Review : Lenovo Vibe Z Phablet 4G สเปคเยี่ยม ฟังค์ชั่นเพียบ ในราคาไม่ถึงหมื่นห้า !!

ทีมงานTechXcite | 4 ก.พ. 2557 10:31:33 (อัพเดต 7 ก.พ. 2557 14:14:18)

30767

VIEWS ทีมงานTechXcite

Review : Lenovo Vibe Z Phablet 4G สเปคเยี่ยม ฟังค์ชั่นเพียบ
ในราคาไม่ถึงหมื่นห้า !!



สวัสดีเพื่อนๆชาว TechXcite ทุกท่านนะครับ วันนี้มาพบกับรีวิว Phablet ตระกุล Vibe ตัวล่าสุดจาก Lenovo ที่เพิ่งเปิดตัวไปที่งาน CES 2014 เมื่อต้นเดือนที่แล้วนี่เอง กับเจ้า Lenovo Vibe Z ตัวนี้เลยครับ มาดูความน่าสนใจของเจ้าตัวนี้กันเลยดีกว่า ^^"



Lenovo Vibe Z (K910L) ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟน Flagship ที่มาต่อยอดจาก Lenovo K900 สมาร์ทโฟน Flsgship ในปีที่แล้ว โดยเจ้า Vibe Z นั้นเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของที่ Lenovo ที่ใช้ชิป Snapdragon 800 และรองรับ 4G LTE ด้วยนะ  



Lenovo Vibe Z นั่นมาพร้อมหน้าจอ IPS ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD ที่ให้สีสันที่สวยงามสดใส พร้อมกระจกกันรอยแบบ Corning Gorilla Glass 3 ที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับหน้าจอได้อย่างดี



Lenovo Vibe Z มาพร้อมระบบปฎิบัติการ Android 4.3 (Jelly bean) และหน่วยประมวลผลตัวแรงอย่าง Snapdragon 800 2.15 GHz พร้อมกับ GPU Adreno 330 แรม 2 GB หน่วยความจำในเครื่อง 16 GB (ไม่สามารถเพิ่ม Micro SD ได้) และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 3,000 mAh ก็ถือว่าเป็นสเปคระดับ Hi-End สุดๆไปเลยนะครับ ^^"

ด้าน Design 



แรกสัมผัสก็ต้องขอบอกก่อนเลยครับว่า น้ำหนักค่อนข้างเบาครับ (142.5 กรัมเท่านั้นเอง) คงเพราะตัวเครื่องใช้วัสดุพลาสติกเคลือบมัน แต่ให้ความรู้สึกหรูหราคล้ายๆโลหะนะ เรื่องการพกพาก็ถือว่าทำได้ดีครับเพราะขนาดตัวเครื่องก็อยู่ที่ 77 x 149 และบางเพียง 7.9 mm. เท่านั้นเอง 



ส่วนด้านฝาหลังนั้นก็เป็นวัสดุพลาสติกเช่นเคย แต่มีการทำลาย Texture ลงไปให้ความรู้สึกคล้ายๆผ้า สัมผัสแล้วไม่ลื่นนิ้วจนเกินไป และก็ไม่ได้หนืดๆมันๆแบบผิวกลอสซี่ (ไม่เป็นรอยนิ้วมือด้วยนะเออ) ก็ถือว่าให้ความรู้สึกในการสัมผัสที่ดีทีเดียวครับ 



ด้านหน้าส่วนบนของตัวเครื่องก็จะมี ช่องลำโพงสำหรับสนนทนา ภายในจะมีไฟ LED สำหรับแจ้งเตือนซ่อนอยู่ด้วย :) ถัดมาเป็นกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และเซ็นเซอร์ต่างๆครับ



ด้านหน้าส่วนล่างก็จะมี 3 ปุ่มมาตรฐาน อย่างปุ่ม Menu , ปุ่ม Home และปุ่ม Back อยู่ และข้างใต้ปุ่ม Home ก็จะมี ไมโครโฟนสำหรับสนนทนาอยู่ครับ



ด้านหลังมี กล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช LED คู่อยู่ ถัดมาจะเป็นช่องไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวนครับ 



ด้านหลังส่วนล่างจะมีลำโพงหลักอยู่ครับ ต้องขอชมทาง Lenovo เลยล่ะครับ เพราะถึงลำโพงจะอยู่ด้านหลังของตัวเครื่อง แต่เสียงที่ได้ก็ออกมาชัดเจนดีแม้จะวางเครื่องหงาย ถือว่าออกแบบมาได้ดีทีเดียว (ยอดเยี่ยมไปเลยพี่ ^^")



ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะมีปุ่ม เพิ่ม-ลดระดับเสียง 



ส่วนด้านขวาจะมีช่องสำหรับใส่ Micro SIM



ด้านบนของตัวเครื่องมีช่องสำหรับหูฟังมาตรฐานขนาด 3.5 mm. และปุ่ม Power อยู่ครับ



ด้านล่างของตัวเครื่องมีช่อง Micro USB อยู่ครับ

มาดู UI และระบบปฎิบัติการบน Lenovo Vibe Z กันบ้าง



Lenovo Vibe Z
นั้นมาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ Android 4.3 พร้อมครอบทับด้วย Lenovo Smart UI ที่จะมาเพิ่มลูกเล่นและความสามารถมากมายให้กับเรา โดยใน Lenovo Smart UI นั้นจะไม่มีหน้า App Drawer นะครับ ทุก Application ที่ลงก็จะอยู่ในหน้าแรกนี่หมด (อารมณ์คล้ายๆ iOS หรือ MIUI เลย) แต่ก็มีความโดดเด่นตรงที่เรียบง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน 



และยังสามารถปรับเปลี่ยน Theme ในเครื่องเราได้อย่างง่ายดายด้วย จากแอพ Theme Center ที่แถมมากับเครื่อง



หรือจะเปลี่ยนเฉพาะจุดไปเลยก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น Lockscreen,Desktop,System UI,Boot Animation หรือแม้แต่หน้า Dialer ก็เปลี่ยนได้นะเออ อย่างในภาพผมเลือกเปลี่ยนเฉพาะ Lockscreen ก็ทำได้ (เผื่อบางคนไม่ชอบทั้ง Theme น่ะ XD)



ส่วนแอพที่แถมมาพร้อมกับเครื่องก็มีที่อำนวยความสะดวกให้กับเรามากมาย ไม่ว่าจะเป็น SHAREit ที่ช่วยให้การแชร์ไฟล์ได้ง่ายขึ้น หรือ SYNCit ที่ช่วยให้เราสามารถ Backup Contacts หรือ Backup SMS ได้อย่างง่ายดายขึ้นอีกด้วย (โอ้โห *0*)



นอกจากนี้ยังมี Feature ให้เราเลือกใช้งานอีกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Pocket Mode ที่จะเพิ่มระดับเสียงให้ขณะที่มือถืออยู่ในกระเป๋า , Decrease tone Volume (ลดเสียงริงโทนให้อัตโนมัติเมื่อหยิบมือถือขึ้นมา) หรือจะเป็น Smart Answer , Smart Call ที่สามารถรับสายได้ทันที่ทีเราเอามือถือแนบหน้า 



Screen Feature ที่ช่วยให้การล็อคเครื่องหรือปลดล็อคเครื่องง่ายขึ้น อาทิเช่น Shake to Lock (เขย่าเครื่องเพื่อล็อค) , Smart Standby (สมาร์ทโฟนจะไม่ดับเมื่อมองอยู่) หรือ Smart Sleep (เครื่องจะล็อคอัตโนมัติเมื่อวางเครื่องในแนวราบ)



หรือจะเป็น Shortcut Features ที่ช่วยให้การเข้าถึงแอพต่างๆง่ายขึ้น อย่าง Wide touch ที่จะมีปุ่ม pop-up ออกมาบริเวณมุมของหน้าจอที่ใช้ในการเข้าถึงทางลัดหรือแอพต่างๆได้อย่างรวดเร็ว (คล้ายๆบน iOS นั่นแหละ) , Volume key feature (กดปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงเพื่อทำให้หน้าจอติดขณะเครื่องล็อค) และ Multi Window ที่สามารถเรียกแอพต่างๆขึ้นมาใช้งานเป็น Pop-up ได้มากสุด 2 แอพด้วยกัน



ถึงจะชื่อ Multi Window คล้ายๆกับทางฝั่งของ Samsung แต่การใช้งานกลับคล้าย QSlide ของ LG มากกว่านะ :P



สมาร์ทโฟนจากทาง Lenovo ยังมีฟีเจอร์พิเศษอีกหนึ่งอย่างที่น่าสนใจอีกหนึ่งอย่างนั้นก็คือ Scheduled power on & off นั่นคือฟีเจอร์กำหนดเวลาเปิด-ปิดเครื่อง อารมณ์ประมาณเดียวกับตั้งนาฬิกาปลุกยังไงยังงั้น ข้อดีของมันก็คือเวลาที่เรานอนแล้วต้องการจะถนอมแบตฯเอาไว้ก็สามารถตั้งให้ปิดเครื่องตอนนอนและเปิดอีกทีตอนเราตื่นก็ยังได้ เจ๋งดีเหมือนกันนะครับเนี่ย ^^"

ความบันเทิงบน Lenovo Vibe Z



มาดูทางด้านการเล่นไฟล์มัลติมีเดีย , เล่นเว็บไซต์ และการเล่น Social Network กันบ้างครับ ด้วยหน้าจอที่ใหญ่ขนาด 5.5 นิ้ว แถมยังมีความละเอียดระดับ Full HD แล้วด้วยนั้นทำให้การแสดงผลต่างๆออกมาคมชัดและให้สีสันที่สดใสมากๆเลยครับ ในจุดนี้ทำให้ไม่มีปัญหาใดๆในการดูหนัง หรือเล่นไฟล์มัลติมีเดียต่างๆเลย แถมลำโพงก็ยังออกแบบมาได้ดีในการกระจายเสียงอีกด้วย ถือว่าความบันเทิงบน Lenovo Vibe Z นั้นครบเครื่องเลยทีเดียว :D



การเล่นเว็บก็แสดงผลได้ชัดเจน แถมยังลื่นไหลสุดๆด้วย

ประสิทธิภาพของ Lenovo Vibe Z



มาดูด้านประสิทธิภาพของเจ้า Vibe Z กันบ้างครับ ก็แน่นอนว่าต้องทดสอบกันด้วยแอพ Benchmark ชื่อดังอย่าง Antutu Benchmark และคะแนนก็ออกมาที่...34,087 กันเลยที่เดียว ก็ถือว่าสูงมากสมกับสเปคระดับ Hi-End จริงๆครับ

การเล่นเกมบน Lenovo Vibe Z 



ด้วยสเปคของ Lenovo Vibe Z นั้นก็ถือว่าเป็นสเปคระดับท็อปๆของตลาดตอนนี้เลยก็ว่าได้ครับ ทั้ง CPU Snapdragon 800 Quadcore 2.15 GHz แรม 2 GB แถมหน้าจอขนาด 5.5 นิ้วอีกด้วย คงไม่น่าเป็นห่วงเรื่องการเล่นเกมแล้วล่ะครับ รับรองว่าลื่นไหลกันสุดๆไปเลยล่ะครับ แต่ที่น่าเป็นห่วงจริงๆคงเป็นเรื่อง หน่วยความจำในเครื่องของเจ้า Lenovo Vibe Z ตัวนี้มากกว่า เพราะให้มาที่ 16 GB (เหลือใช้จริงประมาณ 12 GB) แถมยังไม่สามารถเพิ่ม Micro SD การ์ดได้อีกด้วย ดังนั้นถ้าคิดจะเล่นเกมหนักๆจริงๆแล้วล่ะก็ คงต้องคอยบริหารกันหน่อยล่ะครับ ><









จากการทดสอบเกมอย่าง Asphalt 8 , Robocop , Deer Hunter 2014 , Sonic Dash และ Minion Rush ก็ถือว่าลื่นไหลอย่างที่คิดไว้จริงๆครับ 

กล้องบน Lenovo Vibe Z



สำหรับเรื่องกล้องบน Lenovo Vibe Z นั้นก็ถือว่าให้กันมาแบบจัดเต็มกันเลยทีเดียว ระดับท็อปสุดๆของสมาร์ทโฟนในตลาดตอนนี้เลย กล้องหลังให้มาที่ 13 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าให้มาที่ 5 ล้านพิกเซล สามรถถ่ายวีดีโอได้ 1080P ได้ทั้งคู่ 



มีโหมดให้เลือกใช้มากมายทั้ง Panorama , HDR Super Night Mode , PIP (ถ่ายกล้องหน้าและหลังพร้อมกัน) , Burst Shot , Speech , Night Portait , Smile , Macro และ Timed photo (แหม่ เยอะจริงๆ)



และมี Effect ให้ปรับแต่งอีกมากมายเช่นกัน ทั้งแบบ Lens , Magic หรือ Color

มาดูภาพตัวอย่างจากกล้องของ Lenovo Vibe Z กันเลยดีกว่าครับ (ภาพทั้งหมดถ่ายด้วยโหมด Auto นะครับ)













ภาพตัวอย่างจากกล้องหน้า



การใช้งานแบตเตอรี่บน Lenovo Vibe Z



มาปิดท้ายกันด้วยเรื่องของแบตเตอรี่นะครับ แบตเตอรี่ของเจ้าตัวนี้ให้มาที่ 3,000 mAh อยู่ในเกณฑ์พอดีๆครับ ไม่ถึงกับมากมายเพราะด้วยหน้าจอขนาด 5.5 นิ้วความละเอียด Full HD ก็ค่อนข้างจะรับประทานแบตฯพอสมควร โดยหลังจากทางทีมงานได้ลองใช้งาน เปิด Wi-Fi ตลอดทั้งวัน , ถ่ายรูป , เล่น Social Network บ้าง , เล่นเกมบ้างนิดหน่อย เปิดแสงประมาณ 50% ก็ถือว่าก็พออยู่ได้ทั้งวัน ส่วนเรื่องความร้อนก็มีบ้างหากเล่นหนักๆ (แต่ก็ไม่ได้ร้อนขนาดจนทนไม่ได้นะ)  



สรุปการใช้งาน
Lenovo Vibe Z เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ Phablet หน้าจอใหญ่สวยงามขนาด 5.5 นิ้ว ที่มีสเปคระดับ Hi-End พร้อมกล้องที่มีความสามารถสูง รองรับ 4G LTE ในราคาที่ไม่สูงมากนัก เจ้าตัวนี้ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆเลยล่ะครับ แต่หากจะซื้อมาเพื่อเล่นเกมหรือเอาไว้ดูหนังแบบจริงๆจังๆก็คงต้องลองพิจารณาดูอีกทีเพราะด้วยหน่วยความจำในเครื่องนั้นให้มาแค่ 16 GB (เหลือใช้ประมาณ 12 GB) เท่านั้น อาจจะไม่ค่อยเพียงพอสำหรับลงแอพเกม HD ใหญ่ๆมากนัก แต่ถ้าเรื่องหน่วยความจำภายในนั้นไม่ใช่ปัญหาของคุณขนาดนั้น ก็ถือว่าเจ้า Lenovo Vibe Z คือ Phablet ระดับ Hi-End ที่คุ้มค่ามากๆในตลาดตอนนี้กันเลยล่ะครับ ทั้งสเปคที่ยอดเยี่ยม แถมฟีเจอร์อีกเพียบ ส่วนราคาเปิดตัวอยู่ที่ 14,990 บาทเท่านั้นเอง !! 

จุดเด่น
- หน้าจอคมชัดระดับ IPS Full HD
- น้ำหนักเบา ตัวเครื่องออกแบบมาได้ดี
- รองรับ 4G
- ราคาเปิดตัวค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับสเปคระดับนี้

จุดสังเกต
- เพิ่ม Micro SD ไม่ได้
- ไม่รองรับ NFC