Review : Huawei Mate 9 ให้โหมดหน้าชัดหลังเบลอช่วยเราถ่ายภาพ Portrait ปัง ปัง

น้าป๋วย | 23 ม.ค. 2560 17:18:43

63875

VIEWS น้าป๋วย

Review : Huawei Mate 9 ให้โหมดหน้าชัดหลังเบลอช่วยเราถ่ายภาพ Portrait ปัง ปัง

เชื่อเลยว่าหลายคนที่มองหาสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่มาใช้งานสักตัวในยุคนี้ คงจะไม่ได้มองเรื่องของสเป็คหรือดีไซน์เพียงอย่างเดียว แต่ตัวเลือกอันดับแรกๆเลยที่หลายคนนึกถึงและเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจซื้อสมาร์ทโฟนสักเครื่องก็คือเรื่องกล้องถ่ายภาพ เพราะสมาร์ทโฟนสมัยนี้ต่างก็แข่งขันกันเรื่องกล้องถ่ายภาพมากกว่าการเน้นการใช้งานที่เป็นโทรศัพท์เสียอีก และคราวนี้ทาง TechXcite ก็ได้ Huawei Mate 9 ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องกล้องถ่ายภาพเลนส์คู่ติดยี่ห้อ Leica มาลองกัน ครั้นจะทดสอบการถ่ายภาพทั่วไปก็มีอยู่ในรีวิวของเราแล้ว (คลิกไปดูรีวิว Huawei Mate 9 ได้ที่นี่) วันนี้เลยขอเอา Huawei Mate 9 มาลองท้าทายและทำอะไรสนุกๆด้วยการออกทริปถ่ายภาพ Portrait ดีกว่า จะได้รู้ไปเลยว่า กล้องหลังของ Huawei Mate 9 ตัวนี้มันจะไหวหรือเปล่า กับการถ่ายภาพด้วยโหมด Wide aperture หรือหลายๆคนเรียกกันว่าโหมดหน้าชัดหลังเบลอจากกล้องคู่ Leica ใน Huawei Mate 9 ตัวนี้นี่เอง

ยังไงขอเรียกโหมดหน้าชัดหลังเบลอแล้วกัน มันง่ายดี โดยโหมดนี้เป็นโหมดที่ผู้ใช้สามารถเลือกจุดโฟกัสได้ว่าจะเลือกจุดใดในภาพ และสามารถปรับเปลี่ยนจุดโฟกัสได้ในภายหลังอีกด้วย และที่สำคัญคือมันทำหน้าชัดหลังเบลอแบบเดียวกับพวกกล้อง DSLR หรือกล้อง Mirrorless ได้ เพียงแต่ว่าความเบลอที่ได้นั้นเป็นความเบลอที่เกิดจากตัวซอฟต์แวร์ไม่ใช่เกิดจากรูรับแสงของเลนส์

ข้อแตกต่างของการทำเบลอในภาพด้วยซอฟต์แวร์กับการเบอลของรูรับแสงนั้นก็คือ ความเนียนและการไล่ระยะโฟกัสนั่นเอง แน่นอนว่ามีหลายค่ายสมาร์ทโฟนที่ทำกล้องคู่ออกมา และใช้ซอฟต์แวร์ช่วยจัดการในการทำหน้าชัดหลังเบลอ สำหรับ Huawei Mate 9 แล้วแม้ว่าการเบลอหลังจะไม่ได้ถึงกับเรียบเนียนเหมือนการเบลอจากเลนส์จริงๆ แต่ทว่าภาพที่ได้นั้นก็ดูสวยแปลกตา และสร้างความโดดเด่นกับตัวแบบได้มากกว่าการใช้สมาร์ทโฟนถ่ายรูปทั่วไป แถมยังรู้สึกได้ว่ากล้องคู่ของ Huawei Mate 9 ตัวนี้จะมีระบบประมวลผลที่ทำให้การเบอลภาพแม่นยำและดูเนียนกว่า Huawei P9 (ความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆนะ)

จริงแล้วรูรับแสงของกล้อง Huawei Mate 9 มีขนาด F2.2 ทั้งคู่ โดยเลนส์ทั้งสองเมื่อใช้งานในโหมดหน้าชัดหลังเบลอจะทำการคำนวณระยะเพื่อแยกฉากหลังและตัววัตถุเพื่อสร้างความเบลอให้ภาพนั่นเอง โดยในโหมดนี้เราจะปรับความเบลอได้โดยจำลองรูปแบบการเปิดรูรับแสง โดยแคบสุดจะอยู่ที่ F16 เหมือนตัวอย่างรูปภาพด้านบน จะเห็นได้ว่าภาพจะมีระยะชัดทั้งภาพ อันนี้เหมาะเอาไว้ถ่ายวิว จะได้ระยะชัดครอบคลุมทั้งภาพ

 

แต่ถ้าปรับลงมาสักหน่อย เราก็จะได้ภาพที่เรียกว่าหน้าชัดหลังเบลอง่ายๆ แล้วแต่ว่าคุณเองจะเลือกจุดโฟกัสตรงไหน ก็จิ้มหน้าจอไปตรงจุดนั้น แล้วก็ลากหน้าจอเพื่อดูเอฟเฟคท์ที่เกิดขึ้นเลยว่า เบลอแค่ไหนถึงจะสวย หรือใครชอบให้แบบว่าทิ้งฉากหลังให้เละไปเลยไม่ต้องเห็นรายละเอียดก็เลื่อนไปได้มากสุดที่ F0.95 ฉากหลังของภาพก็จะถูกละลายแถมได้โบเก้ให้เห็นด้วย แต่ข้อควรระวังก้คือการเลือกเบลอภาพมากๆ มันส่งผลต่อความชัดในจุดอื่นๆด้วย บางทีเบลอแขน เบลอขาไปเลยก็ได้ถ้าปรับมากเกินไป 

นอกจากนี้เรายังสามารเลือกเอฟเฟคท์ที่จะเปลี่ยนรูปแบบการเบลอได้ พูดง่ายๆก็คือจุดที่เบลอของภาพนั้นจะมีเอฟเฟคท์ต่างๆออกไป เช่น จุดที่ชัดเป็นภาพสีแต่ส่วนที่เบลอกลายเป็นสีขาวดำเป็นต้น ก็ถือเป็นลูกเล่นสนุกๆที่ Huawei ใส่มาให้เล่น ที่สำคัญคือปรับเปลี่ยนได้ตลอดถ้าเรายังไม่ลบไฟล์ภาพต้นฉบับทิ้งไปเสียก่อน โดยภาพที่ถูกแก้ไขจะถูกบันทึกเป็นไฟล์ภาพใหม่เสมอ ไม่มีการไปบันทึกทับหรือรบกวนไฟล์ต้นฉบับแต่อย่างใด แต่ภาพที่เป็นไฟล์ใหม่จะไม่สามารถแก้ไขใดๆได้ อย่าได้เผลอลบผิดเชียว

ยังไม่หมดแค่นี้ เพราะ Huawei Mate 9 นั้นมีโหมดแก้ไขภาพมาให้ในตัวด้วย ซึ่งผู้ใช้งานก็ไม่จำเป็นจะต้องไปหาแอพพลิเคชั่นมาเพิ่มก็ได้ จะปรับแสงปรับสี ทำหน้าเนียนอะไรก็ว่ากันไป จบได้ในตัว แถมสะดวกและได้ผลลัพธ์ที่ถือได้ว่าค่อนข้างดีเลยทีเดียว แต่สุดท้ายก็เห็นหลายคนโหลดแอพฯแต่งภาพมาใช้อยู่ดี อันนี้ไม่ว่ากัน เพราะเราก็แต่ง

ส่วนฟิลเตอร์ต่างๆก็มีมาให้เลือกใช้ไม่ใช่แค่ปรับสีปรับแสง เพราะแน่นอนว่าถ่ายออกมาแล้วอาจจะดูธรรมดาไป อยากคุมโทนของภาพก็ใช้โหมดตกแต่งภาพที่มีฟิลเตอร์ให้เล่นในตัวนี่แหละ ทำได้เลย แถมมีมาให้เลือกเยอะแยะ ซึ่งจากการลองใช้งานก็พบว่าสีสันสวยและเข้าท่าดีทีเดียวสำหรับผู้ที่ไม่สันทัดกับการแต่งภาพในคอมพิวเตอร์

และแล้วเราก็ถึงเวลาในการนำเอา Huawei Mate 9 ตัวนี้ไปลุยถ่ายภาพแบบจริงจังเสียที โดยโจทย์ที่ต้องการและคิดไว้สำหรับทริปนี้ก็คือการถ่ายภาพแนว Portrait หรือถ่ายภาพบบุคคลโดยอาศัยการใช้โหมดหน้าชัดหลังเบลอช่วยนั่นเอง เปิดตัวด้วยภาพแรกด้านบนที่เห็นนั่นแหละ เบลอฉากหลังได้เนียนสวย เห็นรูปแล้วก็งงๆว่าเทคโนโลยีสมัยนี้มันดีจังเนอะ ไม่ต้องแบกกล้องใหญ่ๆไปก็ได้ถ้าไม่ซีเรียสหรือจริงจังอะไรมากๆ เพราะภาพที่ได้ใครเห็นก็บอกว่าปัง! ไม่มีพัง

ถามว่าถ่ายออกมาแล้วได้ภาพแบบนี้เลยเหรอ บอกได้เลยครึ่งหนึ่งว่าใช่ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นการใช้แอพพลิเคชั่นแต่งรูปเสียหน่อย โดยภาพส่วนใหญ่ที่เห็นในรีวิวนี้จะแต่งด้วยแอพฯ VSCO จ้า เพราะเป็นแอพฯยอดนิยมและมันมีฟิลเตอร์โทนสีสวยๆให้เลือกเยอะดี เลยขอตกแต่งซะหน่อยนะ ส่วนเรื่องเบลอเรื่องความคมชัดไม่ได้ไปยุ่งอะไรกับมันเลย ส่วนใหญ่ปรับแค่สีเท่านั้น กับย่อภาพลงมาด้วย Photoshop (อีกนิดนึงนะ ขอแถม)

Theme การถ่ายภาพคราวนี้เป็นชุดไทยจ้า นางแบบห่มสไบนุ่งโจงกระเบน เดินสบายๆ ช่วงนี้อากาศถึงจะร้อน แต่ไม่ถึงกับร้อนมากมายนัก มีลมโชยเย็นๆเดินถ่ายภาพเพลินๆได้อยู่ โดยเน้นหาฉากหลังที่ดูแล้วส่งเสริมกับชุด มีศาลาเรือนไทยมีน้ำมีคลองแบบสไตล์ไทยๆ แล้วก็เบลอฉากหลังทิ้งไปให้แบบโดดเด่นออกมา

ข้อดีขอการใช้งานโหมดหน้าชัดหลังเบลอใน Huawei Mate 9 ตัวนี้ก็คือ หากเราเลือกจุดโฟกัสผิดหรือถ่ายโดยไม่ได้เล็งอะไรมากนักเรายังสามารถกลับมาแก้ไขได้ แถมด้วยการเลือกความเบลอของฉากหลังได้ในภายหลัง ทำให้การแก้ไขภาพภายหลังทำได้ง่ายขึ้นมาก ถ้าเป็นกล้อง DSLR หรือกล้อง Mirrorless ก็เบลอแล้วเบลอเลย ถ้าเล็งโฟกัสผิดจุด กลายเป็นหลังชัดหน้าเบลอ หรือบางที่หน้าชัดแต่หูเบลอเพราะเปิดรูรับแสงกว้างไป ยิ่งอารมณ์ให้เพื่อนให้แฟนถ่ายให้ยิ่งเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าใครใช้กล้องประเภทนั้นน่าจะรู้ดี อารมณ์ประมาณว่า ภาพที่เราถ่ายให้แฟนจะดูดี กับภาพที่แฟนถ่ายให้เราจะไปชัดที่ฉากหลังแทน

ไหนๆก็พูดมาถึงเรื่องโฟกัสแล้ว ก็ขอต่ออีกหน่อยว่า ระบบโฟกัสภาพในกล้องจาก Huawei Mate 9 ถือว่ารวดเร็วทีเดียว และแน่นอนว่ามีระบบตรวจจับใบหน้าด้วย แม้จะใช้โหมดหน้าชัดหลังเบลอที่สามารถเลือกจุดโฟกัสภายหลังได้ก็ตาม โดยกล้องจะจับโฟกัสหากตรวจพบส่วนที่เป็นใบหน้าในภาพทำให้เราไม่ต้องมานั่งจิ้มหน้าจอ ยกเล็งถ่ายได้เลย โฟกัสก็แม่นและเร็วด้วย

แต่สิ่งหนึ่งที่ยังขัดใจอยู่บ้าง ก็คือบางครั้งเวลาเจอวัตถุกับฉากหลังที่มีรายละเอียดเยอะๆ ระบบจะทำการเบลอภาพไม่ค่อยเนียนเท่าไร คือจะบอกว่าบางทีสังเกตเห็นถึงขอบภาพอย่างเช่น แขนกับฉากหลังที่ดูมีรอยเหลื่อมๆเหมือนระบบมันงงๆว่าตรงจุดนั้นจะเบลอดีหรือเปล่า สังเกตได้จากภาพด้านบนและด้านล่างนี้ จะมีส่วนที่เป็นขอบชัดขึ้นมาทั้งที่ส่วนนั้นน่าจะเป็นส่วนที่เบลอตรงแขนนางแบบกับฉากหลัง ไม่รู้ว่าเห็นกันหรือเปล่า

ไปต่อกันยาวๆ ดูรูปกันเพลินๆ เพราะโหมดหน้าชัดหลังเบลอก็มีประมาณนี้แหละ ซึ่งก็ต้องบอกว่าไม่ใช่ทุกภาพจะต้องเปิดให้รูรับแสงกว้างๆซะหมด เพราะบางภาพเวลาเบลอจัดๆแล้วแทนที่จะสวยกลับดูเละตุ้มเป๊ะ เพราะมันไปเบลอในจุดที่ไม่ควรจะเบลอ อย่างเช่นภาพตัวอย่างด้านบนที่ถ่ายเต็มตัวนั้น ต้องปรับให้มันชัดทั้งภาพถึง F16 เพราะไม่อย่างนั้นแล้วขาเก้าอี้ ขานางแบบจะเบลอไปหมดเลยจ้า ใครที่เอาไปถ่ายก็ลองปรับๆเล่นๆดู ไม่ใช่เอะอะจะละลายทุกอย่างทิ้งอย่างเดียวเหลือแต่หัวชัด 

สำหรับการใช้งาน Huawei Mate 9 ตัวนี้ ผลที่ได้ออกมาถือว่าน่าพอใจ และแน่นอนว่าภาพที่ได้ไม่ถึงขนาดคมชัดสู้กับพวกกล้องหใญ่ๆเลนส์แพงๆ แต่สำหรับการเป็นสมาร์ทโฟนสักเครื่องที่สามารถติดตัวไว้ถ่ายภาพแล้วได้ภาพสวยๆออกมาก็ถือว่าน่าพอใจ ใครที่มองหาสมาร์ทโฟนกล้องดีๆสักตัวก็ลองดู Huawei Mate 9 ก็ได้ แม้ราคาดูเหมือนจะแรงสักหน่อย แต่โดยรวมแล้วคุณภาพของเครื่อง สเป็คและกล้องก็ถือว่าทำได้ดีเลยนะ

ทิ้งท้ายก่อนจากกัน มาดูตัวอย่างภาพถ่ายในที่แสงน้อยกันบ้าง ไม่อยากจะขยาย 100% มาให้ดู เดี๋ยวจะหาว่าโม้ เพราะตอนที่ถ่ายภาพเซ็ตหลังนี้แสงหมด มีเพียงแสงจากพวกโคมไฟต่างๆ บอกได้เลยว่า Noise มาเพียบ มาตรึม ตามประสากล้องมือถือนั่นแหละ ที่บอกว่าไม่อยากเอาภาพขยายมาให้ชมชัดๆเพราะมันเยอะจริงๆ โชคยังดีได้หน้าชัดหลังเบลอนี่แหละมาช่วยนิดหน่อยบวกกับแต่งภาพให้คุมโทนไว้จะได้ไม่น่าเกลียด เรียกได้ว่าทริปนี้ท้าทายการถ่ายภาพแนว Portrait กันเลย เพราะอย่างที่บอกว่าทุกภาพถ่ายจากกล้องของสมาร์ทโฟน Huawei Mate 9 ล้วนๆ ไม่ใช้ตัวแสดงแทน ภาพทุกภาพก็เป็นภาพจริง

อีกนีดนึง บอกเล่าให้ฟังว่าถ้าใครเอาไปถ่ายภาพที่มีฉากหลังเป็นดวงไฟก็จะได้โบเก้ด้วยนะ เอากับเขาสิ แบบที่เห็นตามภาพนั่นแหละ มาซะกลมจนนึกว่าใช้เลนส์ที่มีกลีบรูรับแสง 9 กลีบ! ไม่มีอะไรแล้วล่ะ จบแล้วจ้า!

แถมก่อนตัดจบ

จุดเด่น

  • ทำหน้าชัดหลังเบลอสวย ถ่ายง่าย
  • โฟกัสไวดี
  • เมนูต่างๆใช้งานง่าย มีลูกเล่นเยอะ

จุดสังเกต

  • White Balance เพี้ยนๆบ้างตอนเจอแสงเน่าๆ
  • ไฟล์สวยตอนกลางวัน Noise บานตอนกลางคืน