Preview : จับแล้วมาเล่า...ความน่าใช้ของ Nikon D850 มีอะไรใหม่ที่คุณควรซื้อ

น้าป๋วย | 28 ส.ค. 2560 17:07:05

3208

VIEWS น้าป๋วย

Preview : จับแล้วมาเล่า...ความน่าใช้ของ Nikon D850 มีอะไรใหม่ที่คุณควรซื้อ

หลังจากที่ทาง TechXcite ได้มีโอกาสไปร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัว Nikon D850 ซึ่งแน่นอนว่าก็ได้ลองจับลองเล่นนิดๆหน่อยๆมา เลยอยากจะขอมาเล่าให้ฟังคร่าวๆเกี่ยวกับกล้องรุ่นใหม่นี้ของ Nikon ว่ามีอะไรน่าสนใจ มีตรงไหนน่าใช้ และคุ้มค่าที่จะเสียเงินซื้อหรือเปล่า เดี๋ยวเรามาไล่เรียงกันเลยดีกว่ากับ Nikon D850 ตัวนี้

เริ่มจากสัมผัสแรกที่ได้ลองไปจับตัวจริงก็พบว่า นี่เป็นกล้อง DSLR ที่ยังคงสไตล์ความเป็น Nikon มาใน DNA เต็มเปี่ยมของตระกูลเลขแปดร้อย คือเป็น DSLR ระดับโปรที่มาพร้อมกับบอดี้บึกบึน ไม่มีแฟลชหัวกล้อง แถมด้วยสเป็คของตัวกล้องใหม่ๆหลายอย่าง หัวใจหลักเลยก็คือเซ็นเซอร์ขนาด Full Frame ที่มาพร้อมความละเอียด 45.7 ล้านพิกเซล กินขาดตัวเก่าอย่างมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกล้องที่ได้พิกเซลเยอะๆไว้ใช้งาน สาย Landscape หรือถ่ายงานสตูดิโอน่าจะชอบ แถม ISO ที่ตัวกล้องทำได้นั้นอยู่ที่ 64-25600 (ขยายได้ 32-102400) เรียกได้ว่าถ้าดูประสิทธิภาพของไฟล์ภาพที่น่าจะได้นั้น ต้องบอกว่าที่สุดของ Nikon แล้ว แต่ด้วยความที่ว่านี่เป็นแค่พรีวิวยังไม่ได้ลองทดสอบถ่ายจริง เลยยังไม่มีภาพมาให้ดูว่าจัดการ Noise ไ้ด้ดีแค่ไหน (แต่เห้นต่างประเทศที่รีวิวแล้วบอกว่ากินขาดกว่าเดิมเยอะ)

นี่แค่ดูจากสเป็คหน้ากระดาษคร่าวๆ แต่คาดว่านี่แหละกล้องในฝันของใครๆหลายคนแน่ ไม่ใช่แค่เพราะเซ็นเซอร์ที่พัฒนาขึ้น ในส่วนของตัวกล้องหลายจุดก็ใส่ลูกเล่นใหม่ๆมาแบบไม่กั๊ก อย่างเช่นระบบถ่ายภาพแบบ Silent Shutter ที่อาศัยการทำงานของ Live View ร่วมกับชัตเตอร์อิเล็คทรอนิกส์ ซึ่งนั่นหมายความว่าคุณจะไม่ต้องกังวลเรื่องจำนวนชัตเตอร์ของกล้องอีกต่อไป ถ่ายไปยาวๆ แถมโหมดนี้ยังทำงานร่วมกับพวกโหมด Time Lapse (โหมดนี้ Nikon ทำมาเอาใจคนชอบถ่ายวีดีโอ 8K ด้วยนะ) หรือ Stacking (นี่ก็เป็นโหมดมหัศจรรย์ที่กล้องจะขยับจุดโฟกัสเองสำหรับการถ่ายงานสินค้า ถ่ายสต็อค ถ่ายมาโคร ก่อนเอาไปทำให้มีระยะชัดทั้งภาพได้เองง่ายๆผ่าน photoshop นั่นเอง) ลั่นชัตเตอร์กันแบบไม่กลัวพัง โดย Nikon ยังได้ระบุว่าความทนทานของม่านชัตเตอร์ปกติอยู่ที่ 200,000 ครั้ง 

อีกจุดที่บอกได้เลยว่าจี๊ดจับใจมากๆคือหน้าจอ LCD ด้านหลังนี่แหละ เพราะ Nikon ดูเหมือนจะเอาข้อดีของกล้อง Mirrorless มาใส่ไว้เยอะเลย ทั้งหน้าจอระบบสัมผัส ทำงานแบบเต็มประสิทธิภาพ คือจะเอาไว้เลือกเมนู ขยายดูรูปหรือแตะเลือกจุดโฟกัสลั่นชัตเตอร์ก็ได้ ตามด้วยหน้าจอที่ยังบิดพับได้ เอาใจคนชอบถ่ายมุมแปลกๆ อย่างเช่นจะเอาไปถ่ายมาโครก็สะดวก ไม่หมดแค่นี้เพราะทาง Nikon ยังแอบใส่โหมดโฟกัสภาพที่เรียกว่า Pinpoint AF มาให้ คือระบบนี้จะทำงานร่วมกับ Live View โดยจะย่อจุดโฟกัสให้มีขนาดเล็กลงกว่าโหมดปกติ คุณจึงสามารถจิ้มหน้าจอเลือกจุดโฟกัสในจุดที่ต้องการแบบเป๊ะๆได้แม่นยำกว่านั่นเอง

พูดถึงเรื่องโฟกัส ตามสเป็คระบุว่ามีจุดโฟกัส 153 จุด เป็นแบบ 99 Cross-Type ก็ถือว่าเยอะครอบคลุมพื้นที่ภาพ แต่ที่ฮือฮาสำหรับกล้องตัวนี้คือเรื่องของการถ่ายวีดีโอ 4K แล้วก็มีโหมดถ่าย Slow Motion ที่ความละเอียด Full HD ตรงนี้สาย Wedding น่าจะชอบ และสุดท้ายกับ 8K Time Lapse นั่นแหละ กลายเป็นว่ากล้องตัวนี้ตอบโจทย์การทำงานหลากหลายดีจริงๆ ทั้งสายงานความละเอียดสูง งานมาโคร ถ่ายสต็อค งาน Wedding หรือแม้แต่สายเน้นงานวีดีโอจ๋าๆเลยก็เอาอยู่ ยังไม่หมดพวกงานถ่ายอีเวนท์ กีฬา ก็เอาไปใช้ได้เพราะให้ความเร็วในการลั่นชัตเตอร์สูงสุดที่ 9 ภาพต่อวินาทีเมื่อติดกริป แต่ปกติจะอยู่ที่ 7 ภาพต่อวินาที 

งานดียังไม่หมด เลยต้องเล่าต่อเพราะ Nikon D850 มาพร้อมกับวิวไฟน์เดอร์ขนาดใหญ่อัตรขยายที่ 0.75X ใหญ่เต็มตา ตามมาด้วยปุ่มแบบเรืองแสงในที่มืด แต่ในงานไม่มืดเลยดํูไม่ออกว่าเรืองแสงแล้วจะสวยงามแค่ไหน เหมาะกับการเอาไว้ถ่ายในที่มืดๆไม่ว่าจะเข้าผับหรือเอาไปถ่ายดาว และถ้าใครอยากใช้การ์ดรุ่นใหม่เหมือน D5 ก็จัดได้เลย เพราะเค้ารองรับทั้งการ์ดแบบ SD และ XQD ไว้ในตัวเดียวกัน

ที่ขาดไม่ได้เลยและดูเหมือนว่าจะเป็นจุดอ่อนในกล้อง DSLR รุ่นก่อนๆคือเรื่องของการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi และ Bluetooth ตอนนี้ Nikon D850 ขอบอกว่าไม่ง้อการ์ด Wi-Fi อีกต่อไปเพราะมีมาให้ในตัวเลยสำหรับการเชื่อมต่อแบบไร้สาย หรือถ้าต้องการระบบการเชื่อมต่อที่ Advance ขึ้นไปอีกก็มีอุปกรณ์เสริมให้ใช้งานด้วย ส่วนระบบอื่นๆอย่าง HDMI ช่องต่อไมโครโฟนหรือหูฟังก็มาแบบจัดเต็ม

ส่วนเรื่องสเป็คอื่นๆที่น่าสนใจยิบย่อยก้มีเรื่องของระบบ White Balance แบบ Natural Light Auto เอาไว้ใช้ถ่ายภาพในสถานการณ์แสงต่างๆได้อย่างง่ายดาย ให้ภาพที่สมจริงไม่ต้องมานั่งแก้สีทีหลัง หรือการที่เราเลือกใช้งานไฟล์ RAW ได้ทั้งแบบ S,M,L เพราะไฟล์ใหญ่ขนาด 45.7 ล้านพิกเซล บางงานก็ไม่จำเป้นต้องเอาขนาดใหญ่แบบนั้น ปรับเล็กลงได้เพื่อความเหมาะสมแถมยังมี RAW Processing ในตัว แปลงไฟล์ RAW ในกล้องออกมาเป็นภาพได้เลย ไม่ง้อคอมพิวเตอร์ (แถมทำได้เร็วกว่าด้วย)

และหลังจากที่โม้เรื่องสเป็และความน่าสนใจบางเรื่องมายั่วน้ำลายแล้ว ก็ต้องบอกว่ากล้อง Nikon D850 คือไม่ธรรมดา สเป็คพี่แกมาแรงจัดเต็มไม่มีกั๊กจริงๆ ถือว่าเป็นกล้องที่น่าใช้ตัวนึงเลย ณ ยุคนี้ เพราะมีการปรับปรุงข้อด้อยหลายจุดใน D810 ขึ้นมามากมาย ส่วนราคาก็เดาๆไว้สัก 110,000-120,000 ละกัน เพราะ Nikon ยังไม่ประกาศราคาออกมาอย่างเป็นทางการ จากการสัมผัสตัวจริงในงานแถลงข่าวยังทำเอาใจสั่นอยากจะควักเงินซื้อเลย เพราะลองแล้วชอบมากทั้งโฟกัสไว ลูกเล่นเยอะ มีโหมดการถ่ายภาพที่ใช้งานได้จริงหลายอย่าง ไม่ใช่แค่ใส่มาให้มันเยอะเข้าไว้แต่อย่างใด

สุดท้ายแล้วกับการพรีวิวคร่าวๆในการลองได้จับถือกล้อง nikon D850 ในงานก็ต้องบอกว่ามันน่าใช้จริงๆ คนที่จะอัพเกรดกล้องรุ่นใหม่ บอกเลยว่าไม่น่าลังเลแล้วเพราะนี่คือที่สุดของ DSLR แห่งยุค (ขนาดว่า Nikon D5 ตัวเรือธง เจอสเป็คกล้องรุ่นนี้ไปยังมีเคือง) ส่วนถ้าใครคิดว่าราคาเป็นแสนมันแพงไป ลองคำนวณความคุ้มค่าดูเพราะคุณได้ทั้ง Full Frame ได้ทั้งเซ็นเซอร์ความละเอียดสูงเอาไปครอปได้ ถ่ายงานก็ได้ไฟล์ใหญ่ๆที่ดีกว่า แถมยังได้ 4K รวมถึง Silent Shutter ที่ไม่มีสียงลั่นชัตเตอร์ด้วยระบบอิเล็คทรอนิกส์ไม่นับจำนวนชัตเตอร์อีกต่างหาก แถมแบตเตอรี่ก็รุ่นใหม่อึดกว่า ใช้ยาวๆ 4-5 ปี ได้กำไรคืนแน่นอน! สรุปคือ "ของมันต้องมี" ครับผม