Review : Samsung DeX Station เปลี่ยน Galaxy S8/S8+ ของคุณให้กลายเป็นคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปเครื่องโต !!

เฮียแม๊พ | 25 เม.ย. 2560 10:44:20 (อัพเดต 28 เม.ย. 2560 13:05:45)

19638

VIEWS เฮียแม๊พ

Review : Samsung DeX Station เปลี่ยน Galaxy S8/S8+ ของคุณ
ให้กลายเป็นคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปเครื่องโต !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวแก็ดเจ็ตใหม่กับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับอุปกรณ์ตัวใหม่ล่าสุดที่ถูกเปิดตัวมาพร้อมกับสองเรือธงตัวใหม่ Samsung Galaxy S8/S8+ อย่าง Samsung DeX นั่นเอง ซึ่งความสามารถของเจ้าตัวนี้ก็คือสามารถเปลี่ยนสมาร์ทโฟน 2 รุ่นใหม่นี้ให้กลายเป็นคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปเพียงแค่จับมาเชื่อมต่อกันเท่านั้นเอง ส่วนวิธีการจะใช้งานยังไง และเจ้าตัวนี้จะน่าสนใจแค่ไหนเรามาติดตามไปพร้อมๆกันดีกว่าครับ :D

การดีไซน์

ก่อนจะไปดูการทำงานของเจ้าตัวนี้เรามาดูรูปลักษณ์ของเจ้า DeX Station กันก่อน หน้าตาดูเผินๆแล้วคล้ายกับพวก Wireless Charger ที่มีความหนาขึ้นประมาณนั้นเลย เพราะทรงจะเป็นกลมๆเหมือนแท่นวางอะไรซักอย่างนั่นแหละครับ

ตัวฝาด้านบนสามารถสไลด์ขึ้นได้แบบนี้ยิ่งทำให้ดูคล้ายกับ WirelessCharger เข้าไปใหญ่ แต่พอเลื่อนขึ้นมาแบบนี้แล้วภายในจะมีพอร์ท USB-C เพื่อเชื่อมต่อกับตัวสมาร์ทโฟนโฟนอยู่ แต่เดี๋ยวค่อยมาพูดถึงการใช้งานกันอีกทีเนาะ

รอบๆตัว DeX ก็จะมีพอร์ทการเชื่อมต่อมาให้เกือบครบเลย ทั้งพอร์ท USB-C , HDMI , Ethenet LAN และพอร์ท USB 2.0 จำนวน 2 พอร์ท

หน้าตารวมๆก็ประมาณนี้ครับกลมๆคล้ายกับพวก Wireless Charger แต่วัสดุของตัวเครื่องเป็นพลาสติกด้านๆ ไม่ใช่มันเงาแบบ Wireless Charger ตัวก่อนนะครับตรงนี้จะต่างกันนิดหน่อย

การใช้งานและหน้าตา UI

มาเข้าเรื่องการใช้งานกันต่อเลย Samsung DeX นั้นอย่างที่ทราบว่าเราจำเป็นต้องเชื่อมต่อตัวเครื่อง Galaxy S8 หรือ S8+ เข้าไปด้วย รูปแบบการเชื่อมต่อก่อนอื่นก็ให้เชื่อมต่อสายชาร์จไฟเข้าไปก่อน ตรงนี้แนะนำว่าให้ใช้อแดปเตอร์ Fast Charge ของ Samsung เองด้วยไม่งั้นระบบจะไม่ทำงานนะจ๊ะ จากนั้นก็เชื่อมต่อสาย HDMI เข้ากับจอมอติเตอร์หรือทีวีได้เลยครับ

พอเชื่อมต่อกันเรียบร้อยก็เพียงเอาเครื่อง S8 หรือ S8+ ของเราลงไปจากนั้นรอสักครู่ตัวระบบจะทำการเชื่อมต่อเข้าหากันและติดเป็นหน้า Samsung DeX ขึ้นมา เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งตรงนี้ตัวเครื่องสามารถแสดงผลได้สูงสุดที่ความละเอียด 4K กันเลยทีเดียวครับ

ต้องบอกก่อนว่าระบบภายในทุกอย่างยังคงเป็น Android 7.0 Nougat ตัวเดียวกับบนเครื่อง Galaxy S8/S8+ ทั้งหมด เพียงแต่ทาง Samsung มีการปรับแต่งหน้าตา UI ตรงนี้ใหม่ทั้งหมดให้ดูมีความเป็นคอมพิวเตอร์มากขึ้น ดูๆแล้วการจัดวางหลายๆอย่างก็ให้ความรู้สึกเหมือนกับบน Windows เข้าไปด้วยนะ

การใช้งาน DeX นี้เราจำเป็นต้องใช้งานควบคู่กับเมาส์หรือคีย์บอร์ดแยกด้วย ซึ่งในตัว DeX จะมีช่อง USB ให้ใช้งานอยู่ 2 พอร์ทพอดีกับการใส่เมาส์และคีย์บอร์ดลงไปพอดีเป๊ะครับ เท่านี้เราก็เริ่มใช้งานกันได้แล้วล่ะ

ไฟล์ทุกอย่างที่อยู่บนเครื่องเราก็จะโชว์บนนี้ทั้งหมดเหมือนกับเอามือถือมาขยายร่างยังไงยังงั้นแหละครับ เราสามารถจัดหน้าไอคอนได้อย่างอิสระในหน้าแรกนี้หรือจะเอาแอปที่ใช้บ่อยๆมาไว้ที่แถบด้านล่างก็ทำได้เช่นกัน

ตัวแถบความคุมต่างๆด้านล่างจะมีหน้า App Drawer , Recent App และโฮมตามลำดับ App Drawer จะแบ่งเป็นหน้ารวมแอปคล้ายกับหน้า Windows ของ Windows 10 มีระบบค้นหาแอปต่างๆก็คล้ายกับบนมือถือด้วยเหมือนกันนะตรงนี้ อ๊ะ...ลืมบอกไปตัว Samsung DeX นั้นรองรับภาษาไทยแบบสมบูรณ์เหมือนกับบนสมาร์ทโฟนเลยนะครับ ใครที่กำลังห่วงเรื่องนี้อยู่สบายใจได้ :D

ส่วนหน้า Recent App ก็จะแบ่งหน้าจอเป็นแอปใหญ่ๆคล้ายกับบน Windows อีกนั่นแหละ แบ่งเป็นแอปที่เราเคยเปิดมาก่อนหน้ายังเปิดค้างไว้อยู่ครบ โชว์ภาพพรีวิวของตัวแอปชัดเจนครับ

ส่วนด้านขวาสุดจะมีแถบนาฬิกา , ปฏิทิน และพวกคำสั่งพิเศษอย่างการแคปหน้าจอ , ปรับระดับเสียง การค้นหา และ Virtual Keyboard อยู่ด้วย

ตรงมุมล่างนี้มีตัวเลือก Virtual Keyboard หรือคีย์บอร์ดเสมือนบนหน้าจอให้เราเลือกจิ้มๆด้วยถ้าเกิดว่าไม่มีคีย์บอร์ดมาเชื่อมต่อเพิ่มน่ะนะ แต่แนะนำว่าใช้คีย์บอร์ดแยกด้วยจะสะดวกกว่ากันเยอะครับตรงนี้

นอกจากนี้เรายังสามารถดูคีย์ลัดที่บนคีย์บอร์ดของเราได้ด้วยจากไอคอนรูป A ตรงแถบด้านล่างนี้ที่บอกว่าเรามีการเชื่อมต่อคีย์บอร์ดแยกอยู่ ซึ่งบางปุ่มกดจะไม่เหมือนกับบน Windows ที่เราเคยใช้ซะทั้งหมด อย่างปุ่ม Home ก็ใช้การกดปุ่ม Windows+Enter หรือการเปลี่ยนภาษาก็ใช้การกด Alt+Space แทนประมาณนั้นครับ

ถัดมาจะเป็นแถบการแจ้งเตือนและ Toggle Switch ที่เหมือนยกของเอาแถบ Notification ลงมาไว้ตรงมุมล่างนี้แทนนั่นเอง ก็ดูแปลกตาไปอีกแบบเนาะ

หน้าตาของ DeX เราสามารถปรับแต่งได้เล็กๆน้อยๆโดยในหน้า Settings หลักจะมีการเพิ่มหมวด DeX เข้ามาให้ปรับแต่งได้อยู่นิดหน่อย ซึ่งเราสามารถปรับพวก Wallpaper ของหน้าจอหลักนี้ได้ ตั้งเวลาล็อกหน้าจอกี่นาที หรือจะเป็นพวกค่าความเร็วของเมาส์เป็นต้น

แอปทั้งหลายของแอนดรอยด์ก็จะถูกปรับแต่งให้เข้ากับการใช้งานรูปแบบเดสก์ท็อปได้เนียนพอสมควร กดเข้าแอปก็จะมีหน้าตาลอยๆขึ้นมาเหมือนบน Windows ซึ่งแอปของ Samsung เองจะมีการปรับแต่งมาให้เข้ากับการใช้งานในแนวนอนเป็นส่วนใหญ่

เราสามารเปิดได้หลายหน้าต่างตามในภาพเลยอย่างในภาพผมเปิดแอปประมาณ 4 หน้าตาก็ยังทำงานได้ลื่นไหลอยู่นะครับ

พอใช้งานบนหน้าจอใหญ่ๆแบบนี้เราก็สามารถใช้งานทำงานเอกสารต่างๆได้ถนัดขึ้น อย่างพวก Microsoft Office ทั้ง Word , Excel , Powerpoint ที่มีรูปแบบการทำงานใกล้เคียงกับบนคอมพิวเตอร์มากขึ้น แบบนี้ถ้าเรามีการทำงานเอกสารเหล่านี้ผ่านตัวมือถืออยู่แล้วมาทำต่อเนื่องผ่าน DeX นี้ก็ยิ่งสะดวกต่อการทำงานมากขึ้นเลยล่ะ

ความบันเทิงเมื่อเชื่อมต่อผ่าน Samsung DeX

ถึงแม้ว่าแอปสำหรับการทำงานหลักๆอย่างพวก Microsoft Office จะทำงานได้ดีระดับนึงเลย แต่ก็ใช่ว่าทุกแอปจะแสดงผลหรือใช้งานได้เต็มที่ซะทีเดียว บางแอปก็จะใช้การไม่ได้เลยหรือใช้งานได้ไม่เต็มรูปแบบซะทีเดียวถ้าใครที่อยากเล่นเกมบนหน้าจอใหญ่ๆผ่าน DeX ก็คงต้องผิดหวังไปล่ะครับ เพราะเกมส่วนใหญ่นั้นไม่ได้ถูกปรับให้ใช้งานมาให้ควบคู่กับบนระบบนี้ บางเกมอาจเปิดติดขึ้นมาได้แต่ก็มีหน้าจอดำค้างไปเลย หรือบางเกมก็ไม่สามารถรันขึ้นมาได้เลยเพราะไม่รองรับแบบจริงจัง

แต่บางเกมก็สามารถเปิดติดได้เหมือนกันนะ อย่างเกม Power Rangers ที่ผมลองโหลดมาทดสอบจากตัวมือถือพอมาเปิดบนนี้ก็พอเล่นได้ครับ ด้วยตัวเกมที่ไม่ได้มีการควบคุมมากมายอะไรแค่กดคำสั่งเป็นครั้งๆไป ก็พอจะเล่นได้อยู่ แต่การควบคุมบางอย่างเช่นการขยับตัวไปหน้าหรือหลัง ที่ปกติใช้การปาดหน้าจอซ้าย-ขวาเพื่อขยับ พอมาเล่นบนนี้กลายเป็นว่าใช้คลิกเมาส์เลื่อนผ่านหน้าจอเพื่อขยับตัวไม่ได้ซะงั้น

หรือถ้าจะเล่นเกมให้ดูดีขึ้นมาหน่อยหาพวก Emulator มาใช้ร่วมกันอันนี้พอได้อยู่ครับ เพราะด้วยตัวเครื่องนั้นรองรับการต่อจอยเพิ่มหรือคีย์บอร์ดอยู่แล้ว ถ้าหามาเพิ่มก็พอจะเล่นเกมแบบนี้ได้อยู่ อย่างที่ผมลองกับแอป PPSSPP ที่เป็นอีมูของ PSP ก็เล่นงานได้ดีไม่ต่างจากบนมือถือทั้งความลื่นไหล และด้วยปรับปุ่มกดให้ใช้งานคู่กับคีย์บอร์ดหรือจอยได้ด้วยก็ยิ่งเล่นได้เหมาะมือขึ้นไปอีก แต่ข้อจำกัดของแอปพวกนี้ก็คือเราไม่สามารถขยายหน้าต่างให้ใหญ่ขึ้นได้ สุดท้ายถ้าใช้บนจอมอนิเตอร์ทั่วไปขนาดหน้าจอก็ไม่ได้ต่างจากเล่นบนมือถือสักเท่าไหร่ล่ะเนอะ ><

ส่วนเรื่องเสียงที่ได้จากการเชื่อมต่อ DeX นั้นตอนแรกจะถูกตั้งค่ามาให้ออกจากมือถือเป็นหลัก อาจจะได้เสียงที่แปลกหูไปเหลือเกินเพราะลำโพงตัวเครื่องมือถือก็ไม่ได้คุณภาพขนาดนั้นน่ะเนอะ แต่ถ้าจอมอนิเตอร์หรือใช้งานเสียงจากตัวทีวีเองเลยก็ไปตั้งค่าเรื่องเสียงออกได้จากการตั้งค่าในส่วนของ Toggle ได้ครับ จะมีให้เลือก Audio Output ให้เลือกอยู่ว่าจะให้ออกทางไหน

หรือถ้าเรามีหูฟังบลูทูธดีๆก็สามารถเชื่อมต่อเข้ากับตัวเครื่องแล้วให้เสียงเล่นผ่านตัวลำโพงแยกได้เช่นกัน ยิ่งเจ้า Galaxy S8/S8+ นั้นมาพร้อม Bluetooth 5.0 ที่ช่วยในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ถึง 2 อุปกรณ์ในเวลาเดียวกันน่ะนะ

ในเรื่องความปลอดภัยก็หายห่วงครับ ถ้าเกิดมือถือเราตั้งค่าล็อกรหัสไว้ พอมาเสียบกับเจ้า DeX ก็ยังคงต้องใช้รหัสผ่านในการปลดล็อคอยู่ ตรงนี้ก็ไม่ต้องกลัวเรื่องข้อมูลสำคัญรั่วไหลแล้วล่ะ

หรือถ้ามีการตั้งค่าแบบปลดล็อค Face Unlock ไว้บนสมาร์ทโฟนด้วยก็ดูจะง่ายขึ้นไปใหญ่ ไม่จำเป็นต้องมากดรหัสแล้ว เราสามารถกดเลือกปลดล็อคด้วยใบหน้าได้เลย พอกดแล้วตัว S8 จะติดขึ้นมาให้เรามองไปแว้บเดียวที่มองเครื่องก็ปลดล็อคให้ทันทีครับ

โทรศัพท์ยังใช้งานได้มั้ย ?

การใช้งานโทรศัพท์เราก็ใช้งานได้เช่นกัน ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะเชื่อมต่ออยู่กับ DeX แต่ถ้ามีสายเข้ามาเราก็สามารถกดรับได้ขณะเชื่อมต่อกันอยู่เช่นกัน ซึ่งเมื่อมีสายเรียกเข้ามาจะมี Pop Up ขึ้นมาที่มุมขวาล่าง กดรับสายได้จากตรงนั้นเลย พอกดรับสายตัวเครื่องจะเปิดเป็นแบบ Speaker อัตโนมัติเวลาคุยกันเสียงจะออกผ่านลำโพงบนสมาร์ทโฟนแทน (ถึงแม้เราจะตั้งในเสียงออกที่ตัวหน้าจอหรือลำโพงก็เถอะ) ตรงนี้ว่าถ้าจะคุยโทรศัพท์จริงๆแนะนำว่าหยิบออกมาแนบหูจะง่ายกว่าเนาะ :D

ใช้งานแบบ Screen Mirroring ได้ด้วย

นอกจากการเชื่อมต่อแบบ DeX แล้ว เจ้าอุปกรณ์ดังกล่าวนี้ยังสามารถเปลี่ยนไปเป็นรูปแบบ Screen Mirroring หรือแคสหน้าจอสมาร์ทโฟนขึ้นไปได้ (ในรูปแบบสมาร์ทโฟน) ซึ่งตอนเชื่อมต่อเราสามารถเลือกปรับได้จากแถบการตั้งค่าด้านล่างได้ครับ

สรุป !

ก็ถือว่าเป็นอุปกรณ์เสริมตัวใหม่ของ Samsung ที่น่าสนใจดีทีเดียว เพราะเราสามารถเชื่อมต่อและเปลี่ยนเครื่องสมาร์ทโฟน Galaxy S8/S8+ ของเราให้กลายเป็นเครื่องเดสก์ท็อปใกล้เคียงกับเครื่อง PC ทั่วๆไปได้เลย รองรับอุปกรณ์ภายนอกเต็มที่ทั้งเชื่อมต่อคีย์บอร์ด , เมาส์ , แฟลชไดว์ หรือกระทั่งพวกจอยเกมก็ได้เช่นกัน ทีนี้ใช้งานต่อเนื่องจากบนสมาร์ทโฟนมาถึงหน้าจอใหญ่ๆได้เลย การเชื่อมต่อก็ง่ายดายไม่ยุ่งยากเท่าไหร่ เพียงแต่ในช่วงแรกๆนี้บางแอปก็อาจจะยังไม่รองรับเต็มที่สักเท่าไหร่ ถ้าในอนาคตที่มีแอปและการรองรับมากขึ้นก็จะน่าสนใจกว่านี้มากๆเลยล่ะครับ :D

ราคาของ Samsung DeX อยู่ที่ 3,900 บาท

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite