Review : blackphone 2 สมาร์ทโฟนที่สุดแห่งความปลอดภัยด้วยระบบการป้องกันขั้นสุด !!

เฮียแม๊พ | 10 ม.ค. 2560 12:17:01 (อัพเดต 1 ก.พ. 2560 16:31:48)

4553

VIEWS เฮียแม๊พ

Review : blackphone 2 สมาร์ทโฟนที่สุดแห่งความปลอดภัยด้วย
ระบบการป้องกันขั้นสุด
!!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนจากแบรนด์ Silent Circle กับมือถือชื่อเข้มๆ blackphone 2 สมาร์ทโฟนรุ่นนี้เป็นแบรนด์จากอเมริกามาเลย โดย blackphone 2 นี้ทาง Silent Circle จับมือกับทาง Zecure Asia นำเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยในปีนี้ ดูๆแล้วอาจจะไม่ได้โดดเด่นอะไรมากในเรื่องของดีไซน์ แต่ที่น่าสนใจจริงๆคือตัวระบบของรุ่นนี้ที่เค้าว่ากันว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีการป้องกันสูงและความปลอดภัยในตัวข้อมูลของเครื่องอย่างจริงจัง เรียกว่าใครที่ต้องการปกป้องข้อมูลส่วนตัวบนสมาร์ทโฟนบอกเลยว่ารุ่นนี้ถูกใจแน่นอน มาดูกันดีกว่าว่าน่าสนใจแค่ไหน :D

แกะกล่อง

มาแกะกล่องกันก่อนเลย ในชุดขายจริงเราจะได้มา 2 กล่องเลยนะครับ โดยกล่องแรก (กล่องเล็ก)จะเป็นกล่องของตัวเครื่องและอุปกรณ์มาตรฐานที่ติดมา ส่วนอีกกล่องจะเป็นอุปกรณ์เสริมอย่างพวกเคสและฟิล์มกันรอยที่แถมมาให้อีกชุด

เดี๋ยวเรามาดูกล่องหลักที่มีตัวเครื่องอยู่กันก่อน จริงๆตัวกล่องจะมีกล่องสีขาวหุ้มอยู่ชั้นนอกอีกทีแต่เราแกะออกไปเรียบร้อย หน้าตาเป็นยังไงดูได้จากในคลิป Unbox ด้านบนนะครับ :D ตัวกล่องภายในนี้จะเป็นรูปแบบดึงขึ้นจากด้านบนทรงสวยทีเดียวล่ะ

แกะออกมาจะเจอการวางอุปกรณ์เป็นช่องๆอย่างเป็นระเบียบและตัวเครื่องถูกเสียบอยู่ตรงกลางนี้เลย มีการออกแบบกล่องได้สวยและดูน่าสนใจทีเดียวครับ

อุปกรณ์ทั้งใหม่ที่ให้มาหลังจากแกะออกมาดูทั้งหมดแล้วก็มีดังนี้ครับ

  • คู่มือการใช้งาน
  • หูฟังแบบ In-Ear
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • ตัวเครื่อง blackphone 2
  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟรองรับ Quick Charge 2.0 (ขออภัยในคลิปแกะกล่องบอกว่าไม่รองรับ)
  • สาย Micro-USB

นอกจากนี้ถ้าแกะของในกล่องอุปกรณ์เสริมมารวมกันก็ดูมีของมาให้เยอะแยะเลย เพราะมีเพิ่มเคส , ฟิล์มกระจก , คู่มือฉบับย่อ และอแดปเตอร์ชาร์จไฟ Quick Charge 2.0 มาอีกตัวด้วย

การดีไซน์

มาดูในเรื่องการดีไซน์ของรุ่นนี้กันต่อ รุ่นนี้ก็มาในทรงแท่งเรียบๆ ด้วยวัสดุแบบกระจกทั้งหน้า-หลัง ตัวหน้าจอด้านหน้าจะใช้กระจกเรียบๆไม่ได้มีความโค้งแบบ 2.5D แบบบางรุ่น ตัวหน้าจอมีขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full-HD การแสดงผลก็สวยงามตามสไตล์จอ IPS ครับ

เหนือหน้าจอมีลำโพงสนทนา กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ล่างหน้าจอก็จะเป็นปุ่มกดแบบสัมผัส 3 ปุ่มทั้ง ปุ่ม Back , ปุ่ม Home และปุ่ม Recent App

รอบๆเครื่องใช้วัสดุแบบพลาสติกด้านสัมผัสได้เนียนมือทีเดียวล่ะครับ ด้านขวามือมีปุ่มกดอย่างปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power

ด้านซ้ายมือจะมีช่องใส่ถาดซิมและ Micro-SD โดยรุ่นนี้จะสามารถใส่ได้เพียงซิมเดียว และ Micro-SD นะครับ ไม่ได้เป็นถาดซิมแบบไฮบริด

ด้านล่างของตัวเครื่องจะมีไมโครโฟนสำหรับสนทนาและพอร์ทการเชื่อมต่อแบบ Micro-USB ครับ

ด้านบนตัวเครื่องก็จะมีแจ็คหูฟัง และไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน

ด้านหลังตัวเครื่องก็ยังคงเป็นกระจกเช่นเดียวกับด้านหน้า ดีไซน์ก็เรียบๆไปหมด ผิวสัมผัสก็ตามสไตล์กระจกครับ แอบมีลายนิ้วมือติดมาตลอดเวลาแตะ

มุมซ้ายบนจะมีเลนส์กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล และไฟแฟลช LED 2 ดวงอยู่ถัดลงมา ตัวเลนส์จะเนียนเรียบไปกับตัวเครื่องเป็นอย่างดี ตรงนี้ผมชอบนะ เพราะเวลาวางเครื่องจะเรียบเนียนไปเลยไม่มาติดตะกุตะกัก

ด้านล่างของฝาหลังนั้นยังมีตัวลำโพงหลักของตัวเครื่องอยู่บริเวณนี้ด้วย

ระบบปฏิบัติการและการใช้งานเบื้องต้น

blackphone 2 นั้นมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 6.0.1 Marshmallow แต่มีการครอบทับมาอีกชั้นด้วย Silent OS หรือว่าตัวระบบปิดของทาง Silent Circle ที่จะมาช่วยให้มือถือรุ่นนี้ดูปลอดภัยและโดดเด่นกว่ารุ่นอื่นๆนี่แหละ

แต่ถ้ายังไม่พูดถึงตัวแอปพิเศษที่ถูกเพิ่มเข้ามานั้นหน้าตา UI รวมๆก็จะไม่ต่างจาก Pure Android สักเท่าไหร่เลย ทั้งไอคอน แถบแจ้งเตือน หรือกระทั่ง App Drawer โทนต่างๆก็คล้ายกันเรียกว่ามีการครอบทับที่ไม่เยอะมากนัก แต่ก็เป็นข้อดีเลย เพราะตัวรอมนั้นทำออกมาได้ลื่นไหลสุดๆ ถึงแม้ว่าชิปเซ็ตจะเก่าไปหน่อยแล้วแต่การทำงานรวมๆลื่นไหลมากๆเลย

จุดขายของ blackphone 2

อย่างที่บอกไปว่า blackphone 2 นั้นไม่ได้เน้นไปที่สเปคอะไรให้หวือหวามากนัก รูปทรงก็เรียบๆ แต่จุดขายหลักที่เค้ามีก็คือระบบรักษาความปลอดภัยที่มีมาให้นั่นเอง ตัวเครื่องจะมีแอปที่ชื่อว่า Security Center ที่ช่วยจัดการความเป็นส่วนตัวของเราได้เป็นอย่างดี

Spaces Management

เชื่อว่าหลายคนคงต้องมีพื้นที่ส่วนตัวไว้หลายๆส่วนในชีวิตประจำวัน อย่างเช่นเรื่องงานสำหรับบางท่านก็ต้องเป็นความลับที่ไม่สามารถเปิดเผยต่อใครได้มีข้อมูลมากมายทั้ง Email , โน้ตที่จดไว้ หรือจะเป็นเรื่องทั่วๆไปที่เราไม่จำเป็นต้องปกปิดอยากจะอวดให้เพื่อนๆได้รู้งี้ แต่จะทำยังไงได้ถ้าเกิดเรามีสมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียว แต่ต้องเก็บทุกสิ่งอย่างไว้ในนั้น เราจะจัดการความลับหรือข้อมูลส่วนตัวได้อย่างไร คำตอบง่ายๆก็เพียงแยกแต่ละส่วนออกจากกันนั่นแหละ แต่แบบนั้นจะทำได้จริงๆในมือถือเครื่องเดียวเหรอ สำหรับ blackphone 2 นี้การทำเรื่องแบบนั้นไม่ยากเลยครับ ด้วยความสามารถ Spaces Management !

Spaces Management นี้เราสามารถแบ่งส่วนต่างๆออกมาได้มากสุดถึง 4 บัญชีประหนึ่งเรามีสมาร์ทโฟน 4 เครื่องในเครื่องเดียวเลย ซึ่งแต่ละบัญชีนั้นก็จะแบ่งออกไปโดยสิ้นเชิงเลย หลักๆก็จะมี Owner หรือของตัวหลักที่เปิดเครื่องมาเลยจะเป็นตัวแรก จากนั้นเราสามารถแบ่งแยกออกไปเป็นหมวดๆได้ อาทิ Personal Space (เป็นการใช้งานส่วนตัว) , Silent Space (การใช้งานส่วนตัวสูง) ,Managed Space (การใช้งานทั่วๆไป)

โดยในแต่ละส่วนก็จะถูกกำหนดแอปที่ใช้ได้และการเข้าถึงมาให้แล้วอย่าง Personal Space การใช้งานส่วนตัวเราสามารถเลือกเปิด- ปิดการเข้าถึงอย่างพวก การโทรเข้า , การรับ SMS , Location , ไมโครโฟน , Bluetooth เป็นต้น และถ้าเป็นพวกแอปต่างๆก็จะใช้ได้หมดทั้งแอปในตัวเครื่อง แอปที่โหลดใหม่ แอปจากทาง Google ได้หมด จากนั้นก็เลือกระบบการปลดล็อคเข้าโหมดว่าจะเอาป้องกันแค่ไหน

แต่ถ้าเป็น Silent Space ที่บอกว่าเป็นการใช้งานด้านความปลอดภัยสูงก็เพราะตัวเครื่องจะมีการปิดทางเลือกการเข้าถึงที่มากกว่า อาทิ ห้ามไม่ให้แคปภาพหน้าจอ  เป็นต้น ส่วนแอปที่สามารถใช้ใน Silent Space ได้ก็จะใช้ได้เพียงแอปที่มากับตัวเครื่องเท่านั้นพวกแอปที่ดาวน์โหลดเพิ่มก็ไม่ได้เพราะในโซนนี้จะไม่มีแอป Google Play ให้ดาวน์โหลด แอปจาก Google ติดมาเลย และไม่อนุญาตให้ติดตั้งแอปจากภายนอกด้วย เรียกว่าตรงนี้ปิดเพื่อความปลอดภัยสุดๆ ไม่ต้องกลัวใครแทรกซึมเข้ามาเลย ตรงนี้เหมาะกับพวกงานสำคัญๆมากครับโซนนี้

Managed Space อันนี้ก็คือระบบเปิดทุกอย่าง จะโหลดลงแอปหรือเข้าถึงต่างๆก็ได้หมดครับ แถมยังสามารถลงแอปผ่านไฟล์ APK  ได้อีกด้วยนะ

อย่างที่บอกว่าในแต่ละ Space นั้นจะแย่งกันโดยสิ้นเชิง หลายอย่างที่อยู่ใน Space หลักก็จะไม่โผล่ในอันอื่นๆ แต่ตรงนี้ไม่ต้องกังวลเพราะเราสามารถส่งรูป , เพลง , วิดีโอ หรือแอปข้ามไปยัง Space อื่นๆได้โดยไม่ต้องดาวน์โหลดใหม่ได้ด้วย โดยเราสามารถจัดการได้จาก Spaces Sharing ครับผม

เท่านี้เราก็จะแบ่งส่วนของการใช้งานได้แล้ว การสลับแอปโหมด Space ก็ง่ายๆ เพราะตัว Space นั้นจะอยู่บนแถบแจ้งเตือนด้านบนครับ กดสลับได้ตลอดครับ ซึ่งความปลอดภัยของการสลับโหมดก็ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าล็อกหน้าจอของแต่ละ Space ครับ เพราะตอนสลับ Space ตัวเครื่องจะเข้าสู่หน้าล็อกหน้าจอทันที

Silent Phone

มาดูอีกหนึ่งจุดเด่นของรุ่นนี้อย่างแอป Silent Phone กันดีกว่า แอปนี้เป็นเหมือนแอปสายลับที่ให้โทรออก , VDO Call , Chat ได้อย่างเป็นส่วนตัวมากๆ ปลอดภัยโดยที่แชทจะไม่หลุดไปไหนแน่นอนด้วยระบบ Burn Chat ที่เราสามารถตั้งค่าทำลายข้อความอัตโนมัติได้นานสูงสุด 90 วัน หรือเร็วสุด 1 นาที

นอกจากเรื่องแชทแล้วการโทรก็ยังสามารถโทรไปต่างประเทศได้อย่างปลอดภัยและมีความส่วนตัวเพราะตัวระบบจะมีการเจนเบอร์ของเราขึ้นมาใหม่ ไม่ได้ใช้เบอร์โทรของเราโทรออกไปจริงๆ ไม่มีทางที่จะสาวมาถึงเราได้แน่นอน (อย่างกับหนังสายลับเลยเนอะ :P) แถมผู้ใช้ blackphone 2 ยังได้สิทธิพิเศษโทรฟรีผ่านแอป Silent Call 100 นาที นาน 12 เดือนอีกด้วยนะ

แต่ตรงนี้ต้องบอกก่อนว่าปลอดภัยขนาดนี้ก็มีข้อจำกัดใหญ่ๆอยู่เหมือนกัน เพราะเวลาเราจะโทรออกแบบปลอดภัยขนาดนี้เราจำเป็นต้องโทรหาเพื่อนที่ใช้แอปนี้ Silent Call ด้วย (มีให้ดาวน์โหลดทั้ง iOS และ Android) ระบบ Burn Chat ก็ได้เฉพาะแอปนี้เท่านั้น

แต่…!อีกทีครับ สำหรับผู้ที่ซื้อเครื่องมาใหม่อย่าลืม Create Account สร้างบัญชีของ Silent Circle ไว้ก่อนตั้งแต่เปิดเครื่องเลยนะครับ ห้าม ! กดข้ามตอนล็อกอินไปก่อนเด็ดขาด มิฉะนั้นตัว Plan โทรฟรี 1 ปีของคุณจะหายไปทันที (วิธีแก้คือล้างเครื่องใหม่อย่างเดียว)

ซึ่งวิธีการตั้งค่าอย่างละเอียดของตัว Silent Circle Account นั้นสามารถอ่านแบบละเอียดได้จากคู่มือเล่มเล็กๆตามในภาพนี้ได้เลยครับ บอกไว้ละเอียดเป็นขั้นตอนมากๆ

Remote Wipe ระบบทำลายข้อมูลความลับผ่านคอมพิวเตอร์

แน่นอนว่าด้วยข้อมูลสำคัญที่มีมากมายในมือถือเราถ้าเกิดหายขึ้นมาเราจะป้องกันได้อย่างไร บนรุ่นนี้มีวิธีด้วยการสั่งงานผ่านระบบ Remote Wipe โดยเราสามารถเข้าไปตั้งค่า Username และ Password ในเครื่องแล้วไปล็อกอินผ่านบนเว็บไซต์ได้เลย

ซึ่งคำสั่งที่ทำได้ก็มี 2 ตัวเลือกคือ Power Off และ Wipe Data จะปิดเครื่องไปเฉยๆหรือล้างเครื่องไปเลยก็ได้ครับแบบนี้ ข้อมูลสำคัญของเราก็ไม่หลุดไปไหนแล้ว :D

สเปค blackphone 2

  • หน้าจอ IPS ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full-HD
  • ชิปประมวลผล Snapdragon 615 Octa-core 1.7GHz
  • ชิปกราฟิก Adreno 405 GPU
  • แรม 3GB LPDDR3
  • รอม 32GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 128GB
  • แบตเตอรี่ 3060 mAh
  • รองรับระบบชาร์จไว Quick Charge 2.0
  • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล

รวมๆแล้วสเปคอาจจะดูไม่หวือหวามากเท่าไหร่ ด้วยความที่รุ่นนี้นั้นเน้นไปที่ระบบรักษาความปลอดภัยที่มีการครอบทับเข้ามาอย่าง Silent OS ซะมากกว่า เดี๋ยวเรามาดูกันต่อว่าถ้าวัดประสิทธิภาพจากแอป AnTuTu Benchmark จะได้คะแนนออกมาที่เท่าไหร่

ประสิทธิภาพของ blackphone 2

มาดูการวัดประสิทธิภาพผ่านทางแอป AnTuTu Benchmark กันหน่อย คะแนนก็ออกมาราวๆ 28,508 เท่านั้น ด้วยความที่ชิปเซ็ตยังคงเป็นเพียง Snapdragon 615 เท่านั้น แรมก็ให้มาเพียง 3GB อาจจะไม่ได้รุนแรงกระชากใจเท่าไหร่นัก แต่จุดเด่นจริงๆอยู่ในหัวข้อถัดไปนี้มากกว่าฮะ

ความบันเทิงบน blackphone 2

ดูความสามารถหลักกันไปแล้ว มาต่อในเรื่องของความสามารถรองอื่นๆอย่างด้านความบันเทิงกันต่อ blackphone 2 นั้นมาพร้อมขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full-HD แบบนี้กำลังดีเลยสำหรับการดูคอนเท้นท์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นพวก Social ที่แสดงผลได้กำลังดี หรือจะเป็นไฟล์วิดีโอก็สวยงามเต็มตา แถมชนิดจอยังเป็น IPS อีกมุมมองที่ได้ก็กว้างเลยล่ะ

ส่วนในเรื่องของเสียงรุ่นนี้มีลำโพงหลักอยู่ที่ด้านหลังของตัวเครื่องเสียงดังกำลังดีครับ ถ้าถือปกติอาจจะไม่ได้ดัังมากอะไร แต่เวลาฟังเสียงในแนวนอนอาจจะใช้มือป้องเพื่อให้เสียงขับออกมาในด้านหน้าได้ดังขึ้นอีกได้ครับ

ส่วนเรื่องการเล่นเกมก็อาจจะไม่ได้หวือหวาเท่าไหร่ด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 615 นั้นจริงๆก็ค่อนข้างเก่าไปแล้วสำหรับปีนี้ ลองจับเอาเกมกราฟิกหนักๆอย่าง NOVA 3 มาทดสอบก็รู้สึกว่ามีแอบกระตุกบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับเล่นไม่ได้สักทีเดียว พอเล่นได้เรื่อยๆอยู่ครับ

กล้องถ่ายภาพของ blackphone 2

พูดถึงเรื่องกล้องของเจ้าตัวนี้กันหน่อย blackphone 2 ให้กล้องหลังมาที่ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล แถมให้แฟลช LED มาถึง 2 ดวงเลยด้วย ตัวเลนส์นั้นเรียบสนิทไปกับตัวเครื่องได้เป็นอย่างดีเลยล่ะตรงนี้ถือว่าเป็นจุดดีของกล้องตัวนี้เลย

UI การใช้งานแอบแปลกตานิดหน่อย แต่ก็ใช้งานไม่ได้ยากเย็นอะไรครับ มุมซ้ายบนจะมี Scene หรือโทนสีของภาพให้เลือกปรับ ซึ่งก็มีเยอะพอควรเลย อาทิ Auto , ASD , Landscape , Snow , Beach , Sunset เป็นต้น , ถัดลงมาเป็นปุ่มสลับกล้องหน้า-หลัง และล่างสุดเป็น Effect สี ส่วนทางฝั่งขวามือก็เป็นโหมดการถ่ายภาพหลักๆที่ปรับได้คือ Panorama , Photo และ Video ครับ

การตั้งค่าต่างๆจะใช้การเลื่อนหน้าจอมาทางขวา (สำหรับแนวตั้ง) และเลื่อนขึ้น (สำหรับแนวนอน) จะมีให้เลือกปรับความละเอียดของภาพ , เปิด-ปิด Location บนภาพถ่าย , ตั้งเวลา , เปิด-ปิด HDR ไปจนถึงเปิด-ปิดแฟลชครับ

ส่วนการดูภาพที่ถ่ายไปก็ใช้การเลื่อนหน้าจอมาทางซ้าย (สำหรับแนวตั้ง) และเลื่อนลง (สำหรับแนวนอน) ครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังของ blackphone 2

ส่วนกล้องหน้าก็ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล เลนส์กว้างกำลังดีครับ โหมดการปรับแต่งก็เหมือนกับของกล้องหลังทั้งหมด ไม่มีโหมด Beauty หรือหน้าเนียนใส่มาให้แต่อย่างใดครับ

สรุปผลจากการทดสอบ

blackphone 2 นี้ก็ถือเป็นสมาร์ทโฟนที่เน้นระบบความปลอดภัยเป็นหลักเลย เราสามารถแบ่งแยกบัญชีเป็นหลายๆส่วน , มี Remote Wipe ไว้คอยเคลียร์ข้อมูลส่วนตัวยามเครื่องสูญหาย , มีแอป Silent Call ไว้โทรหาเพื่อน (ที่ใช้แอปนี้) ได้ทั่วโลก แถมพิเศษสำหรับผู้ใช้ blackphone 2 ยังได้สิทธิพิเศษโทรฟรี 100 นาทีนาน 12 เดือนอีกด้วย รวมๆแล้วก็เป็นสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจดีในเรื่องความปลอดภัยที่เป็นจุดขาย แต่น่าเสียดายที่ตัวสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เปิดตัวมาสักพักใหญ่แล้ว สเปคหรือฟีเจอร์บางอย่าง อาทิ เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ , หน่วยประมวลผลซีรีส์ใหม่ก็ยังไม่ได้ใส่มาให้

ราคาเปิดตัว blackphone 2 อยู่ที่ 22,900 บาท

สำหรับเจ้า blackphone 2 รุ่นนี้ก็จะได้ทาง Zecureasia นำเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ และเพื่อนๆสามารถเข้าไปดูรายละเอียดหรือสั่งซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ได้จากช่องทางเว็บไซต์ >> https://www.zecureasia.com/blackphone2 หรือลองจับตัวจริงได้ที่ร้าน Open shop ทุกสาขาครับผม :D

สำหรับช่องทางการจัดจำหน่าย blackphone 2 สามารถหาซื้อได้ที่ Open by i-mobile Shop, TG Fone, PTE,AIS Shop

สาขาที่ร่วมรายการ และสามารถสั่งซื้อออนไลน์ www.zecureasia.com/blackphone2

ติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ที่ www.facebook.com/pg/BlackphoneTH

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite