Review: LG (Google) Nexus 5 ที่สุดแห่ง Pure Android ในราคาที่คุณจับต้องได้!

ป๋าเอก | 2 ธ.ค 2556 11:19:29 (อัพเดต 2 ธ.ค 2556 16:31:09)

18916

VIEWS ป๋าเอก

:: Review: LG (Google) Nexus 5
ที่สุดแห่ง Pure Android ในราคาที่คุณจับต้องได้! ::

สวัสดีครับชาว TechXcite กลับมาพบกับ “ป๋าเอก” อีกครั้งกับการ Review อุปกรณ์ IT และ Gadget ที่น่าสนใจทั้งหลายแหล่ โดยในคราวนี้ผมขอกลับมาที่สมาร์ตโฟนอีกครั้งกับ Google Nexus 5 มือถือเรือธงที่มาพร้อมกับ Android 4.4 KitKat เวอร์ชั่นล่าสุดที่ติดค้างแฟนๆเอาไว้เสียนานเลยเพราะติดงานหลายอย่าง แต่ในที่สุดทุดท่านจะได้ติดตาม Review ของ Google Nexus 5 กันแล้วหลังจากผมได้นำไปทดลองใช้งานกว่า 2 อาทิตย์ก็ต้องบอกว่าค่อนข้างประทับใจกับความเป็น Pure Google ของ Google Nexus 5 ผลงานของค่าย LG เป็นอย่างมากเลยแหละ ส่วนจะมีข้อดี-ข้อด้อยอย่างไรเดี๋ยวผมจะมาจาระไนให้ได้ทราบกันครับ :)

Google Nexus 5 - Design

- เริ่มต้นกันที่การดีไซน์ของ Google Nexus 5 ซึ่งในแวบแรกที่ผมเห็นภาพตอนเปิดตัวในต่างประเทศก็อดหวั่นใจไม่ได้ว่าของจริงจะเวิร์คหรือเปล่าเพราะแม้ว่า Google Nexus 5 จะมีดีไซน์เป็นสมาร์ตโฟนทรงสี่เหลี่ยมมาตรฐานเหมือนเดิมแต่ก็มีจุดที่แปลกๆเพิ่มเข้ามาเพียบเช่นกล้องหลังที่มีขอบขนาดใหญ่มากรวมไปจนถึงโลโก้ Nexus ขนาดมหึมาด้านหลังนั่นก็อีกอย่างหนึ่ง ยังไม่นับรวมเรื่องที่ว่าตัวบอดี้ของ Google Nexus 5 ทำมาจากพลาสติกที่หลายคนพยายามหลีกเลี่ยงอีกด้วย

- แต่ปรากฏว่าพอได้มาสัมผัสตัวจริงของ Google Nexus 5 เท่านั้นละครับความคิดของผมถึงกับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียวเพราะ Google Nexus 5 ออกแบบมาให้ผู้ใช้งานสามารถหยิบจับใช้งานได้อย่างสะดวกสบายสุดๆเลยละครับ วัสดุที่ใช้ในการทำพื้นผิวด้านหลังตัวเครื่องนั้นให้สัมผัสที่เหมือนกับยางแบบด้านและขอบมุมต่างๆที่ผลิตงานออกมาได้เนี้ยบมากเวลาหยิบจับแล้วติดมือไม่หลุดไปไหน แม้ว่าตัวเครื่องจะมีน้ำหนักที่เบามากเพียงแค่ 130 กรัมและบางแค่ 8.6 มม. เท่านั้น (ผลบุญจากการใช้พลาสติก) คือสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ก็คงไม่ได้ทำลายสถิติมือถือบางที่สุดในตลาดตอนนี้แต่ Google Nexus 5 ถือได้ว่าเป็นมือถือที่ผมหยิบจับแล้วถนัดมือมากเป็นอันดับต้นๆจากที่ผมได้เคยลองเล่นมาในปีนี้เลยก็ว่าได้ฮะ

- จริงๆแล้วจะว่าไปรูปลักษณ์ภายนอกของ Google Nexus 5 นี่มันก็เหมือนเอาแท็บเล็ต Nexus 7 มาโดนไฟฉายย่อส่วนของโดราเอม่อนเหมือนกันนะ...ไม่รู้มีใครคิดเหมือนกันมั้ย

- อย่างไรก็ตามข้อเสียเล็กๆของการใช้วัสดุพลาสติกแบบยางด้านเหล่านี้ก็คือมันสามารถจับเหงื่อได้เร็วไปหน่อย บางทีก็ต้องยกมือถือขึ้นมาขัดถูกันบ้างเป็นระยะๆแถมแอบเสียวว่าถ้าไปโดนโลหะเกี่ยวสักทีจะเป็นรอยหรือเปล่านั่นละ ก็ถือว่าคงต้องแลกกันไปเนอะเพราะผมพอจำได้ว่าตอน Google Nexus 4 ตัวเครื่องด้านหหลังเป็นพลาสติกแบบมันๆจับตรงไหนก็เป็นรอยนิ้วมือเหมือนกัน 555+

- ทั้งนี้สำหรับ Google Nexus 5 ที่วางจำหน่ายในปัจจุบันนั้นมีอยู่ด้วยกันสองสีหลักคือสีดำและสีขาวซึ่งความพิเศษคงจะอยู่ที่รุ่นสีขาวนั้นเป็นสีดำสลับขาวแบบม้าลายที่มีด้านหน้าเป็นสีดำและด้านหลังสีขาวนั่นเอง ซึ่งอันนี้คงอยู่กับความชื่นชอบของแต่ละท่าน (รวมถึงปัจจัยว่าจะใส่เคสหลังหรือไม่) ว่าจะเลือกสีไหนมาใช้งานละครับ :)

Google Nexus 5 - Performance

- มาว่ากันถึงหน้าจอของ Google Nexus 5 กันต่อซึ่งก็ต้องบอกว่า LG ยังคงสานงานต่อได้อย่างดีเยี่ยมจากรุ่นเดิมๆที่ทำหน้าจอได้ดีโคตรๆไม่ว่าจะเป็น LG Optimus G Pro หรือ LG G2 ที่ผมมองว่าเป็นสมาร์ตโฟนที่มีหน้าจอสวยงามที่สุดในปีนี้ก็ว่าได้ โดยหน้าจอของ Google Nexus 5 เป็นแบบ True HD IPS+ ความละเอียด Full HD 1080p พร้อมจำนวนพิกเซลบนหน้าจอที่มากถึง 445 PPI ซึ่งจากที่ผมไปทดลองใช้งานมาดูเหมือนว่าความคมชัดจะยังกินขาดอยู่เหมือนเดิม แต่ที่จะต่างไปจาก LG G2 ก็คือสีสันบนหน้าจอที่จะออกแนวตุ่นๆกว่าและไม่สว่างสดใสปิ๊งปั๊งเท่า แต่ส่วนตัวแล้วผมยังมองว่าหน้าจอ Google Nexus 5 ถือว่าสวยงามในระดับต้นๆของวงการนี้แล้วก็ว่าได้ฮะ

- ในส่วนของฮาร์ดแวร์ภายในเครื่อง Google Nexus 5 นั้นหากเทียบกับราคาที่คุณต้องจ่ายแล้วก็ต้องบอกว่าคุ้มสุดคุ้มละครับเพราะคุณจะได้สัมผัสกับชิปเซ็ต Snapdragon 800 Quad Core CPU ความเร็ว 2.2GHz และ Adreno 330 GPU ที่บอกได้เลยว่าประสิทธิภาพในการประมวลผลการทำงานทั่วไปและกราฟฟิคหนักๆอย่างเช่นเกมส์ต่างๆสามารถทำได้อย่างลื่นไหลไม่มีให้ท่านต้องขัดใจแน่นอน และที่ผมชอบเสียยิ่งกว่าฮาร์ดแวร์เหล่านี้ก็คือเวลาทำงานจริงนั้น Google Nexus 5 แทบไม่มีอาการร้อนไฟลุกให้เห็นแต่อย่างใด (อย่างมากก็แค่อุ่นไอรักเบาๆ) ซึ่งคงเหมาะกับคนที่เล่นเกมส์เป็นเวลานานๆอยู่ไม่น้อยฮะ

- ไหนๆก็พูดถึงเรื่องเล่นเกมส์แล้วก็ขอพูดถึงเรื่องแบตเตอรี่ใน Google Nexus 5 ที่มาพร้อมกับความจุ 2300 mAh หน่อยละกันครับ ซึ่งผมว่า Google Nexus 5 มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยากแก่การคาดเดาเหมือนกันนะ คือถ้าผมเน้นหนักไปที่การเล่นเกมส์หรือดูหนังต่อเนื่องเป็นเวลานานพบว่าตัวเครื่องอยู่ได้ราวๆ 5-6 ชั่วโมงต่อรอบการชาร์จหนึ่งครั้ง แต่ถ้าเป็นการเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตเบราเซอร์หรือ Social Network เป็นหลักปรากฏว่าตัวเครื่องอยู่ได้ประมาณ 10 ชั่วโมงซึ่งเพียงพอต่อการกลับไปบ้านเสียบชาร์จมือถือต่อได้อยู่ครับ

- แน่นอนว่าด้วยความที่ตัวเครื่องอยู่ในตระกูล Nexus แล้วก็ย่อมมีข้อห้ามอยู่สองอย่างที่ทุกท่านคงจะเตรียมใจไว้แล้วเมื่อซื้อสมาร์ตโฟนรุ่นนี้นั่นก็คือ Google Nexus 5 ไม่สามารถเพิ่มเมมโมรี่ภายนอกได้และไม่สามารถถอดแบตเตอรี่ออกเปลี่ยนได้ตามต้องการ ซึ่งถ้าคุณซื้อ Google Nexus 5 เครื่องศูนย์ไทยไปก็จะมาพร้อมความจุ 16GB เท่านั้น (ใช้จริงเหลือประมาณ 12GB เพราะหมดไปกับไฟล์ระบบปฏิบัติการ) สิ่งที่ตามมาก็คือคุณต้องรู้จักการจัดการไฟล์ให้ดีพอกับความต้องการใช้งานของคุณซึ่งถ้าเป็นสายเล่นเกมส์กราฟฟิคโหดๆหรือชอบดูหนังเยอะๆก็อาจจะต้องจัดสรรพื้นที่ภายในเครื่องกันให้ดีๆครับ

- ส่วนเรื่องแบตเตอรี่ถอดไม่ได้ของ Google Nexus 5 ผมไม่ค่อยสนใจนะเพราะจะว่าไปแล้วมือถือที่ไม่สามารถถอดแบตเตอรี่เปลี่ยนออกได้และได้รับความนิยมสูงในตลาดก็มีเพียบไม่ว่าจะเป็น iPhone 5s หรือ HTC One ที่สำคัญวัฒนธรรมของผู้ใช้งานในยุคนี้ส่วนใหญ่ก็หันไปพึ่งพาแบตเตอรี่สำรองขนาดพกพากันหมดแล้วเพราะฉะนั้นผมว่าคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยมายด์เรื่องนี้เท่าไหร่แล้วนะผมว่า

- อย่างไรก็ตามในส่วนของประสิทธิภาพด้านเสียงของ Google Nexus 5 นั้นผมถือว่าเป็นจุดด้อยที่เห็นชัดที่สุดของตัวเครื่องเพราะลำโพงทางด้านล่างของตัวเครื่องผมว่าเสียงค่อนข้างเบามากจนบางทีต้องตั้งสมาธิเงี้ยหูฟังเลยทีเดียวว่าเขาพูดอะไรอยู่ 555+ ส่วนมิติเสียงก็ถือว่าแบนราบไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ ไอ้ครั้นจะไปพึ่งหูฟังก็อาจจะต้องเสียเงินกันอีกรอบเพราะตัวเครื่องไม่ได้แถมหูฟังมาให้เหมือนกับสมาร์ตโฟนทั่วไปนะครับเพราะฉะนั้นก็อาจจะเสียเงินสองรอบกันได้ (เครื่องเขาราคาถูกสุดๆได้แค่นี้ก็เยี่ยมละฮะ)

- ปิดท้ายกันที่คะแนน Benchmark ของ Google Nexus 5 จาก AnTuTu และ Quadrant ก็ถือว่าทำได้ดีในระดับต้นๆของสมาร์ตโฟนระดับหน้าจอราวๆ 5 นิ้วในตลาดทั้งหลายแต่คงไม่โดดเด้งเท่า Phablet อย่างเช่น Samsung Galaxy Note 3 หรือ Sony Xperia Z Ultra แต่โดยรวมแล้วผมถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยมเลยครับ (อย่างไรก็ตามคะแนนพวกนี้อย่าไปปักใจเชื่อว่าเป็นทุกอย่างของมือถือนะฮะเพราะคุณต้องลองไปทดสอบการใช้งานจริงๆถึงจะรู้ครับ)

Google Nexus 5 - OS & Software

- แน่นอนว่า Google Nexus 5 ความโดดเด่นที่สำคัญที่สุดภายในเครื่องก็คงเป็นระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นใหม่นี่แหละเพราะจะว่าไปแล้วตระกูล Nexus นั้น Google ทำออกมาเพื่อโชว์ศักยภาพของ Android โดยเฉพาะ ซึ่งใน Google Nexus 5 นั้นมาพร้อมกับ Android 4.4 KitKat เวอร์ชั่นใหม่ที่ก็ต้องถือว่ามีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในหลายๆส่วนไปอยู่ไม่น้อยทีเดียว (หากเทียบกับ Android 4.3 Jelly Bean ของ New Nexus 7 ก่อนหน้านี้ที่เป็นแค่เวอร์ชั่นอัพเดทเล็กๆน้อยๆเท่านั้น)

- นอกจากนี้ด้วยความที่ตัวเครื่องเป็น Pure Android แท้ๆ 100% ไม่มีสารปรุงแต่งก็น่าจะถูกใจใครหลายคนที่ไม่ต้องการอินเตอร์เฟซแปลกๆลูกเล่นพิลึกๆใส่เข้ามาในเครื่องด้วยอย่างที่สมาร์ตโฟนทุกยี่ห้อในตลาดพยายามพรีเซนต์ตัวเองอีกด้วยซึ่งตอนแรกคนกลุ่มที่ต้องการฟีเจอร์นี้หลักๆคือเหล่านักพัฒนา Developer ทั้งหลาย แต่ทำไปทำมาปรากฏว่าแม้แต่ผู้ใช้งานทั่วไปเองก็อยากสัมผัสกับ Pure Android ด้วยเหมือนกันอาจจะเป็นเพราะไม่ชอบที่ฟีเจอร์เหล่านี้กินสเปคเกินความจำเป็นหรือสิ้นเปลืองเกินความจำเป็นครับ

- สำหรับ Android 4.4 KitKat ได้รับการออกแบบมาให้สามารถทำงานได้อย่างลื่นไหลแม้ว่ามือถือของคุณจะใช้ RAM แค่ 512MB เท่านั้น ซึ่งนั่นก็ส่งผลออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนเมื่อคุณใช้ Google Nexus 5 ซึ่งมี RAM มากกว่าข้อกำหนดขั้นต่ำถึง 4 เท่า (2GB) ไม่ว่าจะเป็นการเปิดแอปฯต่างๆหรือใช้งานหลายๆแอปฯพร้อมกันต้องบอกว่าคุณแทบจะไม่เห็นอาการกระตุกหรือหน่วงให้เห็นเลยแม้แต่น้อย...อันนี้คือไม่นับปัญหา This App Is Not Responding ที่เป็นปัญหาจากตัวซอฟต์แวร์เองซึ่งมีอยู่คู่กับ Android มานานนะครับ (เหมือน iOS ก็มีปัญหาแอปเด้งนั่นแหละ)

- ส่วนความสามารถใหม่ๆทั้งหมดของ Android 4.4 KitKat ผมสรุปเอาไว้แล้วที่นี่ครับกดไปที่ลิงค์ได้เลยฮะ

- ในส่วนของแอปฯที่ติดมากับเครื่องนั้นมีแต่แอปฯจำเป็นซึ่งพัฒนาโดย Google แทบทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นแอปฯมาตรฐานอย่าง Chrome, Google Maps, Gmail, Google+ และตระกูล Play ทั้งหมด (Play Store, Play Books, Play Games, Play Music, Play Newsstand) ซึ่งถ้าใครใช้ Android มาโดยตลอดคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

- อย่างไรก็ตามใน Google Nexus 5 มีการเพิ่มแอปฯใหม่บางส่วนมาให้ด้วย (ไม่ต้องติดตั้ง) ซึ่งนั่นก็คือ Google Keep สำหรับจดโน้ตต่างๆและบันทึกผ่าน Cloud (คล้ายๆกับ Evernote) รวมไปจนถึง Quickoffice สำหรับสร้างไฟล์เอกสารมาตรฐานต่างๆและ sync ผ่าน cloud ได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งอย่างหลังก็ต้องถือว่ามีประโยชน์อยู่ไม่น้อยและน่าจะพอฟัดพอเหวี่ยงกับฝั่ง iOS ที่มีการแจกแอปฯจัดการเอกสารให้ใช้ฟรีสำหรับคนที่ซื้อ iPhone เครื่องใหม่อยู่เหมือนกันฮะ

- อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่คนไทยไม่รู้จะได้ใช้หรือเปล่าแต่ผมว่ามันเวิร์คมากกว่า Siri บน iPhone เสียอีกนั่นก็คือ Google Now หรือระบบผู้ช่วยอัจฉริยะซึ่งจากเวอร์ชั่นก่อนจะค้นหาอะไรก็ต้องกดเพื่อพิมพ์ ทว่าคราวนี้ใน Android 4.4 KitKat ของ Google Nexus 5 มีการเปลี่ยนระบบนี้เป็นแบบ Always On ซึ่งสามารถพูดคำว่า "OK Google" ก็จะเป็นการเปิดการค้นหาด้วยเสียงทันทีครับ (แน่นอนว่าสำเนียงต้องได้นิดนึงด้วยนะฮะไม่งั้นมันจะแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินเรา :P)

Google Nexus 5 - Camera 

- ในส่วนของกล้องหลังใน Google Nexus 5 มาพร้อมความละเอียด 8 ล้านพิกเซลและแฟลช LED หนึ่งดวงซึ่งจากที่ผมให้น้าป๋วยซึ่งใช้งาน Google Nexus 4 รุ่นเก่าอยู่ลองใช้งานดูพี่แกคอนเฟิร์มมาว่า "กล้องหลังดีขึ้นมากครับ" หากเทียบกับตัวเก่าแล้วผมว่าถ่ายภาพได้สวยขึ้นพอสมควรทีเดียวซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะโมดุลกันสั่น OIS (Optical Image Stabilization) ที่มากับตัวเครื่องหรือเปล่าแต่โดยรวมยังไม่ถือว่าโดดเด่นขนาดว่าต้องชื่นชมชาบูแต่อย่างใดครับ เอาเป็นว่าส่วนตัวผมถือว่าทำได้ตามมาตรฐานของกล้องมือถือในยุคปัจจุบันนะโดยเฉพาะการถ่ายภาพย้อนแสงหรือ HDR ที่ทำได้ดีกว่า Nexus 4 อย่างชัดเจนเลย โดยนอกเหนือจากความสามารถในการถ่ายภาพแล้วกล้องหลังของ Google Nexus 5 ยังรองรับไฟล์วิดีโอ Full HD 1080p ได้อีกด้วย

- ตัวอย่างภาพจากกล้องหลังของ Google Nexus 5 (กดที่ภาพเพื่อดูไฟล์ต้นฉบับได้เลยครับ)

- ในขณะที่กล้องหน้าของ Google Nexus 5 ความละเอียดอยู่ที่ 1.3 ล้านพิกเซลพร้อมรองรับวิดีโอคอลระดับ HD 720p ก็ถือว่าทำได้ตามมาตรฐานทั่วไปไม่น่าตื่นเต้นเท่าไหร่ (แต่น้องแป้งบอกว่าถ้า 2 ล้านพิกเซลละก็น่าจะแจ่มกว่านี้...จากเจ้าแม่กล้องหน้า 555+)

- ตัวอย่างภาพจากกล้องหน้าของ Google Nexus 5 (กดที่ภาพเพื่อดูไฟล์ต้นฉบับได้เลยครับ)

Google Nexus 5 - Value 

- สำหรับราคาของ Google Nexus 5 ที่ออกมานั้นคือเครื่องศูนย์ไทยขายกันอยู่ที่ 16900 บาทซึ่งส่วนตัวผมว่าก็ไม่ได้แพงเวอร์อะไรขนาดนั้นหากเปรียบเทียบกับตอน Google Nexus 4 ที่ LG ไทยเอาเข้ามาขายนะฮะ แต่ก็แน่นอนละว่าหลายท่านนำราคานี้ไปเปรียบเทียบกับเครื่องหิ้วซึ่งฝั่งนั้นยังไงเสียก็มีราคาที่น่าดึงดูดมากกว่าแน่นอน (ราคานี้ซื้อเครื่องหิ้วได้ 32GB เลยในขณะที่ศูนย์ไทยให้มา 16GB) 

- อย่างไรก็ตามความน่าสนใจของ Google Nexus 5 เครื่องศูนย์ไทยก็เห็นจะหนีไม่พ้นเรื่องของการรับประกันซึ่ง LG ไทยพร้อมรับประกัน Google Nexus 5 ให้นานถึง 18 เดือนเลยทีเดียว เรียกได้ว่าถ้าคุณมีแนวโน้มที่จะทำมือถือพังบ่อยๆก็ขอแนะนำให้ซื้อเครื่องศูนย์จะดีกว่าครับ ส่วนสายนักโมฯนักแฮ็คทั้งหลายจะไปจัดเครื่องหิ้วที่ราคาถูกกว่าก็ไม่ว่ากันเพราะทุกท่านมีศักยภาพในการแก้ไขเครื่องเวลามีปัญหาอยู่แล้วนี่เนาะ :)

- และที่บอกว่า 18 เดือนนี่ไม่ได้หมายความถึงเพียงแค่ประกันจาก LG เท่านั้นแต่หมายถึงการอัพเกรดในอนาคตภายหน้าด้วยเพราะ Google นั้นจะมีรอบการใช้งานของอุปกรณ์ตระกูล Nexus อยู่ที่ประมาณ 18 เดือนหรือ 1 ปีครึ่ง ซึ่งถ้าหากคุณต้องการสมาร์ตโฟนที่สามารถใช้งานได้อย่างเย็นใจไม่กลัวถูกทอดทิ้ง (ของฝั่ง Android นะ) ก็ลองพิจารณา Google Nexus 5 เอาไว้เป็นชอยส์หลักกันได้เลยครับ

- แน่นอนว่าความคุ้มค่าอีกอย่างหนึ่งของ Google Nexus 5 ก็คือตัวเครื่องสามารถรองรับ 4G LTE ในประเทศไทยซึ่งมีให้บริการอยู่หนึ่งเจ้านั่นก็คือ TrueMove H นั่นเองครับ ก็ถือได้ว่าเป็นมือถือที่รองรับ 4G ในราคาสุดคุ้มเลยละถ้าเทียบกับมือถือรุ่นอื่นๆนะฮะ

Google Nexus 5 - Final Words

ในฐานะที่ Google Nexus 5 เป็นสมาร์ตโฟนสำหรับโชว์ออฟความสามารถใหม่ๆที่เพิ่มเข้ามามากมายพร้อมกับ Android 4.4 KitKat ที่ต้องบอกว่าซอฟต์แวร์ทำออกมาได้น่าใช้งานยิ่งกว่าเวอร์ชั่นก่อนๆเสียอีก ทว่า Google Nexus 5 กลับยิ่งไปช่วยผลักดันความน่าใช้งานตรงนั้นให้ทวีคูณมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วยหน้าจอที่สวยงามระดับต้นๆในวงการผลงานสุดเด็ดดวงของ LG, สเปคภายในเครื่องที่แรงสุดๆแถมมาในราคาที่ถูกกว่าชนิดที่ว่าคุณคงไปหามือถือสเปคระดับนี้ราคาระดับนี้ได้ยากแล้วละ (ถ้าไม่ใช่ของพี่จีนที่สเปคจัดเต็มตลอดเวลานะฮะ)

ที่สำคัญคือ Google Nexus 5 มาพร้อมคำตอบสำคัญของคนยุคนี้ที่อยากซื้อมือถือเครื่องเดียวแล้วใช้ได้นานๆซึ่งสมาร์ตโฟนฝั่ง Android ทั่วไปยังไม่ค่อยจะทำได้สักเท่าไหร่ (ส่วนใหญ่เห็นแป๊บๆก็เปลี่ยนละ...ผมก็เป็น 555+) เพราะอย่างน้อยๆคุณก็สามารถอัพเกรดเป็น Android เวอร์ชั่นต่อๆไปแถมยังได้อัพเกรดก่อนด้วย อย่างไรก็ตามการที่ตัวเครื่องเป็น Pure Android นั้นก็ต้องแลกมาด้วยการหักลบกลบออกไปของฟีเจอร์สำหรับโชว์ทั้งหลายแหล่ที่คนชอบอวดมือถืออาจจะไม่มีอะไรไปอวดเพื่อนให้ต้องอึ้ง-ทึ่ง-เสียวสักเท่าไหร่นั่นเอง ซึ่งถ้าคุณอยากได้มือถือแบบนี้แต่มีของใหม่ให้เล่นหรือโชว์คนอื่นก็คงต้องพึ่งพา LG G2 แล้วละ

แต่ที่แน่ๆผมขอชื่นชม LG นะว่าพวกเขาทำผลงานได้ดีขึ้นตามลำดับหลังจากได้ประลองฝีมือไปแล้วใน Google Nexus 4 รุ่นก่อนซึ่งก็ทำผลงานได้ดีระดับหนึ่ง ทว่าหลังจากนั้นเป็นต้นมาไม่ว่าจะเป็น LG Optimus G Pro หรือ LG G2 พวกเขาสามารถผลิตฮาร์ดแวร์ที่สวยงา่มเข้ากับซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมากำลังดีแต่ไม่รู้สึกว่าฟุ้งเฟ้อเกินไปจนมาบรรจบเอาที่ Google Nexus 5 นี่แหละ ก็ได้แต่หวังว่าใน Nexus รุ่นต่อๆไปเรายังน่าจะได้เห็น Google มอบความไว้วางใจให้กับ LG ต่อไปนะครับ :)

LG (Google) Nexus 5
วางจำหน่ายแล้วในประเทศไทยด้วยราคา 16900 บาท

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite

 ขอขอบคุณ: ร้าน HappyPhoneMBK สำหรับเครื่องหิ้วและ LG ประเทศไทยสำหรับเครื่องศูนย์ครับ