Review : Xiaomi Mi 5s สมาร์ทโฟนเรือธงไซส์กะทัดรัด จัดเต็มทุกอณู ในราคาหมื่นต้นๆ !!

เฮียแม๊พ | 6 พ.ค. 2560 23:47:53 (อัพเดต 7 พ.ค. 2560 15:02:38)

11445

VIEWS เฮียแม๊พ

Review : Xiaomi Mi 5s สมาร์ทโฟนเรือธงไซส์กะทัดรัด จัดเต็มทุกอณู
ในราคาหมื่นต้นๆ
!!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย หลังจากที่เราได้แกะกล่อง Xiaomi Mi 5s ไปเมื่อสัปดาห์ก่อนนู่น วันนี้ก็ถึงคิวรีวิวฉบับเต็มซะที ซึ่งรุ่นนี้ก็ได้รับความสนใจอย่างมากตั้งแต่เปิดตัวที่ประเทศจีน จนในที่สุดก็ได้ i-mobile เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางกรในประทศไทยเสียที จุดเด่นของสมาร์ทโฟนแบรนด์นี้ก็คือสเปคที่ใส่มาแบบไม่กั๊กและซอฟต์แวร์ MIUI ที่เป็นเอกลักษณ์ต่างจากสมาร์ทโฟน Android รุ่นอื่นๆด้วย แต่จะเด็ดและดีแค่ไหนเรามาชมกันเลยดีกว่าครับ

อุปกรณ์ภายในกล่อง

อุปกรณ์ภายในกล่องที่แถมมาก็อย่างที่ได้เห็นในบทความพรีวิวไปแล้ว จะมีทั้งหมด 5 อย่างดังนี้ครับ

  • ตัวเครื่อง Mi 5s
  • คู่มือการใช้งานและใบรับประกัน (ภาษาจีน)
  • สาย USB-C
  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟ
  • เข็มจิ้มถาดซิม

การดีไซน์ของ Mi 5s

หน้าตาดีไซน์ต้องบอกเลยว่าออกแบบมาได้สวยงามดีทีเดียว ด้านหน้าจะเป็นกระจกแบบ 2.5D สีดำชัดเจน สีกระจกด้านหน้าจะต่างกันไปตามสีเครื่อง อย่างเครื่องที่เราได้มาทดสอบเป็นสีเทาด้านหน้าก็จะเป็นสีดำ ถ้าเป็นเครื่องสีทองด้านหน้าจะเป็นสีขาวครับ

Mi 5s มาพร้อมขนาดหน้าจอ 5.15 นิ้ว ชนิดจอแบบ IPS การแสดงผลก็สวยงามเอามากๆด้วยความละเอียดหน้าจอที่ Full-HD สีสันสวยสด และมีมิติดีทีเดียวครับ

เหนือหน้าจอมีไฟ LED แจ้งเตือน , เซ็นเซอร์วัดแสง , ลำโพงสนทนาและกล้องหน้าความละเอียด 4 ล้านพิกเซล

ล่างหน้าจอจะมีปุ่มกดแบบสัมผัสซ้าย-ขวา Recent App กับปุ่ม Back ส่วนตรงกลางนั้นเป็นปุ่มโฮม (แบบสัมผัส) ที่มีฝังเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ภายในครับ ตรงนี้ทาง Mi บอกว่าเป็นระบบแบบ Ultrasonic ด้วยนะ

กรอบตัวเครื่องมีการตัดขอบแบบ Diamond-Cut ด้วย ทำมุมตัดกับตัวเครื่องได้สวยทีเดียว แต่การสัมผัสแอบมีบาดมือเล็กน้อยนะเวลาจับถือน่ะครับ ตรงนี้ถ้าได้เคสบางๆมาด้วยก็จะดีมากเลยล่ะ

ด้วยขนาดหน้าจอที่ไม่ใหญ่มากนักและการออกแบบขอบหน้าจอได้บางกำลังดีตัวเครื่องเลยมีขนาดตัวเครื่องที่กำลังเหมาะมือเลย ด้วยสัดส่วนตัวเครื่อง 145.6 x 70.3 x 8.3 มม. หนักก็ราวๆ 145 กรัมเท่านั้นเอง เหมาะกับการถือใช้งานมือเดียวได้สบายๆ

รุ่นนี้มาพร้อมบอดี้แบบ Metal Unibody แผ่นหลังไปจนถึงตัวกรอบเครื่องจะเป็นโลหะชิ้นเดียวเลย มีการทำมุมด้านหลังให้มีความโค้งลงไปรับรูปมือได้เป็นอย่างดี และด้วยผิวสัมผัสแบบโลหะไม่ทำให้ตัวเครื่องเก็บรอยนิ้วมือและความมันมากนัก ตรงนี้ถือว่าจัดการได้ดีครับ

เลนส์กล้องหลังของรุ่นนี้จะอยู่ตำแหน่งมุมซ้ายบนพร้อมๆกับไฟแฟลชแบบ Dual-Tone ตัวเลนส์นั้นนอกจากไม่นูนออกจากตัวเครื่องแล้วยังมีการทำให้เว้าลงไปนิดหน่อยด้วยซึ่งตรงนี้ผมว่าดีนะ เวลาวางเครื่องตัวกระจกเลนส์ก็ไม่มีทางไปโดนโต๊หรือพื้นผิวด้วย ป้องกันไปได้อีกต่อนึง แต่จุดที่แอบขัดตานิดหน่อยก็คือแถบเสาสัญญาณด้านหลังที่ดูหนาไปนิด มันขัดๆตาอะ ><

พอร์ทการเชื่อมต่อของรุ่นนี้มาในแบบ USB-C วางตำแหน่งอยู่ที่ด้านล่างของตัวเครื่อง ตรงนี้ก็มีไมโครโฟน (ฝั่งซ้าย) และลำโพงหลังของตัวเครื่อง (ฝั่งขวา) อยู่ด้วยฮะ

แจ็คหูฟัง 3.5 มม.อยู่ด้านบนของตัวเครื่องครับรุ่นนี้

ปุ่มกดต่างๆอยู่ทางฝั่งขวามือของตัวเครื่องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง หรือปุ่ม Power

ถาดซิมของรุ่นนี้จะมี 2 Slot ก็คือรองรับ 2 ซิมนั่นแหละ แต่ว่ารุ่นนี้ไม่สามารถเพิ่ม Micro-SD ได้นะครับ จึงเป็นเฉพาะถาดใส่ 2 ซิมเท่านั้น ไม่ใช่ถาดแบบ Hybrid เนาะ

สเปค Xiaomi Mi 5s

  • หน้าจอ IPS 5.15 นิ้ว ความละเอียด Full-HD
  • ชิปประมวลผล Snapdragon 821 Quad-core (Dual-core 2.15GHz Kryo + Dual-core 1.6GHz Kryo)
  • ชิปกราฟิก Adreno 530 GPU
  • แรม 3GB
  • รอม 64GB
  • แบตเตอรี่ 3100 mAh
  • กล้องหน้า 4 ล้านพิกเซล f/2.0
  • กล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล f/2.0
  • รองรับ 2 ซิม (Fullnetcom 3.0)
  • รองรับการสแกนลายนิ้วมือที่ปุ่มโฮม
  • วางจำหน่าย 2 สี เทา และ ทอง

ในเรื่องของสเปคก็เห็นว่าจัดเต็มมาไม่น้อย ถึงแม้ว่ารุ่นนี้จะเป็นเรือธงของ Xiaomi ที่เปิดตัวมาพักนึงแล้วแต่เท่าที่ดูจากด้านบน สเปคก็เรียกว่าไม่ธรรมดาเลยใช่ไหมล่ะ ไม่ว่าจะเป็นชิปเซ็ต Snapdragon 821 ที่หลายๆเรือธงในปีนี้ก็ยังใช้กันอยู่ ส่วนรุ่นความจุเครื่องศูนย์ที่นำเข้าโดย i-mobile จะนำเข้ามาเฉพาะรุ่นความจุ แรม 3GB/รอม 64GB เท่านั้น เอาจริงๆความจุนี้ก็กำลังพอเหมาะกับการใช้งานแล้วล่ะครับ

ทดสอบประสิทธิภาพ

เห็นสเปคแบบนี้แล้วอดไม่ได้ที่จะนำมาทดสอบผ่านแอปทดสอบกันหน่อย ในรอบนี้เราจะใช้ 2 แอปมาตรฐานคือ AnTuTu Benchmark กับ GeekBench 4.0 เดี๋ยวมาดูกันว่าสเปคระดับนี้จะได้คะแนนออกมาสูงขนาดไหนเนาะ :D

ในส่วนของแอป AnTuTu Benchmark นั้นได้คะแนนอยู่หลัก แสนต้นๆเลยทีเดียว 114,273 คะแนน ถือว่าไม่ธรรมดาเลยล่ะกับมือถือราคาหมื่นต้นๆแบบนี้ โดยจุดที่เด่นๆเลยคงจะเป็นด้าน 3D ที่สูงเอามากๆ อนิสงค์จาก GPU Adreno 530 แหละเนอะ

ส่วนทางฝั่ง GeekBench ก็ไม่ธรรมดาเช่นกันได้คะแนน Single-core ไปที่ 1528 คะแนน และ Multi-core ได้ที่ 3055 คะแนนครับผม

ระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์เบื้องต้น

อย่างที่ได้บอกไปว่าสมาร์ทโฟนของ Xiaomi นั้นจะมีซอฟต์แวร์ที่ทาง Mi พัฒนาขึ้นมาเองเรียกว่า MIUI ซึ่งรุ่นนี้ก็มาถึงเวอร์ชั่น 8.0 เรียบร้อย (แต่ยังคงภายใต้พื้นฐานของ Android 6.0)  มีหน้าตาที่เรียบและน่าใช้เอามากๆ ซึ่งเจ้า MIUI เนี่ยจะมีทั้งเวอร์ชั่นที่เป็นจีนจ๋าเลยกับ Global ROM ที่มีระบบ Google Service ติดมาให้ และสำหรับเครื่องศูนย์ไทยก็แน่นอนว่าใช้รอมแบบ Global มาเลยไม่ต้องกังวลว่าจะลงแอปยากไหม มีปัญหาเรื่องภาษารึเปล่าเนอะ :D

หน้าตา UI ของรุ่นนี้ก็จะมาในโทนเรียบๆอย่างที่บอก ไอคอน (Official)ทรงเหลี่ยมๆตัดมุมนิดหน่อย ไม่มีหน้า App Drawer ตามสไตล์ของสมาร์ทโฟนแบรนด์จีนทั้งหลาย มีอะไรก็ลงไว้ที่หน้าแรกนี้เลยครับ

พวกส่วนแถบแจ้งเตือนด้านบนหรือ Recent App ก็ปกติครับ ไม่ได้แตกต่างไปจากแอนดรอยด์ทั่วไปสักเท่าไหร่ แต่ก็จะมีหน้าตาที่เป็นเอกบักษณ์ของทาง Mi อยู่นิดหน่อยอย่างพวกระบบ Weather ที่โชว์อยู่ด้านบนตรงแถบแจ้งเตือนเป็นต้นครับ

รูปแบบ Theme ก็มีมาให้เลือกโหลดเลือกปรับมากมายอยู่ครับ เรื่องนี้ Xiaomi เค้าขึ้นชื่ออยู่แล้วครับ สำหรับ Theme หรือพวก Wallpaper สวยๆเนี่ย

เปลี่ยนแล้วหน้าตาก็เปลี่ยนไปอีกแบบเลยล่ะครับ อย่างในภาพนี้ผมโหลดตีม Nokia 6 มาลองใช้ก็กลายเป็น Nokia ไปเลยแฮะ :P

พวกอุปกรณ์เครื่องมืออื่นๆ ก็มีติดมาให้ตามการใช้งานครบครับ ทั้งพวกการบันทึกเสียง , แอปสแกน QR Code , เข็มทิศ หรือจดโน้ตเป็นต้น โดยตรงนี้จะรวมอยู่ในโฟลเดอร์ Tools หรือเครื่องมืออยู่แล้ว หาใช้งานได้ตามสะดวกครับ

ตัวซอฟต์แวร์จะมีระบบ Second Space เพิ่มอีกส่วนของเครื่องขึ้นมาประหนึ่งเป็นสมาร์ทโฟนอีกเครื่องขึ้นมาเลย ตรงนี้จริงๆก็คล้ายกับพวก Guest Mode คือแบ่งทุกส่วนของเครื่องเราออกมาเลย ไม่ว่าจะเป็นแอป แอคเค้าท์ หรือทุกอย่างในเครื่องแยกออกมาจากเครื่องหลักของเราโดยสิ้นเชิง ซึ่งตรงนี้เราสามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่ Settings > Second Space (ในหมวด System & Device)ครับผม

นอกจากแยก Space ได้แล้ว ยังสามารถแยกร่างแอปออกมาเป็น 2 แอปได้ด้วย ฟีเจอร์นี้ทาง Mi เรียกว่า Dual Apps อย่างพวก LINE , Facebook นั้นก็มีให้เลือกด้วย แต่จริงๆได้ทุกแอปอะครับ เราสามารถเข้าไปตั้งค่า Dual Apps ได้ที่ Settings > Dual Apps (ในหมวด App Settings)

ระบบสแกนลายนิ้วมือ Ultrasonic

ต่อกันในเรื่องระบบสแกนลายนิ้วมือของ Mi 5s นั้นก็เรียกว่าดูโดนเด่นมากๆเพราะตัวสแกนลายนิ้วมือจะซ่อนอยู่ภายใต้กระจกหน้าจออีกทีกันเรื่องปุ่มโฮมเป็นรอยง่าย และที่สำคัญตัวระบบก็เป็นแบบ Ultrasonic เพิ่มความรวดเร็วในการสแกนได้ และความแม่นยำก็เช่นกัน แต่เท่าที่ใช้งานจริงนั้นระบบนี้ก็ช่วยในเรื่องรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี แต่ในเรื่องความแม่นยำและความเร็วที่สัมผัสจริงๆก็ทำได้เร็วประมาณนึง มีการสแกนผลาดบ้างในบ้างครั้ง ยังไม่เห็นความต่างจากระบบทั่วไปเท่าไหร่นักครับตรงนี้

ดูหนังฟังเพลงบน Mi 5s

มาเข้าเรื่องของการเสพความบันเทิงผ่านเจ้ารุ่นนี้กันต่อ Mi 5s นั้นมาพร้อมขนาดหน้าจอ 5.15 นิ้ว การแสดงผลอย่างที่ได้บอกไว้ตอนแรกว่าสีสันสวยงาม และมีมิติใช้ได้เลย ถ้าเน้นเอามาดูไฟล์วิดีโอหรือดูไฟล์รูปภาพก็สวยสะใจเลยล่ะ แต่อาจจะติดนิดหน่อยตรงที่ขนาดหน้าจอไม่ได้ใหญ่มากมายอะไร เวลาดูพวกหนังหรือ YouTube อาจจะไม่จุใจนักเท่านั้นเองครับ :D

ส่วนเรื่องของแสงที่ได้จากเครื่องนี้นั้น จากลำโพงก็ให้เสียงกลางๆ ด้วยลำโพงตัวเครื่องเพียงตัวเดียวอาจจะขับออกมาได้ไม่มากเท่าไหร่ แต่ความดังนั้นเรียกว่าหำลังดีแถมตำแหน่งการวางไว้ใต้เครื่องมุมขวาแบบนี้ก็ใช้ได้ครับไม่เป็นอุปสรรค์ในการจับถือเท่าไหร่นัก

เล่นเกมจริงจังบน Mi 5s

ด้วยสเปคที่เห็นจากด้านบนและผลทดสอบคะแนนสูงลิบแบบนี้หายห่วงแน่สำหรับการเล่นเกมกราฟิกหนักๆบนเจ้า Mi 5s นี้ เพราะด้วยหน่วยประมวลผล Snapdragon 821 ตัวแรง พร้อมทั้ง Adreno 530 GPU รองรับเกมมากมายแทบทุกเกมบนท้องตลาดในตอนนี้ได้อย่างดี จากที่ลอง Dynasty Warrior Unleashed หรือ NOVA Legacy ก็ทำออกมาได้น่าประทับใจครับ

กล้องถ่ายภาพบน Mi 5s

อีกจุดที่ใช้เลือกสมาร์ทโฟนสมัยนี้ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องกล้องถ่ายภาพนี่แหละ สำหรับเจ้า Mi 5s นี้ก็ให้กล้องหลังความละเอียดมาที่ 12 ล้านพิกเซล เรียกว่ากำลังเป็นความละเอียดที่พอเหมาะ (จริงๆเรือธงหลายรุ่นก็ใส่มาให้แค่ 12 ล้านพิกเซลนี่แหละ) พร้อมค่ารูรับแสงกว้าง f/2.0 มีไฟ LED แบบ Dual-Tone มาให้ด้วย

UI การใช้งานก็เรียบง่ายดีครับ มีโหมดมาให้เลือกเยอะอยู่ ทั้ง Panorama , Manual , Beauty หรือ RAW เป็นต้น

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังของ Mi 5s ไฟล์ภาพที่ได้ถือว่าสวยสมกับเป็นเรือธงจริงๆครับ ความละเอียดที่กำลังพอเหมาะ แถมสีสันที่ได้ก็สวยและค่อนข้างตรงทีเดียว ทั้งภาพในที่แสงกลางวันปกติหรือจะเป็นที่แสงน้อยก็เก็บรายละเอียดค่อนข้างดี ความง่ายในการถ่ายก็ใช้ได้ครับหยิบถ่ายๆได้ไม่มีปัญหา ระบบโฟกัสรวดเร็ว

ส่วนกล้องหน้าของรุ่นนี้ให้ความละเอียดมาที่ 4 ล้านพิกเซลแบบ UltraPixel ตรงนี้ถึงแม้ความละเอียดจะดูน้อยไปนิด แต่ในเรื่องของไฟล์ภาพจะมีความสว่างและรายละเอียดที่ดีไม่แพ้ความละเอียด 5 หรือ 8 ล้านพิกเซลเลย เพราะมีขนาดถึง 2 ไมครอนเลยล่ะ

โหมด Beauty ในกล้องหน้าก็จะมีให้เลือกเปิด-ปิดหรือตั้งเป็น Smart ได้ด้วย ตัว Preview ก่อนถ่ายจะมีการคำนวนคร่าวๆว่าใบหน้าเรามีอายุราวๆไหน เพศอะไรด้วยนะ เอาไว้เล่นแข่งกับเพื่อนได้ว่าใครหน้าแก่หน้าเด็กล่ะมั้ง :P

ตัวอย่างภาพจากกล้องหน้าของ Mi 5s

การใช้งานแบตเตอรี่ของ Mi 5s

มาปิดท้ายกันที่เรื่องของแบตเตอรี่กันอีกนั่นแหละ รุ่นนี้ให้ความจุมา 3100 mAh มองจากสเปคภายในและขนาดหน้าจอก็ถือว่ากำลังเหมาะเลยสำหรับการใช้งานต่อเนื่อง ซึ่งจากเท่าที่ได้ทดสอบก็ถือว่าทำได้ดีครับ แบตอึดใช้ได้เลย อยู่ได้ตลอดทั้งวันในการทำงานทั่วไปได้สบาย

ส่่วยเรื่องระบบการชาร์จไฟรุ่นนี้ก็รองรับไปถึง Quick Charge 3.0 ด้วยอนิสงค์ของชิปเซ็ต Snapdragon 821 นั่นแหละ หมดปัญหาเรื่องใช้เวลาชาร์จนานจนลืมไปเลยครับ :D

สรุปผลการทดสอบ

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนระดับเรือธงในราคาไม่แรงนักที่น่าสนใจมากๆอีกรุ่นนึงกับ Xiaomi Mi 5s ที่เชื่อว่าหลายๆคนคงคุ้นชื่อนี้เป็นอย่างดี รอบนี้พอมาเป็นเครื่องศูนย์ไทยอย่างเต็มตัวก็ยิ่งทำให้น่าจับจองมาใช้งานเพิ่มเข้าไปอีก เพราะทั้งรูปลักษณ์และสเปคนั้นสู้กับหลายๆแบรนด์ที่ราคาสูงกว่าได้สบาย ใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนแรงๆหน้าตาดูดีในราคาเอื้อมถึงอยู่ ก็ลองไปจับจองเจ้า Mi 5s ที่ Open Shop by i-mobile ทุกสาขาได้เลยครับ

ราคาค่าตัวของรุ่นนี้สนนอยู่ที่ 11,900 บาทครับ

จุดเด่น

  • ดีไซน์สวย บอดี้แข็งแกร่ง
  • หน้าจอ IPS งามมาก
  • สเปคเร็วแรงตอบสนองทุกการใช้งาน
  • คุณภาพกล้องหน้า-หลังอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม
  • ขนาดเครื่องจับถือสะดวก

จุดสังเกต

  • ไม่สามารถเพิ่ม Micro-SD ได้

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite