Review : Samsung Galaxy A7 2017 พี่รองตระกูล A จอใหญ่แจ่ม เซลฟี่ชัด กันน้ำได้ !!

เฮียแม๊พ | 11 ม.ค. 2560 15:50:59 (อัพเดต 13 ม.ค. 2560 14:40:52)

168926

VIEWS เฮียแม๊พ

Review : Samsung Galaxy A7 2017 พี่รองตระกูล A จอใหญ่แจ่ม
เซลฟี่ชัด กันน้ำได้
!!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับความรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่กับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนตัวล่าสุดจากซีรีส์ Galaxy A ซึ่งรอบนี้ก็ยังคงใช้ชื่อต่อเนื่องตามปีว่า Galaxy A 2017 เช่นเดียวกับปีที่แล้ว และรุ่นที่ผมจะมารีวิวให้ชมกันวันนี้เป็นพี่ใหญ่สุดอย่าง Galaxy A7 2017 นั่นเอง รอบนี้ก็มีการพัฒนาหลายๆอย่างขึ้นมาจากรุ่นก่อนไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์ ความสามารถและสเปคด้วย เรามาติดตามกันเลยดีกว่าว่า A7 2017 ตัวนี้จะน่าสนใจสักแค่ไหน :D

การดีไซน์ที่เปลี่ยนไปอีกครั้ง

มาเริ่มกันด้วยเรื่องของการดีไซน์กันก่อนเลย รอบนี้มีการปรับโฉมอีกครั้งจากตอนปีที่แล้วที่เป็นทรงออกเหลี่ยมๆหน่อยมาเป็นมนๆแล้ว ซึ่งดูเผินๆแอบคล้ายกับ Galaxy Note 2 อยู่เหมือนกันด้วยความที่ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่บวกกับความโค้งมนของตัวเครื่องและหน้าจอแบบ 2.5D ด้วยนั้น ความรู้สึกที่เห็นแว้บแรกบอกเลยว่าเหมือน Note 2 จริงๆ

Galaxy A7 2017 นั้นจะต่างจาก Galaxy A5 2017 นิดหน่อยด้วยขนาดหน้าจอและขนาดตัวเครื่อง ซึ่งถ้าเป็น A5 จะคล้ายกับ S7 มากๆ แต่พอมาเป็น A7 ผมกับไม่รู้สึกแบบนั้นน่ะนะ

Galaxy A7 2017 มาพร้อมขนาดหน้าจอ 5.7 นิ้ว เขยิบขึ้นจาก A7 2016 นิดหน่อย (ปีที่แล้วหน้าจอ 5.5 นิ้ว) ความละเอียดก็เป็น Full-HD และแน่นอนชนิดหน้าจอเป็น Super Amoled การแสดงผลยังสวยงามตามท้องเรื่องจ้า :P

เหนือหน้าจอมีเซ็นเซอร์วัดแสงต่างๆ , ลำโพงสำหรับสนทนาและกล้องหน้า น่าเสียดายที่รุ่นนี้ยังคงไม่มีไฟ LED แจ้งเตือนมาให้อีกเช่นเคย ><

ล่างหน้าจอก็มี 3 ปุ่มมาตรฐานตามสไตล์ Samsung ครับ ปุ่ม Recent App และ ปุ่ม Back อยู่ซ้าย-ขวา และปุ่มโฮมแบบกดที่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ตรงกลางครับ

กรอบเครื่องด้านข้างเป็นอลูมิเนียมเกรดดีเช่นเคย ให้ความรู้สึกแน่นหนาเวลาจับถือตัวสีสันของกรอบเครื่องก็จะเป็นไปตามสีหลักของเครื่องไปเลยด้วยอย่างสีที่เราได้มารีวิวนั้นเป็นสีดำ Black Sky ตัวกรอบเครื่องก็จะเป็นสีดำด้านดูเข้มๆด้วย (ถ้าเป็นสีฟ้าหรือทองกรอบก็จะเป็นสีนั้นๆเช่นกัน)ตำแหน่งของปุ่มกดยังอยู่ที่เดิมด้านซ้ายมือมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และช่องใส่ซิม 1 ครับ

ด้านขวามือมีปุ่ม Power และที่แปลกหน่อยก็คือลำโพงหลักของตัวเครื่องถูกย้ายตำแหน่งมาที่มุมขวามือเหนือปุ่ม Power นี้ด้วย (คล้ายกับตอน J7 Prime)

ด้านล่างของตัวเครื่องมีพอร์ทการเชื่อมต่อที่เปลี่ยนมาใช้เป็น USB-C เรียบร้อย ถัดไปข้างๆมีไมโครโฟนสำหรับสนทนาและแจ็คหูฟัง 3.5 มม.ครับ

ด้านบนตัวเครื่องมีไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน และช่องใส่ Micro-SD กับช่องใส่ซิม 2

พลิกกลับมาด้านหลังจะเห็นว่ามีดีไซน์แบบกระจก 3D มีความโค้งหลังเต่าอารมณ์ประมาณ Galaxy S7 แต่ด้วยขนาดที่ใหญ่กว่าและความโค้งอาจจะไม่เท่า ยังไงก็ยังให้ความรู้สึกเหมือน Galaxy Note 2 อยู่ดีนั่นแหละ :P

จุดที่น่าประทับใจของรุ่นนี้ก็คือตัวเลนส์กล้องนั้นเนียนเรียบไปกับตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี ไม่ได้นูนขึ้นมาแบบรุ่นก่อนๆแล้วล่ะครับ

สเปค Samsung Galaxy A7 2017

  • รัน Android 6.0 Marshmallow ครอบด้วย Touchwiz UI
  • หน้าจอ Super Amoled 5.7 นิ้ว ความละเอียด Full-HD
  • ชิปประมวลผล Exynos 7880 Octa-core 1.9GHz
  • ชิปกราฟิก Mali-T830 GPU
  • แรม 3GB
  • รอม 32GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 128GB
  • แบตเตอรี่ 3600 mAh
  • รองรับระบบชาร์จไว Fast Charge
  • กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล f/1.9
  • กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล f/1.9

จะเห็นว่าสเปครวมๆนั้นมีการอัพเกรดขึ้นมาจากรุ่นปีที่แล้วอยู่หลายอย่าง ทั้งขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นเป็น 5.7 นิ้ว , หน่วยประมวลผลตัวล่าสุด , หน่วยความจำภายในเพิ่มเป็น 32GB (จากเดิม 16GB)และกล้องหน้า-หลัง 16 ล้านพิกเซล เป็นต้น

ประสิทธิภาพของ Galaxy A7 2017

มาดูในเรื่องของประสิทธิภาพคร่าวๆจากแอป AnTuTu Benchmark กันหน่อย รุ่นนี้นั้นมีการใช้ชิปเซ็ตตัวใหม่อย่าง Exynos 7880 ที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-T830 GPU ด้วย ผลการทดสอบคะแนนก็ออกมาที่ 60,627 คะแนนถือว่าไม่ธรรมดานะเนี่ย

ระบบปฏิบัติการและฟีเจอร์พิเศษ

รุ่นนี้ยังคงมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow อยู่ แต่ด้วยความที่เป็นซีรีส์ใหม่แบบนี้ตัว UI ก็เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดแบบเดียวกับที่เห็นบน Galaxy Note 7 เลย หน้าตาของพวกไอคอนต่างและการปรับแต่งเป็นเวอร์ชั่นเดียวกันเลย หน้า App Drawer ก็จะมีแถบค้นหาอยู่ด้านบนสุดช่วยให้หาแอปง่ายขึ้น

แถบแจ้งเตือนด้านบนก็จะเป็นสีขาวเรียบๆ (สำหรับ Theme เริ่มต้น) มีพวก Toggle Switch ให้เลือกปรับเหมือนเคย แต่จะใช้งานง่ายขึ้นกว่าเดิมเพราะเราสามารถใช้ทางลัดด้านบนในการเข้าไปเลือกรายละเอียดได้เลย อาทิ Wi-Fi ก็เลือกเชื่อมต่อได้จากตรงนี้โดยไม่ต้องเข้าไปลึกๆใน Settings , Power Saving ก็กดทางเลือกย่อยว่าจะตั้งประหยัดพลังงานแบบไหนได้ เป็นต้น

หน้า Recent App ก็ยังเป็นรูปแบบการ์ดเหมือนของ Android 6.0 มาตรฐาน แต่ก็มีให้เลือกใช้ Multi-Window ที่เป็นเอกลักษณ์อยู่ด้วย ซึ่งแอปที่รองรับ Multi-Window จะมีสัญลักษณ์ 2 จออยู่ตรงมุมขวาบนครับ

หรือว่าจะกดปุ่ม Recent Apps ค้างไว้เพื่อเข้าหน้า Multi-Window ก็ได้ครับ

ในหน้า Settings นั้นก็มีการปรับรูปแบบต่างๆให้ดูสะอาดตาขึ้น เรียงเป็นหมวดๆชัดเจน แต่การเรียงจะต่างจากของรุ่นก่อนๆอยู่พอสมควร อย่างพวกการตั้งค่า Wifi , Bluetooth ก็รวมอยู่ในหมวด Connection อันเดียว อาจจะดูแปลกตาไปนิด

Device Maintenance ตัวจัดการเครื่องถูกเปลี่ยนชื่อจาก Smart Manager มา แต่การใช้งานต่างๆก็ไม่ได้ต่างไปจากเดิมครับ มีหัวข้อให้เลือก 4 อย่าง

  1. Battery - ให้เราได้เช็คค่าแบตเตอรี่ ดู Battery Usage , เปิดโหมดประหยัดพลังงาน เป็นต้น
  2. Storage - เช็คหน่วยความจำ ลบไฟล์ Cache เป็นต้นฮะ
  3. RAM - ดูการใช้งานของแรม และสามารถเคลียร์แอปได้จากตรงนี้
  4. Device Security - สแกนเครื่องเพื่อหาไวรัส หรือไฟล์แปลกปลอม

Samsung Themes บน A7 2017 ก็ยังมีมาให้เลือกปรับเหมือนเดิม โดยจะรวมอยู่ในหมวดเดียวกับพวก Wallpaper แล้ว ซึ่งรอบนี้นอกจากจะเปลี่ยนทั้ง Theme แล้วยังสามารถเลือกเปลี่ยนเฉพาะไอคอนได้ และทาง Samsung เองก็มีชุดไอคอนเฉพาะตามสีเครื่องออกมาให้เลือกปรับด้วย

ฟีเจอร์ Wallpaper สวยๆอย่าง Motion Wallpaper ที่สามารถเปลี่ยนสีไปตามการเอียงเครื่องเมื่อสมัย Note 7 ก็ติดมาในตัวนี้ด้วย แต่แน่นอนครับ Wallpaper ที่รองรับฟีเจอร์นี้ยังคงมีเพียงเฉพาะของทาง Samsung เท่านั้น และที่ติดมาก็มีประมาณ 5 แบบครับ

Always On Display ที่เคยเห็นบน Galaxy S7 ก็มีมาให้เหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่รูปแบบ Layout ที่มีให้เลือกนั้นมีเพียงแค่ 2 แบบเท่านั้น คือแบบนาฬิกาเดี่ยวและนาฬิกาคู่ แต่เรายังสามารถปรับแต่งพวกสีสันของนาฬิกาและ Background ด้านหลังได้อีกนิดหน่อยจากการตั้งค่าที่ Settings > Display , Always On Display ครับ

Secure Folder โฟลเดอร์ลับเก็บเรื่องส่วนตัว

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ติดมาจาก Note 7 ก็คือ Secure Folder โซนลับที่เอาไว้เก็บข้อมูลส่วนตัวไม่ให้ใครรู้ ตอน Note 7 นั้นชูจุดเด่นเรื่องความปลอดภัยตรงนี้เป็นอย่างมากด้วยเซ็นเซอร์สแกนม่านตา แต่ถึงแม้รุ่นนี้จะไม่ได้มีเซ็นเซอร์นั้นแต่ความสามารถนี้ก็ยังใช้งานได้ผ่านการสแกนนิ้วมือได้อยู่

โดยตัวแอปที่อยู่ในนี้จะเป็นคนละตัวกับที่อยู่ข้างนอกปกติเลยทำให้เราสามารถสร้างบัญชีอื่นๆอย่างพวก Line หรือ Facebook ขึ้นมาอีกอันในเครื่องเดียวได้นั่นเอง หรือจะเอาไว้เก็บไฟล์ที่ไม่อยากให้ใครดู ถ่ายรูปเฉพาะที่ไม่อยากให้ใครเห็นก็ทำได้เต็มที่ใน Secure Folder นี้เลยจ้ะ :P

สแกนลายนิ้วมือเร็วกว่าเคย

ปุ่มโฮมสแกนลายนิ้วมือมีการอัพเกรดขึ้นมาอีกขั้นจากรุ่นก่อนๆ เพราะเราไม่จำเป็นต้องกดปลุกจอแล้วค่อยแตะเพื่อสแกนเพียงแค่แต่ที่ปุ่มโฮมเบาๆก็ปลดล็อคหน้าจอได้เลย (ทั้งๆที่หน้าจอล็อคอยู่นั่นแหละ) โดยการทำงานก็ถือว่าค่อนข้างแม่นยำและรวดเร็วทีเดียวล่ะ ถือเป็นระบบใหม่ที่น่าสนใจมากๆ

กันน้ำกันฝุ่นได้แล้วนะจ๊ะ

Galaxy A 2017 Series นั้นเพิ่มความสามารถสุดพิเศษอย่างการกันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68 เข้ามาให้แล้วด้วย ซึ่งตรงนี้เป็นมาตรฐานเดียวกับบน Galaxy S7 เลยคือเราสามารถเอาเครื่องลงน้ำในความลึก 1.5 เมตรได้นาน 30 นาที ก็คงเหมาะกับสภาพอากาศตอนนี้ที่ไม่แน่ไม่นอนถึงแม้จะต้องลุยฝนจริงๆก็หายห่วงว่ามือถือคงไม่พังไปง่ายๆล่ะเนอะแบบนี้ :P

ความบันเทิงบน Galaxy A7 2017

มาต่อในเรื่องของความบันเทิงของ Galaxy A7 2017 กันดีกว่า รุ่นนี้มาพร้อมขนาดหน้าจอที่ใหญ่ระดับ 5.7 นิ้ว Full-HD ชนิดจอเป็น Super Amoled แบบนี้ไม่ต้องพูดถึงเรื่องของความสวยงามเวลาเอามาชมไฟล์ภาพหรือวิดีโอกันเลย เพราะสวยงามอลังการมาก เรียกว่าถ้าเอามาดูไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงๆนี่ฟินเลยรุ่นนี้ !

เรื่องเสียงลำโพงตัวเครื่องที่อยู่ด้านขวามือ (แนวตั้ง) อาจจะดูแปลกตาไปหน่อยของตำแหน่งนี้ แต่กับการใช้งานจริงก็ถือว่าเป็นตำแหน่งที่ดีอยู่ ไม่ค่อยมีการวางนิ้วไปปิดสักเท่าไหร่ ส่วนเสียงที่ได้ก็อยู่ระดับกลางๆตามสไตล์ Samsung ครับ

เรื่องเล่นเกมของรุ่นนี้ก็ยังทำได้ดีครับ เพราะขนาดหน้าจอเต็มตาแบบที่บอกไว้ บวกกับชิปเซ็ตตัวใหม่ที่อัพเกรดขึ้นมาจากตัวก่อนๆ จับมาทดสอบกับเกมกราฟิกสูงอย่าง Unkilled ปรับภาพกราฟิกระดับ High ก็เล่นได้ลื่นกำลังดีครับ การแสดงผลสวยงามครบถ้วน แต่บางครับที่เครื่องร้อนอาจจะอาการเฟรมเรตตกบ้างนิดหน่อย

Game Launcher ลูกเล่นเล็กๆสำหรับเกมเมอร์ อันนี้อาจจะไม่ได้ใหม่อะไร แต่ก็ถือเป็นฟีเจอร์เจ๋งๆที่ใส่เข้ามา Game Launcher จะเป็นไอคอนเล็กๆที่รูปจอยเกมสีแดง ในนี้จะมีตัวเลือกให้เลือกอยู่ 6 ตัวเลือก

  1. No Alert During game ปิดการแจ้งเตือนอื่นๆเวลาเล่นเกมอยู่
  2. Lock Recent and Back Keys ล็อคปุ่ม Recent Apps และปุ่ม Back กันเวลาเราไปกดโดน
  3. Minimize Game ย่อตัวเกมเป็นไอคอนเล็กๆ
  4. Screenshot แคปหน้าจอ
  5. Record อัดวิดีโอหน้าจอ
  6. Settings ตั้งค่าตัว Game Launcher

กล้องถ่ายภาพ 16 ล้านพิกเซล จัดเต็มทั้งหน้าและหลัง

Galaxy A7 2017 เพิ่มความละเอียดของกล้องหน้าและหลังขึ้นมาอีกขั้นเป็น 16 ล้านพิกเซลทั้ง 2 ตัวเลย ค่ารูรับแสงก็กว้างถึง f/1.9 ทั้งคู่ด้วย

UI การใช้งานต่างๆจะเป็นเวอร์ชั่นใหม่แบบเดียวกับ Note 7 เลยคือทำให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น เราสามารถเลื่อนหน้าจอไปซ้ายเพื่อเลือกฟีลเตอร์ , เลื่อนไปขวาเพื่อเลือกโหมดเลื่อนขึ้นลงเพื่อสลับกล้องหน้า-หลังเป็นต้น

โหมดการถ่ายภาพมีให้เลือก 7 โหมดหลักๆ Auto , Pro , Panorama , Hyperlapse , HDR (Rich Tone) , Night และ Food

น่าเสียดายที่ตัว A7 2017 นั้นยังไม่มีโหมด HDR Auto แบบรุ่นใหญ่ๆ ต้องมาเลือกจากโหมด HDR Rich Tone แทน และในโหมด Pro ที่น่าจะปรับค่าพวก Shutter Speed หรือพวกระยะโฟกัสแบบโปรจริงๆได้แล้ว กลับยังไม่สามารถปรับอะไรได้มากกว่า EV+- , ISO และ White Balance เท่านั้น ><

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ Galaxy A7 2017 รวมๆแล้วคุณภาพก็สวยตามสไตล์ Samsung ครับ สีสัน และรายละเอียดสวยกำลังดี มีความง่ายในการใช้งาน แตะๆถ่ายๆได้เลย ด้วย f/Stop กว้างตั้ง 1.9 ถ่ายที่แสงน้อยก็ทำได้ดีครับ แต่แอบเสียดายที่การโฟกัสช้าไปนิดนึง

กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล Beauty ก็มีให้อีก

กล้องหน้าสไตล์เกาหลีก็มีความเนียนดีอยู่แล้ว และยิ่งมาพร้อมความละเอียดสูงแบบนี้เลยทำให้ความคมชัดมากขึ้นไปอีก โหมด Beauty สามารถปรับระดับได้ 0-8 เช่นเคย จะเลือกปรับเฉพาะตาโต , คางเรียวก็ได้เช่นกัน อีกทั้งยังมีระบบแฟลชจากหน้าจอด้วยเวลาถ่ายภาพตอนแสงน้อย

ตัวอย่างกล้องหน้า 16 ล้านพิกเซลจาก Galaxy A7 2017 ด้วยความที่ค่า f/stop นั้นกว้างมาก เวลาเซลฟี่ถ้าได้ช่วงดีๆฉากหลังก็จะละลายได้สวยเลยล่ะครับ แต่ก็มีหลายครั้งที่ถ้ายืดแขนออกไปสุดเกินระยะโฟกัสไม่ได้หน้าเราก็อาจจะเบลอไปได้เหมือนกันครับ

การใช้งานแบตเตอรี่

ปิดท้ายเรื่องแบตเตอรี่อีกเช่นเคย รุ่นนี้ให้แบตความจุมาเยอะถึง 3600 mAh เรียกว่าอัดแน่นมาเลย การใช้งานต่างๆบวกกับสเปคที่ให้มาไม่ได้กินพลังงานอะไรมากมาย ก็ถือว่าทนใช้ได้ครับ สามารถใช้งานต่อเนื่องตลอดทั้งวันได้สบายๆ หรือถ้าไม่เล่นหนักๆก็อาจจะได้วันครึ่งถึง 2 วันเลยล่ะ

 

ราคา 16,490 บาท

รุ่นนี้เปิดราคามาที่ 16,490 บาท ถือว่าสูงกว่ารุ่นก่อนนิดหน่อย แต่ก็ได้สเปคและความสามารถต่างๆที่เพิ่มเข้ามาได้อย่างน่าสนใจ และที่น่าสนใจก็คือโปรโมชั่นสำหรับผู้ที่ซื้อในล็อตแรกนั้นจะได้รับเงินคืน 1,500 บาทผ่านบัตร Galaxy Gift Card บัตรมาสเตอร์การ์ดแบบเดิมเงินที่สามารถรูดและรับสิทธิพิเศษต่างๆได้เทียบเท่าบัตรเครดิตมาสเตอร์การ์ดไปอีกด้วย พร้อมกับรับไปเลยสิทธิการ "เปลี่ยนจอฟรีภายใน 1 ปี" เมื่อมีการตก แตก ร้าว อีกด้วย

สรุปผลการทดสอบ

ก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟน Samsung อีกตัวที่เปิดตัวมาได้อย่างน่าสนใจด้วยรูปร่างหน้าตาเป็นกันเอง สเปคก็ครบพอกับการใช้งานทั่วๆไปจนถึงประมวลผลกลางๆ อีกทั้งความสามารถหลายๆอย่างที่ติดมาทั้ง กล้องหน้า-หลัง 16 ล้านพิกเซล , Secure Folder แบ่งแอปเป็น 2 ตัวเล่นไลน์ได้ 2 Accounts , รองรับ USB-C และที่สำคัญกันน้ำกันฝุ่นได้ตามมาตรฐาน IP68 อีก เรียกว่าเป็นสมาร์ทโฟนซีรีส์กลางๆที่ความสามารถครบราคาลงตัวดีจริงๆครับ

จุดเด่น

  • หน้าจอ Super Amoled ขนาด 5.7 นิ้วแสดงผลยอดเยี่ยม
  • UI เวอร์ชั่นใหม่หน้าตาเรียบขึ้นและทำงานได้ลื่นไหล
  • กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
  • มีฟีเจอร์ Secure Folder รองรับการทำงานแอป Line 2 Accounts
  • กล้องหน้า-หลัง 16 ล้านพิกเซล
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือทำงานได้รวดเร็ว

จุดสังเกต

  • ยังไม่มีไฟ LED แจ้งเตือน
  • โหมด Pro ของกล้องหลังยังปรับค่าได้ไม่เยอะเท่าที่ควร
  • ฝาหลังกระจกเป็นรอยง่ายไปหน่อย

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite