Review : Asus ZenBook 3 Deluxe โน้ตบุ๊ครุ่นท็อปดีไซน์สวยเลอค่า พร้อมขนาดกะทัดรัดน่าพกพา !!

เฮียแม๊พ | 12 ก.ย 2560 11:54:25

10886

VIEWS เฮียแม๊พ

Review : Asus ZenBook 3 Deluxe โน้ตบุ๊ครุ่นท็อปดีไซน์สวยเลอค่า
พร้อมขนาดกะทัดรัดน่าพกพา
!!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับโน้ตบุ๊คตัวท็อปรุ่นล่าสุดของ Asus อย่าง ZenBook 3 Deluxe นั่นเอง ซึ่งรุ่นนี้ก็เพิ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปในช่วงงาน Computex 2017 ที่ผ่านมา เราก็มีโอกาสได้ไปสัมผัสตัวจริงคร่าวๆมาแล้ว วันนี้ก็ถึงคราวมารีวิวตัวเครื่องจริงๆสักที เดี๋ยวมาดูกันดีกว่าว่าจะน่าสนใจสักแค่ไหน :D

อุปกรณ์ภายในกล่อง

ก่อนอื่นมาดูของที่ติดมาให้ในกล่องกันก่อนว่าเราได้อะไรบ้าง และหลังจากที่เช็คๆดูแล้วก็มีอุปกรณ์มาตรฐานมาให้อยู่ 5 อย่างคือ

  • ตัวเครื่อง ZenBook 3 Deluxe
  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟ
  • สายตัวแปลง USB Type-Cto USB Type-A
  • สายตัวแปลง USB Type-C to HDMI
  • ซองใส่อุปกรณ์

คือจริงๆน่าจะมีตัวซองหนังใส่ตัวโน้ตบุ๊คมาให้ด้วย แต่เครื่องที่เราได้รับมาไม่ได้ติดมาในกล่องน่ะครับ ><

สเปค Asus ZenBook 3 Deluxe UX490UA

  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home
  • หน้าจอ IPS ขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full-HD (Gorilla Glass 5)
  • หน่วยประมวลผล Intel Core i7 7500U 2.7GHz
  • กราฟิก Intel HD Graphics 620
  • แรม 16GB LPDDR3 2133MHz
  • ความจุ 512GB SSD (Pcle 3.0)
  • พอร์ตการเชื่อมต่อ USB Type-C Thunderbolt x 2 , USB 3.1 Gen 1 x 1 , Headphone Jack
  • ขนาด 329 x 210 x 12.9 มม.
  • น้ำหนัก 1.1 กก.

เริ่มกันที่เรื่องสเปคกันก่อนอย่างที่บอกไปว่า รุ่นนี้เป็นรุ่นเรือธงของตระกูล ZenBook เลย สเปคที่ให้มาก็ท็อปตามสไตล์ Ultrabook สุดบางเฉียบ ให้หน่วยประมวลผล Intel Core i7 7500U มา , แรม 16GB จุใจ , ความจุเป็น SSD 512GB พร้อมใช้งานด้านทั่วๆไปจนถึงกราฟิกกลางๆได้เลย

การดีไซน์ของ ZenBook 3 Deluxe

มาเข้าเรื่องรูปลักษณ์กันได้เลย ZenBook 3 Deluxe นี้เอาจริงๆก็เหมือนรุ่นอัปเกรดของ ZenBook 3 ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้วนั่นแหละ การดีไซน์ต่างๆจึงมาในทรงเดียวกันเลย เน้นไปที่ความบางเฉียบและหรูหราของวัสดุอย่างมาก

สีที่วางจำหน่ายในบ้านเราจะมีสีเดียวคือ Royal Blue โทนน้ำเงินเข้มตัดกับสีทองตามขอบจอได้อย่างลงตัว มีความหรูหรามากๆเลยล่ะครับ

ZenBook 3 Deluxe มาพร้อมหน้าจอ IPS ขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full-HD ขอบหน้าจอไม่บางเท่ากับรุ่นก่อนๆที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้ (ทั้ง ASUSPRO หรือ VIVOBook S15)แต่ก็ยังดูบางอยู่ดีน่ะนะ ตัวกระจกหน้าจอเป็นแบบ Gorilla Glass 5 ด้วยช่วยเรื่องกันรอยขีดข่วนได้ดีทีเดียวล่ะครับ

เหนือหน้าจอมีกล้อง Webcam ความละเอียด VGA อยู่ พร้อมกับไมโครโฟน 2 ตัวอยู่ข้างๆกัน

คีย์บอร์ดของรุ่นนี้จะเป็นสีดำใช้สีทองในตัวอักษณที่สกรีน เข้ากันมากเมื่ออยู่บนสีเครื่องแบบนี้ครับ มีไฟ Backlit อยู่ข้างใต้นี้ด้วยครับ ปรับระดับได้ 3 ระดับเช่นเคย

ความรู้สึกตอนพิมก็ทำได้ดีครับ ตัวปุ่มใหญ่พอสำหรับการวางนิ้ว แต่ส่วนตัวคิดว่าขนาดของปุ่มจะเทไปทางซ้ายนิดหน่อย คือเวลาวางมือแล้วมันดูจะไม่ค่อยบาลานซ์ ตรงนี้ย้ำว่านิดหน่อยจริงๆ ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่อะไรมากครับ

ปุ่ม Power ของตัวเครื่องยังอยู่ที่มุมขวาเหมือนรุ่นอื่นๆ มีไฟบอกสถานะเปิด-ปิดเครื่องอยู่ด้วย แต่ก็เหมือนเดิมล่ะครับปุ่มยังคงกลืนไปกับตัวปุ่มอื่นๆอยู่

ถัดขึ้นมาข้างบนอีกหน่อยจะเจอลำโพงหลักของตัวเครื่อง ซึ่งด้านหน้านี้จะมีลำโพงอยู่ด้วยกันถึง 2 ตัว เลยล่ะ

Touchpad ของรุ่นนี้มีขนาดกำลังพอดี ไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไปครับ ทำงานได้ลื่นไหลทั้งพวกระบบ Multi-Touch หรือ Gesture ต่างๆ มีเส้นแบ่งคลิปซ้าย - ขวาอยู่ตรงกลางชัดเจน แต่ที่พิเศษกว่าอีกหน่อยก็คือมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเข้ามาให้ใช้งาน Windows Hello ด้วย

ตัวพอร์ตการเชื่อมต่อ รุ่นใหม่ๆเดี๋ยวนี้ก็มักจะให้ตัว USB Type-C มาให้ทั้งหมดแล้ว บนรุ่นนี้ก็มี 3 พอร์ต แบ่งเป็น Thunderbolt 2 พอร์ตอยู่ทางด้านขวาของตัวเครื่อง ใช้งานเป็นพอร์ตชาร์จไฟด้วยที่มุมนี้

ส่วนฝั่งซ้ายมีพอร์ต USB 3.1 Gen 1 (ก็เป็น Type-C เหมือนกันแหละ) และแจ็คหูฟัง 3.5 มม.ครับ

ฝาหลังของรุ่นนี้จะเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล ZenBook เลย มีลวดลายแวววาวออกมาจากตัวโลโก้สวยๆ

ตัวหน้าจอของรุ่นนี้สามารถปรับมุมได้กว้างสุดตามรูป เสียดายที่ไม่สามารถเปิดได้สุดๆถึง 180 องศา แต่มุมมองระดับนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรครับ

ด้านล่างตัวเครื่องมีลำโพงเพิ่มอีก 2 ตัว เท่ากับว่ารุ่นนี้ให้ลำโพงมาด้วยกันทั้งหมด 4 ตัวเลยครับ เสียงที่ได้ก็มีมิติใช้ได้เลยล่ะ ออกมาจากรอบทางทั้งด้านบนและด้านล่าง

ความบางและน้ำหนักของ ZenBook 3 Deluxe รุ่นนี้ทำได้น่าสนใจเพราะ ตัวเครื่องมาพร้อมความบางเพียง 12.9 มม. เท่านั้น แถมน้ำหนักยังเบาเพียง 1.1 กก.อีก เหมาะสำหรับคนที่ชอบพกไปทำงานนอกสถานที่อย่างมากเลย

รวมๆแล้วดีไซน์ของรุ่นนี้ถือว่าทำออกมาได้หรูหราใช้ได้ด้วยวัสดุแบบอลูมิเนียมขัดเงา แถมความบางและเบายังทำได้อย่างน่าประทับใจ ผู้ที่ชื่นชอบโน้ตบุ๊คสายบางเบาและรูปลักษณ์งามๆ น่าจะถูกใจเจ้า ZenBook 3 Deluxe อย่างมากเลยล่ะครับ

ระบบปฏิบัติการ

Asus ZenBook 3 Deluxe ให้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home มาในตัวเลย พร้อมใช้งานตั้งแต่เปิดกล่อง ไม่จำเป็นต้องไปหาตัว Windows แท้มาติดตั้งทีหลังให้วุ่นวายครับ

การใช้งาน

อย่างที่บอกว่ารุ่นนี้ถูกออกแบบมาเป็น Ultrabook รุ่นไฮเอนด์ ความสามารถต่างๆก็ทำได้น่าประทับใจ ด้วยหน่วยประมวลผล Intel Core i7 7500U , แรม 16GB ใช้งานทั่วไป อย่างพิมพ์เอกสาร ปั่นบทความ หรือตกแต่งภาพต่างๆก็สบายๆครับ

ขนาดที่เล็กกะทัดรัดพร้อมน้ำหนักที่เบาใช้ได้ เราสามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา ด้วยตัวความจุภายในแบบ PCIe 3.0 การบูธเครื่องหรือเข้าโปรแกรมทำได้รวดเร็วมากๆ ให้ความคล่องตัวเป็นอย่างดีครับสำหรับ ZenBook 3 Deluxe รุ่นนี้

แต่อาจจะติดปัญหาเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับเรื่องพอร์ตการเชื่อมต่อ แน่นอนว่าโน้ตบุ๊คยุคใหม่มักจะตัดพอร์ตหลักๆอย่างพวก USB Type-A ออกไป เหลือพวก USB Type-C ไว้เท่านั้น แต่ยังดีที่ทาง Asus มีแถมสายแปลงจาก Type-C ไป Type-A หรือ Type-C ไป HDMI มาให้ด้วย ก็พอใช้งานได้สะดวกขึ้นหน่อย ไม่ต้องไปหาซื้อแยกเนาะ

ถึงแม้ตัวเครื่องจะบางเฉียบมากๆ แต่ก็ยังใส่พัดลมระบายอากาศมาให้ด้วย 1 ตัว การทำงานทั่วๆไปทำได้ดีครับ แต่ถ้าใช้งานหนักๆหน่อยตัวพัดลมก็ทำงานหนักจนเกิดเสียดังขึ้นมาได้เหมือนกัน

ระบบภาพและเสียง

ในเรื่องของระบบภาพรุ่นนี้ให้หน้าจอ IPS ขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full-HD มาให้ การแสดงผลสวยงามและสมจริงดี มุมมองก็กว้างถึง 178 องศา ถ้าจะใช้ดูหนังหรือวิดีโอจาก YouTube ก็เหมาะมากๆเลยล่ะครับ

ส่วนเรื่องเสียงอย่างที่บอกไว้ค้างต้นว่า รุ่นนี้ลำโพง 4 ตัวให้เสียงดังมาก เสียงขับออกมาได้ดี มีมิติชัดเจนด้วยลำโพงของ Harman / Kardon ตำแหน่งก็วางไว้ที่ด้านบนและด้านล่างของตัวเครื่อง เสียงที่ได้เลยค่อนข้าง Stereo และชัดเจนดีครับ

การเล่นเกม

จริงๆเรื่องเกมคงไม่ใช่จุดเด่นสักเท่าไหร่บนรุ่นนี้ เพราะด้วยกลุ่มเป็น Ultrabook สายทำงานแบบนี้ การ์ดจอแยกก็ไม่มีมาให้ แต่ถ้าเกิดว่างๆอยากลองเล่นเกมดูหน่อย ก็พอเล่นได้อยู่ครับ เราลองโหลด Overwatch มาทดสอบดู ปรับค่ากราฟิกเป็นต่ำสุด ก็พอเล่นได้ครับ เฟรมเรตจะอยู่ที่ราวๆ 20-25 fps นะครับ

แบตเตอรี่และการชาร์จ

เรื่องของแบตเตอรี่รุ่นนี้ก็แน่นอนใช้ชิปเซ็ตประหยัดพลังงาน แถมยังเน้นความคล่องตัวในการพกพาและทำงาน ทาง ASUS เคลมว่าสามารถใช้งานได้ยาวนานราวๆ 10 ชม. ซึ่งจากที่ลองใช้งานเว็บไซต์และเอกสาร (เขียนคอนเทนต์นี่แหละ) ก็อยู่ได้ราวๆ 7-8 ชม.เลยจริงๆ เรียกว่าอึดเหมาะกับการทำงานข้างนอนในดีไซน์ที่น่าพกพาดีจริงๆครับ หรือถ้าต้องการชาร์จแบตเตอรี่รุ่นนี้ก็มีอแดปเตอร์พร้อมระบบ Fast Charge มาให้ ชาร์จได้ถึง 60% ในเวลาเพียง 49 นาทีเท่านั้น แถมตัวอแดปเตอร์ที่แถมมาในกล่องจะไม่ใหญ่โตอะไร พกพาได้สะดวกทีเดียวครับ

สรุป

จัดว่าเป็น Ultrabook สายทำงานอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจมากๆ ด้วยรูปลักษณ์สวยงามเลอค่า และวัสดุสุดพรีเมี่ยม ขนาดและน้ำหนักบางเบา เหมาะกับการพกพาไปทำงานนอกสถานที่ได้อย่างลงตัว ประสิทธิภาพการใช้งานต่างๆก็ครอบคลุมทั้งงานด้านเอกสาร กราฟิกทั่วไป หรือความบันเทิงต่างๆด้วยหน้าจอ IPS 14" แสดงผลได้อย่างสวยงาม ลำโพงหลักของตัวเครื่องที่ให้มาถึง 4 ตัวอัดแน่นไปด้วยคุณภาพตีตรา Harman/Kardon รวมๆแล้ว ZenBook 3 Deluxe น่าจะตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการโน้ตบุ๊คพรีเมี่ยมในขนาดที่พกพาได้ง่ายจริงๆครับ :D

ราคาค่าตัวของ Asus ZenBook 3 Deluxe อยู่ที่ 69,990บาท

จุดเด่น

  • ดีไซน์สวยหรู
  • หน้าจอ IPS 14" แสดงผลได้ยอดเยี่ยม
  • ขนาดตัวเครื่องกะทัดรัด เบาและบางมาก
  • ลำโพง 4 ตัวเสียงสะใจ
  • รองรับระบบชาร์จไว

จุดสังเกต

  • การทำงานหนักเสียงพัดลมค่อนข้างดังและความร้อนขึ้นสูง

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite