Review : Sony Xperia XZ1 สมาร์ทโฟนเรือธงกล้อง Motion Eye ที่มาพร้อมฟีเจอร์สแกน 3D ล้ำๆไปเลย !!

เฮียแม๊พ | 25 ต.ค. 2560 16:16:36

8942

VIEWS เฮียแม๊พ

Review : Sony Xperia XZ1 สมาร์ทโฟนเรือธงกล้อง Motion Eye
ที่มาพร้อมฟีเจอร์สแกน 3D ล้ำๆไปเลย !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เรามีสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ของ Sony มารีวิวให้ชมกัน แน่นอนว่าจะเป็นรุ่นไหนไปไม่ได้นอกเสียจาก Xperia XZ1 นั่นเอง รุ่นนี้ก็อย่างที่เคยบอกไปตอนพรีวิวว่าเป็นเหมือนรุ่นน้องของ XZ Premium อีกทีคือเป็นรุ่นที่ลดทอนในเรื่องของขนาดหน้าและเทคโนโลยีหน้าจอจากพี่ใหญ่ แต่ความสามารถหลายๆอย่างนั้นยังคงเทียบเท่ากันอยู่ บอกมาแบบนี้แล้วคงจะเริ่มสนใจแล้วเนาะ เอาเป็นว่ามาชมรีวิวฉบับเต็มของรุ่นนี้ไปพร้อมๆกันเลยดีกว่า :D

ยลโฉม Xperia XZ1

เข้าเรื่องตัวเครื่องกันเลยคือจริงๆอยากให้ดูอุปกรณ์ภายในกล่องที่ให้มาหน่อย แต่ว่าเครื่องที่เราได้มานั้นเป็นเครื่อง Demo ของภายก็ได้มาไม่ครบอะเนอะ แต่ที่จะนำเสนอจริงๆก็คือรุ่นนี้เป็นอีกรุ่นที่ผลิตในประเทศไทยนะจ๊ะ ตรงกล่องระบุไว้ชดเจนว่า Made in Thailand ว้าววว ! *0*

Xperia XZ1 มาพร้อมดีไซน์ทรงคุ้นเคยที่ใช้กันมาหลายรุ่นแล้วของ Sony ซึ่งจะบอกว่าจำเจไหม ? ก็ใช่นะ ทั้งในเรื่องของความหนาของขอบหน้าจอ และก็ทรงเหลี่ยมๆเนี่ย แต่ส่วนตัวผมชอบดีไซน์แบบนี้นะ ดูมีเอกลักษณ์ดี คือมองแล้วก็รู้เลยว่าเป็น Sony อะ :P

หน้าจอของรุ่นนี้เป็น IPS LCD ขนาด 5.2 นิ้ว ความละเอียดอยู่ที่ Full-HD ก็ดูไม่ได้พิเศษอะไรจากรุ่นก่อนๆนัก แต่เทคโนโลยีที่ใส่เพิ่มเข้ามาทำได้ดูคูลขึ้นกว่าเดิมคือรุ่นนี้รองรับการแสดงผลแบบ HDR เช่นเดียวกับรุ่นพี่ XZ Premium นั่นเอง คือสีสันของจอในรอบนี้ดูธรรมชาติมากขึ้น ไม่ค่อยอมแดงแบบเคยๆแล้ว จะมีความบาลานซ์ที่ดีกว่าเดิม ชอบนะสวยกำลังดี ส่วนเรื่องความละเอียดเรียกว่าคมชัดเลยแหละเพราะขนาดไม่ได้ใหญ่มากได้ 1080p ก็กำลังเหมาะละ

เหนือหน้าจอวางตำแหน่งไว้ได้เหมือนเดิมเลย ไล่มาจากมาซ้าย มีไฟ LED แจ้งเตือนอยู่มุมซ้าย , กล้องหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซล , ลำโพงสนทนา และเซนเซอร์วัดแสงและจับระยะ

ด้านล่างหน้าจอมีลำโพงอีกหนึ่งตัว แน่นอนครับรุ่นนี้ใช้ลำโพง 2 ตัวด้านหน้าเป็น Stereo เช่นเคย

วัสดุเครื่องรอบนี้เป็น Metal Unibody เหมือนที่ใช้บน XZ หรือ XZs แต่มีการทำให้ไร้รอบต่อกว่าเดิมคือเป็นโลหะชิ้นเดียวอ้อมไปรอบๆเครื่อง จะไม่เห็นรอยต่อของแผ่นเหล็กอย่างที่เห็นบนรุ่นก่อนละ ถือว่าทำได้เนียนตาและเนียนมือดีครับ

เลนส์กล้องหลังยังคงนูนออกมาจากตัวเครื่องแบบเห็นชัดอยู่ถึงแม้ว่ารุ่นพี่อย่าง XZ Premium จะซ่อนได้เนียนตาแล้วก็เถอะ ตรงนี้คงเป็นเพราะตัวเครื่องมีขนาดที่บางมากล่ะมั้ง ตัว Laser Autofocus, เซนเซอร์ RGBC-IR และไฟแฟลช วางตำแหน่งอยู่ข้างๆกันรอบนี้ย้าย NFC ขึ้นมาไว้ด้านบนแล้วด้วย ไม่ต้องไปอยู่ที่ด้านหน้าและใช้แบบงงๆอีกแล้ว :P

ตัวเครื่องมาพร้อมความบางเพียง 7.4 มม.เท่านั้น ได้ลองสัมผัสแล้วต้องบอกเลยว่ามันบางเฉียบเอามากๆ ฟิลต่างจากตอน XZs หรือ XZ Premium เยอะเลยล่ะ ตรงจุดนี้เลยทำให้ถึงรูปลักษณ์จะยังคล้ายเดิมแต่พอจับถือแล้วให้ความรู้สึกที่ต่างกันพอสมควร (ในที่นี้หมายถึงดีขึันนะ :P)

ด้วยความที่บอดี้เป็นโลหะทั้งหมดแล้ว การวางเสาอากาศของตัวเครื่องจึงต้องแยกออกมาเป็นเส้นๆเหมือนกับเจ้าอื่นๆ แต่ด้วยความเป็น Sony จึงไม่ธรรมดาอยู่แล้ว เพราะวางเสาอากาศเป็นรูปตัว U อยู่รอบเครื่องกันเลย ทั้งฝั่งซ้าย 2 ฝั่งขวาอีก 1 แต่สีก็ดูกลืนไปกับตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี ไม่ดูรกตาเท่าไหร่

ช่องใส่ซิมของ Sony เป็นถาดปิดวางอยู่ไว้ที่ด้านซ้ายมือ ส่วนตัวชอบตรงที่ไม่จำเป็นต้องใช้เข็มจิ้มถาดซิมเราสามารถแงะออกมาได้เลย ตัวถาดออกแบบมาแปลกนิดหน่อยตรงที่เป็นแบบไฮบริดก็จริงแต่ตัวถาดซิม 1 นั้นแยกออกมาเป็นแผ่นเล็๋กๆ (ตอนแรกคิดว่าถาดซิมหัก 555) ส่วนถาดซิม 2 หรือช่องใส่ Micro-SD กลับติดไว้ที่แถบปิดซะงั้น

ปุ่มกดจะอยู่ที่ด้านขวามือมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง , ปุ่ม Power ที่มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และปุ่มชัตเตอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Sony ผมล่ะชอบจริงๆมือถือที่มีปุ่มชัตเตอร์เนี่ย

แถบบน-ล่างรอบนี้มีการทำมุมโค้งเล็กน้อยให้ดูไม่นิ่งเกินไป ด้านบนยังมีช่องแจ็คหูฟัง 3.5 มม. และไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน

ส่วนด้านล่างมีไมโครโฟนสำหรับสนทนาและพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C ด้วยความที่ตัวแถบบน-ล่าง ปรับมาเป็นมุมโค้งนิดหน่อยเลยทำให้ตัวเครื่องไม่สามารถวางตั้งตรงได้แบบรุ่นก่อนแล้วล่ะ น่าเสียดาย

รวมๆแล้วในเรื่องของรูปลักษณ์ Xperia XZ1 นี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นก่อนๆมากนัก แต่ความรู้สึกเวลาจับถือทำได้ดีทีเดียว บางลงและน่าสัมผัสมากขึ้นด้วยวัสดุแบบด้านจับแล้วเนียนมือ ถึงผมจะบอกว่าดีไซน์มีเอกลักษณ์ของ Sony ดีก็เถอะ สำหรับผู้ใช้ใหม่คงจะได้เปลี่ยนอารมณ์บ้างล่ะ (เพราะไม่ซ้ำใครจริงๆ) แต่สำหรับคนที่เป็นแฟน Xperia มาตลอด และอยากจะเปลี่ยนมาเป็นรุ่นนี้ก็คงจะเบื่อดีไซน์นี้ไปพอสมควรแหละ ><

Xperia XZ1 ที่วางจำหน่ายในบ้านเราจะมาด้วยกันถึง 4 สีคือ Black , Warm Silver , Venus Pink และ Moonlit Blue (สีที่เรารีวิว) ครับ

สเปค Xperia XZ1

  • รัน Android 8.0 Oreo
  • หน้าจอ IPS ขนาด 5.2 นิ้ว ความละเอียด Full-HD HDR
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 835 Octa-core 2.46 GHz
  • ชิปกราฟิก Adreno 540 GPU
  • แรม 4GB
  • รอม 64GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 256GB
  • แบตเตอรี่ 2700 mAh
  • รองรับ Quick Charge 3.0
  • กล้องหน้า 13 ล้านพิกเซล f/2.0
  • กล้องหลัง 19 ล้านพิกเซล Motion Eye f/2.0
  • รองรับเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • รองรับ 2 ซิม (ถาดซิมไฮบริด)
  • กันน้ำกันฝุ่นมาตรฐาน IP68
  • มี 4 สี คือ Black , Warm Silver , Venus Pink และ Moonlit Blue (สีที่เรารีวิว)

จะเห็นว่าสเปคก็เทียบเท่าได้กับ XZ Premium รุ่นพี่เรือธงใหญ่สุดเลยทีเดียว ทั้งหน่วยประมวลผลตัวแรง Snapdragon 835 , แรม 4GB , รอม 64GB , กล้องหลัง Motion Eye19 ล้านพิกเซล เป็นต้น แต่ลดหย่อนในเรื่องของหน้าจอและแบตเตอรี่ลงมาพอควร ให้เข้ากับขนาดของตัวเครื่องน่ะนะ

ระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์เบื้องต้น

Xperia XZ1 นั้นถือเป็นรุ่นแรกๆเลยที่ให้ระบบปฏิบัติการตัวล่าสุดอย่าง Android 8.0 Oreo ติดมาตั้งแต่เปิดกล่อง ทำให้ไม่ต้องเสียเวลามานั่งรออีกว่าเมื่อไหร่จะได้อัปเดตกันเนาะ

ในส่วนของหน้าตา UI ถึงแม้ตัว Android จะเป็นเวอร์ชั่นใหม่สุด แต่หน้าตารวมๆแล้วยังไม่ได้ปรับแต่งต่างจากเดิมมากนัก ไอคอนมีความเรียบและ Clean สมกับเป็น Sony พร้อม Wallpaper ชุด Loop Surface แบบที่เห็นบนรุ่นก่อน

ตัว Notification Dot หรือจุดแจ้งเตือนบนไอคอนที่เป็นความสามารถใหม่ของ Android Oreo ก็ติดมาให้บน XZ1 นี้ด้วย เวลามีการแจ้งเตือนต่างๆบนแถบแจ้งเตือนด้านบน (Notification Bar)ไอคอนของแอปนั้นๆก็จะมีจุดโชว์ขึ้นมาด้วย แต่น่าเสียดายที่ตัวจุดเหล่านั้นแสดงผลเป็นสีฟ้าซึ่งมันดูไม่เด่นบนหน้าจอเท่าไหร่น่ะ ถ้าเป็นสีส้มหรือเหลืองแบบแต่ก่อนน่าจะดีกว่านะ Sony

ระบบ Theme บน XZ1 นี้ก็ยังคงมีมาให้เหมือนเคยครับ เราสามารถเลือกปรับได้ตามสะดวกจากในเครื่องเองที่ติดมาให้เลือก 4 แบบ (ตามโทนสีเครื่อง) หรือดาวน์โหลดเพิ่มก็ทำได้เช่นกันครับ

Picture in Picture โหมดใหม่ที่ติดมากับ Android Oreo อีกอย่างก็คือการทำ PIP ที่สามารถย่อแอปที่รองรับลงมาเป็นหน้าต่างเล็กๆพร้อมกับใช้งานแอปอื่นๆไปด้วยกันได้ อย่างบนรุ่นนี้ก็บอกว่าแอปที่รองรับคือแอปของ Google ซะส่วนใหญ่ อาทิ Chrome , Maps หรือ YouTube แต่จากเท่าที่ลองจริงๆเหมือนว่าจะยังใช้ได้แค่แอป Google Maps ที่เราสามารถกดปุ่มโฮมแล้วย่อหน้าจอแผนที่เล็กออกมาได้ พวก Chrome และ YouTube เหมือนยังใช้งานไม่ได้ตรงจุดนี้ แง่ววว

ระบบสแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Power

น่าจะเป็นไม่กี่แบรนด์ในตอนนี้ที่ใช้ปุ่ม Power เป็นที่สแกนลายนิ้วมือและวางตำแหน่งไว้ที่ด้านขวาของตัวเครื่อง การใช้งานต่างๆยังคงเหมือนกันรุ่นก่อนๆครับ สแกนได้รวดเร็วดี แต่ด้วยตำแหน่งและความลึกลงไปนิดหน่อยของปุ่มโฮมอาจจะกดติดได้อย่างและไม่คล่องตัวเท่าไหร่นัก อย่างการใช้นิ้วชี้หรือนิ้วกลางข้างซ้ายมาปลดล็อคดูจะไม่ถนัดมากเท่ากับนิ้วโป้งข้างขวาซะทีเดียว

แต่ยังดีหน่อยที่ระบบสแกนทำได้เร็วมาก เพียงแค่กดลงไปหนึ่งครั้งเวลาครู่เดียวตัวเครื่องจะทำการปลุกจอพร้อมกับสแกนลายนิ้วมือปลดล็อคเข้าหน้าจอได้ทันทีเชียว

กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68

Sony ก็ถือว่าเป็นรายแรกๆในตลาดที่ให้ความสามารถกันน้ำกันฝุ่นมาบนสมาร์ทโฟนเรือธง รุ่นนี้ก็ติดมาเช่นกันครับ มาตรฐานอยู่ที่ IP68 สามารถลงน้ำสะอาดได้ 1.5 เมตร นาน 30 นาทีเลยล่ะ แต่ก่อนจะเอาลงน้ำจริงก็อย่าลืมเช็คพวกถาดใส่ซิมว่าแน่นหนาแค่ไหนด้วยนะ ไม่งั้นถ้าน้ำเข้าขึ้นมาเค้าก็ไม่รับประกันอยู่ดี

ความบันเทิงสะใจด้วยระบบมากมาย

มาเข้าเรื่องความบันเทิงผ่านตัว Xperia XZ1 กันบ้าง แน่นอนว่ามือถือของ Sony จะมีระบบเพิ่มฟีเจอร์ทั้งภาพและเสียงมากมาย เริ่มด้วยตัวหน้าจอที่บอกแล้วว่ามีเทคโนโลยี HDR เพิ่มมิติของจอได้ดี และในส่วนของซอฟต์แวร์ก็มีการโหมดการแสดงผลของหน้าจอได้ด้วย ทั้ง Professional Mode ที่ให้ค่าสีแบบ sRGB ให้สีตรง (แต่จืดกว่าปกตินิดหน่อย) , Standard Mode ค่าเริ่มต้นที่ใช้การแสดงผลสีของ TRILUMINOS มีความสด อิ่มกำลังดี , Super-vivid Mode อันนี้แน่นอนโหมดสีสดที่เร่งให้สวยสุดๆเลยล่ะ ตรงนี้ส่วนตัวชอบแบบ Standard หรือค่าตั้งต้นมามากที่สุดนะเพราะสวยกำลังดีแล้วไม่มากหรือน้อยจนเกิดไป ตรงนี้เราสามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่ Settings > Display >Quality > Color Gamut and Contrast ครับ

ในส่วนของการดูวิดีโอหรือภาพก็มีระบบ Video Image Enhancement เข้ามาช่วยด้วย ซึ่งจะใช้เทคโนโลยี X-Reality เข้ามาเพิ่มความสดและอิ่มของสีเข้าไปอีกในการดูไฟล์ภาพหรือวิดีโอครับ ใครอยากได้สีสวยๆก็เปิดไว้ไม่เสียหาย แต่ถ้าคิดว่าจัดจ้านเกินไปเข้าไปปิดได้ที่ Settings > Display > Quality > Video Image Enhancement ครับ

ส่วนเรื่องเสียงนั้นทาง Sony ก็ไม่เคยทำให้ผิดหวัง เพราะว่าใส่เทคโนโลยีและเอฟเฟกเสียงต่างๆมาให้เลือกกันเพียบทั้ง Clear Audio+ , Dynamic normalizer หรือ Sound Effects ที่มีให้เลือกปรับ Equalizer ตามต้องการระบบ DSEE HXแถมรุ่นนี้ยังรองรับการเล่นเพลงคุณภาพ Hi-Res ผ่านหูฟังไร้สาย (ที่รองรับ) อีกต่างหาก ตัวลำโพงของเครื่องเองก็ยังเป็น Stereo มีระบบ S-Force ขับเสียงออกมาดังกำลังดีเลย

ทดสอบประสิทธิภาพของ Xperia XZ1

ก่อนจะไปเข้าเรื่องการเล่นเกมเหมือนทุกที เราขอขั้นด้วยการโชว์ผลทดสอบของ Xperia XZ1 กันหน่อย สเปคที่เห็นจากด้านบนอย่างที่บอกว่าจัดเต็มมาด้วยชิปเซ็ตตัวแรงสุดไม่แพ้ XZ Premium เลย ซึ่งผลคะแนนจากแอป AnTuTu Benchmark ของ XZ1นั้นก็ออกมาที่ 168695คะแนนครับผม

ส่วนผลทดสอบจากแอป GeekBench 4.0 นั้นก็แรงไม่แพ้กันได้คะแนนด้าน Single-Core ไปถึง 1842 คะแนน และ Multi-core ไปอีก 6460 คะแนนครับ ไม่ธรรมดาเลยใช่ไหมล่ะ

การเล่นเกมอันนี้คงไม่ต้องพูดอะไรกันมากแล้ว เพราะด้วยชิปเซ็ตตัวแรงสุดๆอย่าง Snapdragon 835 นั้น เรียกว่าแรงอันดับต้นๆของตอนนี้แล้ว เล่น ROV ปรับคุณภาพและความละเอียดไปที่ระดับสูงสุด เปิดเฟรมเรตสูงก็เล่นได้ชิลๆ 50-60 fps สบายๆครับ

กล้องถ่ายภาพ Motion Eye

เข้าสู่เรื่องกล้องที่ดูจะเป็นไฮไลท์ของ Sony มาตลอด แต่ก็ได้แต่เขยิบฟีเจอร์และความสามารถขึ้นมาทีละนิดๆ จนมาถึงรุ่นปีนี้ถึงได้เห็นคุณภาพที่ทาง Sony ควรจะเป็นซะที ในส่วนของกล้องหลังนั้นรุ่นนี้ให้กล้องตัวเดียวกับ XZ Premium หรือ XZs มาคือ Motion Eye 19 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์ด้านหลังมากมายทั้ง Laser Autofocus , RGBC-IR เซนเซอร์ , ระบบ Stack Memory ที่ช่วยคำนวณการเคลื่อนไหวและการจับภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิมด้วย

โหมดการถ่ายภาพนั้นก็ยังคงให้เด่นๆมาเช่นเคย ทั้ง AR Effect , Panorama , Creative Effect เป็นต้น และเรายังสามารถดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้อีกจาก Play Store ด้วยครับ

โหมด Manual มีมาให้เลือกปรับค่าต่างๆได้ ทั้ง White Balance , EV , Shutter Speed หรือระยะโฟกัสทำได้หมดแล้วล่ะครับแต่น่าเสียดายที่ Shutter Speed ก็ยังคงปรับได้นานสุดแค่ 1 วินาทีเท่านั้น (ลากไฟยาวๆไม่ได้เลย ><)

ในโหมดหลักอย่าง Superior Auto+ ของ Xperia XZ1ก็ดูฉลาดขึ้นกว่าเดิม เมื่อเราเล็งและแตะโฟกัสไปที่วัตถุหรือสถานที่ตัวกล้องก็จะแนะนำ Scene ขึ้นมาให้เหมาะกับการถ่ายภาพนั้นนั้น อย่างเช่นเราเล็งไปที่พวก อาหารตัวโหมดก็จะโชว์ว่าตอนนี้อยู่ในซีน Gourmet , เล็งภาพกลางคืนก็จะโชว์ว่าอยู่ในซีน Night Scene เป็นต้นครับ (คุ้นๆไหมฟีเจอร์นี้ :P)

โหมด Predictive Capture ใส่มาให้เหมือนเคย เราสามารถถ่ายภาพที่มีการเคลื่อนไหวสูงไว้พร้อมกัน 4 ภาพเพื่อให้เราเลือกรูปทีดีที่สุดได้ทีหลัง หรืออย่างระบบใหม่ Smile Shutter ที่ตั้งให้เป็น Auto เวลาในภาพนั้นมีคนยิ้มตัวกล้องก็จะถ่ายทันทีตรงนี้ก็ง่ายดีเวลาถ่ายเนาะ

หรืออยากได้ภาพต่อเนื่องก็มี Burst Shot มาให้นะ สามารถถ่ายภาพต่อเนื่อง (แบบที่โฟกัสต่อเนื่อง) ได้มากสุดถึง 10 ภาพต่อวินาที 100 ต่อเนื่อง หรือถ้าตั้งค่าให้ปุ่มชัตเตอร์ใช้โหมดนี้ก็ได้ เราก็จะกดปุ่มชัตเตอร์ึค้างแล้วรัวภาพได้เลยล่ะ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ XZ1 จะเห็นว่าคุณภาพของกล้องทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆสำหรับสมาร์ทโฟน Sony ทั้งเรื่องโทนสี , ความแม่นของ White Balance , ภาพแสงน้อยหรือในเรื่องโฟกัสก็ด้วย รวมๆแล้วไฟล์เหมาะสมกับเรือธง Xperia ได้จริงๆแล้ว แต่รายละเอียดบางอย่างยังดูขัดตาก็มีบ้างอย่างเรื่องรายละเอียดของภาพ ซึ่งหากเราซูมภาพดูจริงๆ (ผ่านมือถือหรือคอม) ก็จะเห็นความไม่คมของรายละเอียดอยู่บ้างครับ

ส่วนในเรื่องของวิดีโอ Xperia XZ1 ก็สามารถบันทึกความละเอียดได้สูงสุดถึง 4(รอบนี้เลือกได้จากการตั้งค่าของกล้องแล้ว) และในความละเอียด Full-HD 30fps ก็จะมีลูกเล่นกันสั่นถึง 5 แกนและ Steady Shot มาช่วยเรื่องความเนียนของวิดีโอได้ดียิ่งขึ้นด้วย

วิดีโอ Super Slow Motion 960fps ยังคงมีมาให้เลือกเหมือนเคย ให้เราได้ถ่ายภาพความทรงจำแบบหยุดนิ่งได้เลย

กล้องหน้า 13 ล้านพิกเซล มี Auto Focus และระบบกันสั่นเช่นกัน (ตัวเดียวกับ XZ Premium เลยล่ะ) ในเรื่องคุณภาพต้องถือว่าทำได้ดีมากๆเลยล่ะ มีโหมดหน้าเนียนมาด้วย (แต่ไม่สามารถปรับระดับความสวยได้นะ)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ XZ1จะเห็นว่าคุณภาพดีทีเดียว ระยะตื้นลึกเห็นชัดประหนึ่งกล้องหลังเลยล่ะ แต่ข้อเสียก็คือระบบโฟกัสที่จำเป็นต้องใช้เวลาในการโฟกัสนิดหน่อย (นิดหน่อยจริงๆ)

แอปใหม่ 3D Creator

เห็นพูดเรื่องกล้องไปซะครบแล้ว แต่หลายคนคงงงว่าแล้วไอฟีเจอร์ถ่ายภาพ 3D หายไปไหน จริงๆแล้วไม่ได้ลืมนะ แต่มันไม่ได้อยู่ในแอปกล้องเลยไม่ได้รวมกันไว้ แยกมาพูดอีกทีตรงนี้ละกัน โดยทาง Sony พัฒนาแอปมาใหม่เลยในชื่อ 3D Creator มาให้เราใช้กล้องหลังสแกนภาพเป็นแบบ 3 มิติได้ด้วย ซึ่งฟีเจอร์นี้ก็น่าสนใจตรงที่เราสามารถใช้สแกนใบหน้าคน , สิ่งของต่างๆมาเป็นไฟล์แบบ 3D เพื่อไปประกอบการทำงานอื่นๆได้ด้วย

โดยในโหมดนี้จะมีให้เลือกโหมดการสแกนหลายแบบ อาทิ การสแกนใบหน้า (Face Scan) , สแกนหัว (Head Scan) , สแกนอาหาร (Food Scan)ไปจนถึงสแกนแบบอิสระ (Freeform Scan)ซึ่งตรงนี้เราก็สามารถเลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสม

อย่างเช่นการสแกนใบหน้าหรือบุคคลการใช้งาน Head Scan ก็ดูเหมาะสมที่สุด เพราะขั้นตอนการสแกนก็จะดูเก็บรายละเอียดของใบหน้าไว้อย่างชัดเจน แบ่งรายละเอียดของความตื้นลึกบนใบหน้าได้

การสแกนใบหน้าจำเป็นต้องใช้องค์ประกอบหลายอย่างทีเดียว ทั้งในเรื่องของแบบที่ควรจะนิ่งหน่อย หรือสภาพแสงที่ควรจะเท่าๆกันขณะสแกน หรือการแพนกล้องที่ตำแหน่งควรจะอยู่ในที่เดิมๆด้วยก็เช่นกัน ซึ่งการทำงานดูเหมือนจะง่ายแต่ก็ไม่ง่ายซะทีเดียวครับ การสแกนจับใบหน้าค่อนข้างแม่นยำ แต่ปัญหาหลักๆคงจะเป็นเรื่องแสงหรือมุมมองที่เราต้องขยับไปเรื่อยๆแล้วตำแหน่งที่ได้ก็อาจจะไม่ตรงกันเป๊ะ ตัวแอปจะพยายามให้เราสแกนใหม่อยู่บ่อยๆ

การทำงานของ 3D Creator มี 4 ขั้นตอนหลักๆคือ สแกน , Calibrate , ประมวลผล และเกลี่ยให้เนียนอีกที เมื่อถึงขั้นตอนการประมวลผลตัวแอปจะโชว์สิ่งที่สแกนมาได้และโชว์เป็นไฟล์ 3D สีเขียว ตรงนี้เราสามารถใช้กล้องขยับไปมาเพื่อเกลี่ยให้ตัววัตถุ 3D เนียนขึ้นไปอีกได้ ถ้าคิดว่าโอเคแล้วก็กด Done ตัวระบบจะโชว์ผลลัพธ์ขึ้นมาพร้อมให้เรามุมดูได้แบบ 3 มิติ

เมื่อเราได้ภาพหน้าแบบ 3D มาแล้ว เราสามารถนำมาเล่นต่อกับแอปอื่นๆที่ทาง Sony แนะนำมาให้ได้ ทั้งการแชร์ขึ้นบน Social media ขึ้นไปบนระบบของ Sony เอง , อัปโหลดไปบนบริการ Sketchfab , แชร์เป็นไฟล์ Zip ผ่าน Bluetooth , email (ซึ่งก็ดูเป็นไฟล์ 3D ได้เฉพาะบน XZ1 หรือ XZ1 Compact เท่านั้น) , ตั้งค่าเป็น Live Wallpaper , ใช้งานเป็น Avatar การ์ตูนและเล่นผ่าน AR Effect ก็ทำได้ครับ

ตัวอย่างภาพและวิดีโอจากโหมด AR Effect ที่ร่วมกับ 3D Creator ครับ

หรือจะดาวน์โหลดแอปเสริมชื่อ Shadow มาลองใช้งานเพิ่มเติมก็ได้ ซึ่งเจ้าแอปตัวนี้จะใช้ร่วมกับ Head Scan ของตัว 3D Creator ได้เพื่อมาใช้งานเป็น Avatar ทำท่าเต้นหรือไฟล์ GIF ต่อได้อีกตรงนี้ก็สนุกไปอีกแบบครับ

ตัวอย่างคลิปจากแอป Shadow

รวมๆแล้วขั้นตอนการสแกนก็ดูไม่ยุ่งยากเท่าไหร่ เพียงแต่ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์นั้นทำค่อนข้างยากอย่างที่บอกว่ามีหลายปัจจัยมาก ทั้งเรื่องสภาพแสง ความนิ่งของทั้งแบบและคนถ่ายด้วย แต่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการทำ 3D ง่ายๆจากสมาร์ทโฟนสักเครื่องล่ะเนาะ

แบตเตอรี่ของ XZ1

ปิดท้ายกันที่เรื่องของแบตเตอรี่ XZ1 นั้นให้แบตเตอรี่มาเพียง 2700 mAh ซึ่งหากดูจากตรงนี้ก็ดูจะน้อยต่อการใช้งานพอสมควร ซึ่งเท่าที่ลองใช้งานจริงมาราวๆสัปดาห์ก็รู้สึกว่าแบตฯไม่อึดเท่าที่ควรนัก คือถ้าใช้งานทั่วๆไปสามารถอยู่ได้แบบพอดีๆในหนึ่งวัน แต่หากมีการใช้งานถ่ายรูปหรือเล่นเกมหนักๆจริงเอาไม่อยู่แน่นอน ถึงแม้ว่าตัวระบบจะมี Stamina Mode มาให้ก็เถอะ แต่แบตที่ให้มาก็ไม่ได้เยอะมากมายอะไรด้วย แนะนำว่าถ้าอยากใช้งานแบบสบายใจพกพาวเวอร์แบงค์ติดตัวไว้ด้วยจะอุ่นใจกว่าครับ

สรุป

Xperia XZ1 ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรือธงของ Sony ที่ออกมาตอบโจทย์คนที่ต้องการเทคโนโลยีต่างๆจากตอน XZ Premium ทั้งกล้อง ระบบเสียง ระบบภาพแบบ HDR ในขนาดที่พอดีมากขึ้นกว่าเดิม แต่สเปคภายในและความสามารถเทียบเท่ากันด้วยหน่วยประมวลผลตัวแรง Snapdragon 835 , แรม 4GB , รอม 64GB ทำทุกอย่างที่เรือธงปลายปีของ Sony ควรทำได้แล้ว แถมยังเพิ่มความสามารถใหม่สนุกอย่าง 3D Creator เข้ามาให้เป็นตัวเลือกในการสร้างสรรค์อีกด้วย รวมๆแล้ว XZ1 รุ่นนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจสุดๆของ Sony ตอนนี้ แต่สำหรับใครที่เบื่อกับดีไซน์จำเจของ Xperia แบบนี้คงต้องผ่านไปก่อนเลย เพราะจุดเด่นอย่างหน้าจอไร้ขอบหรือกล้องคู่ตามสูตร #มือถือ2017 นั้นยังไม่ได้ใส่มาในรุ่นนี้เน้อ

ราคาค่าตัวของ Sony Xperia XZ1 อยู่ที่ 22,990 บาท

 

จุดเด่น

  • หน้าจอ IPS รองรับ HDR แสดงผลได้สวยงาม
  • กล้องหลัง Motion Eye จัดเต็มไม่แพ้รุ่นพี่
  • กล้องหน้า 13 ล้านพิกเซลมี AF ภาพคมระยะได้
  • โหมด 3D Creator สร้างสรรค์ดี ให้ทำอะไรสนุกๆได้อีกเยอะ
  • ชิปเซ็ตแรงสะใจ Snapdragon 835
  • รองรับ 2 ซิม
  • กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68

จุดสังเกต

  • ดีไซน์ยังคงมาในทรงเดิมๆ (เดิมเกินไป)
  • โหมด 3D Creator ยังคงต้องใช้ความคุ้นเคยและอดทนในการใช้งานพอสมควร

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite