Review : Beseye Pro กล้องวงจรปิดไร้สายอัจฉริยะ เชื่อมต่อง่ายใช้งานสะดวก มาพร้อมกับระบบสมองกล

MissIT | 2 ก.พ. 2560 12:48:38 (อัพเดต 15 ก.พ. 2560 14:46:18)

12815

VIEWS MissIT

Review : Beseye Pro กล้องวงจรปิดไร้สายอัจฉริยะ เชื่อมต่อง่ายใช้งานสะดวก มาพร้อมกับระบบสมองกล

ยุคนี้สมัยนี้การติดกล้องตามบ้านกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปซะแล้ว หลาย ๆ คนอยากจะลองใช้ IP Camera แต่กลัวจะมีความยุ่งยากในการใช้งาน วันนี้เรามีเจ้า Beseye Pro มารีวิวให้ชมกัน จุดเด่นเจ้าตัวนี้เลย คือการออกแบบที่สวยงามการันตีจากรางวัลที่ติดอยู่หน้ากล่อง การเชื่อมต่อที่สะดวก มาพร้อมกับความสามารถในการตรวจจับ วัตถุ บุคคล โดยมีระบบ AI เป็นตัวช่วยคอยประมวลผล ยิ่งใช้ไปนาน ๆ กล้องก็ยิ่งฉลาดขึ้น แถมยังได้คุณภาพของภาพที่ดีอีกด้วย จะเป็นยังไงติดตามได้ในรีวิวนี้

แกะกล่อง

กล่องของ Beseye Pro นั้นมีการออกแบบที่สวยงาม โดยที่จะมีสีของตัวเครื่องระบุอยู่หน้ากล่อง สีที่เอามาจำหน่ายในไทยจะมี สีขาว กับ สีชมพู

ดึงปลอกชั้นแรกออกจะเจอกับกล่องแข็งอีกชั้น

เปิดออกมาเราก็จะเจอกับ Beseye Pro ฐานกล้องแบบแม่เหล็ก และคู่มือ

เมื่อยกออกข้างล่างกล่องจะมีอุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่

มี สายไฟแบบ USB ยาว 3 เมตร, อะแดปเตอร์แปลงไฟแบบ USB, สกรูและพุก, 

แผ่นกาวแรงยึดติดสูง 3M VHB, ตัวยึดกับเพดาน/ ผนัง

ตัวเครื่อง

ตัวเครื่อง Beseye Pro นั้นประกบติดกันด้วยแม่เหล็กแรงดึงสูง (Bearing-free Magnetic) สามารถหมุนได้รอบทิศทาง 360 องศา มีดีไซน์สวยงามดูน่าใช้งาน โดยที่เจ้า Beseye Pro นั้นได้รับรางวัลจากเวทีระดับโลกอย่างมากมายเช่น iF Design Award 2015 (Germany), Red Dot Design Award 2015(Germany), และ Good Design Award 2015 (Japan) จึงการันตีได้เลยว่าเค้าออกแบบมาได้ดีจริง ๆ

การเชื่อมต่อ

เจ้า Beseye Pro นั้นเชื่อมต่อง่าย ๆ ผ่าน App Beseye ที่มีทั้งใน iPhone, iPod Touch iPad, และ Android Phone, Android Tablet, รองรับ iOS 7+ , Android 4.0+ ขึ้นไป

ตั้งค่าง่าย ๆ ภายใน 5 ขั้นตอน

  • ขั้นตอนที่ 1: ให้เรากดปุ่ม Setup camera and Sign up
  • ขั้นตอนที่ 2: ให้สร้างบัญชีผู้ใช้ (Create Account) ขึ้นมา 
  • ขั้นตอนที่ 3: ให้ราเลือกต่อ Wi-Fi ของเราและใส่รหัสผ่าน (รองรับเฉพาะ Wi-Fi 2.4GHz เท่านั้น)
  • ขั้นตอนที่ 4: กล้องจะทำการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ผ่านรหัสเสียง Let It Bee™ 
  • ขั้นตอนที่ 5: กล้องพร้อมใช้งาน ภายในไม่ถึงนาที

คุณภาพกล้อง 

เจ้า Beseye Pro นั้นนอกจากจะสวยที่ภายนอกแล้วยังได้ไฟล์ภาพที่สวยเหมือนกับตัวของมันด้วย เพราะได้เลนส์ 2MP Full-HD, Focal length 2.38mm, Ultra-wide 125º และรูรับแสงขนาด F/2.2 ได้ความละเอียดภาพที่ 720P ที่ 30fps แถมยังมี CPU ช่วยประมวลผลอีกด้วย จึงทำให้เก็บภาพได้ดีเลยทีเดียว

ภาพตัวอย่าง

เจ้า Beseye Pro นั้นใช้ เลนส์ Ultra Wide 125 องศา ทำให้การเก็บภาพทำได้กว้างมาก ๆ เลยทีเดียว 

เรื่องการใช้ในที่มืดไม่น่าเป็นห่วงเลยสำหรับ Beseye Pro เพราะเจ้าตัวนี้มาพร้อมกับ Infrared LED ถึง 6 ดวง และตัวเลนส์ของ Infrared LED นั้นทำมาจากวัสดุ PMMA ที่ยอมให้แสง Infrared ส่องทะลุผ่านได้มากถึง 92% ทำให้มองเห็นในเวลากลางคืนได้ไกลถึง 8 เมตร

เปิด Infrared

ปิด Infrared

ภาพตอนเช้า

เปิด Infrared

ปิด Infrared

ภาพตอนเช้า

จากที่ดูรูปแล้วคงจะเห็นความแตกต่างระหว่าง เปิด/ปิด Infrared ซึ่งเราจะเห็นว่าการเปิด Infrared นั้นจะได้ภาพที่เก็บลายละเอียดได้ดีกว่า กับได้ภาพที่สว่างกว่าพอสมควร

ความสามารถ

เจ้า Beseye Pro นั้นมาพร้อมกับระบบ AI ที่สามารถแยกแยะวัตถุ, บุคคล, ใบหน้า, เพศ, อายุ และอารมณ์ได้ ซึ่งเราจะต้องใช้เวลาสัก 3 วันแรก ให้ระบบ AI ของกล้องได้เรียนรู้สภาพแวดล้อมก่อน และหลังจากนั้นพอครบ 2 อาทิตย์ AI ของกล้องก็จะเริ่มรู้จักวัตถุบุคคล เพราะฉะนั้นเรามาทำความรู้จักความสามารถต่าง ๆ ในหน้าตั้งค่ากันก่อนดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

ให้เราเข้ามาหน้า Settings เราจะเจอหมวดของการตั้งค่าอยู่หลัก ๆ 4 หัวข้อใหญ่ จะมี Power settings , AI settings , Hardware settings , Misc functions

มาเริ่มกันที่ Power settings

จะมีอยู่ 2 แถบให้เลือกแถบแรกจะเป็นการเปิด-ปิดกล้อง


แถบที่ 2 จะเป็นการเลือกเวลาเปิด-ปิดกล้องโดยที่เราต้องเปิดโหมดนี้ก่อนถึงจะเข้าไปตั้งเวลาเปิด-ปิดของกล้องได้

หัวข้อต่อมาเป็น  AI settings จะมี 5 แถบให้เราเลือก

แถบแรกจะเป็น Notification settings จะเป็นการให้เลือกการแจ้งเตือนว่าถ้ามีวัตถุหรือบุคคลผ่านหน้ากล้องจะให้มีการแจ้งเตือนที่มือถือของเราไหม

Edit detection area

เป็นการกำหนดให้กล้องสร้างโซนตรวจจับการเคลื่อนไหวเฉพาะพื้นที่ ๆ เราต้องการ เช่น ประตู เป็นต้น หากมีคนเดินเข้า-ออกประตู หรือเดินผ่านในโซนที่เรากำหนดไว้ กล้องก็จะทำการแจ้งเตือนที่มือถือเราทันที

Human detection optimization

เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบบุคคล โดยที่โหมดนี้จะใช้เวลาเรียนรู้ตั้งแต่ที่เราติดตั้งกล้องตั้งแต่วันแรก โดยระบบ AI จะแสดงรูปที่คิดว่าเป็นคนมาให้เราตรวจสอบ ถ้ารูปไหนไม่มีคนก็ให้เราติ๊กออก กล้องก็จะเริ่มเรียนรู้การแยกวัตถุกับบุคคลไปพร้อมกับเรา หากมีการเคลื่อนย้ายกล้องไปติดตั้งที่อื่น ให้ทำการรีเซ็ตระบบเรียนรู้นี้ เพื่อให้กล้องเรียนรู้สิ่งแวดล้อมของที่ตั้งใหม่ และเริ่มต้นกระบวนการนี้อีกครั้ง

Stranger invasion โหมดตรวจจับคนแปลกหน้า 

โดยที่โหมดนี้จะให้เราบันทึกรูปสมาชิกในครอบครัวหรือพนักงานของเรา (Add Members) เข้าไปในระบบของกล้อง โดยที่สามารถเพิ่มสมาชิกได้สูงสุด 4 คน ซึ่งรูปที่ถ่ายและบันทึกลงในกล้องนั้น ให้เน้นถ่ายรูปเฉพาะบริเวณศีรษะและใบหน้า (Headshot) ถ่ายหลาย ๆ มุมได้ยิ่งดี ระบบ AI ของกล้องก็จะมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น โดยสามารถบันทึกได้ 18 รูป ต่อ 1 คน

Beseye labs

จะเป็นการเก็บสถิติ โดยให้เรากำหนดช่วงเวลาที่ต้องการทำการวิเคราะห์ แล้วกล้องจะประมวลผลว่า วันนี้เวลานี้ มีคนที่เดินผ่านกล้องไปทั้งหมดกี่คน เป็นเพศอะไร อายุประมาณเท่าไหร่ และบอกได้แม้กระทั่งอารมณ์ของคนที่เดินผ่าน ซึ่งบอกเลยว่าค่อนข้างตรงเลยทีเดียว ฟังก์ชั่นนี้เหมาะกับร้านค้า หรือองค์กรขนาดเล็กที่ต้องการนำข้อมูลของลูกค้าที่เข้าร้านไปวิเคราะห์

Hardware settings

กดเข้าไปเราจะเจอการตั้งค่าตัวกล้องพื้นฐาน

  • Camera microphone เป็นการเปิด/ ปิดไมโครโฟน
  • ปรับระดับเสียง
  • Status light เปิด/ ปิดไฟ LED แสดงสถานะการทำงาน บนตัว Beseye Pro
  • Video upside down การกลับภาพวีดีโอ
  • Video quality การปรับระดับความละเอียดวีดีโอ
  • Night vision โหมดกลางคืน จะเลือกเปิด/ปิด Infrared หรือเปิด/ปิดอัตโนมัติ
  • Motion Sensitivity การตั้งค่าเกี่ยวกับการตรวจจับความเคลื่อนไหวสามารถปรับได้ 3 ระดับ
  • Wi-Fi setting จะบอกว่าเราเชื่อมต่อ Wi-Fi ตัวไหนอยู่ถ้าจะเปลี่ยน Wi-Fi ก็เลื่อนลงมาดูรายชื่อข้างล่าง
  • Time Zone เป็นการกำหนดโซนเวลา อันนี้ให้เลือกตามประเทศที่เอาไปใช้งานเพราะกล้องจะยึดโซนเวลาตรงนี้ไปบันทึก เวลาเราดูกล้องสด (Live) หรือดูเฉพาะเหตุการณ์ (Events)

Misc functions จะมี 2 แถบ

อันแรกจะเป็น Camera information และอันที่ 2 จะเป็น Remove camera ไว้สำหรับลบกล้องออกจาก Account 

โดย Camera information จะมี 3 หัวข้อหลัก ๆ มี Camer name เราสามารถเปลี่ยนชื่อกล้องจากตรงนี้ได้เลยและอีก 2 อันจะเป็น Serial number กับ Mac address ของ Beseye Pro

การใช้งานจริง

ตั้งแต่เริ่มติดตั้งไปจนถึงการใช้งานนั้นค่อนข้างที่จะสะดวกสบายเลยทีเดียว หน้าจอที่ใช้งานก็เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน

เริ่มต้นจากหน้าหลัก จะมีกล้องที่เราเชื่อมต่ออยู่พร้อมกับบอกชื่อของกล้องโดยที่เราสามารถเพิ่มได้สูงสุดถึง 20 ตัว (ตามทฤษฎีสามารถเพิ่มกล้องได้ไม่จำกัด แต่ถูกจำกัดไว้โดยความเร็วของอินเทอร์เน็ต)

การใช้งานผ่านหน้าจอมือถือนั้น ถือว่ามีความสะดวกเข้าใจง่ายเลยทีเดียว โดนที่หน้าจอหลักในการดูกล้องจะมีโหมดต่าง ๆ เช่น

  • Go Live เป็นการดูภาพสดแบบ Real-time
  • ปุ่ม Pause ไว้พักภาพ
  • ปุ่มถ่ายรูป ไว้เก็บรูปหน้าจอ
  • ปุ่มไมโครโฟน ไว้สำหรับสนทนา สามารถคุยสดได้โดยการกดค้างและพูด
  • และโหมด Event

โหมด Event ไว้ดูเหตุการณ์สำคัญ ๆ เช่น มีวัตถุเคลื่อนไหว หรือมีบุคคลเดินผ่าน โดยที่จะมีแจ้งชื่อไว้ด้วยถ้าเรา Add Members ไว้ในโหมดของ Stranger invasion

นอกจากนี้เรายังใช้งานผ่าน Web browser ได้อีกด้วย


แต่ก็ต้องใช้รหัสในการยืนยันตัวตนด้วย โดยที่จะส่งมาใน App และ E-Mail

โดยการใช้งานหน้าตาจะคล้าย ๆ กับการใช้งานผ่านโทรศัพท์

และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราสามารถ Download วีดีโอได้ผ่าน Web browser โดยที่สามารถ Download ได้ครั้งละ 10 นาที และ ตัวกล้องจะ Back up วีดีโอไว้ให้เรา 24 ชั่วโมง (อยากได้เวลา Back up เพิ่มต้องซื้อโปรเพิ่ม)

การทํางานร่วมกับอุปกรณ์หรือแอพอื่น ๆ 

ความเจ๋งของเจ้า Beseye Pro ตัวนี้คือ มันสามารถทํางานร่วมกับอุปกรณ์หรือแอพอื่น ๆ ได้โดยผ่านเจ้าแอพพลิเคชั่น ที่ชื่อว่า IFTTT (If This Then That) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการสื่อสารของแอพและอุปกรณ์ต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน โดยผู้ใช้สามารถสร้าง Applet เพื่อทําสิ่งต่าง ๆ ที่เราตามต้องการได้ เช่น เมื่อเจ้า Beseye Pro ตรวจจับการเคลื่อนไหวของมนุษย์ได้ก็จะไปสั่งงานให้ระบบไฟในบ้านเปิดหรือว่ากระพริบไฟ พร้อมทั้งส่ง ข้อความมาแจ้งใน LINE ของเรา หรือตั้งค่าให้ส่งอีเมล, โพสต์ลง Facebook ก็ตามแต่ที่เราจะเลือก เป็นต้น 

นับว่าเจ้า Beseye Pro นั้นเป็นกล้องแห่งยุค Internet of Things (IoT) อย่างแท้จริง เพราะสามารถเชื่อมต่อ กับอุปกรณ์หรือแอพอื่น ๆ ผ่านระบบ Internet และในอนาคตอันใกล้นี้ Beseye Pro จะสามารถเชื่อมต่อเข้า กับ Apple Home และ Google Weave ได้ด้วย ทําให้เราสะดวกสบายมากขึ้นเข้าไปอีก 

ความปลอดภัย

กล้องตัวนี้มีระบบการเข้ารหัสความปลอดภัยของข้อมูลแบบ 128-bit SSL เป็นการจัดการความปลอดภัยในระบบอินเทอร์เน็ตที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลกันระหว่างไคลเอนต์กับเซิร์ฟเวอร์ ปกติแล้วข้อมูลที่ส่งไปหากันจะไม่มีการเข้ารหัสข้อมูล ทำให้การดักจับข้อมูลเป็นไปได้ง่าย การเข้ารหัสแบบ 128-bit SSL ทำให้ข้อมูลที่รับส่งกันนั้นมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งระบบนี้เป็นระบบเดียวกันกับที่ใช้ในธนาคาร

ส่วนใครที่กลัวกล้องจะโดนขโมยแล้วนำไปใช้ต่อง่าย ๆ หายห่วงได้เลยเพราะถ้าเราไม่กด Remove camera กล้องออกจาก Account ก่อนกล้องก็จะไปเชื่อมต่อกับโทรศัพท์หรือ Wi-Fi เครื่องอื่นไม่ได้

สรุป

สำหรับใครที่อยากได้กล้องวงจรปิดไร้สายมาใช้งานในบ้าน หรือร้านค้าขนาดเล็กก็เป็นอีก 1 ตัวเลือกที่ดี ที่อยากให้มาลองใช้เจ้าตัว Beseye Pro เพราะความสามารถที่มีนั้นก็ถือว่าดีเลยทีเดียว เหมาะกับจะเอามาติดไว้ดูลูกเล็กเด็กแดง ผู้สูงอายุ ไปจนถึงสัตว์เลี้ยง ในเวลาที่เราไม่อยู่บ้าน แถมยังตอบโจทย์ร้านค้าขนาดเล็กอีกเพราะสามารถเก็บสถิติคนเข้าร้านออกร้านได้ แถมยังแบ่งช่วงอายุ เพศ และ อารมณ์ได้อีกด้วย 

ราคาและสถานที่จัดจำหน่าย

  • ราคา 5,990 บาท มีสีขาว กับ สีชมพู
  • สินค้ารับประกัน 1 ปี
  • สินค้าออกแบบและผลิตในประเทศไต้หวัน
  • ร้าน GOOD DESIGN STORE Bangkok, ชั้น 4, Central Embassy โทร: 02 160 5686
  • โซน BEtrend, ชั้น 3, เอ็มโพเรียม
  •  ร้าน Thai Black Box โทร: 08 3263 3343
  • Shopee: https://goo.gl/TK9kui
  • นำเข้าและจัดจำหน่าย โดย บริษัท คิง ดรากอน เทรดดิ้ง จำกัด ตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย
  • โทร 02 742 4474 (จันทร์ - ศุกร์ เวลา 09:00 - 18:00) 
  • LINE@: @kingdragontrading หรือคลิกที่ลิ้งค์ https://goo.gl/PVk0l5
  • Facebook Messenger: m.me/kingdragontrading 

ข้อดี

  • ฟรีซอฟท์แวร์อัพเดทตลอดชีวิต
  • สามารถเชื่อมต่อและสั่งงานกับอุปกรณ์อื่น ๆ ผ่าน IFTTT ได้ 
  • ตัว App และ Browser ใช้งานสะดวก
  • ระบบรักษาความปลอดดี
  • ดีไซน์สวยงามน่าใช้ ได้รับรางวัลระดับโลก
  • การติดตั้งและเชื่อมต่อทำได้ง่าย ๆ

ข้อสังเกต

  • ไม่สามารถเก็บข้อมูลผ่านหน่วยความจำภายในและภายนอกได้
  • รองรับเฉพาะ Wi-Fi ความถี่ 2.4GHz เท่านั้น