Review : ASUS Zenfone Zoom S มือถือกล้องคู่ไซส์เล็ก แต่แบตไม่เล็กนะจ๊ะ

MrXcite | 2 มิ.ย. 2560 16:20:21 (อัพเดต 7 มิ.ย. 2560 10:47:35)

10186

VIEWS MrXcite

Review : ASUS Zenfone Zoom S มือถือกล้องคู่ไซส์เล็ก แต่แบตไม่เล็กนะจ๊ะ

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน วันนี้เรามีสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก ASUS มาให้ชมกัน ในช่วงปีที่ผ่านมาสมาร์ทโฟนทั่วโลกได้มีการปรับปรุงเทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพกันอย่างมากมาย โดยเทรนด์ที่ฮิตกันในปัจจุบันคงหนีไม่พ้น “กล้องคู่” ที่มีกันออกมากันเกือบทุกแบรนด์ โดยทาง ASUS เองก็ไม่พลาดที่จะตามเทรนด์นี้ด้วย ล่าสุดได้ปล่อยสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ออกมาคือ ASUS Zenfone Zoom S ในราคา 16,990 บาท จะถูกใจหรือไม่ มาติดตามกันเลยดีกว่า

เริ่มแกะกล่อง

ASUS Zenfone Zoom S นั้นมาพร้อมกับกล่องสีดำดีไซน์เรียบหรู พิมพ์ชื่อรุ่นเป็นตัวหนังสือสีทองขนาดใหญ่บ่งบอกชัดเจน

เปิดกล่องขึ้นมาจะเจอตัวเครื่องนอนอยู่ขนาดพอดีกล่อง

 

เมื่อนำตัวเครื่องออกมาจะพบกับอุปกรณ์มาตรฐานเป็นลักษณะมีฝาปิดไว้ โดยอุปกรณ์มาตรฐาน มีตามนี้

  • สาย USB Type-C
  • Adapter ชาร์จไฟ
  • หูฟัง ASUS ZenEar 3.5 mm
  • ตัวแปลง USB เป็น USB Type-C
  • เข็มจิ้มถาดใส่ซิม
  • Soft Case ใสแบบยาง
  • คู่มือผู้ใช้งาน และ ใบรับประกัน

 

สัมผัสแรก

เมื่อได้สัมผัสตัวเครื่องครั้งแรกรู้สึกได้ถึงความพรีเมี่ยมของวัสดุ โดยตัวบอดี้ของเครื่องนั้นเป็นวัสดุแบบ Metal Unibody ตามสมัยนิยมของสมาร์ทโฟนในยุคนี้ ทำให้ตัวเครื่องดูมีความหรูหรามีสัมผัสที่ดี มีการตัดมุมของเครื่องเป็นแบบโค้งเพื่อทำให้เกิดความสวยงามและจับได้ถนัดมือมากขึ้น โดยเครื่องที่ได้มาทดสอบนั้นเป็นสี Navy Black นอกจากสีที่ได้มาทดสอบนั้นยังสีอื่นให้เลือกคืออีก 2 สีคือ สี Glacier Silver และสี Rose Gold อีกด้วย

ตัวเครื่องนั้นมีหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 5.5 นิ้ว แต่ยังสามารถจับเล่นมือเดียวได้อย่างถนัดมือ โดยขนาดของตัวเครื่องนั้นอยู่ที่ ยาว 154.3 มม. และ กว้าง 77 มม. ส่วนตัวเครื่องมีความหนาอยู่ที่ 7.99 มม. ซึ่งไม่หนาและไม่บางจนเกินไป น้ำหนักนั้นอยู่ที่ 170 กรัม ซึ่งถือว่าน้ำหนักเบาทีเดียว 



ASUS Zenfone Zoom S มาพร้อมกับหน้าจอ AMOLED Display ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1,920 x 1,080 พิกเซล โดยสามารถให้สีสันที่สดมากจนบางครั้งทำให้รู้สึกขาดความเป็นธรรมชาติไปหน่อย ภาพมีความคมชัดดี โดยหน้าจอถูกครอบทับด้วยกระจกจอแบบ Corning Gorilla Glass 5 เพื่อป้องกันการเสียหายของหน้าจอจากการตกจากที่สูงเพิ่มขึ้นด้วย

 

ด้านหน้าเหนือหน้าจอจะมีลำโพงสำหรับสนทนา, กล้องหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซล, ไฟบอกสถานะ, เซนเซอร์กะระยะ และเซนเซอร์วัดแสง

ถัดลงมาที่ด้านล่างของหน้าจอจะมีปุ่มแบบสัมผัส โดยแบ่งออกเป็น 3 ปุ่ม คือ ปุ่มซ้ายย้อนกลับ ปุ่มโฮมตรงกลางและขวาสุดคือปุ่ม Recent Apps โดยรุ่นนี้จะไม่มีไฟ Backlit ใต้ปุ่มมาให้สำหรับใช้งานในที่มืด



พลิกมาดูที่ด้านหลังของตัวเครื่อง มองจากบนลงล่างจะพบกับ กล้องคู่ที่เป็นจุดเด่นของรุ่นนี้ ถัดลงมาจะเป็น Dual-LED Flash และเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ



ด้านบนของตัวเครื่องจะมีแค่ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนเท่านั้น

 

ทางด้านซ้ายของตัวเครื่องจะพบช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Nano Sim รองรับได้ 2 ซิม โดยช่องที่ 2 ต้องเลือกว่าจะใส่ซิมการ์ด หรือ MicroSD Card รองรับได้สูงสุดที่ 2TB

 

ที่ด้านขวาของตัวเครื่องจะมีปุ่มปรับระดับเพิ่มลดเสียง และปุ่มเปิดปิดเครื่อง


ด้านล่างของตัวเครื่องเป็นที่อยู่ของพอร์ต USB Type-C และช่องหูฟัง 3.5 มม. มาพร้อมกับไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนตัวที่ 2 และลำโพง 1 ตัว


Dual Camera

ASUS Zenfone Zoom S จะมาพร้อมกับกล้องหลังแบบคู่ ซึ่งเป็นจุดเด่นของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ โดยระบบกล้องคู่นี้มีการแบ่งการทำงานกันอย่างชัดเจน คือ

  •  กล้องตัวแรกจะเป็นเลนส์มุมกว้าง 25 มิลลิเมตร พร้อมรูรับแสง f/1.7
  •  กล้องตัวที่สองจะเป็นเลนส์เทเล 59 มิลลิเมตร พร้อมรูรับแสง f/2.6 โดยสามารถซูมจริงผ่านเลนส์กล้อง (ออปติคอลซูม) ได้ถึง 5 เท่า และซูมผ่านซอฟต์แวร์ (ดิจิตอลซูล) ได้ถึง 12 เท่า

นอกเหนือจากระบบกล้องคู่นั้น ASUS Zenfone Zoom S ยังมี 2 เทคโนโลยีสำคัญเพื่อช่วยให้การถ่ายภาพนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น ได้แก่ เทคโนโลยี ASUS TriTech+ โดยเทคโนโลยีนี้สามารถทำให้ตัวกล้องจับ Auto Focus ได้ในระยะเวลาเพียงแค่ 0.03 วินาที


อีกเทคโนโลยีที่อยากจะแนะนำคือ ASUS SuperPixel Technology เป็นเทคโนโลยีที่เพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายภาพสภาวะที่มีแสงน้อย ควบคุมระดับ ISO ในการถ่ายภาพ และสามารถลด Noise ในภาพได้ด้วย ด้วยเทคโนโลยีนี้ทำให้ ASUS Zenfone Zoom S สามารถเก็บแสงได้เพิ่มขึ้น 2.5 เท่าในทุกกรณี

นอกจากเทคโนโลยีของกล้องจะมีมาอย่างมากมายแล้ว โหมดการถ่ายรูปมีมาให้เล่นอย่างมากมายไม่แพ้กันถึง
19 โหมด ยกตัวอย่างเช่น

  • โหมด Beautification โดยโหมดนี้น่าจะถูกใจสำหรับสาวๆที่ชอบเซลฟี่ แล้วแต่งรูปให้หน้าเนียนก่อนที่จะลงโซเชี่ยล เพราะในโหมดนี้จะแต่งรูปให้เราเลยตั้งแต่ตอนถ่ายเพื่อให้เราสามารถลงโซเชี่ยลได้โดยไม่ต้องเสียเวลาแต่งเพิ่ม
  • โหมด Depth of Field หรือหน้าชัดหลังเบลอ โดยโหมดนี้เป็นการนำรูปที่ถ่ายมาปรับแต่งโดย Software ในตัวเครื่อง เพื่อให้ได้รูปที่หน้าชัดหลังเบลอ

หากไม่ต้องการใช้โหมดที่ว่ามา ยังมีโหมด Manual ให้ได้เลือกใช้ โดยโหมดนี้เป็นโหมดที่สามารถปรับค่าต่าง ๆ
ได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นความเร็วชัตเตอร์, รูรับแสง หรือ ISO เหมือนใช้กล้อง DSLR หรือ Mirrorless ที่สำคัญคือสามารถถ่ายและบันทึกเป็น RAW File ได้อีกด้วย (ต้องอัพเดทเป็น Android 7.0 ก่อน) ทำให้น่าจะถูกใจสำหรับช่างภาพมืออาชีพกันพอสมควร


ตัวอย่างรูปจากกล้องหลัง

ZOOM ZOOM !!

มาถึงฟีเจอร์พระเอกของรุ่นนี้ โดยฟีเจอร์นี้นั้นมาจากกล้องตัวที่สองที่ใช้เลนส์เทเล 59 มิลลิเมตร พร้อมรูรับแสง f/2.6 นี้นั่นคือการซูมทำสามารถทำได้ถึง 5 เท่าแบบออพติคอลซูม โดยจะมีระยะซูมอยู่ 3 สเต็ป คือ 1.0x เป็นระยะซูมปกติ ต่อมาคือ 2.3x และ 5.0x เท่า​โดยที่ไม่เสียรายละเอียดของภาพไป ว่าแล้วลองมาชมตัวอย่างของรูปที่ได้จากฟีเจอร์นี้กันดีกว่า

ตัวอย่างรูป 

 

โดยจากตัวอย่างรูปที่ได้มานั้น สามารถทำได้น่าพอใจเลยทีเดียว เพราะขนาดซูมเข้าไปถึง 5 เท่าแล้วภาพยังคงให้รายละเอียดที่ครบถ้วนและคมชัดอยู่ ไม่มีอาการแตกของภาพแต่อย่างใด งานนี้น่าจะถูกใจสำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปกันไม่น้อย

Front Camera

สำหรับกล้องหน้านั้นมีความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง f/2.0 และมีโหมด Beautification มาให้สามารถปรับแต่งสีผิว ทำให้หน้าเรียว ปรับขนาดตา และอีกมากมาย อีกฟีเจอร์พิเศษที่แถมมาคือสามารถกดที่ปุ่มชัตเตอร์และดึงนิ้วขึ้น จะเป็นการตั้งเวลาถ่ายภาพอัตโนมัติ

ตัวอย่างรูปจากกล้องหน้า

 

 

Battery 5,000 mAh !!!

ใครจะไปเชื่อว่าสมาร์ทโฟนที่มีความหนาของตัวเครื่องแค่ 7.99 มม. และมีน้ำหนักตัวเครื่องรวมแล้วแค่ 170 กรัม
จะให้แบตเตอรี่ที่มีความจุถึง 5,000 mAh โดยเหตุผลที่ทาง ASUS ให้แบตเตอรี่ที่มีความจุเยอะขนาดนี้มาเพราะ
ASUS Zenfone Zoom S นี้สามารถทำหน้าที่เป็น Power Bank ได้ด้วย เพียงต่อ ASUS Zenfone Zoom S นี้โดยใช้ตัวแปลงจาก USB เป็น USB Type-C ที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐานมาให้ในกล่องมาต่อกับอุปกรณ์ที่เราต้องการจะชาร์จเท่านั้น

สแกนลายนิ้วมือ

การทำงานของระบบสแกนลายนิ้วมือนั้นสามารถทำงานได้ไวมาก แค่เอานิ้วไปแตะโดนเซนเซอร์ตัวเครื่องก็จะ
ปลดล็อคหน้าจอให้เลย ซึ่งบางครั้งรู้สึกว่าเซนเซอร์จะทำงานไวเกินไป ถ้ามือเปียกหรือมันจะทำให้ไม่สามารถสแกนลายนิ้วมือผ่านได้ ต้องเช็ดมือให้แห้งสนิทดีก่อนจึงจะสามารถใช้งานได้


สเปค ASUS Zenfone Zoom S

  • CPU : Qualcomn Snapdragon 625, Octa-core 2.0 GHz
  • GPU : Adreno 506
  • RAM : 4 GB
  • ROM : 64 GB (รองรับ MicroSD ได้สูงสุด 2TB)
  • Display : AMOLED ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1,920 x 1,080 พิกเซล วางทับด้วย กระจกจอแบบ Corning Gorilla Glass 5
  • Main Camera : ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เลนส์ตัวแรกเป็นเลนส์มุมกว้าง 25 มิลลิเมตร พร้อมรูรับแสง f/1.7 เลนส์ตัวที่สองเป็นเลนส์เทเล 59 มิลลิเมตร พร้อมรูรับแสง f/2.6
  • Front Camera : ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง f/2.0
  • Battery : ความจุ 5,000 mAh มีระบบ Reverse Charging
  • ขนาด : ยาว 154.3 x กว้าง 77 x หนา 7.99 มม. น้ำหนัก 170 กรัม
  • รองรับการใช้งานได้ 2 ซิมการ์ด แบบ Hybrid 
  • รองรับระบบสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง

ระบบปฏิบัติการและ User Interface

ASUS Zenfone Zoom S มาในระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow ที่มีหน้าตาแบบ ZenUI 3.0 (สามารถอัพเกรดเป็น Android 7.0 ได้) โดยรวมแล้วการใช้งานนั้นมีความลื่นไหลดี ยังไม่พบว่ามีการกระตุกหรือค้างใดๆ มาให้กวนใจ ระบบมีการจัดการพลังงานที่ดี ในการทดสอบใช้งานจริงด้วยการเล่นเกม เล่น Social Network และถ่ายรูปในตลอดทั้งวัน พบว่าแบตเตอรี่ยังคงเหลืออยู่ 42% ซึ่งถือว่าทำได้ดีมาก ในส่วนของหน้าตา UI มีความสวยงามใช้งานง่าย ขนาดไอคอนและตัวอักษรที่ขนาดค่อนข้างใหญ่ทำให้มองเห็นได้สะดวก หน้าจอสามารถปรับแต่งได้ตามที่ต้องการเพื่อความสะดวกในการใช้งาน

 

ทดสอบประสิทธิภา

เรามาลองทดสอบประสิทธิภาพผ่านแอพกันหน่อย ในส่วนของแอพ AuTuTu นั้นได้คะแนนอยู่ที่ 62659 คะแนน
ถือว่าทำได้ไม่เลวเลยทีเดียว ต่อมาได้ลองทดสอบในแอพ PCMark ก็ได้คะแนนอยู่ที่ 4691 คะแนน และในแอพสุดท้ายคือแอพ Geekbench 4 ก็ได้คะแนนแบบ Single-Core ที่ 861 คะแนนและแบบ Multi-Core ได้คะแนน 4269 คะแนน

สรุปน่าใช้ไหม ?

เป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนที่ตามเทรนด์ของโลกได้เป็นอย่างดี และเหมือนเป็นการแก้ไขจุดที่คนทั้งโลกนั้นต้องการจากหลาย ๆ ค่าย นั้นคือเรื่องของแบตเตอรี่ที่อึดมาก เหมาะกับยุคที่คนใช้สมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์หลักในการใช้ชีวิตมาก รวมทั้งการดีไซน์เครื่องที่ทำได้ดีมาก มีความหนาของตัวเครื่องที่กำลังพอดี น้ำหนักที่เบาถือสบาย และวัสดุที่ให้สัมผัสรู้สึกพรีเมี่ยม อีกจุดเด่นสำคัญของรุ่นนี้ คือฟีเจอร์ของกล้องที่ถูกพัฒนาขึ้นมาจากรุ่นก่อน โดยรุ่นนี้ได้กล้องคู่ตามคู่แข่งที่ออกมาก่อนหน้านี้ และยังมีเทคโนโลยีที่ช่วยพัฒนากล้องให้มีประสิทธิภาพมาขึ้นอีกด้วย แต่ยังมีจุดสังเกตบางจุดที่ยังทำให้รู้สึกไม่ลงตัวในการใช้งานอยู่บ้าง แต่ถือว่าไม่ได้หนักหนาอะไร และไม่น่าจะทำให้ยอดขายของเจ้า ASUS Zenfone Zoom S นั้นน้อยลงกว่าที่ควรจะเป็นแต่อย่างใด

ASUS Zenfone Zoom S สนนราคาค่าตัวอยู่ที่ 16,990 บาท

จุดเด่น

  • แบตเตอรี่ 5,000 mAh อึดมากใช้งานได้ตลอดทั้งวัน
  • ตัวเครื่องมีขนาดบาง และน้ำหนักที่เบามาก ถึงแม้จะได้แบตเตอรี่ลูกใหญ่ถึง 5,000 mAh
  • กล้องได้รับการพัฒนาอัดเต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ
  • มีโหมดการถ่ายรูปให้เล่นมากมาย สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลาย
  • งานประกอบแน่นหนา วัสดุให้สัมผัสที่ดูพรีเมี่ยม
  • ระยะซูมที่ทำได้ถึง 5 เท่าโดยไม่เสียรายละเอียดของรูป

จุดสังเกต

  • ภาพที่ถ่ายออกมา สีเหมือนจะติดอมม่วงนิด ๆ
  • ไม่มีไฟ Backlit ใต้ปุ่ม ทำให้เกิดความลำบากเมื่อใช้งานในที่มืด
  • เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือทำงานเร็วเกินไป ทำให้เผลอไปปลดล็อคหน้าจอโดยไม่ได้ตั้งใจ