Preview : Asus Zenfone 4 กับ 4 รุ่นใหม่ที่ที่มาพร้อมคำนิยามของการถ่ายภาพด้วยกล้องคู่ทั้งด้านหน้าและหลัง !!

เฮียแม๊พ | 17 ส.ค. 2560 01:58:54 (อัพเดต 17 ส.ค. 2560 15:49:03)

14422

VIEWS เฮียแม๊พ

Preview : Asus Zenfone 4 กับ 4 รุ่นใหม่ที่ที่มาพร้อมคำนิยามใหม่ของ
การถ่ายภาพด้วยกล้องคู่ทั้งด้านหน้าและหลัง
!!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความพรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับ 4 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่เพิ่งจะเปิดตัวสดๆร้อนๆนี้เองกับ Zenfone 4 ซีรีส์ใหม่ของ Asus Zenfone ที่รอบนี้ก็จัดเต็มมาเช่นเคย เพราะเปิดตัวรุ่นใหม่มาถึง 6 รุ่นด้วยกัน ทั้ง Asus Zenfone 4 , Zenfone 4 Pro , Zenfone 4 Selfie , Zenfone 4 Selfie Pro , Zenfone 4 Max Pro และ Zenfone 4 Max เรียกว่ารอบนี้ก็ออกมาตอบโจทย์ทุกกลุ่มเป้าหมายกันเลยทีเดียวล่ะครับ วันนี้เราก็ขอพรีวิว 4 รุ่นเด่นที่เปิดตัวในงานนี้มาให้ชมกันก่อน (Zenfone 4 Max เดี๋ยวรอเป็นรีวิวทีเดียวเนาะ ^^") เอาล่ะ แต่ละรุ่นจะมีอะไรโดดเด่นบ้าง เรามาดูกันไปเป็นรุ่นๆเลยดีกว่า :D

Asus Zenfone 4

เริ่มด้วยรุ่นหลักอย่าง Zenfone 4 ที่เป็นตัวชูโรงต่อยอดจาก Zenfone 3 เมื่อปีที่แล้ว หน้าตาดีไซน์ของรุ่นนี้มองที่ด้านหน้าก็จะสังเกตไดัดเจนว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นเดิมพอสมควร เพราะมาพร้อมกับปุ่มโฮมขนาดใหญ่เข้ามาที่ด้านหน้าตรงนี้ ต่างจากรุ่นก่อนๆที่มักจะใช้ปุ่มสัมผัสที่ด้านหน้าเป็นหลัก

ตัววัสดุของ Zenfone 4 นั้นก็มาพร้อมกับกระจก 2.5D สุดหรูที่ผสานเข้ากับตัวกรอบเครื่องแบบโลหะได้อย่างลงตัว เวลาสัมผัสจับถือก็ได้ความรู้สึกที่แน่นหนาดีทีเดียว เรียกว่ารูปลักษณ์และการจับถือนี่ผ่านเลย ดูดีมีราคามากๆรุ่นนี้

จากมุมนี้คงเห็นชัดว่าตัวกระจกแบบ 2.5D นั้นดูสวยและมีมิติดีมากๆ เหนือหน้าจอมีเลนส์กล้องหน้าขนาดใหญ่ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลอยู่

ล่างหน้าจอมีปุ่มสัมผัส 3 ปุ่มอยู่คือ ปุ่ม Back ปุ่ม Recent อยู่ระหว่างปุ่มโฮมตรงกลาง โดยปุ่มโฮมตรงกลางนั้นจะใช้งานสแกนลายนิ้วมือได้ด้วย (แต่ปุ่มกดลงไปไม่ได้นะ ใช้ได้แค่สัมผัสเท่านั้น) นอกจากการวงปุ่มโฮมใหม่นี้ ก็ขอแสดงความยินดีด้วยเพราะปุ่มสัมผัส 2 อันข้างๆนั้นมีไฟ Backlit มาให้สักที เย่ !

Zenfone 4 มาพร้อมหน้าจอ Super LCD IPS+ ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียดให้มาที่ Full-HD การแสดงผลก็สวยงามตามสไตล์ค่ายนี้ครับ คมชัดและสดใสมากๆ

พลิกกลับมาด้านหลังถึงกับต้องว้าวเลยทีเดียว เพราะดีไซน์กระจกด้านหลังนั้นทำออกมาได้ดีจริงๆ มีประกายสะท้อนออกมาจากโลโก้ของ Asus คล้ายกับที่ใช้บนโน้ตบุ๊ก ZenBook Series ประมาณนั้นเลย ซึ่งตรงนี้ผมชอบเลยล่ะสวยเด่นมากๆ ยิ่งถ้าตัวเครื่องที่เป็นสีดำด้วยนี่ยิ่งงามหยด

ตัวกล้องหลังของรุ่นนี้ก็มีการเพิ่มเลนส์เข้ามาอีกหนึ่งตัว เพิ่มดีไซน์ให้ดูแตกต่างไปจากเดิมได้อีก โดยเลนส์ 2 ตัวนี้จะแบ่งการทำงานเป็นเลนส์ปกติ และเลนส์ Wide มุมกว้าง นี่แหละเป็นจุดเด่นเรื่องกล้องถ่ายภาพของซีรีส์นี้เลย

รอบๆเครื่องก็จะใช้เป็นวัสดุโลหะยิ่งสัมผัสก็ยังได้ความรู้สึกสวยแกร่งของรุ่นนี้จริงๆ ปุ่มกดอยู่ที่ด้านขวาของตัวเครื่องอย่างที่เคยเป็น

พอร์ทการเชื่อมต่อก็ใช้เป็น USB Type-C แจ็คหูฟังและลำโพงหลักของตัวเครื่องวางไว้ที่ด้านล่างของตัวเครื่องเช่นเดิม

รวมๆแล้วดีไซน์ของรุ่นนี้ทำออกมาได้น่าประทับใจมากๆ ด้วยวัสดุแบบกระจกและโลหะที่เข้าก๊านเข้ากัน หรูหราและสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่วได้เป็นอย่างดี Zenfone 4 เปิดตัวมาด้วยกัน 3 สีหลักๆคือ Midnight Black (ดำเงา) , Moonlight White (ขาวเงา) และ Mint Green (เขียวมิ้นท์) สวยดูดีทั้ง 3 สีเลย

สเปค Asus Zenfone 4

  • รัน Android 7.1 Nougat ครอบด้วย ZenUI 4.0
  • หน้าจอ Super IPS+ LCD 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full-HD
  • หน่วยประมวลผล Snapdragon 660/Snapdragon 630 Octa-core
  • ชิปกราฟิก Adreno 512 GPU
  • แรม 6GB
  • รอม 64GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 256GB
  • แบตเตอรี่ 3300 mAh
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล f/2.0
  • กล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล f/1.8 + 8 ล้านพิกเซล f/2.2
  • รองรับ 2 ซิมด้วยถาดซิมไฮบริด
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

จะเห็นว่าสเปคที่ให้มานั้นจัดมาเต็มที่ไม่ธรรมดาจริงๆ แต่รุ่นที่เปิดตัวนุ่นจะมี 2 โมเดลคือรุ่นหน่วยประมวลผล Snapdragon 660 หรือ Snapdragon 630 ตรงนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ารุ่นที่วางจำหน่ายในประเทศไทยนั้นจะนำรุ่นไหนมาวางจำหน่ายกันแน่ อันนี้คงต้องรอติดตามกันต่อไป

ฟีเจอร์เด่นกล้องคู่เลนส์ปกติและเลนส์มุมกว้าง

จุดเด่นหลักของ Zenfone 4 Series นี้ก็คือเรื่องของกล้องถ่ายภาพที่เน้นขึ้นมาอย่างจริงจัง Zenfone 4 นี้มาพร้อมกล้องหลังคู่ความละเอียด 12 + 8 ล้านพิกเซล โดยจะมีสเปคของตัวเลนส์ดังนี้

เลนส์มุมปกติ (ตัวหลัก) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX362 ขนาดเซ็นเซอร์อยู่ที่ 1/2.55" มีค่ารูรับแสง f/1.8 ช่วงเลนส์อยู่ที 25มม. หรือกว้าง 83 องศา

เลนส์มุมกว้าง (ตัวเสริม) ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Omnivision 8856 , 1.12 ไมครอน มีค่ารูรับแสง f/2.2 ช่วงเลนส์อยู่ที่ 12 มม.หรือกว้าง 120 องศา

จะเห็นว่าตัวเลนส์กล้องตัวเสริมที่ถูกเพิ่มเข้ามานั้นใช้งานเป็นการถ่ายภาพมุมกว้าง 120 องศา ช่วยเก็บบรรยากาศโดยรวมได้ในแชะเดียว ตรงนี้ส่วนตัวชอบมาก ด้วยมุมมองที่กว้างมากขึ้นปกติเราจำเป็นต้องใช้โหมด Panorama การต่อกันอาจจะไม่เนียนได้ แต่เลนส์ Wide ของ Zenfone 4 นั้นจะทำให้มุมมองที่ได้กว้างขึ้นง่ายๆ ซึ่งการปรับโหมดก็ง่ายๆเพียงกดที่ไอคอนรูปต้องไม้ข้างๆปุ่มชัตเตอร์ตัวระบบก็จะสลับเลนส์ใช้งานแล้วครับ

นอกจากนี้ตัวกล้องยังมี Portrait โหมดเพิ่มความละลายของฉากหลังได้อีกด้วย แต่ตรงนี้ต้องบอกไว้ก่อนว่าใช้ซอฟต์แวร์เป็นตัวช่วยนะครับ ภาพที่ได้ก็ไม่ได้เนียน 100% เนื่องจากมีการประมวลผลพิกพลาดบ้าง และน่าเสียดายที่เราไม่สามารถปรับระดับความเบลอของฉากหลังได้เลย ตัวเครื่องจะละลายฉากหลังให้ก็ต่อเมื่อจับใบหน้าของแบบได้ก็เท่านั้น

สำหรับราคาค่าตัวของ Asus Zenfone 4 นั้นจะเริ่มต้นที่ $399 หรือราวๆ 13,260 บาท ตรงนี้ต้องบอกก่อนว่ายังเป็นราคาเพิ่งเปิดตัวเท่านั้น ราคาในไทยอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ส่วนกำหนดวางจำหน่ายในบ้านเราแว่วๆมาว่าจะอยู่ช่วงงาน TME2017 วันที่ 28 ก.ย.นี้ครับ

Asus Zenfone 4 Pro

มีรุ่นปกติแล้วก็ต้องมีรุ่น Pro ตามมาด้วย มันเป็นธรรมเนียมของ #มือถือ2017 ไปแล้ว หน้าตาโดยรวมของรุ่นนี้ก็ไม่แตกต่างจาก Zenfone 4 รุ่นปกติเท่าไหร่ มีกระจกแบบ 2.5D สวยๆพร้อมปุ่มโฮมสแกนลายนิ้วมือใหญ่ๆอยู่ที่ด้านหน้านี้

Zenfone 4 Pro มาพร้อมกับหน้าจอ Amoled ขนาดและความละเอีดยเท่ากันที่ 5.5 นิ้ว Full-HD การแสดงผลก็สวยสดกันคนละแบบรุ่นนี้จะแอบสดและอมเหลืองกว่านิดหน่อยฮะ

ถึงด้านหน้าจะไม่ต่างกันมากนัก แต่พอพลิกกลับมาดูที่ด้านหลังก็พบความต่างบางอย่างแล้ว อย่างแรกคือตัวกระจกที่ด้านหลังนั้นไม่มีแสงสะท้อนจากโลโก้ Asus เช่นเดียวกับบน Zenfone 4 แล้วใช้เป็นกระจกสะท้อนแสงแบบทั่วๆไป ตรงนี้แอบผิดหวังเล็กน้อย เพราะของ Zenfone 4 แอบสวยกว่า :P

นอกจากตัวกระจกด้านหลังแล้วเลนส์กล้องของรุ่นนี้ก็มีการใส่กรอบเข้าไปให้ต่างจากบน Zenfone 4 ปกติด้วย เพราะการทำงาานของเลนส์ตัวที่ 2 นั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งเลนส์ตัวที่ 2 ของรุ่นนี้จะมีหน้าที่เป็นเลนส์ซูม 2X แบบ Optical นั่นเอง ตรงกรอบเลนส์นี้จะมีคำว่า 2X สลักอยู่ด้วย

นอกจากนั้นการวางตำแหน่งของตัวเครื่องต่างๆก็คล้ายกันไปหมดทั้ง ปุ่มกดที่อยู่ทางฝั่งขวาของตัวเครื่อง , พอร์ทการเชื่อมต่ออยู่ที่ด้านล่าง เป็นต้น

รวมๆแล้วดีไซน์ของ Zenfone 4 Pro ก็ไม่หนีจาก Zenfone 4 ปกติมากนัก เพียงแต่มีจุดสังเกตง่ายๆคือตัวกรอบเลนส์ด้านหลังจะมีคำว่า 2X สลักไว้อยู่ และตัวกระจกด้านหลังจะไม่สะท้อนสวยๆเท่านั่นเอง Zenfone 4 Pro เปิดตัวมาด้วยกัน 2 สีคือ Pure Black และ Moonlight White นั่นเองครับ

สเปค Asus Zenfone 4 Pro

  • รัน Android 7.1 Nougat ครอบด้วย ZenUI 4.0
  • หน้าจอ Amoled 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full-HD
  • หน่วยประมวลผล Snapdragon 835 Octa-core
  • ชิปกราฟิก Adreno 540 GPU
  • แรม 6GB
  • รอม 128GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 256GB
  • แบตเตอรี่ 3600 mAh
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล f/1.9
  • กล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล f/1.7 + 16 ล้านพิกเซล f/2.6
  • รองรับ 2 ซิมด้วยถาดซิมไฮบริด
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

จะเห็นว่าสเปคของรุ่นนี้เหนือกว่าอย่างชัดเจน (ก็แหงล่ะ มัน Pro หนิ) เพิ่มทั้งหน่วยประมวลผลตัวแรง Snapdragon 835 , แรม 6GB , รองสูงสุดที่ 128GB อีกต่างหาก ตัวกล้องก็เปลี่ยนไปทั้งชุด ดีขึ้นด้วยกล้องหลังรูรับแสง f/1.7

ฟีเจอร์เด่นกล้องคู่เลนส์ปกติและเลนส์ซุม 2X

จุดเด่นเรื่องกล้องของ Zenfone 4 Pro นั้นแตกต่างจาก Zenfone 4 โดยสิ้นเชิง รุ่นปกติจะมาพร้อมกับเลนส์แบบมุมกว้างเป็นตัวเสริม แต่ของ Pro นั้นจะใช้เป็นเลนส์ซูมเป็นหลัก โดยสเปคของเลนส์จะมีดังนี้

เลนส์มุมปกติ (ตัวหลัก) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX362 ขนาดเซ็นเซอร์อยู่ที่ 1/2.55" มีค่ารูรับแสง f/1.7ช่วงเลนส์อยู่ที 25มม. หรือกว้าง 83 องศา มีระบบกันสั่น 4 แกน

เลนส์มุมกว้าง (ตัวเสริม) ความละเอียด 16ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX351 , 1.00 ไมครอน มีค่ารูรับแสง f/2.6 ช่วงเลนส์อยู่ที่ 50 มม.หรือกว้าง 47 องศา

การทำงานของเลนส์ทั้ง 2 ตัวเท่าที่ทดสอบมา จะเป็นการใช้งาน 2 ชิ้นเลนส์ประมวลผลภาพร่วมกันเพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดและรายละเอียดมากที่สุด อย่างการถ่ายภาพซูม 2X นั้นก็ไม่ใช่แค่เพียงเลนส์ตัวที่ 2 ถ่ายอย่างเดียวแต่จะรวมเอาภาพทั้ง 2 ตัวมารวมกันเพื่อภาพที่ดีขึ้นอย่างที่บอกนั่นแหละครับ การสลับหรือซูมภาพก็ง่ายๆเพียงแต่ที่ปุ่ม 1X (หรือ 2X 5X)ข้างๆปุ่มชัตเตอร์ก็จะซูมได้ง่ายๆแล้ว

และเช่นกัน Zenfone 4 Pro สามารถใช้งานโหมด Portrait ได้ด้วย ทำให้ได้ภาพหน้าชัดหลังเบลอ (ผ่านซอฟต์แวร์) ได้พอสวยงาม แต่ตรงนี้รุ่นนี้จะแอบได้เปรียบกว่าตรงที่เลนส์ตัวที่ 2 นั้นใช้ซูมเพื่อให้ได้ระยะจาก Portrait mode ได้สวยสมจริงยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ Zenfone 4 Pro ยังมีระบบโฟกัสที่ฉับไวรวดเร็วทั้ง Dual Pixel PDAF , Laser Autofocus 2nd Gen และ Continuous Tracking AF มาให้รวมเป็น TriTech+ ช่วยให้การโฟกัสไวมากถึง 0.03 วินาทีอีกด้วย

ราคาเปิดตัวของ Zenfone 4 Pro นั้นจะเริ่มต้นที่ $599 หรือราวๆ 19,900 บาทไทย
(ราคานี้ยังไม่ใช่ราคาอย่างเป็นทางการในไทย)

Asus Zenfone 4 Selfie

มีกล้องหลังคู่ไปแล้วก็ต้องมีกล้องหน้าคู่กันด้วย กับ Zenfone 4 Selfie รุ่นนี้ก็ตรงตามชื่อครับ เน้นเรื่องเซลฟี่สุดพลัง มาพร้อมกล้องหน้า 2 ตัวความละเอียด 20 ล้านพิกเซล + 8 ล้านพิกเซล แบ่งการทำงานเป็นเลนส์ปกติและเลนส์ Wide รุ่นนี้มาพร้อมกับหน้าจอ IPS ขนาด 5.5 นิ้วความละเอียด HD 720P

ทางด้านดีไซน์ก็มาในทรงแบบเดียวกับรุ่นก่อนๆหน้านี้มีปุ่มโฮมสแกนลายนิ้วมือวางเด่นๆที่ด้านหน้า (ซีรีส์นี้เป็นแบบนี้หมด)

บอดี้วัสดุจะต่างกับรุ่นหลักนิดหน่อยตรงที่ใช้วัสดุแบบ Metal Unibody แทนกระจกทั้งหน้า-หลัง ถึงจะเป็นรุ่นเน้นเซลฟี่แต่กล้องหลังก็ให้มาโหดที่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซลกันเลย

พอร์ทการเชื่อมต่อรุ่นนี้ยังใช้เป็น Micro-USB ต่างจากรุ่นพี่ทั้ง 2 ที่ใช้เป็น Usb Type-C แล้ว

แจ็คหูฟัง 3.5 มม.ยังมีอยู่ วางตำแหน่งไว้ด้านบนของตัวเครื่อง

สเปค Asus Zenfone 4 Selfie

  • รัน Android 7.0 Nougat ครอบด้วย ZenUI 4.0
  • หน้าจอ IPS 5.5 นิ้ว ความละเอียด HD
  • หน่วยประมวลผล Snapdragon 430 Octa-core
  • ชิปกราฟิก Adreno 505 GPU
  • แรม 4GB
  • รอม 64GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 2TB
  • แบตเตอรี่ 3000 mAh
  • กล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล f/2.0 + 8 ล้านพิกเซล f/2.4
  • กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล f/2.0
  • รองรับ 2 ซิม
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • เปิดตัว 4 สี Rose Pink , Mint Green , Sunlight Gold และ Deepsea Black

ฟีเจอร์เด่นกล้องคู่หน้าเลนส์ปกติและเลนส์มุมกว้าง

จุดเด่นหลักของ Zenfone 4 Selfie ก็แน่นอนหนีไม่พ้นเรื่องเซลฟี่ ที่รุ่นนี้ใส่กล้องหน้าคู่ความละเอียด 20 + 8 ล้านพิกเซล โดยจะมีสเปคของตัวเลนส์ดังนี้

เลนส์มุมปกติ (ตัวหลัก) ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Omnivision 20880 , 1.0 ไมครอน มีค่ารูรับแสง f/2.0ช่วงเลนส์อยู่ที 31มม. หรือกว้าง 69 องศา

เลนส์มุมกว้าง (ตัวเสริม) ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Omnivision 8856 , 1.12 ไมครอน มีค่ารูรับแสง f/2.4ช่วงเลนส์อยู่ที่ 12 มม.หรือกว้าง 120 องศา

ตรงนี้จะคล้ายกับบน Zenfone 4 แต่เปลี่ยนจากกล้องหลังมาเป็นกล้องหน้าแทน ทำให้เราถ่าย Wefie ได้กว้างดยที่ไม่ต้องมีใครล้นเฟรมหรือเก็บภาพหมู่ไม่หมดแล้ว การสลับเลนส์ก็เช่นเดียวกันครับ แตะที่รูปต้นไม้ได้เลย

สำหรับราคาของ Zenfone 4 Selfie นั้นจะอยู่ที่ $279 แต่ทาง Asus ประเทศไทยได้เคาะราคาออกมาแล้วว่าบ้านเราจะขายที่ 8,990 บาท เริ่มวางจำหน่าย 25 ส.ค.นี้ครับ

Asus Zenfone 4 Selfie Pro

มีรุ่นธรรมดาก็ต้องมีรุ่น Pro นั่นแหละ เช่นเดียวกับ Zenfone 4 ปกติ Zenfone 4 Selfie ก็มีรุ่น Pro เพิ่มสเปคต่างๆเข้าไปเช่นกัน โดยรุ่นนี้จะมีหน้าตาที่คล้ายกันได้อีก รูปทรงคล้ายกัน แต่ตำแหน่งของการวางกล้องหน้าจะแตกต่างกันออกไปนิดหน่อย และตัวเลือกสีที่มีก็ด้วย อย่างเครื่องที่เราทำพรีวิวนี้จะถ่ายสีแดงมาเพื่อให้เห็ยนความแตกต่างนะครับ (ตอนแรกแอบสับสันมันเหมือนกันไปหมด)

บอดี้เป็นแบบ Metal Unibody เหมือนกัน แต่สีสันที่เป็นสีแดงแบบนี้ดูสวยผิดหูผิดตาเลยล่ะ

Zenfone 4 Selfie Pro มาพร้อมหน้าจอ Amoled ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full-HD เท่ากับว่าขนาดเท่ากันแต่ความละเอียดเยอะกว่า Selfie ปกตินั่นแหละครับ

เหนือหน้าจอมีกล้องหน้าคู่ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล + 5 ล้านพิกเซลพร้อมไฟแฟลช LED ด้วย ตรงนี้ยังคงทำหน้าที่แบบเดียวกันคือเลนส์ปกติและเลนส์ Wide สำหรับการถ่าย Wefie ครับ

ตำแหน่งของพอร์ทการเชื่อมต่อแตกต่างกันอยู่นิดหน่อย (ตรงนี้แหละที่ทำให้แยกจากรุ่นปกติได้ง่ายที่สุด) เพราะแจ็คหูฟังจะอยู่คู่กับพอร์ทการเชื่อมต่อ Micro-USB อย่างที่เห็นในภาพนี่แหละ

สเปค Asus Zenfone 4 Selfie Pro

  • รัน Android 7.0 Nougat ครอบด้วย ZenUI 4.0
  • หน้าจอ Amoled 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full-HD
  • หน่วยประมวลผล Snapdragon 625 Octa-core
  • ชิปกราฟิก Adreno 506 GPU
  • แรม 4GB
  • รอม 64GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 2TB
  • แบตเตอรี่ 3000 mAh
  • กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล f/1.8 + 5 ล้านพิกเซล f/2.2
  • กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล f/2.2
  • รองรับ 2 ซิมด้วยถาดซิมไฮบริด
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • เปิดตัว 3 สี Rogue Red , Sunlight Gold และ Deepsea Black

จะเห็นว่าหลักๆที่เพิ่มข้ามาคือหน้าจอความละเอียดมากขึ้น , หน่วยประมวลผลปรับเป็น Snapdragon 625 กล้องหน้า (ตัวหลัก) ความละเอียดมากขึ้นเป็น 24 ล้านพิกเซล แต่ตัวเสริมดันมาลดความละเอียดเหลือเพียง 5 ล้านพิกเซลตรงนี้ก็น่าแปลก แต่ก็เพิ่มพวกค่ารูปรับแสงเข้าไปแทนล่ะนะ

ฟีเจอร์เด่นกล้องคู่หน้าเลนส์ปกติและเลนส์มุมกว้าง

จุดเด่นหลักของ Zenfone 4 SelfiePro ก็แน่นอนเหมือน Zenfone 4 Selfie ไม่พ้นเรื่องเซลฟี่เช่นกัน แต่รุ่นนี้อัพเกรดบางอย่างขึ้นมา โดยจะมีสเปคของตัวเลนส์ดังนี้

เลนส์มุมปกติ (ตัวหลัก) ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX362 , 1.4 ไมครอน มีค่ารูรับแสง f/1.8 ช่วงเลนส์อยู่ที 25มม. หรือกว้าง 83 องศา

เลนส์มุมกว้าง (ตัวเสริม) ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Omnivision 5670 , 1.12 ไมครอน มีค่ารูรับแสง f/2.2 ช่วงเลนส์อยู่ที่ 12 มม.หรือกว้าง 120 องศา

เห็นได้ชัดว่าตรงนี้เรื่องรูรับแสงนั้นกว้างขึ้นกว่าเดิมเห็นๆและ ความกว้างของเลนส์หลักก็มากกว่าด้วยเช่นกัน ซึ่งถึงแม้ตัวเลนส์เสริมจะมีความละเอียดน้อยลง แต่ตรงนี้ตัวซอฟต์และเลนส์ที่ทำงานร่วมกันจะทำให้คุณภาพยอดเยี่ยมขึ้นไม่มากก็น้อยล่ะครับ

ราคาเปิดตัวของ Zenfone 4 Selfie Pro นั้นจะอยู่ที่ $379 หรือราวๆ 12,600 บาทไทย รุ่นนี้เห็นว่าจะมาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในบ้านเราวันที่ 12 ก.ย.นี้ ส่วนราคาก็คงต้องรอดูกันว่าจะถูกลงกว่าที่เปิดตัวนี้เท่าไหร่เนาะ :D

สรุปอภิมหา Zenfone 4 ทั้ง 4 รุ่น

เรียกว่าจัดเต็มมาแบบยกขบวนเลยจริงๆสำหรับ Zenfone 4 Series นี้ ทุกรุ่นเน้นความสำคัญไปที่เรื่องกล้องงเป็นหลักทั้งนั้น จะกล้องหน้า กล้องหลังมีรุ่นเด่นมาให้ครบครัน ตามคอนเซ็ปว่า We Love Photo ตรงนี้น่าจะตอบรับกระแสของสมาร์ทโฟนกล้องคู่ในตลาดตอนนี้ได้เป็นอย่างดี วันนี้ก็ถือว่าเป็นพรีวิวคร่าวๆจากงานเปิดตัวก่อนละกันนะครับ สำหรับ Zenfone 4 ทั้ง 4 รุ่นใหม่นี้ เพราะเอาจริงรายละเอียดเรื่องกล้องนั้นมีเยอะมากๆเลย ทั้งเรื่องความสามารถใหม่ๆ UI กล้อง หรือจะเป็นเซ็นเซอร์ระบบโฟกัสอะไรมากมายนั่นเอง ไว้ถ้ามีโอกาสได้เครื่องมาทดสอบเต็มๆเดี๋ยวเราทำบทความรีวิวอย่างละเอียดให้อ่านอีกที แล้วพบกันใหม่เมื่อมีโอกาส :D

 

พรีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite