วยเสียง: สำหรับโทรศัพท์ระบบสัมผัสแล้ว เราคิดว่าระบบสั่งการด้วยเสียงและการสั่งโทรออกด้วยเสียงคงเป็นฟีเจอร์ที่จำเป็นต้องมีอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับสุดยอดมือถืออย่าง iPhone แต่จนแล้วจนรอดมันก็ยังไม่มีเช่นกัน หรือบางทีมันอาจจะเป็นข้อตกลงของ Apple ที่กั๊กไว้ให้กับผู้ผลิตซอฟต์แวร์ป้อนให้ iPhone 2.0 ก็เป็นได้
- ความสามารถของบลูทูธ (ที่น่าจะยืดหยุ่นกว่านี้): แม้ว่าตอนนี้คุณจะได้ใช้เทคโนโลยีเก่าอย่างการใช้ชุดหูฟังบลูทูธบนเครื่องรุ่นใหม่ที่ชื่อ iPhone 2.0 ได้แล้ว แต่มันก็ยังไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคนอยู่ดี เพราะอันที่จริงฟีเจอร์ที่ว่าก็ยังไม่รองรับการฟังเพลงไร้สายอย่าง Stereo Bluetooth และ A2DP แถมฟีเจอร์บลูทูธใน iPhone ยังจำกัดการใช้งานเป็นโมเด็ม และท้ายที่สุดเราก็อยากจะเห็นการใช้บลูทูธสำหรับเป็นโปรโตคอลรับส่งไฟล์เพื่อให้การรับและส่งไฟล์จากเครื่องไปสู่ iPhone สะดวกและรวดเร็วกว่าที่เป็นอยู่