Review : Aston Thunder Cover Plus มือถือจอใหญ่ 6 นิ้วสะใจบอดี้ดูดีในราคาค่าตัวเบาๆเพียง 3,490 บาท !!

เฮียแม๊พ | 30 มิ.ย. 2560 15:49:45 (อัพเดต 4 ก.ค. 2560 10:39:28)

12380

VIEWS เฮียแม๊พ

Review : Aston Thunder Cover Plus มือถือจอใหญ่ 6 นิ้วสะใจบอดี้ดูดี
ในราคาค่าตัวเบาๆเพียง 3,490 บาท
!!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่สมาร์ทโฟนสุดคุ้มราคาประหยัดจากแบรนด์ Aston กับรุ่น Thunder Cover Plus นั่นเอง ที่บอกว่าราคาประหยัดก็เพราะรุ่นนี้มีราคาค่าตัวเพียง 3,490 บาทเท่านั้นเอง แต่ดูจากรูปทรงแล้วก็สวยงามน่าสนใจใช้ได้เลยใช่ไหมล่ะ เอาเป็นว่าเดี๋ยวมาชมรีวิวของรุ่นนี้ไปพร้อมๆกันดีกว่าครับ :D

อุปกรณ์ภายในกล่อง

มาเริ่มกันที่อุปกรณ์ภายในกล่องกันก่อนเลย ของที่ให้มาก็เรียกว่าครบพร้อมใช้กันเลยล่ะ ทั้งเคส ทั้งฟิล์มมีมาให้หมดเลย ทั้งหมดก็มีด้วยกัน 8 อย่างประกอบด้วย

  • ตัวเครื่อง
  • เคสฝาพับ
  • กระจกกันรอย 2 ชิ้น
  • หูฟัง
  • สาย Micro-USB
  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟ
  • ผ้าเช็ดหน้าจอ (ทั้งแบบแห้งและเปียก)
  • คู่มือการใช้งาน

การดีไซน์

มาเข้าในเรื่องของการดีไซน์กันต่อ Aston Thunder Cover Plus มาพร้อมขนาดหน้าจอไซส์ใหญ่ 6 นิ้วเลย พร้อมกระจกแบบ 2.5D กันรอยแบบ Gorilla Glass ซะด้วย แต่ทีเด็ดก็คือรุ่นนี้มีการติดฟิล์มกันรอยมาให้ตั้งแต่ในกล่องเลยด้วย ซึ่งถ้าใช้ไปจนเป็นรอยก็ยังมีกระจอยกันรอยหน้าจอแถมมาให้อีกด้วย

มาพร้อมความละเอียด qHD 960x540 พิกเซล ความละเอียดหน้าจอไม่เยอะเท่าไหร่ แต่รวมๆแล้วก็ถือว่าทำได้กำลังดีครับ

ขนาดตัวเครื่องจัดว่าใหญ่อลังการเลยล่ะเต็มไม้เต็มมือ ส่วนน้ำหนักมากพอตัวที่ 210 กรัม บอดี้ใช้วัสดุเป็นกรอบโลหะให้ความแข็งแกร่งแต่ถึงฝาหลังจะเป็นพลาสติกด้านๆแต่ด้วยน้ำหนักที่มากหน่อยเลยทำให้ตัวเครื่องดูมีน้ำหนักและแน่นหนาดีครับ

เหนือหน้าจอมีไฟแฟลชกล้กล้องหน้า , กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล , ลำโพงสนทนา , ไฟ LED แจ้งเตือน และเซ็นเซอร์วัดแสงต่างๆ

ล่างหน้าจอมีปุ่มกดแบบสัมผัส 3 ปุ่มรูปทรงแนวๆ แบ่งเป็น Recent App , ปุ่มโฮม และปุ่ม Back ซึ่งทั้ง 3 ปุมนี้จะไม่มีไฟ Backlit อยู่ด้วย การใช้งานในที่มืดอาจจะต้องคลำก่อนหน่อย

ปุ่มกดต่างๆอยู่ที่มุมขวาของตัวเครื่องทั้งหมดทั้ง ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงและปุ่ม Power ครับ

พอร์ทการเชื่อมต่อก็อยู่ด้านบนเช่นกัน ทั้งพอร์ท Micro-USB และแจ็คหูฟัง 3.5 มม. ตรงขอบด้านบนนี้มีการทำมุมเว้าลองไปนิดหน่อยเพื่อให้เป็นดีไซน์สวยๆด้วย

ด้านล่างเครื่องไม่มีพอร์ทอะไรแล้วนอกจากไมโครโฟนสำหรับสนทนาครับ

พลิกกลับมาดูที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ฝาหลังอย่างที่บอกไว้ว่าเป็นวัสดุแบบพลาสติกด้านมีการทำลวดลายแบบ Brush Finish คาดๆเพิ่มความหรูหราและสวยงามด้วย

ตรงมุมซ้ายบนมีกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซลและไฟแฟลช LED อีกหนึ่งดวงอยู่ด้วย ตรงกรอบเลนส์ก็มีการทำลวดลายเป็นแบบคาดๆไว้ด้วยเช่นกัน ดูสวยใช้ได้นะแบบนี้

ด้านล่างนั้นจะมีลำโพงหลักของตัวเครื่องเป็นแถบยาวๆอยู่ครับ

แต่...พอแกะฝาหลังออกมาจะเห็นว่าตัวลำโพงหลักนั้นมีอยู่ตรงกลางเพียงแค่ช่องเดียวเท่านั้นเอง ภายในนี้ก็ยังมีช่องใส่แบตเตอรี่อยู่ซึ่งรุ่นนี้ก็สามารถถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่เองได้ด้วย

ช่องใส่ซิมจะอยู่ด้านบนตรงนี้มีช่องใส่ซิมการ์ดและ Micro-SD โดยช่องใส่ซิมจะเป็นแบบ Micro-SIM ทั้ง 2 ซิมนะครับตรงนี้

สเปค Aston Thunder Cover Plus

  • รัน Android 5.1 Lollipop
  • หน้าจอ 6 นิ้ว ความละเอียด qHD (960x540 พิกเซล)
  • หน่วยประมวลผล MediaTek MT6735P Quad-core 1.3GHz
  • หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-400MP
  • แรม 2GB
  • รอม 16GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 128GB
  • แบตเตอรี่ 3000 mAh
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล
  • รองรับ 2 ซิม
  • รองรับ 4G
  • ราคา 3,490 บาท

เห็นสเปคก็ดูสมราคาใช้ได้เลยล่ะ ทั้งหน้าจอขนาดใหญ่ 6 นิ้วเต็มตาสะใจ , หน่วยประมวลผล Quad-core 1.3GHz , รองรับ 2 ซิม เป็นต้น ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ในราคาเบาๆจริงครับ

ทดสอบประสิทธิภาพผ่านแอป AnTuTu Benchmark

เห็นสเปคคร่าวๆกันไปแล้ว ก็คงอยากรู้ว่าถ้าจับมาทดสอบประสิทธิภาพผ่านแอป AnTuTu Benchmark จะได้คะแนนสักเท่าไหร่เนาะ ผลคะแนนที่ทดสอบได้จากรุ่นนี้ก็จะอยู่ที่ราวๆ 22,017 คะแนนครับผม ตามราคาล่ะเนอะ

ระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์เบื้องต้น

Aston รุ่นนี้มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 5.1 Lollipop อาจจะไม่ได้ใหม่มากมายอะไร แต่การใช้งานรวมๆก็ทำได้ลื่นไหลระดับนึงเลย ยังคงมีการแบ่งหน้า Homescreen หลักกับหน้า App Drawer แยกกันอยู่ ไม่ให้ต้องงงกันสักเท่าไหร่

ตัว UI จริงๆก็ให้มาแบบ Pure Android นั่นล่ะครับ แต่ครอบทับในส่วนของพวกไอคอนและ Wallpaper นิดหน่อย ซึ่งถ้าใครที่ชินกับความเรียบๆของ Pure Android ก็คงเข้าใจได้ไม่ยากนัก (เพียงแต่หน้าตาไอคอนอาจจะแปลกตาไปนิด)

ตัวเครื่องจะมีการใส่แอป Aston Store เข้ามาเพื่อลงทะเบียนการรับประกันสินค้า และข้อมูลใหม่ของสมาร์ทโฟน Aston ได้ด้วย อาทิ โปรโมชั่น Flash Sale ต่างๆที่กำลังจะจัด , ช่องทางการติดต่อกับทีมงาน Aston เป็นต้น

อย่างที่ได้เห็นไปว่าอุปกรณ์ภายในกล่องของรุ่นนี้จะมีแถมตัวเคสฝาพับมาให้ด้วย ซึ่งเคสตัวนี้ก็สามารถใช้งานได้แม้กระทั่งตอนปิดฝาพับอยู่ ทั้งหน้าแสดงนาฬิกาหรือควบคุมเครื่องเล่นเพลงเป็นต้น

ความบันเทิงเต็มๆด้วยหน้าจอ 6 นิ้ว !

ถ้าพูดถึงเรื่องของความบันเทิงรุ่นนี้ก็น่าจะเป็นจุดที่ถูกเน้นมากที่สุดเพราะด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่มาถึง 6 นิ้วแบบนี้ คงไม่มีอะไรจะเหมาะไปกว่าการเอามาดูวิดีโอ ดูหนังแล้วล่ะ การแสดงผลเวลาดูวิดีโอนี่ก็ใหญ่เต็มตาจริงๆ

แต่ก็มีข้อจำกัดเล็กๆตรงที่ความละเอียดหน้าจอของรุ่นนี้ให้มาไม่เยอะเท่าไหร่ ถ้ามีการเปิดดูคลิปจาก YouTube เราเลยไม่สามารถปรับความละเอียดเป็น HD ได้ (ได้สูงสุดที่ 480p เท่านั้น) แต่รวมๆแล้วก็ยังคงความคมชัดไว้ได้ระดับนึงล่ะเนาะ :D

เสียงที่ได้จากลำโพงหลังเครื่องก็ทำได้ดีครับ ขับเสียงออกมาดังพอสมควรถึงแม้ขนาดลำโพงจะไม่ได้ใหญ่มากมายอะไรจากที่ได้เห็นไป

การเล่นเกม ! บนหน้าจอใหญ่ๆแบบนี้ก็คงเหมาะกับการเล่นเกมเช่นเดียวกับดูหนังล่ะเนอะ แต่ด้วยหน่วยประมวลผลระดับกลางๆไม่ได้เน้นมากมายอะไร ถ้าในเกมที่มีการประมวลผลกราฟิกธรรมดาๆก็พอเล่นได้ครับ แต่ถ้ากราฟิก 3D สูงๆอันนี้คงต้องผ่านไปสำหรับรุ่นนี้

กล้องถ่ายภาพความละเอียดสูง

เทียบในกลุ่มราคานี้ถือว่า Aston รุ่นนี้ให้กล้องความละเอียดสูงมาทีเดียวล่ะครับ เพราะกล้องหลังให้ความละเอียดมาถึง 13 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้า 8 ล้านพิกเซลเลย

หน้าตา UI ของกล้องถ่ายภาพก็ยก Google Camera มาให้เลย คือลูกเล่นไม่ต้องเยอะมาก แต่แตะถ่ายๆได้สบายๆ การสลับกล้องไปมาก็แตะที่ไอคอน 3 จุดแล้วเลือกสลับเลยครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ Aston Thunder Cover Plus รวมๆแล้วทำได้ดีระดับนึงเลยสำหรับกล้องหน้าและหลังของรุ่นนี้ มีความละเอียดที่กำลังสวย บวกกับระบบโฟกัสที่ทำงานค่อนข้างเร็ว แต่เวลาจับภาพออกจะช้าไปหน่อยถ้าในที่แสงน้อย แต่ยังพอรับได้ครับ

แบตเตอรี่ 3000 mAh

ปิดท้ายเหมือนเดิมกับเรื่องของแบตเตอรี่ รุ่นนี้ให้ความจุมาที่ 3000 mAh ถือว่ามากกำลังดีกับสเปคภายในซึ่งถึงแม้ว่าขนาดหน้าจอจะใหญ่ถึง 6 นิ้ว แต่เทียบกับทั้ง CPU หรือความละเอียดหน้าจอแล้ว ไม่ได้น้อยไปสักเท่าไหร่ การใช้งานทั่วๆไปก็กำลังดีเลยครับ

ราคาและช่องทางการสั่งซื้อ

ราคาค่าตัวของรุ่นนี้ก็อย่างที่ได้บอกไปข้างต้นว่าอยู่ที่ 3,490 บาทนั่นเอง รุ่นนี้วางจำหน่ายด้วยกัน 2 สีคือ น้ำเงิน Midnight Blue และสีทอง โดยช่องทางการจัดจำหน่ายของรุ่นนี้ก็จะ Exclusive เฉพาะที่ Lazada เท่านั้น สำหรับเพื่อนๆที่สนใจก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิ้งก์นี้เลยครับผม >>http://www.lazada.co.th/aston-thunder-cover-plus-gold-2gbrom-16gb-6-4g-exclusive-boxset-899-25860299.html?ff=1

สรุป

Aston Thunder Cover Plus ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์คนที่ต้องการการใช้งานด้านความบันเทิงแบบเต็มตาด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 6 นิ้ว สเปคใช้งานทั่วๆไปได้ รองรับ 2 ซิม กล้องหน้าหลังความละเอียดสูง (กล้องหลังน่าประทับใจโฟกัสไวดี) และบอดี้ดูดีในราคาเบาๆ เพราะรุ่นนี้อย่างที่บอกราคาเพียง 3,490 บาท เท่านั้นยังไม่พออุปกรณ์เสริมต่างๆที่แถมมาในกล่องก็เรียกว่าครบจบในกล่องเดียว มีทั้งเคสฝาพับ (พร้อมลูกเล่นเล็กๆ) ฟิล์มกันรอย , กระจกกันรอย ก็มีมาให้อีก สำหรับใครที่ต้องการสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่แบบคุ้มๆในราคาเบาๆ Aston Thunder Cover Plus รุ่นนี้ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอยู่ครับ :D

จุดเด่น

  • หน้าจอใหญ่ 6 นิ้ว แข็งแกร่งด้วยกระจกกันรอย Gorilla Glass
  • กล้องหน้าหลังความละเอียดสูง
  • รองรับ 2 ซิม
  • การออกแบบดูดีใช้ได้
  • มีอุปกรณ์เสริมแถมมาให้ครบครัน

จุดสังเกต

  • ตัวเครื่องหนักไปหน่อย (210 กรัม)
  • ความละเอียดหน้าจอน้อยไปนิดเมื่อเทียบกับขนาด (960x540 พิกเซล)

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite