Review : Sony Xperia XZs สมาร์ทโฟนที่จะเปลี่ยนทุกความสุขให้หยุดนิ่งด้วย กล้อง Super Slow Motion 960fps !!

เฮียแม๊พ | 10 พ.ค. 2560 21:56:33 (อัพเดต 10 พ.ค. 2560 22:22:40)

18507

VIEWS เฮียแม๊พ

Review : Sony Xperia XZs สมาร์ทโฟนที่จะเปลี่ยนทุกความสุขให้หยุดนิ่งด้วย กล้อง Super Slow Motion 960fps !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เอามีสมาร์ทโฟนเรือธงสุดน่าสนใจอย่าง Xperia XZs มารีวิวให้ชมกัน ตามสัญญา ! จากรอบที่แล้วเราได้พรีวิวตัวเครื่องคร่าวๆจากงานเปิดตัวกันไป ตอนนี้ตัวเครื่องเวอร์ชั่นขายจริงก็มาอยู่กับเราเรียบร้อยแล้ว จะน่าสนใจแค่ไหนและจากการใช้งานจริงมีอะไรที่ผมชอบและไม่ชอบบ้าง มาติดตามไปพร้อมๆกันเลยครับ :D

แกะกล่องกันก่อนเลย

มาดูอุปกรณ์ในกล่องกันก่อนเลย Xperia XZs รอบนี้ก็ยังคงมีกล่องรูปทรงเดียวกับตอน XZ ปกติเลย ดีไซน์ด้านหน้ากล่องมีคำว่า Xperia X สวยๆ ส่วนชื่อรุ่นจะอยู่ที่ด้านล่างกล่องเพิ่มตัวอักษร s มาแค่นั้นแหละครับ ตัวกล่องขนาดเล็กพอดีกับตัวเครื่องไม่ต้องเผื่อที่วางบนชั้นไว้เยอะๆ ลองพลิกดูรอบๆกล่องก็มาสะดุดกับคำว่า Made in Thailand ของรุ่นนี้นี่แหละ เจ๋งดีนะรุ่นนี้ผลิตที่ไทยด้วย :P

อุปกรณ์ภายในกล่องทั้งหมดรอบนี้ เหมือนว่าจะมีหูฟังแบบ In Ear แถมมาให้ด้วย ต่างจากรุ่นก่อน (Xperia XZ)ที่มีมาแค่สาย USB-C และ อแดปเตอร์ชาร์จไฟเท่านั้น เท่ากับว่าอุปกรณ์ทั้งหมดที่ให้มาในกล่องมีดังนี้ครับ

  • ตัวเครื่อง Xperia XZs
  • คู่มือการใช้งานและใบรับประกัน
  • สาย USB-C
  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟ
  • หูฟังแบบ In Ear

ยลโฉม Xperia XZs

ได้เวลามายลตัวเครื่องกันแล้ว รอบนี้หน้าตาก็อย่างที่เคยบอกไปตอนพรีวิวว่า ออกแบบแทบจะทุกส่วนเหมือนกับตอน XZ เป๊ะๆ ทั้งขนาดรูปร่างและวัสดุที่ใช้ แต่จะแปลกกว่าก็ตรงเรื่องของสีสันตัวเครื่องนี่แหละ อย่างสีที่เราได้มาจะเป็น Ice Blue ซึ่งเป็นสีใหม่ที่รอบที่แล้วไม่มี (ตอน XZ จะเป็น Forest Blue หรือน้ำเงินแทน)

ดีไซน์ด้านหน้าทำได้สวยงามเหมือนเคยด้วยกระจกแบบ 2.5D มีการทำมุมซ้าย-ขวาให้ลึกลงไปอีกนิดหน่อยให้ดูเหมือนหน้าจอโค้ง ดูน่าสัมผัสมากขึ้น พร้อมด้วยตัวกระจกใสด้านหน้าซ้อนกับสีตัวแผงหน้าจอด้านในทำได้สวยงามน่าหลงใหลไม่เปลี่ยนเลยล่ะ

Xperia XZs ยังมาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 5.2 นิ้ว ความละเอียด Full-HD เท่าเดิม ชนิดหน้าจอเป็น IPS พร้อมเทคโนโลยี TRILUMINOS ของทาง Sony ที่แสดงสีสันได้สวยสดใช้ได้เลย ด้วยขนาดหน้าจอระดับนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ความละเอียดสูงถึง 2K หรือ 4K ก็เต็มอิ่มแล้วล่ะ

เหนือหน้าจอมีไฟ LED แจ้งเตือน , ถัดมาจะมี NFC ฝังอยู่ถ้าแกะกล่องมาเลยจะมีสติกเกอร์ติดระบุตำแหน่งไว้ด้วย ตรงนี้ก็เป็นตำแหน่งที่แปลกดี (Sony เริ่มใช้แบบนี้ตั้งแต่ Xperia X รุ่นแรก) ถัดไปอีกจะมีเลนส์กล้องหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซล , ลำโพงสนทนา และเซ็นเซอร์วัดแสงวัดระยะต่างๆตามลำดับครับ

ล่างหน้าจอก็เช่นเคยมีลำโพงอีกหนึ่งตัวรวมกับด้านบนก็ 2 ตัวใช้งานเป็นลำโพงคู่ Stereo ได้ด้วยนะ

กรอบเครื่องจะใช้โลหะแบบด้านเพิ่มความกระชับในการจับถือด้วยดีไซน์แบบโค้งรับรูปมือนิดหน่อย ผิวสัมผัสจะไม่ค่อยมันและลื่นมือเท่าตัวก่อนนะตัวความรู้สึกผม

ด้านซ้ายมือจะมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดที่เราสามารถแกะออกมาได้เองโดยไม่ต้องใช้เข็มจิ้มถาดซิมแต่อย่างใด แต่ตรงนี้แนะนำว่าอย่าไปแกะเล่นบ่อยๆเพราะแค่ดึงออกมาตัวเครื่องก็จะ Restart ทันทีน่ะนะ

ด้านขวามีปุ่ม Power ที่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ด้วย ทำมุมเว้าลงไปนิดหน่อยให้เหมาะกับการวางนิ้วพอดี ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงถัดลงมาอีกประมาณนึง และยังคงมีปุ่มชัตเตอร์แบบ 2 จังหวะที่เป็นเอกลักษณ์ของ Sony อยู่เช่นเคย

ด้านล่างตัวเครื่องมีพอร์ทการเชื่อมต่อแบบ USB-C และไมโครโฟนสำหรับสนทนาเหมือนเดิมครับ

ด้านบนตัวเครื่องจะมีช่องแจ็คหูฟัง 3.5 มม.พร้อมไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน

พลิกกลับมาดูที่ด้านจึงได้รู้ความแตกต่างที่แท้จริง ผ่ามม ! นอกจากสีตัวเครื่องนี่แหละคืออีกจุดที่แตกต่างระหว่าง Xperia XZ กับ XZs ตัวเลนส์กล้องขนาดใหญ่ที่เพิ่มเข้ามาบนรุ่นนี้กับ Motion Eye กล้องหลังตัวใหม่ที่มาพร้อมความละเอียด 19 ล้านพิกเซลนั่นเอง เซ็นเซอร์พิเศษต่างๆอย่าง RGBC-IR , Laser Autofocus ไฟแฟลชจัดมาให้ครบเหมือนเดิม

วัสดุตัวฝาหลังก็ยังคงเป็นโลหะบริสุทธิ์ที่ทาง Sony พัฒนาขึ้นมาพร้อมตั้งชื่อให้ว่า ALKALEIDO นั่นแหละครับ ผิวสัมผัสด้านๆดูหรูหราไม่แพ้รุ่นเดิมเลย

รวมๆแล้วดีไซน์ของรุ่นนี้ก็พบจุดแตกต่างจากรุ่นก่อนก็ตรงเรื่องสีสัน ที่เป็นโทนที่อ่อนลง จาก Forest Blue น้ำเงินมาเป็น Ice Blue ฟ้าอ่อน , Mineral Black สีดำที่สามารถสะท้อนกับแสงเป็นสีน้ำตาลแบบเดิมก็มาเป็น Black ดำด้านปกติ และ Platinum สีเงินที่ปรับให้อ่อนลงอีกหน่อยในชื่อ Warm Silver เรื่องสีอาจจะแยกยากไปหน่อยแต่ถ้าดูกันที่ตัวเลนส์กล้องหลังก็ชี้ชัดเจนได้เลยเพราะตัวที่แล้วจะมีเลนส์เรียบเสมอตัวเครื่องไป ส่วนตัวนี้แอบนูนขึ้นมาและกรอบใหญ่กว่าอย่างเห็นได้ชัดครับ :D

สเปค Sony Xperia XZs

  • รัน Android 7.1 Nougat
  • หน้าจอ IPS ขนาด 5.2 นิ้ว ความละเอียด Full-HD
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 820 Quad-core 2.15GHz
  • ชิปกราฟิก Adreno 530 GPU
  • แรม4GB
  • รอม 64GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 200GB
  • แบตเตอรี่ 2900 mAh
  • กล้องหน้า 13 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง19ล้านพิกเซล
  • กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • รองรับ 2 ซิม
  • มี 3 สี Ice Blue, Warm Silver และ Black

ในเรื่องของสเปค Xperia XZs ก็ไม่ได้ถึงกับอัพเกรดจาก XZ มามากนัก เพราะถ้าดูจากข้อมูลด้านบนแล้ว นอกจากแรมที่เพิ่มขึ้นมาจาก 3GB มาเป็น 4GB ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเพิ่มอะไรมาเท่าไหร่เลย ทั้งหน่วยประมวลผล Snapdragon 820 ตัวเดิม , หน้าจอเท่าเดิม , รอม 64GB ก็เท่ากันอีก ซึ่งแน่นอนว่าสมาร์ทโฟนของ Sony นั้นไม่ได้เน้นในเรื่องของสเปคเท่าไหร่อยู่แล้ว จุดเด่นจริงๆก็คือเรื่องกล้องซึ่งรุ่นนี้ก็มีอัพเกรดกล้องหลังเป็นแบบ Motion Eye แล้วถึงแม้ความละเอียดจะน้อยลงแต่ความสามารถเพิ่มขึ้นเพียบ (เอาไว้อธิบายอีกทีในหัวข้อกล้องเนาะ)

ระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์เบื้องต้น

Xperia XZs นั้นมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 7.1 Nougat มาเลย (แต่ XZ ก็อัพเดทได้แล้วเช่นกัน) ก็เรียกว่าเป็น OS ตัวล่าสุดของตอนนี้แล้วล่ะเนอะ การใช้งานก็ลื่นไหลตามสไตล์มือถือ Sony ที่ไม่ค่อยปรับแต่งหน้าตาให้เยอะจนกินทรัพยากรณ์ :D

หน้าตา UI ก็ต่างไปจากของ XZ นิดหน่อย ตัวไอคอนหลักๆของตัวเครื่องจะเปลี่ยนเป็นกลมๆทั้งหมดแล้ว แต่แอปที่โหลดเพิ่มมาจาก Play Store ก็ยังคงเป็นตามสไตล์ของแอปนั้นๆอยู่ดี (นี่แหละหนาข้อเสียความไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของ Android) Wallpaper มาพร้อมกับชุดใหม่เช่นกัน ใช้เป็นวงๆเส้นๆต่างจากตอน XZ ที่ใช้เป็นภาพสีสันหนักๆ

ระบบ Theme ที่คุ้นเคยของสมาร์ทโฟน Xperia ก็ยังติดมาให้เราเลือกใช้และปรับแต่งกันได้เช่นเคยครับ

รวมๆแล้วตัว UI ถ้าไม่นับไอคอนและ Wallpaper แบบใหม่ก็แทบไม่ต่างจาก Android 7.1 Nougat ที่ได้มีการอัพเดทให้ Xperia XZ เดิมเท่าไหร่นักครับ เหมือนอย่างในภาพถ้าลองเปลี่ยน Wallpaper เป็นชุดเดียวกับ XZ ทีหน้าตาเหมือนกันเลยล่ะ :P

NFC ตำแหน่งไม่คุ้นตา

ตัว NFC ที่วางตำแหน่งไว้ด้านหน้าแบบนี้ เราก็เห็นมาตั้งแต่ Xperia X รุ่นแรกแล้ว ซึ่งตรงนี้ทาง Sony ให้ข้อมูลมาว่าตัวเครื่องที่เป็นบอดี้โลหะอาจจะมีการรบกวนสัญญาณของ NFC เลยอาจทำให้ไม่เสถียร ทาง Sony เลยตัดสินใจย้ายตำแหน่งมาไว้ที่ด้านหน้าตรงเครื่องตรงแถวๆเลนส์กล้องหน้าแทน ซึ่งการใช้งานจริงๆก็อาจจะขัดๆกันนิดว่าตัวไหนใช้ส่งตัวไหนใช้รับข้อมูลกันแน่ล่ะเนอะ ><

ระบบสแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Power

ตรงนี้ก็ถือว่าเป็นจุดที่แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆสำหรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือของ Sony ที่เค้าจะวางตำแหน่งไว้ตรงปุ่ม Power ด้านข้างเลย ต่างจากรุ่นอื่นๆที่ถ้าไม่ไว้ที่ปุ่มโฮม ก็ไว้หลังเครื่องไป การใช้งานก็เข้าใจง่ายครับ เพราะปกติเราก็ต้องกดที่ปุ่มนี้เพื่อปลุกจออยู่แล้ว แต่ถ้ามีการตั้งค่านิ้วที่สแกนไว้ เพียงเรากดปุ่ม Power 1 ครั้งแล้วแช่ไว้ครู่หนึ่งตัวระบบก็จะปลดล็อคได้เลย

แต่ด้วยตำแหน่งที่ปุ่ม Power จำเป็นต้องวางไว้ที่มุมขวาของตัวเครื่องคนที่ถนัดซ้ายอาจจะไม่ชินมือเท่าไหร่ เพราะต้องใช้นิ้วกลางหรือนิ้วชี้แทนที่จะเป็นนิ้วโป้งแบบที่ใช้กันประจำ ส่วนปุ่ม Power ก็อย่างที่เคยบอกไว้ตอน XZ ว่าลักษณ์ของปุ่มจะลึกลงไปนิดหน่อย เลยจำเป็นต้องใช้แรงกดลงไปด้วย ต่างจากแบบที่นูนออกมาที่น่าจะกดได้ง่ายกว่าน่ะนะ

กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68

สมาร์ทโฟน Sony Xperia นั้นก็ขึ้นชื่อเรื่องการกันน้ำมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว รุ่นนี้ก็เรือธง สามารถกันน้ำกันฝุ่นได้ตามมาตรฐาน IP65/68 เช่นเคย หายห่วงเรื่องอุบัติเหตุเวลาทำเครื่องตกน้ำหรือโดนน้ำฝนเทกระหน่ำได้เลย เพราะมาตรฐาน IP68 นี้สามารถลงน้ำลึก 1.5 เมตร นาน 30 นาทีเลยล่ะ ซึ่งถึงรุ่นนี้จะไม่มีที่ปิดพอร์ทการเชื่อมต่อใดๆก็สามารถกันน้ำได้โดยไม่ต้องกลัวพังนะจ๊ะ :D

ความบันเทิงสะใจด้วยระบบมากมาย

มาเข้าเรื่องความบันเทิงผ่านตัว Xperia XZs กันบ้าง แน่นอนว่ามือถือของ Sony จะมีระบบเพิ่มฟีเจอร์ทั้งภาพและเสียงมากมาย เริ่มด้วยตัวหน้าจอที่บอกแล้วว่ามีเทคโนโลยี TRILUMINOS เพิ่มความสวยของจอได้ดี และในส่วนของซอฟต์แวร์ก็มีการเพิ่มระบบ Image Enhancement ที่เราสามารถเลือกปรับโหมดได้ทั้ง X-Reality , Super-vivid เป็นต้น เราสามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่ Settings > Display > Image Enhancement ครับ

แต่ส่วนตัวผมชอบแบบปิดระบบเร่งสีทั้งหลายมากกว่านะ เพราะจริงๆตัวหน้าจอก็มีความสวยสดกำลังดีอยู่แล้ว ถ้าใช้โหมดเร่งอย่าง X-Reality หรือ Super-vivid เข้าไปอีก จะยิ่งดูสดเกินไปนิด (อันนี้ส่วนตัวคิดแบบนั้นนะ) แต่ตรงนี้็แล้วแต่รสนิยมความชอบเนาะ ค่าเริ่มต้นตอนแรกจะตั้งมาให้แบบ X-Reality น่ะครับ

ส่วนเรื่องเสียงนั้นทาง Sony ก็ไม่เคยทำให้ผิดหวัง เพราะว่าใส่เทคโนโลยีและเอฟเฟกเสียงต่างๆมาให้เลือกกันเพียบทั้ง Clear Audio+ , Dynamic normalizer หรือ Sound Effects ที่มีให้เลือกปรับ Equalizer ตามต้องการระบบ DSEE HXแถมรุ่นนี้ยังรองรับการเล่นเพลงคุณภาพ Hi-Res ผ่านหูฟังไร้สายที่รองรับอีกต่างหาก ตัวลำโพงของเครื่องเองก็ยังเป็น Stereo มีระบบ S-Force ขับเสียงออกมาดังกำลังดีเลย

ทดสอบประสิทธิภาพของ Xperia XZs

ก่อนจะไปเข้าเรื่องการเล่นเกมเหมือนทุกที เราขอขั้นด้วยการโชว์ผลทดสอบของ Xperia XZs กันหน่อย สเปคที่เห็นจากด้านบนอย่างที่บอกว่าไม่ต่างจาก XZ ปกติมากนัก หลักๆก็คือเรื่องแรมที่เพิ่มเข้ามา เพราะฉะนั้นเราก็เลยต้องมาวัดความต่างจากคะแนนทดสอบนี้แหละ :P

ซึ่งผลคะแนนจากแอป AnTuTu Benchmark ของ XZs นั้นก็ออกมาที่ 133890 คะแนนครับผม ก็สูงกว่าเดิมเล็กน้อยตามคาดล่ะเนอะ

การเล่นเกมล่ะว่าไง !

อะๆเห็นคะแนนละก็ถึงคราวมาทดสอบเล่นเกมจริงๆละ ด้วยชิปเซ็ตตัวแรง Snapdragon 820 อย่างที่เคยๆพูดกันมาตั้งแต่สมัย Xperia X Performance หรือ XZ แล้วว่า ชิปเซ็ตระดับนี้เล่นเกมอะไรใน Store ตอนนี้ก็เล่นได้ลื่นๆแทบทั้งหมดอยู่แล้วล่ะ และจากที่ทดสอบบนรุ่นนี้ก็นั่นล่ะครับ ลื่นไหลตามสไตล์ Snapdragon แถมรุ่นนี้ยังเพิ่มแรมขึ้นมาอีก 1GB เลยทำให้ความคล่องตัวในการสลับแอปต่างๆดีขึ้นไปอีก เรื่องการเล่นเกมก็หายห่วงอย่างที่บอกเลยครับ ก็ Snapdragon 820 แล้วนี่เนอะ :P

กล้องถ่ายภาพนี่แหละหัวใจสำคํญของมือถือ Sony !

รอบนี้ Xperia XZs มาพร้อมกับกล้องตัวใหม่ที่มีเทคโนโลยี Motion Eye เพิ่มเข้ามาจัดการ โดยความละเอียดแอบลดลงมานิดหน่อยจาก 23 ล้านพิกเซล เหลือ 19 ล้านพิกเซล แต่ทาง Sony เคลมว่าความคมชัดของภาพถ่ายทั้งในที่แสงน้อยและแสงปกติยังคงคมชัดไม่แพ้รุ่นเดิมเลย พร้อมมีขนาดไมครอนที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม (XZ มีขนาดไมครอนอยู่ที่ 1.12 ส่วน XZs มี 1.22 ไมครอน)แต่ด้วยความที่ฟีเจอร์ใหม่และเซ็นเซอร์ที่ดีขึ้น ตัวเลนส์เลยใหญ่กว่าเดิมโขเลย ตรงนี้เลยคิดว่ามันเป็นปัญหานิดหน่อยเวลาวางเครื่องหรือใส่ในกระเป๋านะ เพราะตัวกรอบเลนส์เสี่ยงการเป็นไรสูงเลยล่ะ วิธีแก้ปัญหาคงต้องไปหาเคสเข้ามาช่วยหน่อยแล้วล่ะ

ตัวเซ็นเซอร์ต่างๆจากตอน XZ ก็ให้มาครบทั้ง Image Sensor , Laser Auto Focus และ RGBC-IR Sensor ก็ด้วย ให้เทคโนโลยีการถ่ายมาแบบจัดเต็มจริงๆ แถมยังมีระบบ Stack Memory ที่ช่วยคำนวณการเคลื่อนไหวและการจับภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

โหมดการถ่ายภาพนั้นก็ยังคงใหม่เด่นๆมาเช่นเคย ทั้ง AR Effect , Panorama , Creative Effect , 4K Video เป็นต้น

โหมด Manual มีมาให้เลือกปรับค่าต่างๆได้เช่นเดียวกับตอน XZ แล้ว ทั้ง White Balance , EV , Shutter Speed หรือระยะโฟกัสทำได้หมดแล้วล่ะครับ

ในโหมดหลักอย่าง Superior Auto+ ของ Xperia XZs ก็ดูฉลาดขึ้นกว่าเดิม เมื่อเราเล็งและแตะโฟกัสไปที่วัตถุหรือสถานที่ตัวกล้องก็จะแนะนำ Scene ขึ้นมาให้เหมาะกับการถ่ายภาพนั้นนั้น ตัวระบบโฟกัสมี Object Tracking จับการเคลื่อนไหวไม่หลุดโฟกัสได้อย่างดี

หนึ่งฟีเจอร์สำหรับภาพนิ่งที่เพิ่มเข้ามาพร้อมกับกล้อง Motion Eye นี้ก็คือระบบ Predictive หรือการคาดเดาที่อาศัยความไวของ stack memory และ Object Tracking ให้เมื่อเรากดถ่ายภาพที่มีการเคลื่อนไหวเร็วต่อเนื่องตัวกล้องจะเก็บภาพไว้ 4 ภาพก่อนและหลังที่จะกดชัตเตอร์ ทำให้เราสามารถเลือกย้อนไปดูภาพก่อนหน้า (คล้ายกับ Timeshift Burst) และเลือกช้อตที่ดีที่สุดเซฟขึ้นมาใหม่หรือจะเซฟทั้งหมดก็ได้เช่นกันครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง Motion Eye ของ Xperia XZs คุณภาพโดยรวมทำได้ประทับใจมาก ทั้งในเรื่องรายละเอียด สีสัน White Balance ที่ได้ตัว RGBC-IR Sensor เข้ามาช่วยในตรงนี้ หรือจะเป็นระบบ Predictive Mode ที่จับจังหวะของภาพเคลื่อนไหวได้เป็นอย่างดี ให้เราได้ภาพที่มีการเคลื่อนไหวเร็วๆอย่างที่คิดไว้จริงๆ 

ส่วนในเรื่องของวิดีโอ Xperia XZs ก็สามารถบันทึกความละเอียดได้สูงสุดถึง 4K (ไปเลือกได้ที่โหมด 4K Video) และในความละเอียด Full-HD 30fps ก็จะมีลูกเล่นกันสั่นถึง 5 แกนและ Steady Shot มาช่วยเรื่องความเนียนของวิดีโอได้ดียิ่งขึ้นด้วย

แต่ไฮไลท์จริงๆไม่ใช่การบันทึกวิดีโอทั่วๆไปซะแล้ว เพราะ Xperia XZs รุ่นนี้มาพร้อมกับกล้องหลัง Motion Eye ที่สามารถถ่ายวิดีโอ Super Slow Motion 960fps ได้นั่นเอง เรียกว่าช้าแบบสุดๆแทบจะหยุดนิ่งไปเลย แต่การทำงานจะไม่เหมือนแบบก่อนๆที่เราใช้การถ่ายวิดีโอไปยาวๆตลอดแล้วเลือกจุดที่จะสโลว์ได้อีกทีจากการ Edit แต่รอบนี้เราจำเป็นต้องเลือกจังหวะที่สโลว์เองเลยขณะถ่าย โดยกดได้หลายครั้งครั้งละประมาณ 0.182 วินาทีในเวลาปกติแล้วมาขลยายเวลาเป็น Super Slow ถึง 5 วินาทีประมาณนั้นครับ

ตัวอย่างวิดีโอ Super Slow Motion 960fps ที่ถ่ายได้จากกล้องของ Xperia XZs ถือว่าทำ Super Slow Motion ได้เนียนตามากๆด้วย 960fps แบบนี้ มากกว่าแบบทั่วๆไปถึง 4 เท่าเลยล่ะ แต่จุดที่น่าเสียดายก็คือเราจำเป็นต้องกดเลือกจังหวะสโลวตั้งแต่ตอนถ่ายเท่านั้น ไม่สามารถถ่ายก่อนแล้วมาเลือกทีหลังได้ เลยทำให้มาหลายครั้งที่มักจะกะจังหวะผิดบ่อยๆน่ะ ><

กล้องหน้า 13 ล้านพิกเซล มี Auto Focus และระบบกันสั่นเช่นกัน ในเรื่องคุณภาพต้องถือว่าทำได้ดีมากๆเลยล่ะ มีโหมดหน้าเนียนมาด้วย (แต่ไม่สามารถปรับระดับความสวยได้นะ)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ Xperia XZs จะเห็นว่าคุณภาพดีทีเดียว ระยะตื้นลึกเห็นชัดประหนึ่งกล้องหลังเลยล่ะ แต่ข้อเสียก็คือระบบโฟกัสที่จำเป็นต้องใช้เวลาในการโฟกัสนิดหน่อย เลยไม่ได้กดปุ๊บติดปั๊บแบบเดิมๆแล้วนั่นเองครับ

ปิดท้ายเรื่องกล้องกับเรื่องที่หลายคนสงสัยและถามไถ่กันมาตลอดว่า "รุ่นนี้กล้องยังร้อน ปิดแอปเองอยู่ไหม ?" หลังจากที่ผมไปทดสอบกล้องมาจริงๆจังๆก็ต้องยอมรับตรงนี้เลยว่า อาการแอปดีดและกล้องร้อนยังคงอยู่บนรุ่นล่าสุดอย่าง Xperia XZs นี้อยู่ ทั้งในโหมดการถ่ายภาพปกติที่เริ่มจากตัวกล้องจะปิดฟีเจอร์บ้างอย่างออกไป ในขั้นแรกจะเป็นปิดฟีเจอร์ Object Tracking ซึ่งแน่นอนฟีเจอร์ Predictive Move จะใช้ไม่ได้เลย

หรือถ้ายังฝืนใช้งานต่อไปกล้องก็จะตัดพร้อมข้อความให้พักเครื่องให้เย็นก่อนใช้งานอีกครั้ง ซึ่งถ้าถึงจุดนี้จริงๆแนะนำว่าคงต้องพักเครื่องให้เย็นขึ้นจริงๆแล้วล่ะครับ ก็ถือว่าในเรื่องกล้องและความร้อนก็ยังเป็นปัญหากวนใจผู้ใช้อยู่ถึงแม้จะดำเนินมาถึงรุ่นนี้แล้วก็ตาม แต่ทั้งนี้ก็คงจะเป็นเพราะอากาศในบ้านรานั้นร้อนแบบจริงจังเกินไปด้วยล่ะครับ เครื่องถึงรับไม่ไหวกันทีเดียว ><

แบตเตอรี่และเรื่องความร้อน

ปิดท้ายกันที่เรื่องของการใช้งานแบตเตอรี่ของ Xperia XZs ที่รอบนี้ก็ยังคงให้ความจุมาที่ 2900 mAh อยู่เท่าเดิม การใช้งานจริงๆก็ไม่ต่างกันรุ่นเดิมมากนักครับ ด้วยความจุแบตที่ไม่ได้เยอะมาก แต่หน้าจอก็ไม่ได้ใหญ่เท่าไหร่เช่นกัน จากการใช้งานจริงก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์กลางๆครับ ไม่ได้อึดมากแบบสามารถใช้งานต่อเนื่องได้เป็นวันครึ่ง - 2 วันแบแต่ก่อนละ แต่ก็ไม่ได้ลดฮวบฮาบใช้งานไม่พอในหนึ่งวันนะครับ กลางๆล่ะเนอะ ส่วนในเรื่องความร้อนเอาจริงๆก็ไม่ได้มากมายอะไรนะครับ ถ้าไม่ได้ถ่ายรูปและเปิดกล้องนานจริงๆ ถ้าใช้งานกล้องหนักๆจริงๆก็จะเจออาการแบบด้านบนที่บอกไปนั่นล่ะครับ ><

สรุปน่าใช้แค่ไหน !

เป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจมากกับฟีเจอร์เรื่องกล้องที่พันามาได้ถึงขีดสุดด้วยกล้อง Motion Eye ตัวเทพ ทั้งในเรื่องภาพนิ่งที่มีเทคโนโลยี Predictive คาดเดาให้เราได้ภาพถ่ายที่ดีที่สุดในจังหวะนั้นได้โดยไม่ยากเย็นอะไร หรือจะเป็นเรื่องวิดีโอที่สุดว้าวด้วย Super Slow Motion 960fps สโลว์ได้มากสุดของสมาร์ทโฟนตอนนี้แล้ว ชวนให้เราได้สร้างสรรค์คลิปเจ๋งๆน่าสนใจได้อีกเยอะ ดีไซน์ที่สวยลงตัวตามสไตล์ Sony ที่ทั้งพรีเมี่ยมและน่าสัมผัสมากๆตรงนี้แฟนๆน่าจะถูกใจอยู่แล้วแถมรอบนี้ก็ปรับโทนสีให้น่าสนใจไปอีก แต่ท้ายที่สุดในเรื่องของความร้อนที่ส่งผลกับกล้องเต็มๆนี่คงต้องเป็นการบ้านให้กับ Sony ต่อไปว่าจะแก้จุดนี้ให้หายขาดได้ดีแค่ไหนล่ะเนาะ นอกนั้นโอเคหมดแล้ววว :D

Sony Xperia XZs สนนราคาค่าตัวอยู่ที่ 21,990 บาท

จุดเด่น

  • หน้าจอ IPS สีสันสวยงามมาก
  • วัสดุงานประกอบแบบใหม่ดูพรีเมี่ยมและโดดเด่น
  • กล้องหลัง Motion Eye จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีใหม่และฟีเจอร์สุดว้าว
  • กล้องหน้า 13 ล้านพิกเซลมี AF และระบบกันสั่น
  • หน่วยความจำภายใน 64GB ใช้งานได้จุใจ
  • กันน้ำได้ตามมาตรฐาน IP68
  • รองรับ 2 ซิม

จุดสังเกต

  • แอปกล้องยังคงมีอาการดีดจากความร้อนสูง

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite