Review : Samsung Galaxy C9 Pro บันเทิงได้มากกว่าด้วยหน้าจอ 6 นิ้ว แรม 6GB และกล้องหน้า-หลัง 16 ล้านพิกเซล !!

เฮียแม๊พ | 24 พ.ค. 2560 17:51:17 (อัพเดต 25 พ.ค. 2560 10:48:42)

183739

VIEWS เฮียแม๊พ

Review : Samsung Galaxy C9 Pro บันเทิงได้มากกว่าด้วยหน้าจอ 6 นิ้ว แรม 6GB และกล้องหน้า-หลัง 16 ล้านพิกเซล !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เรายืมสมาร์ทโฟนรุ่น (หน้าจอ) ใหญ่มาให้ชมกันกับ Galaxy C9 Pro เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยได้ยินชื่อรุ่นนี้อยู่บ้าง เพราะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศจีนไปในช่วงปลายปีที่แล้ว ล่าสุดทาง Samsung ประเทศไทยก็ได้นำรุ่นนี้เข้ามาวางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ ผ่าน Samsung Brand Shop เท่านั้น เท่ากับว่ามีการนำซีรีส์ใหม่อย่าง Galaxy C Series เข้ามาวางเพิ่มอีกหนึ่งหลังจากที่มี Galaxy S , Galaxy A , Galaxy J หรือ Galaxy Note อยู่แล้วนั่นเองครับ ส่วนรุ่นนี้จะแตกต่างจากซีรีส์อื่นๆยังไงมาติดตามไปพร้อมๆกันเลยดีกว่าครับ :D

ลองสัมผัส Galaxy C9 Pro

มาเริ่มกันที่เรื่องการดีไซน์กันก่อนเลย ซีรีส์นี้จะไม่เหมือนกับ Galaxy A ที่เน้นวัสดุแบบกระจกผสมกับโลหะ เพราะมาด้วยวัสดุแบบ Metal Unibody ที่ผสานไปได้อย่างลงตัวตามสไตล์มือถือที่เห็นๆกันบ่อยในยุคนี้ ตัวเครื่องมาพร้อมขนาดที่ใหญ่ถึง 162.9 x 80.7 x 6.9 มม.และน้ำหนักที่ราวๆ 189 กรัม แต่รวมๆแล้วก็ถือว่าจับได้ดีทีเดียวตัวด้วยความบางของตัวเครื่องที่ทำได้ดีและตัวฝาหลังที่ทำมุมโค้งลงไปนิดหน่อยให้จับถือได้สะดวก

ขนาดที่ใหญ่มหึมาของตัวเครื่องก็มาพร้อมขนาดหน้าจอที่ใหญ่สะใจเช่นกันรุ่นนี้มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 6 นิ้ว ความละเอียด Full-HD เป็นชนิด Super Amoled แน่นอนว่าการแสดงผลทำได้ยอดเยี่ยมเหมือนเคยยิ่งขนาดใหญ่แบบนี้ด้วยยิ่งเต็มตาเข้าไปใหญ่เนอะ

การดีไซน์ด้านหน้ารวมๆนี่คงความเป็น Samsung ได้เป็นอย่างดี เหนือหน้าจอมีกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล , ลำโพงสนทนา , เซ็นเซอร์จับระยะ เซ็นเซอร์วัดแสง และไฟ LED แจ้งเตือน ดีนะรุ่นนี้มีไฟแจ้งเตือนมาด้วย (พวกรุ่น Galaxy A ยังไม่มีเลย ><)

ล่างหน้าจอมีปุ่มโฮมแบบกดที่สามารถสแกนลายนิ้วมือได้ด้วย (ตรงนี้แอบชอบส่วนตัวที่กรอบปุ่มโฮมเป็นสีทองตามสีตัวเครื่องไปด้วยสวยดี ^^") ส่วน 2 ข้างก็เป็นปุ่มแบบสัมผัส Recent App และ Back ตามสไตล์ Samsung ครับ

ด้านหลังอย่างที่ได้เห็นไปแล้วมีเส้นเสาอากาศบางๆ 3 เส้น ทั้งบนและล่างวางไว้แบบพอเนียนไม่เด่นจนเกินไป

ตัวกล้องหลังเลนส์ก็ไม่ได้นูนออกมาจากตัวเครื่องจนน่าเกลียด (แต่ก็ยังนูนหน่อยๆ) ความละเอียดอยู่ที่ 16 ล้านพิกเซล และไฟแฟลช LED แบบ Dual-Tone ด้วย

รอบๆเครื่องมีการวางตำแหน่งเหมือนกับมือถือ Samsung ทั่วไป มีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงอยู่ทางฝั่งซ้ายของตัวเครื่อง

ฝั่งขวามือปุ่ม Power ไว้เปิด-ปิดเครื่อง พร้อมกับช่องใส่ซิมการ์ดและ Micro-SD แยกเป็น 3 Slot เลยรุ่นนี้ คือไม่ต้องมาแยกแบบไฮบริดแล้วว่าจะใช้ 2 ซิมหรือ 1 ซิม 1 เม็ม อันนี้ดี !

ด้านล่างเครื่องมีแจ็คหูฟัง 3.5 มม. , พอร์ทการเชื่อมต่อแบบ USB-C , ไมโครโฟนสำหรับสนทนาและลำโพงหลักของตัวเครื่อง

ส่วนด้านบนก็เรียบๆมีเพียงไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวนครับ

สเปค Samsung Galaxy C9 Pro

  • รัน Android 6.0.1 Marshmallow
  • หน้าจอ Super Amoled ขนาด 6 นิ้ว ความละเอียด Full-HD
  • ชิปประมวลผล Snapdragon 653 Octa-core 2.0GHz
  • ชิปกราฟิก Adreno 510 GPU
  • แรม 6GB
  • รอม 64GB
  • รองรับ Micro-SD 256GB
  • แบตเตอรี่ 4,000mAh
  • รองรับระบบ Fast Charge
  • กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล f/1.9
  • กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล f/1.9
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • รองรับ 2 ซิม
  • วางจำหน่าย 2 สี ดำ , ทอง

จะเห็นว่าสเปคนั้นอยู่ในระดับกลางค่อนสูงเลยทีเดียว รอบนี้จัดเต็มมาด้วยหน่วยประมวลผล Snapdragon 653 ตัวแรงเลย หน้าจอขนาดใหญ่ 6 นิ้ว แต่ที่น่าสนใจคือแรมที่ให้มามากสุด 6GB เรียกว่ามากที่สุดของสมาร์ทโฟน Samsung ตอนนี้ก็ว่าได้ อีกทั้งยังมีกล้องหน้า-หลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซลอีกต่างหาก จัดว่าไม่ธรรมดาเลยล่ะสำหรับสเปคของรุ่นนี้

ประสิทธิภาพของ Galaxy C9 Pro

เห็นสเปคขนาดนี้แล้ว เดี๋ยวมาดูคะแนนทดสอบจากแอป AnTuTu Benchmark กันดีกว่า ซึ่งด้วยขุมพลัง Snapdragon 653 และแรม 6GB นั้นก็ทำให้ดึงคะแนนไปได้สูงถึง 84,530 คะแนนเลยทีเดียว

ส่วนเรื่องแรมที่ให้มามากถึง 6GB นั้น รุ่นนี้ก็เหลือใช้เยอะสะใจเลยที่ราวๆ 3.5 - 4.1GB เลย คราวนี้ก็หายห่วงเรื่องเครื่องอืดๆหรือใช้งานไม่ต้องเนื่องได้เลย รุ่นนี้เค้าจัดมาเต็มขนาดนั้นเลย ;D

ระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์เบื้องต้น

อย่างที่บอกว่า Galaxy C9 Pro นั้นเปิดตัวมาได้พักหนึ่งแล้ว ตัว OS หรือระบบปฏิบัติการก็ให้มาที่ Android 6.0.1 Marshmallow อยู่ อาจจะไม่ได้ใหม่ล่าสุดเท่ากับพวกรุ่นเรือธง แต่การใช้งานก็ทำได้ดีตามสไตล์มือถือ Samsung ยุคหลังๆ

หน้าตา UI ต่างๆเหมือนกับพวก Galaxy S7 หรือ Galaxy A 2017 ที่เป็น Grace UX ยังไงยังงั้น มีความเรียบและสะอาดตาใช้ได้ ไม่ได้ให้แอปมามากมายจนรกเครื่องแต่อย่างใด ส่วนเรื่องความลื่นไหลก็อย่างที่บอกครับ ทำได้ดีมากแล้วสำหรับสมาร์ทโฟน Samsung ยุคหลังๆ

แถบแจ้งเตือนด้านบนก็จะเป็นสีขาวเรียบๆ (สำหรับ Theme เริ่มต้น) มีพวก Toggle Switch ให้เลือกปรับเหมือนเคย แต่จะใช้งานง่ายขึ้นกว่าเดิมเพราะเราสามารถใช้ทางลัดด้านบนในการเข้าไปเลือกรายละเอียดได้เลย อาทิ Wi-Fi ก็เลือกเชื่อมต่อได้จากตรงนี้โดยไม่ต้องเข้าไปลึกๆใน Settings , Power Saving ก็กดทางเลือกย่อยว่าจะตั้งประหยัดพลังงานแบบไหนได้ เป็นต้น

หน้า Recent App ก็ยังเป็นรูปแบบการ์ดเหมือนของ Android 6.0 มาตรฐาน มีปุ่มให้เลือกใช้ Multi-Window ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Samsung อยู่ด้วย ซึ่งแอปที่รองรับ Multi-Window จะมีสัญลักษณ์ 2 จออยู่ตรงมุมขวาบนครับ หน้าจอใหญ่ๆแบบนี้ ใช้งาน Multi-Window ได้หนำใจกันเลยล่ะครับ อย่างที่เห็นเราจะเลือกเล่น Facebook ไปด้วยและดู YouTube ไปด้วยก็ทำได้สบายๆเลย แถมแรมรุ่นนี้ยังให้มามากถึง 6GB ไม่หน่วงแน่นอน :D

Samsung Themes บน C9 Pro ก็ยังมีมาให้เลือกปรับเหมือนเดิม ซึ่งรอบนี้นอกจากจะเปลี่ยนทั้ง Theme แล้วยังสามารถเลือกเปลี่ยนเฉพาะไอคอนได้ และทาง Samsung เองก็มีชุดไอคอนเฉพาะตามสีเครื่องออกมาให้เลือกปรับด้วย

Always On Display หลังๆนี่ก็มีมาให้แทบทุกรุ่นละ รุ่นนี้ก็เช่นกัน แต่น่าเสียดายที่รูปแบบ Layout ที่มีให้เลือกนั้นมีเพียงแค่นาฬิกา , ปฏิทินและรูปภาพเท่านั้น ไม่สามารถดาวน์โหลดรูปแบบใหม่ๆเพิ่มได้แบบรุ่นเรือธงเค้าน่ะนะ ส่วนการปรับแต่งให้เป็นนาฬิกา ปฏิทิน หรือรูปภาพก็เข้าไปได้ตั้งค่าได้ที่ Settings > Display , Always On Display ครับผม

ระบบสแกนลายนิ้วมือแบบฉับไว

การสแกนลายนิ้วมือนี่คงเป็นมาตรฐานใหม่ของสมาร์ทโฟนเดี๋ยวนี้แล้ว รุ่นนี้ก็มีมาให้เช่นเคยแถมเป็นแบบใหม่ด้วย ความเร็วก็ทำได้รวดเร็วครับ คือเพียงแค่แตะเบาๆที่ปุ่มโฮมเราก็สามารถปลดล็อคเครื่องได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องกดปลุกหน้าจอให้ติดขึ้นมาก่อนเลย ตรงนี้ถือว่าน่าสนใจทีเดียวครับ

Secure Folder โฟลเดอร์ลับเก็บเรื่องส่วนตัว

อีกหนึ่งฟีเจอร์แบบเดียวกีบพวก Galaxy A 2017 อย่าง Secure Folder โซนลับที่เอาไว้เก็บข้อมูลส่วนตัวไม่ให้ใครรู้ ก็ยังคงมีมาให้บนรุ่นนี้เช่นกัน โดยเราสามารถใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือในการปลดล็อคเข้าโซนนี้ได้ ภายในเราก็สามารถแบ่งแอปต่างๆจากโซนหลักได้อย่างสิ้นเชิง เราสามารถแยกแอป LINE ออกจากกันได้เป็นอีกหนึ่งแอปเลยล่ะ

บันเทิงสะใจด้วย Galaxy C9 Pro

มาเข้าเรื่องการใช้งานด้านมัลติมีเดียกันต่อ อย่างที่เห็น Galaxy C9 Pro จัดว่าเป็นแฟ็บเล็ตหน้าจอใหญ่สะใจด้วยขนาด 6 นิ้วแบบนี้การใช้งานดูหนัง ดูคลิปตาม YouTube นั้นจัดว่าเด็ดดวงมากๆ ขนาดใหญ่สะใจยังไม่พอ ชนิดหน้าจอ Super Amoled ยังแสดงผลได้สวยงามมากๆอีก แบบนี้การเสพคอนเท้นท์เรื่องภาพนี่หายห่วงครับ จะเอามาดูหนัง , ดูไฟล์รูป สุดๆ !

ส่วนเรื่องเสียงนั้นรุ่นนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเช่นกัน เพราะว่าลำโพงของรุ่นนี้เป็นแบบ Stereo เลยด้วยนะ ใช้งานควบคู่กันระหว่างลำโพงสนทนาและลำโพงหลักที่ด้านล่างอีกตัว ผสานกันเป็น 2 ตัวเพื่อให้ได้เสียงที่มีมิติมากขึ้น เรื่องความดังก็จัดเต็มมากๆ เรียกว่าถ้าใช้งานฟังเพลงหรือดูหนังด้วยลำโพงของตัวเครื่องนี่ทำได้ดีมากๆเลยสำหรับ Galaxy C9 Pro ตัวนี้

เล่นเกมก็เพลินๆไม่แพ้กันครับ เพราะรุ่นนี้ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 653 ตัวแรงสุดของซีรีส์ Snapdragon 600 ตอนนี้ การประมวลผลก็ทำได้ดีเอามากๆ สามารถเล่นเกมกราฟิกหนักๆใน Play Store ตอนนี้ได้อย่างสบายๆ และด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่และลำโพงคู่แบบจริงจังนี่ก็ยิ่งเสริมเรื่องการเล่นเกมให้ดีไปอีก :D

Game Launcher ลูกเล่นเล็กๆสำหรับเกมเมอร์ยังมีติดมาให้ด้วย อันนี้อาจจะไม่ได้ใหม่อะไร แต่ก็ถือเป็นฟีเจอร์เจ๋งๆที่ใส่เข้ามา Game Launcher จะเป็นไอคอนเล็กๆที่รูปจอยเกมสีแดง ในนี้จะมีตัวเลือกให้เลือกอยู่ 6 ตัวเลือก

  1. No Alert During game ปิดการแจ้งเตือนอื่นๆเวลาเล่นเกมอยู่
  2. Lock Recent and Back Keys ล็อคปุ่ม Recent Apps และปุ่ม Back กันเวลาเราไปกดโดน
  3. Screen Touch Lock ล็อคการสัมผัสหน้าจอ
  4. Screenshot แคปหน้าจอ
  5. Record อัดวิดีโอหน้าจอ
  6. Settings ตั้งค่าตัว Game Launcher

ถ่ายภาพสวยเนียนเซลฟี่ก็ชัดด้วยกล้องหน้า-หลัง 16 ล้านพิกเซล

เข้าสู่เรืองกล้องของรุ่นนี้ ตามหัวข้อเลยครับ รุ่นนี้จัดเต็มมาด้วยกล้องหน้า-หลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล มี f/1.9 เท่ากันด้วย เช่นเดียวกับตอน Galaxy A 2017 เลย ตัวเลนส์กล้องของรุ่นนี้ก็ไม่ได้นูนยื่นออกมาจากตัวเครื่องจนเป็นปัญหาอย่างรุ่นก่อนๆแล้วนะ

UI การเข้าถึงก็เหมือนกับพวกรุ่นใหญ่ครับ ใช้งานง่ายด้วยการสไลด์ซ้าย-ขวาเลือกโหมดเลือกเอฟเฟกต์สี หรือจะสไลด์ขึ้น-ลงเพื่อสลับกล้องหน้า-หลังเป็นต้น ตัวโหมดที่ให้มาก็แบบเดียวกับพวก Galaxy A ครับ มี Auto , Pro , Panorama , Continuous , HDR , Night และ Food หลักๆประมาณนี้ จริงๆเรายังสามารถดาวน์โหลดโหมดเพิ่มได้อีก 3 โหมดกดที่ปุ่ม Download ด้านบนได้ครับ

ตัวกล้องไม่มีโหมด HDR Auto ที่จะเลือกปรับเปิด-ปิดให้เองตามสถานการณ์นะครับ เราต้องใช้โหมด HDR (Rich Tone) แทนถ้าอยากถ่ายภาพย้อนแสง ส่วนโหมด Pro นั้นยังคงน่าเสียดายเช่นเคยที่ไม่เปิดให้เราปรับค่าจำเป็นๆอย่าง Shutter Speed หรือ ระยะโฟกัส ในนี้เราจะสามารถปรับเลือกได้เพียง Whie Balance , ISO และ EV เท่านั้น (ดูไม่ค่อยโปรเลยอะ ><)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังของ Galaxy C9 Pro

คุณภาพจากกล้องหลังของรุ่นนี้ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์กลางๆครับ สีสันในแสงปกตินั้นทำได้ดีอยู่ รายละเอียดและความคมชัดก็เช่นกันครับ แต่ก็ไม่ได้เด่นในเรื่องแสงน้อยเท่าไหร่เพราะไม่ได้มีระบบกันสั่น OIS มาให้ รวมๆถือว่าใช้ถ่ายทั่วๆไปได้ แต่ถ้าคาดหวังว่าจะสวยคมในที่แสงน้อยเหมือนพวกรุ่นเรือธงอันนี้คงต้องบอกว่ายังไม่ถึงขั้นนั้นนะ ^^"

กล้องหน้านี่เด็ดใช้ได้ล่ะ น่าจะเป็นอีกจุดที่หลายๆแบรนด์ก็เน้นกันมาสำหรับเรื่องกล้องหน้าความละเอียดสูงๆ รุ่นนี้ก็จัดมาสูงจริงด้วย 16 ล้านพิกเซล f/1.9 โหมดการปรับแต่งยังคงให้มาพอกรุบกริบแบบ Samsung (แต่ก็ใช้งานได้จริง) อาทิ หน้าเนียน , ตาโต หรือจะเป็นโทนสีของภาพอยากได้โทนร้อน-เย็นก็ปรับได้ครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ Galaxy C9 Pro

จะเห็นว่าคุณภาพกล้องหน้าของรุ่นนี้ไม่ธรรมดาเลยล่ะ เพราะด้วยความละเอียดที่สูงขนาดนี้รายละเอียดก็ครบถ้วนดี แถมยังดูไม่เบลอแบบกล้องหน้า Samsung ก่อนหน้านี้แล้วด้วย และด้วย f/Stop ที่กว้าง พอเราเซลฟี่ที่ฉากหลังห่างมากๆ ก็จะได้ระยะชัดตื้น (หน้าชัด-หลังเบลอ) ได้สวยทีเดียวครับ

แบตเตอรี่ 4,000 mAh ใช้งานเต็มๆ

ถึงแม้ว่ารุ่นนี้จะมีความบางเพียง 6.9 มม. แต่ภายในก็ซ่อนแบตเตอรี่ความจุเยอะถึง 4000 mAh อยู่ด้วย ซึ่งถ้าเทียบความจุแบตฯกับไซส์หน้าจอและสเปคต่างๆก็ถือว่ากำลังลงตัวเลยครับ ถึงจะไม่ได้เยอะมากเท่า A9 Pro แต่ก็แลกมากับตัวเครื่องที่บางเฉียบเอามากๆเนาะและจากการทดสอบใช้จริง เรียกว่าอึดใช้ได้ครับ ใช้งานทั่วๆไปนี่ได้วันครึ่งกันเลยก็มี

ส่วนเรื่องระบบชาร์จก็รองรับ Fast Charge ของ Samsung แบบเดียวกับรุ่นพี่ทั้งหลายเลย หายห่วงเรื่องแบตเตอรี่ที่ความจุเยอะๆแล้วชาร์จนานไปได้เลย :D

ราคา 16,900 บาท

ปิดท้ายกันที่เรื่องราคา Galaxy C9 Pro นี้เปิดราคาค่าตัวมาที่ 16,900 บาท และจะวางจำหน่ายเฉพาะที่ Samsung Brand Shop เท่านั้น นะครับ สำหรับเพื่อนๆที่สนใจก็ลองไปสอบถามและลองจับลองเล่นกันดูก่อนเพื่อประกอบการตัดสินใจเนอะ ^^

สรุปความน่าฟาด

Galaxy C9 Pro ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟน Samsung ที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะด้วยความใหญ่และจัดเต็มในหลายๆด้าน ทั้งหน้าจอ 6 นิ้ว เต็มตา , สเปค Snapdragon 653 แรม 6GB เต็มแรง , กล้องหน้า-หลัง 16 ล้านพิกเซล เต็มความละเอียด แบบนี้ เหมาะสำหรับเพื่อนๆที่ชอบแฟ็บเล็ตที่เติมเต็มในเรื่องความบันเทิงดีจริงๆ แถมดีไซน์ก็ยังสวยลงตัว ขนาดไม่ใหญ่จนเทอะทะอีกต่างหาก จัดว่าเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนจอใหญ่ที่ครบเครื่องมากๆอีกรุ่นนึงเลยทีเดียวครับ :D

จุดเด่น

  • หน้าจอใหญ่แสดงผลได้สะใจ เต็มตา
  • ดีไซน์สวย , แข็งแกร่งและบางเพียง 6.9 มม.
  • สเปคจัดเต็มแรม 6GB
  • กล้องหน้า-หลัง 16 ล้านพิกเซล f/1.9
  • หน่วยความจำภายใน 64GB รองรับ Micro-SD 256GB ด้วย
  • ปุ่มโฮมสแกนลายนิ้วมือทำได้รวดเร็วและดีงาม
  • ลำโพงคู่เสียงแจ่ม
  • รองรับ 2 ซิมและ 1 Micro-SD แบบครบถ้วนด้วยถาดแบบ 3 Slot

จุดสังเกต

  • โหมดกล้อง Pro ไม่สามารถปรับค่าจำเป็นๆได้

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite