Review : ASUSPRO B9440UA โน้ตบุ๊คสายธุรกิจ 14" ที่มาพร้อมความบางและเบาที่สุดในโลก !!

By เฮียแม๊พ | 27 ก.ค. 2560 17:34:31 | 19678 Views

Review : ASUSPRO B9440UA โน้ตบุ๊คสายธุรกิจ 14"
ที่มาพร้อมความบางและเบาที่สุดในโลก !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เรามีโน้ตบุ๊คสำหรับคนทำงานอีกหนึ่งรุ่นมารีวิวให้ชมกันกับ ASUSPRO B9440UA นั่นเอง ซึ่งรุ่นนี้ต้องบอกเลยว่าการันตีความบางและเบามากๆเพราะถือว่าเป็น โน้ตบุ๊คธุรกิจที่บางและเบาที่สุดในโลก ณ ตอนนี้เลยทีเดียว เหมาะกับการพกไปทำงานนอกสถานที่เป็นอย่างดี นอกจากนี้รูปลักษณ์ต่างๆก็ยังออกแบบมาได้สวยงามไม่แพ้กันด้วย เอาเป็นว่าเรามาติดตามรีวิวของเจ้า ASUSPRO B9440UA รุ่นนี้ไปพร้อมๆกันเลยดีกว่าฮะ :D

อุปกรณ์ภายในกล่อง

ก่อนอื่นมาดูของที่ติดมาให้ในกล่องกันก่อนว่าเราได้อะไรบ้าง และหลังจากที่เช็คๆดูแล้วก็มีอุปกรณ์มาตรฐานมาให้อยู่ 4 อย่างคือ

  • ตัวเครื่อง ASUSPRO
  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟ
  • อแดปเตอร์ตัวแปลง USB Type-C
  • ซองใส่โน้ตบุ๊ค

สเปค ASUSPRO B9440UA

  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home
  • หน้าจอ IPS ขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full-HD
  • หน่วยประมวลผล Intel Core i7 7500U
  • กราฟิก Intel HD Graphics 620
  • แรม 8GB
  • ความจุ 512GB M.2 SSD
  • พอร์ทการเชื่อมต่อ USB Type-C x 2 , Headphone Jack
  • ขนาด 321.3 x 216.2 x 15 มม.
  • น้ำหนัก 1.05 กก.

เริ่มที่สเปคกันก่อนเหมือนเดิมเลยแล้วกัน รุ่นนี้อย่างที่บอกว่าเป็นโน้ตบุ๊คสายธุรกิจสำหรับคนทำงาน ให้ตัวหน่วยประมวลผลซีรีส์ U มาเพื่อประหยัดพลังงานและในการใช้งานต่อเนื่องได้ดป็นอย่างดี การ์ดจอเป็นออนบอร์ด Intel HD Graphics 620 ใช้งานด้านกราฟิกหรือเล่นเกมกราฟิกต่ำๆได้นิดหน่อย และแรมที่ให้มา 8GB ก็พอใช้งานได้ราบรื่นดีทีเดียวครับ

การดีไซน์ของ ASUSPRO B9440UA

มาเข้าเรื่องดีไซน์ภายนอกกันเลยดีกว่า ต้องเลยว่าเห็นแว้บแรกนี่รู้สึกเลยว่าเจ้า ASUSPRO เครื่องนี้สวยจริงๆ ตัวเครื่องมาพร้อมความบางเฉียบแบบสุดๆ โทนสีที่ใช้ก็ดูเข้มๆเหมาะกับเหล่านักธุรกิจดีไม่น้อยเลยล่ะ

ในส่วนของหน้าจอรุ่นนี้ให้มาที่ขนาด 14 นิ้ว แต่ด้วยความบางเฉียบของขอบจอแบบ Nano Edge เลยทำให้ใช้พื้นที่หน้าจอได้เต็มที่ในขณะที่ตัวเครื่องมีขนาดเท่ากับโน้ตบุ๊ครุ่นหน้าจอ 13 นิ้วเท่านั้น ส่วนในเรื่องการแสดงผลก็ต้องชมอีกเพราะแสดงได้สวยสดใช้ได้และยังเป็นจอ Anti Glare หรือจอแบบด้านอีกด้วยฮะ

แต่น่าเสียดายนิดหน่อยตรงที่ขอบหน้าจอบางมากจนไม่ได้ใส่กล้องหน้ามาให้ใช้งานด้วยเลย ><

คีย์บอร์ดของรุ่นนี้จะเป็นสีดำสกรีนตัวอักษรสีขาวได้อย่างกลมกลืนกับตัวเครื่องที่ออกเป็นสีเทาๆได้เป็นอย่างดี ความรู้สึกในการกดพิมพ์ก็ทำได้ดีครับ

ใต้แป้นก็จะมีไฟ Backlit สีขาวมาให้เลือกปรับ 3 ระดับครับ

ปุ่ม Power ของตัวเครื่องก็จะอยู่ที่มุมขวาบนของคีย์บอร์ดเช่นเดียวกับบางรุ่นของ ASUS ซึ่งมันแอบกลืนไปกับปุ่มอื่นๆไปหน่อย อาจจะดูไม่ได้เด่นมากนัก ถึงแม้ว่าจะมีช่องแสดงไฟออกมาด้วยก็ตาม

เหนือปุ่ม Power ขึ้นไปนิดนึงจะมีปุ่มสแกนลายนิ้วมือติดตั้งอยู่เพื่อใช้การปลดล็อคเครื่องที่สะดวกมากขึ้นผ่านระบบ Windows Hello ไม่ต้องมากดรหัสให้ยุ่งยาก

ตัว TouchPad มาในรูปแบบแผ่นเดียวขนาดกำลังดี ไม่มีสัญลักษณ์แบ่งปุ่มคลิกซ้าย-ขวาไว้ให้ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร รองรับ Multi-Touch ใช้งาน Gesture ต่างๆได้ง่ายได้ทีเดียว

ตัวพอร์ทการเชื่อมต่อจะอยู่ที่ข้างๆหน้าจอซึ่งก็ให้พอร์ท USB Type-C มา 2 พอร์ท อยู่ทั้งซ้ายและขวา แต่ส่วนของพอร์ทชาร์จจะใช้ได้เพียงแค่ฝั่งซ้ายของตัีวเครื่องเท่านั้น (มีสัญลักษณ์บอกอยู่)

ตัว Headphone Jack หรือแจ็คหูฟัง 3.5 มม. ก็มีมาให้ด้วยอยู่ตรงฝั่งซ้ายของตัวเครื่องนี่แหละครับ

ตัวฝาหลังของรุ่นนี้ก็ใช้วัสดุโลหะเกรดดีสีเทาเรียบๆ พร้อมโลโก้ ASUS วางไว้ตรงกลางครับ

ด้านล่างของตัวเครื่องจะมีน็อตอยู่ทั้งหมด 10 ตัวยึดฝาด้านล่างนี้อยู่ ตรงนี้สำหรับการอัพเกรดก็ไขน็อตแล้วยกออกมาได้ทั้งชิ้นเลย

ลำโพงของตัวเครื่องก็จะอยู่ทั้งด้านซ้าย-ขวาบริเวญด้านล่างนี้แหละ เสียงที่ได้ก็ดังใช้ได้เลย แถมยังมีลำโพง 2 ตัวช่วยให้ขับพลังเสียงออกมาได้ดีทีเดียวครับ

บริเวณหน้าจอจะมีขอบที่ไม่เสมอกับตัวเครื่องยื่นออกมานิดหน่อย ทำให้เวลาเราเปิดฝาขึ้นตัวขอบหน้าจอด้านล่างจะดันให้ตัวคีย์บอร์ดยกขึ้นมาในมุมองศาที่กำลังเหมาะกับการพิมพ์ได้ดีทีเดียว (ราวๆ 7 องศา) ไม่ใช่แบบโน้ตบุ๊คทั่วไปที่จะวางไว้แบบแบนราบน่ะครับ

ส่วนมุมมองจอของรุ่นนี้เราสามารถยืดได้สุดๆถึง 180 องศากันเลยทีเดียว เรียกว่ายืดได้สุดๆเลยล่ะ แต่เอาจริงมุมมองที่กว้่างได้ดูดี แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีเหตุผลอะไรให้เราต้องปรับไปให้สุดขนาดนั้น เพราะหน้าจอก็ไม่ได้เป็นแบบ TouchScreen น่ะนะ

เรื่องความบางและเบาของรุ่นนี้ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาจริงๆ เพราะส่วนที่บางที่สุดของรุ่นนี้อยู่ที่ 8.9 มม.เท่านั้น แถมน้ำหนักก็เบาเพียง 1.05 กก. หรือโลนิดๆเอง สมกับเป็นโน้ตบุ๊คธุรกิจที่เบาและบางที่สุดในโลกจริงๆเลยล่ะ

รวมๆแล้วดีไซน์ของรุ่นนี้ต้องบอกเลยว่าสวยและบางเบามากๆ แต่ถึงจะดูเบาและบางวัสดุงานประกอบก็ไม่ใช่เล่นๆเพราะใช้โลหะแม็กนีเซียมอัลลิยทั้งตัว เกรดเดียวกับที่ใช้ในกองทัพสหรัฐเลยทีเดียว ความทนทานหายห่วง

การใช้งาน

ASUSPRO B9440UA ให้สเปคมาตามสไตล์ Ultrabook ที่เน้นการใช้งานที่สะดวกทั้งในเรื่องของการใช้งานด้านเอกสารและแบตเตอรี่ อย่างชิปเซ็ต Intel Core i7 7500U พร้อมแรม 8GB และ SSD 512GB นี่ก็มากพอต่อการใช้งานทำงานต่างๆแล้วครับ

ระบบปฏิบัติการรุ่นนี้ให้ Windows 10 Home มาให้เลย ตรงนี้ดีครับ เพราะเราไม่จำเป็นต้องไปหาซื้อ Licence Windows แท้มาลงอีก พร้อมใช้ตั้งแต่ซื้อมาแต่ต้นเลยล่ะครับ

การใช้งานเชื่อมต่อต่างๆ ด้วยความบางเฉียบตามสไตล์ Ultrabook ยุคใหม่ ทำให้พอร์ทการเชื่อมต่อก็ถูกตัดทอนลงไปเหลือเพียงแค่ USB Type-C 2 พอร์ทเท่านั้น แต่ยังโชคดีที่ภายในกล่อง ASUS เขามีแถมตัว Mini Dock มาเพิ่มพอร์ท USB Type-A และ HDMI ด้วย ตรงนี้ก็ทำให้การทำงานสะดวกขึ้นหน่อย จะหาเม้าส์แบบปกติมาเชื่อมต่อหรือสาย HDMI มาส่งภาพออกจอก็ง่ายขึ้น

การดูหนังฟังเพลง

ถึงแม้ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊คสายธุรกิจหรือทำงาน แต่ก็ต้องมีบ้างที่เราจะใช้งานดูหนังหรือฟังเพลงกันบ้าง ซึ่งเจ้ารุ่นนี้ก็ทำตรงนั้นได้ดีใช้ได้ เพราะให้หน้าจอแบบ IPS ที่แสดงสีสันได้สวยและคมชัด แถมตัวชนิดหน้าจอยังเป็นแบบ Anti-Glare (จอด้าน) ที่ลดการสะท้อนต่างๆได้ดี มุมมองกว้างถึง 178 องศาอีกด้วย

ส่วนเรื่องเสียงอย่างที่บอกไว้ค้างต้นว่า รุ่นนี้ลำโพงหลักดังมาก เสียงขับออกมาได้ดี มีมิติชัดเจนด้วยลำโพงของ Harman / Kardon ตำแหน่งก็วางไว้ที่ด้านล่างของตัวเครื่องทั้ง 2 ข้าง เสียงที่ได้เลยค่อนข้าง Stereo และชัดเจนดีครับ

การเล่นเกม

จริงๆก็ไม่ได้จะโฟกัสเรื่องเรื่องการเล่นเกมมากนัก เนื่องจากรุ่นนี้เป็นสายทำงานน่ะเนอะ แต่เอาเข้าจริงเกมกราฟิกกลางๆหรือเกมออนไลน์นี่เครื่องนี้ก็สามารถเล่นได้อยู่เหมือนกัน ถึงแม้ว่าจะไม่มีการ์ดจอแยกมาให้ แต่ตัว Intel HD Graphics 620 ก็ถือว่าขับประสิทธิภาพได้เยี่ยมอยู่นะ

แบตเตอรี่และการชาร์จ

เรื่องของแบตเตอรี่รุ่นนี้ก็แน่นอนใช้ชิปเซ็ตประหยัดพลังงาน แถมยังเน้นความคล่องตัวในการพกพาและทำงาน ทาง ASUS เคลมว่าสามารถใช้งานได้ยาวนานราวๆ 10 ชม. ซึ่งจากที่ลองใช้งานเว็บไซต์และเอกสาร (เขียนคอนเท้นท์นี่แหละ) ก็อยู่ได้ราวๆ 7-8 ชม.เลยจริงๆ เรียกว่าอึดเหมาะกับการทำงานข้างนอนในดีไซน์ที่น่าพกพาดีจริงๆครับ

หรือถ้าต้องการชาร์จแบตเตอรี่รุ่นนี้ก็มีอแดปเตอร์พร้อมระบบ Fast Charge มาให้ ชาร์จเพียง 30 นาทีก็สามารถเติมแบตได้ถึง 50% เลยทีเดียวครับ แถมตัวอแดปเตอร์ที่แถมมาในกล่องจะไม่ใหญ่โตอะไร พกพาได้สะดวกทีเดียวครับ

สรุปความน่าสนใจ

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโน้ตบุ๊คสายทำงานที่น่าสนใจมาก เพราะทั้งดีไซน์รูปลักษณ์ที่สวยงามบางเบาแต่ก็มาด้วยวัสดุสุดแกร่งระดับกองทัพสหรัฐเลยทีเดียว ด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่ 14 นิ้วแต่มาในขนาดของโน้ตบุ๊คปกติ 13 นิ้ว ยิ่งทำให้การพกพาเป็นเรื่องง่ายขึ้นไปอีก ในเรื่องของสเปคที่ให้มาก็เพียงพอต่อการใช้งานทั่วๆไปจนถึงระดับกราฟิกนิดๆหน่อยๆได้เลย รวมๆแล้ว ASUSPRO B9440UA น่าจะตอบโจทย์ของคนวัยทำงานที่ต้องการโน้ตุบุ๊คดีไซน์เยี่ยมและความสามารถครบครันดีจริงๆครับ :D

ราคา ASUSPRO B9440UA  อยู่ที่ 49,900 บาท

จุดเด่น

  • ดีไซน์สวยหรูวัสดุแข็งแกร่งเกรดกองทัพ
  • หน้าจอ IPS แบบ Nano-Edge ขอบจอบางเฉียบแสดงผลสวย
  • ตัวเครื่องขนาดกะทัดรัดบางสุดที่ 8.9 มม.
  • น้ำหนักเบา 1.05 กก.
  • สเปคเครื่องตอบโจทย์การทำงาน

จุดสังเกต

  • ไม่มีกล้อง Webcam มาให้
  • พอร์ทการเชื่อมต่อเป็น USB Type-C ทั้งหมด (แต่มีแถม Mini Dock มาให้)

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite

Related Topics