iPhone 5: เปรียบเทียบสเปค มือถือรุ่นท็อป iPhone 5 กับ Samsung Galaxy S III รุ่นไหนน่าฟาดกว่ากัน!

 | 13 ก.ย 2555 18:45:46

132671

VIEWS





ติดตามข่าว iPhone 5 ล่าสุดกับ เฮียณัฐ TechXcite หลังจากชมบทความเปรียบเทียบข้อแตกต่างของ iPhone 5 กับ iPhone 4S รุ่นก่อนไปแล้ว เชื่อว่าหลายคนคงได้คำตอบกันไปแล้วนะครับว่า iPhone 5 จะคุ้มค่า น่าซื้อหรือเปล่า คราวนี้เราลงมาเทียบสเปค ฟีเจอร์ของมือถือตัวท็อปของค่ายอื่นบ้าง ซึ่งถือเป็นคู่แข่งสำคัญเลยทีเดียว นั่นก็คือ Samsung Galaxy S III นั่นเอง ซึ่งทำยอดขายที่เรียกได้ว่า ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลยทีเดียว ที่มาพร้อมกับความสามารถที่โดดเด่นตามสไตล์ของ Android และยังมีฟีเจอร์ และลูกเล่นใหม่ๆ ให้เล่น แต่ทาง Apple iPhone 5 ก็มาพร้อมกับ iOS 6 ที่มีฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้เล่นเช่นกัน รวมถึงรูปร่างดีไซน์ที่เปลี่ยนไปด้วย ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงยิ่งนัก เราลองมาเปรียบเทียบฟีเจอร์ และสเปคเบื้องต้นของมือถือ 2 เครื่องนี้กันดูครับว่าจะเป็นอย่างไรกันบ้าง





Design and Build Quality - ดีไซน์ และงานประกอบ

iPhone 5

iPhone 5 มาพร้อมกับดีไซน์ที่เรียกได้ว่า All-New Design เลยก็ว่าได้ ถึงแม้จะมีกลิ่นอายของ iPhone Gen ก่อนๆ มาบ้าง แต่พอดูแล้วก็น่าจะแยกออกว่ารุ่นนี้แหละ เป็นรุ่นล่าสุด (ไม่เหมือนตอนที่เปิดตัว iPhone 4S ที่คล้าย iPhone 4 อย่างมาก) โดย iPhone 5 จะมีให้เลือกทั้งหมด 2 สี คือ ขาวกับดำ ฝาหลังมีสีสันแบบทุโทน ตัวเครื่องบาง 7.6 มม. หนัก 112 กรัม มีหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นเป็น 4 นิ้ว ตัวเครื่องที่ยาวขึ้น จับถนัดขึ้นเมื่อเทียบกับตัวเก่า วัสดุเป็นอลูมิเนียมผสมกระจก ให้ความรู้สึกพรีเมี่ยม หรูหรามีระดับ

Samsung Galaxy S III

Samsung Galaxy S III มาพร้อมกับความบาง 8.6 มม. หนัก 133 กรัม มีสีมาตรฐาน 2 สีคือ Pebble Blue และ Marble White (มีสีพิเศษมากมาย) ตัวเครื่องเน้นความโค้งมนซึ่งทาง Samsung บอกว่า เป็นการออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ ตัวเครื่องเป็นพลาสติกมันเงา 

Screen - หน้าจอ การแสดงผล

iPhone 5

iPhone 5 พกพาหน้าจอแบบ Retina Display ขนาด 4 นิ้ว ความละเอียด 1136x640 พิกเซล ความหนาแน่นพิกเซลที่ 326 ppi ที่ถูกพัฒนาด้านการแสดงสีสันให้ดีขึ้น 44% จากรุ่นก่อน และยังเป็นหน้าจอลดแสงสะท้อนได้ดีขึ้น แม้จะใช้กลางแดดก็ตาม

Samsung Galaxy S III

Samsung Galaxy S III มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4.8 นิ้ว แบบ Super AMOLED HD 1280x720 พิกเซล (309ppi) เรื่องการแสดงผล หน้าจอ AMOLED สามารถแสดงสีสันได้สดกว่า แต่ก็มีความหนาแน่นของพิกเซลที่น้อยกว่า iPhone 5 (ซึ่งจริงๆ แล้วถ้ามองด้วยตาเปล่า ก็มองไม่ออก)



Processor - การประมวลผล

iPhone 5

iPhone 5 มาพร้อมกับ CPU ตัวใหม่ล่าสุดจาก Apple คือ A6 processor ซึ่งทาง Apple บอกว่าเร็วกว่าตัวเดิมที่ใช้อยู่บน iPhone 4S ถึง 2 เท่า แต่ก็ไม่ได้บอกจำนวน Core ที่ใช้อยู่ภายในไว้ แต่อย่างไรก็ตาม ถึงจะประมวลผลได้เร็วขึ้น แต่ก็กินไฟน้อยลง

Samsung Galaxy S III

ด้านการประมวลผล Samsung Galaxy S III จัดเต็มด้วย CPU Quad-Core 1.4GHz Exynos ซึ่งทำให้การทำงานมีความลื่นไหล ไม่สะดุด (หรือมีก็น้อยลงกว่ารุ่นก่อนๆ มาก) และด้วยชิปประมวลผลที่ทรงพลัง ทำให้ S III มีฟีเจอร์พิเศษที่เรียกว่า Pop-up Play หรือเปิดดูภาพยนตร์หน้าจอขนาดเล็ก พร้อมกับใช้งานแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ไปได้พร้อมๆ กัน รวมถึงสามารถเล่นไฟล์หนังแบบความละเอียดสูงได้เต็มตา เต็มจอไม่มีกระตุก

Storage - หน่วยความจำ

iPhone 5

iPhone 5 มีหน่วยความจำให้เลือก 3 รุ่น คือ 16GB, 32GB, และ 64GB ไม่สามารถเพิมหน่วยความจำนอกได้ แต่ก็มี iCloud ซึ่งเป็นพื้นที่เก็บข้อมูลบน cloud storage ได้

Samsung Galaxy S III

Samsung Galaxy S III มีหน่วยความจำให้เลือกเหมือนกับ iPhone 5 แต่สามารถเพิ่มหน่วยความจำได้ด้วย microSD Card ได้สูงสุดถึง 64GB แถมยังมีพื้นที่ Dropbox แถมให้อีก 50GB



Battery - แบตเตอรี่

iPhone 5

iPhone 5 สามารถสแตนด์บายต่อเนื่องได้นาน 225 ชั่วโมง, สนทนาต่อเนื่องผ่าน 3G หรือ LTE ได้ 8 ชม., เล่น Wi-Fi ต่อเนื่องได้ 10 ชม. แต่ไม่มีรายงานเรื่องความจุแบตของ iPhone 5 ออกมา ซึ่งเชื่อว่าแบตเตอรี่ถ้าใช้งานจริงๆ ก็จะเป็นแบบวันต่อวัน คล้ายกับ iPhone 4S ที่มีเวลาสแตนด์บายใกล้เคียงกัน

Samsung Galaxy S III

Samsung Galaxy S III มาพร้อมกับแบต 2100mAh ซึ่งฟังดูแล้วอาจจะดูเยอะ แต่การที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่กว่า และใช้ CPU Quad-Core ทำให้ Galaxy S III เป็นมือถือที่ต้องชาร์จวันต่อวันเช่นกัน

Software and Apps - ซอฟต์แวร์ และแอพพลิเคชั่น

iPhone 5 

แอพพลิเคชั่นของ iOS ใน App Store นั้นรู้ๆ กันดีอยู่แล้วครับว่า มีแอพดีมากกว่าแอพไม่ดี เพราะว่า iOS มีใช้กับอุปกรณ์ของ Apple เท่านั้น ไม่เหมือนกับทาง Android ที่มีมือถือหลากหลายรุ่น ทำให้นักพัฒนาแอพพลิเคชั่นพัฒนาได้ลำบากกว่า ส่วนฟีเจอร์พิเศษของ iPhone 5 (iOS 6) นั้นมาพร้อมกับ Siri คือแอพเลขาสุดฉลาด (แต่เธอยังไม่เก่งภาษาไทย), ตัด Google Maps ออกไป และใช้แผนที่ของตัวเอง  แต่ยังมีการจัดเรียงแอพแบบโบราณอยู่ คือ เรียงเป็นแถวๆ เหมือนเดิม ไม่สามารถจัดได้เองเหมือน Android

Samsung Galaxy S III 

Galaxy S III ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 4.0 Ice-Cream Sandwich แต่จะอัพเป็น Android 4.1 Jelly Bean ได้เดือนหน้า แต่อย่างไรก็ตาม แอพ Android นั้นดูเหมือนจะด้อยกว่า iOS อยู่พอสมควรตามเหตุผลที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ แต่ข้อดีของ Android OS ก็คือ คุณสามารถปรับแต่งหน้าจอ หรือตัวเครื่องได้อย่างที่ใจคุณต้องการ สามารถโหลด Widgets สวยๆ มาแต่งตัวเครื่องของคุณได้  นอกจากนี้ S III ยังมีฟีเจอร์พิเศษพกติดตัวมาด้วย นั่นก็คือ Pop-up Play, S Bean หรือการส่งข้อมูลขนาดใหญ่ได้ในเวลาอันสั้นผ่าน NFC ที่ iPhone 5 ไม่มี, Smart Stay ระบบตรวจจำดวงตาผู้ใช้ หน้าจอจะไม่ดับถ้าหากว่าเรามองหน้าจออยู่, และ S Voice ระบบตอบคำถาม และเลขาส่วนตัว เหมือนกับ Siri



Camera and Video Recording - การถ่ายภาพ และบันทึกวีดีโอ

iPhone 5 

Apple ได้เพิ่มความสามารถด้านการถ่ายภาพบน iPhone 5 แต่ก็ถือว่าไม่มากขึ้นจากเดิมเท่าไหร่นัก โดยมีโหมด dynamic low-light mode ที่สามารถถ่ายภาพในที่มืดได้ดีขึ้น มี 5-element lens และ f/2.4 aperture และเพิ่มโหมด Panorama หรือโหมดถ่ายภาพมุมกว้างเป็นครั้งแรกสำหรับมือถือ iPhone โดยสามารถถ่ายภาพได้ถึง 360 องศาด้วยความละเอียดภาพ 28 ล้านพิกเซล นอกจากนี้ CPU A6 ยังช่วยในการโฟกัสภาพ และจับภาพให้เร็วขึ้น รวมถึง smart filter ที่ช่วยให้สีสันของภาพสมจริง และลด noise ได้ดียิ่งขึ้น และยังมี Shared Photo Streams ที่ให้คุณแชร์ภาพที่คุณถ่ายให้เพื่อนได้ทันทีผ่านทาง iCloud
กล้องหน้าความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล บันทึกภาพระดับ HD 720p

Samsung Galaxy S III

Samsung Galaxy S III มาพร้อมกับระบบกล้องถ่ายภาพความละเอียด 8 ล้านพิกเซลที่น่าประทับใจมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเริ่มต้นถ่ายภาพด้วยความเร็ว 990ms และสามารถถ่ายได้ที่ความเร็ว 3.3 ภาพต่อวินาที ถ่ายต่อเนื่องได้สูงสุด 20 ภาพต่อครั้ง, Best Shot หรือโหมดเลือกภาพที่ดีที่สุด พร้อม Zero Shutter Lag หรือการถ่ายภาพแบบไร้ซึ่งการหน่วงเวลา, ระบบจดจำใบหน้าเพื่อนเวลาถ่ายภาพ ซึ่งสามารถแชร์ภาพให้เพื่อนได้ทันที, มีฟีเจอร์ HDR, Panorama, Smile Shot, Beauty Mode มาเต็มบนเครื่อง, กล้องหน้าความละเอียด 1.9 ล้านพิกเซล 

ด้านการบันทึกวีดีโอ สามารถบันทึกที่ระดับ Full HD 1080p พร้อมระบบกันสั่น กล้องหน้าบันทึกภาพระดับ HD 720p

Price - ราคา

iPhone 5 

iPhone 5 เปิดราคา รุ่น 16GB มาเท่ากับราคาเดิมตอนเปิดตัวของ iPhone 4S คือประมาณ 2 หมื่นกว่าบาท (อ้างอิงจากราคาในประเทศสิงคโปร์ และฮ่องกง)

Samsung Galaxy S III

Samsung Galaxy S III รุ่น 16GB ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 21,900 บาท ซึ่งก็ถือว่าสูสีกันกับ iPhone 5



สรุป

สำหรับคนที่ชื่นชอบ Apple หรือเป็นสาวก iDevice อยู่แล้ว ถึงแม้ว่า Apple จะเปิดตัว iPhone 5 มาแบบไม่ฮือฮาเท่าไรนัก แต่ก็เชื่อว่าสาวกกลุ่มนี้ (บางคน) จะยังคงเชื่อมั่นใน Apple ต่อไป และจะเลือก iPhone 5 เป็นสมาร์ทโฟนในดวงใจต่อไป รวมถึงระบบปฏิบัติการ iOS ที่ยังคงน่าใช้อยู่เสมอ เชื่อว่าคงทำให้ iPhone 5 จะยังคงเป็นสมาร์ทโฟนที่ขายดีเช่นเคย

ส่วนทางฝั่ง Samsung Galaxy S III ที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่เต็มตา, ฟีเจอร์พิเศษที่โดดเด่น, และกล้องถ่ายภาพคุณภาพสูง ก็ยังเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของ iPhone 5 ต่อไป 

สมาร์ทโฟนรุ่นท็อป 2 เครื่องนี้มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไปครับ ถ้าให้เทียบกันจริงๆ ก็คงกินกันไม่ลง ขอสรุปเป็นว่า ถ้าอ่านบทความนี้แล้ว ชอบข้อดีของ iPhone 5 หรือ Samsung Galaxy S III มากกว่ากัน ก็จัดตัวนั้นไปครับผม ^^



by เฮียณัฐ TechXcite
source: redmondpieapple, techdigest