Review : OPPO F5 ที่สุดของเซลฟี่โฟนที่มาพร้อมเทคโนโลยี A.I. Beauty สวยเนียนในแบบที่เป็นคุณ !!

เฮียแม๊พ | 12 พ.ย. 2560 16:29:04 (อัพเดต 12 พ.ย. 2560 16:51:46)

13311

VIEWS เฮียแม๊พ

Review : OPPO F5 ที่สุดของเซลฟี่โฟนที่มาพร้อมเทคโนโลยี A.I. Beauty สวยเนียนในแบบที่เป็นคุณ !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่านกลับมาพบกับรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย ในปี 2017 นี้หลากหลายแบรนด์ก็เปิดตัวสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมหน้าจอแบบ 18:9 ออกมาเต็มไปหมด ล่าสุดทาง OPPO ก็เปิดตัว OPPO F5 มือถือรุ่นแรกที่มาพร้อมหน้าจอแบบใหม่นี้กับเค้าด้วย แน่นอนว่าสมาร์ทโฟนที่เราจะมารีวิวให้ชมกันในวันนี้ก็คือรุ่นนี้แหละ จุดที่น่าสนใจของรุ่นนี้ก็คือเปิดราคามาได้อย่างดีเพียง 9,990 บาทเท่านั้น เอาเป็นว่าเดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่าว่า OPPO F5 ที่เปิดราคามาได้อย่างน่าสนใจนี้จะมีอะไรให้เราได้ว้าวกันบ้าง :D

แกะกล่อง OPPO F5

เริ่มที่เช็คดูอุปกรณ์จากตัวกล่องกันก่อนเลย หน้าตาของกล่องยังคงมาในทรงเดิมคือ กล่อง 2 ชั้นด้านหน้าระบุชื่อรุ่นพร้อมภาพประกอบไว้ชัดเจน รอบนี้มาพร้อมสโลแกนว่า Capture the Real You นะ ภาพตัวเครื่องหน้ากล่องจะใช้เป็นภาพเครื่องสีทองทั้งหมด ถึงแม้ว่าข้างในจะเป็นสีดำก็ตาม (แบบเดียวกับตอน R9s)

เปิดกล่องออกมาเช็คอุปกรณ์ภายในทั้งหมดก็มีดังนี้ครับ

  • ตัวเครื่อง OPPO F5
  • คู่มือการใช้งานและใบรับประกัน
  • เคสพลาสติกแข็งใส
  • สาย Micro-USB
  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟ
  • หูฟัง (แบบ Earbud)
  • เข็มจิ้มถาดซิม

ยลโฉม OPPO F5

ได้เวลาจับเครื่องบรรยายความรู้สึกกันแล้ว ! OPPO F5 มาพร้อมหน้าจอแบบใหม่ FullView Display แบบที่บอกไปครับ หน้าจอด้านหน้าจึงใช้พื้นที่ได้มากเต็มไปเกือบทั้งด้านหน้า มีขอบหน้าจอบน-ล่างเล็กน้อยเท่านั้น รุ่นนี้มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 6 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ในอัตราส่วน 18:9 ครับ

ชนิดหน้าจอเป็นแบบ TFT-LTPS ในเรื่องการแสดงผลทำได้ดีครับ ด้วยความละเอียดแบบ FHD+ เทียบกับขนาดหน้าจอ 6 นิ้วนี้แล้วถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว ด้วยความหนาแน่นของพิกเซลกว่า 403ppi ด้วย มุมมองกว้างจะเอียงเครื่องไปตามมุมต่างๆก็ยังคงสีสันสวยงามอยู่นะ

เหนือหน้าจอมีกล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล , ลำโพงสนทนา , และเซนเซอร์วัดแสงและจับระยะครับ

ตัวเครื่องติดฟิล์มกันรอยมาให้แล้วตั้งแต่ในกล่อง สำหรับใครที่กังวลว่าจะไปหาติดแยกก็หายห่วงครับ แต่ด้วยความที่ตัวกระจกหน้าจอของรุ่นนี้เป็นแบบ 2.5D ฟิล์มที่ติดมาจึงไม่เต็มจอเท่าไหร่นัก จะมีขอบเหลืออยู่นิดหน่อย ส่วนฟิล์มที่ติดมาก็ยังแอบมีช่องให้ฝุ่นเข้าไปได้อยู่

ขนาดตัวเครื่องทำได้พอดีมือมากๆถ้าพูดถึงจอที่ใหญ่ถึง 6 นิ้ว เรียกว่าพอจับถือมือเดียวได้อย่างถนัดมือ แต่ด้วยความยาวที่เพิ่มขึ้น การใช้งานเอื้อมนิ้วไจากบนลงล่างอาจจะทำไม่ได้ในมือเดียวนะ แต่ความกว้างจากซ้ายไปขวาหรือขวามาซ้ายทำได้ปกติประหนึ่งมือถือจอ 5.5 นิ้วเลยล่ะครับ

พลิกกลับมาดูที่ด้านหลังของตัวเครื่อง รุ่นนี้ใช้วัสดุเป็นโลหะแบบ Unibody ดูพรีเมี่ยมและทนทานดีทีเดียว ผิวสัมผัสเป็นแบบด้านๆ มีการออกแบบเส้นเสาอากาศเป็นเส้นเล็กๆสีเงินคาดไปตรงมุมบนและล่างของตัวเครื่องกลืนไปกับตัวเครื่องไม่้เด่นสะดุดตาจนน่าเกลียด

แต่ตัวเครืองสีดำ (ที่เราได้มารีวิว) นั้นค่อนข้างติดรอยนิ้วมือง่ายทีเดียว ถึงแม้จะบอกว่าดำด้านก็เถอะนะ แต่ตรงนี้ถ้าใส่เคสที่แถมมาในกล่องก็อาจจะช่วยได้อยู่ (ช่วยให้รอยนิ้วมือไปติดที่เคสแทน :P)

เลนส์กล้องของรุ่นนี้มีความนูนออกมาจากตัวเครื่องนิดหน่อย คล้ายกับรุ่นก่อนๆล่ะเนาะ ข้างๆมีไฟแฟลช และตรงกลางเครื่องจะมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือทรงพอดีนิ้ววางอยู่ด้วยครับ

ตัวกรอบเครื่องมีความแหลมทิ่มมืออยู่พอสมควรเมื่อจับตัวเครื่องเปล่าๆเลย แถมตัวชั้นของกระจกหน้าจอยังแบ่งแยกเป็นคนละส่วนกับตัวเครื่องไปนิดหน่อย ทำให้เวลาเราจับถือนั้นรู้สึกถึงความไม่เนียนมือเท่าไหร่ แต่ ! ทั้งหมดนี้ก็แก้ได้ด้วยการใส่เคสนั่นล่ะครับ ใส่ปุ๊บเรียบเนียนแถมยังสัมผัสได้ง่ายขึ้นเยอะเลย

ตัวปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงจะอยู่ที่ด้านซ้ายมือของตัวเครืองแยกเป็น 2 ปุ่มชัดเจนตรงนี้

ด้านขวามือมีช่องใส่ซิมและปุ่ม Power

ตัวถาดซิมของรุ่นนี้แบ่งเป็น 3 Slot เลย ซึ่งเท่ากับว่าเราสามารถใส่ได้ทั้ง 2 ซิมและใส่ Micro-SD ได้ด้วย ดีตรงนี้ไม่ต้องมีแยกว่าจะเลือกเม็มหรือซิมแบบถาดไฮบริดแล้วนาะ

ด้านบนตัวเครื่องมีเพียงไมโครโฟนสำหรับตัดเสียงรบกวนเท่านั้น

ด้านล่างมีลำโพงหลักของตัวเครื่อง , พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ Micro-USB , ไมโครโฟนสำหรับสนทนา และช่องหูฟังแจ็ค 3.5 มม.

รวมๆแล้วดีไซน์ของ OPPO F5 ก็สวยงามตามเทรนด์ #มือถือ2017 นี้ล่ะครับ ด้วยหน้าจอแบบใหม่ FullView 18:9 แสดงผลแบบยาวขึ้นกว่าเดิมในขณะที่ตัวเครื่องไม่ได้ใหญ่จนเกินไป สิ่งที่ผมชอบก็คือความเรียบง่ายแต่หรูหราด้วยการดีไซน์แบบนี้ การวางตำแหน่งต่างๆทำได้ลงตัวดี แต่ก็มีจุดที่ไม่ชอบด้วยอย่างเรื่องขอบเครื่องที่ดูจะขัดๆมือเวลาถือ (มันจะทิ่มหน่อยๆเวลาบีบจับแน่นๆ) และบอดี้สีดำที่ค่อนข้างเก็บรอยนิ้วมือได้ง่ายทีเดียวล่ะ แต่ปิดท้ายปัญหาเหล่านั้นอาจจะแก้ด้วยการใส่เคสที่แถมมาในกล่องหรือหาเคสสวยๆมาใส่แทนล่ะเนาะ

สเปค OPPO F5

  • รัน Android 7.1.1 Nougat ครอบด้วย Color OS 3.2
  • หน้าจอ TFT-LTPS 6 นิ้ว ความละเอียด FHD+
  • กระจก Gorilla Glass 5
  • ชิปประมวลผล MediaTek MT6763T Octa-core 2.5GHz
  • ชิปกราฟิก Mali-G71 MP2 GPU
  • แรม 4GB
  • รอม 32GB
  • รองรับ Micro-SD 256GB
  • แบตเตอรี่ 3,200mAh
  • กล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล f/2.0
  • กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล f/1.8
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • รองรับสแกนใบหน้า
  • รองรับ 2 ซิม
  • ขนาดตัวเครื่อง 156.5 x 76 x 7.5 มม.
  • น้ำหนัก 152 กรัม
  • วางจำหน่าย 2 สี ขาว-ทองและดำด้าน

ในเรื่องสเปคเรียกว่าไม่ธรรมดาครับ ทั้งในเรื่องของหน้าจอแบบใหม่ที่ให้ความละเอียดมาถึง FHD+ , หรือหน่วยประมวลผลตัวใหม่ MediaTek MT6763T , แรม 4GB , รอมให้มา 32GB (เหลือใช้จริงราวๆ 20GB)ตรงนี้อาจจะดูน้อยหน่อย แต่ก็ยังดีที่เราสามารถเพิ่ม Micro-SD เข้าไปได้มากสูงสุด 256GB , แบตเตอรี่ 3200 mAh และปิดท้ายที่กล้องหน้าและหลังความละเอียดสูงพร้อมจะถ่ายได้สวยเนียนเหมือนเคย

ทดสอบประสิทธิภาพ

เห็นจากตัวสเปคด้านบนไปแล้ว ก็ได้เวลามาทดสอบประสิทธิภพาด้วยแอป AnTuTu Benchmark ให้เห็นภาพกันสักหน่อย ถึงแม้รุ่นนี้จะให้หน่วยประมวลผล MediaTek Helio P23 ตัวใหม่ที่ปรับแต่งมาอย่างดี พร้อม GPUMali-G71 MP2 ผลคะแนนทดสอบของรุ่นนี้ก็ออกมาที่ 64,153 คะแนนเลยทีเดียว ถือว่าไม่ธรรมดาเหมือนกันนะเนี่ย

ระบบปฏิบัติการซอฟต์แวร์เบื้องต้น

OPPO F5 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการตัวใหม่ Android 7.1.1 Nougat แล้ว หลังจากที่ให้ Android 6.0 Marshmallow มานานรอบนี้ถือว่าเป็นอีกรุ่นที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการตัวนี้จาก OPPO (หลังจากที่ใส่มาแล้วบน A71)

หน้าตา UI ถูกปรับแต่งใหม่เช่นกันด้วย ColorOS 3.2 หน้าตาดูคลีนมากขึ้น ไอคอนเน้นเป็นสีสันชัดเจน เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึง ตัวไอคอนต่างๆจะเรียงมาตั้งแต่บนหน้าจอไล่ลงมา เราไม่สามารถวางไอคอนมั่วซั่วแบบแอนดรอยด์รุ่นอื่นๆได้แล้ว และแน่นอนตามสไตล์ค่ายนี้ไม่มี App Drawer มาให้กดเรียกนะ แอปทุกอย่างที่ดาวน์โหลดมาหรือติดมากับเครื่องจะอยู่ที่หน้า Home Screen ทั้งหมดล่ะ

แถบแจ้งเตือนด้านบนรอบนี้จะเป็นเพียงการแจ้งเตือนล้วนๆไม่มีหน้า Toggle มาให้ปรับเปิด-ปิด Wifi อะไรพวกนั้นแล้ว เพราะพวก Toggle Switch ถูกย้ายมาไว้ที่ล่างหน้าจอแทน การจะเรียกขึ้นมาก็เพียงปาดนิ้วขึ้นมาจากล่างหน้าจอครับตรงนี้ยังมีพวกทางลัดแอปอื่นๆอย่างการเปิด-ปิดไฟฉาย , เครื่องคิดเลขหรือเข้ากล้องด้วย

หน้า Recent App แสดงผลตัวอย่างแอปได้ใหญชัดเจน มีบอกสถานะของแรมที่เหลือใช้อยู่ด้านล่างนี้ด้วย และเราสามารถเคลียร์ทั้งหมดออกได้โดยการกดที่ปุ่มกากบาทด้านล่างครับ แรม 4GB ของรุ่นนี้จะเหลือใช้จริงราวๆ 1.5-2GB ก็ถือว่าเหลือใช้เยอะทีเดียวล่ะ

การปรับแต่งต่างๆอย่างพวก Theme ก็ยังคงมีให้เลือกปรับตามสไตล์เราเหมือนเคย โดยจะแบ่งเป็นหมวดหมู่เลยด้วยว่าจะเลือกเปลี่ยนแบบทั้ง Theme หรือแบบ Wallpaper อย่างเดียว

ในหน้า Lock screen ทาง OPPO ยังคงมีรูปสวยๆสลับเปลี่ยนมาให้ดูเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพนางแบบ ภาพวิวสวยๆผลัดเปลี่ยนมาให้ชมตลอดๆ หรือจะเลือกเฉพาะหมวดใดหมวดนึงก็ได้นะ เราสามารถเข้าไปเลือก Lockscreen Magazine ไดได้ที่ Settings > Display & Brightness> Lockscreen Magazine & Wallpaper ครับ

ในเรื่องความปลอดภัยก็หายห่วงได้ทาง OPPO ใส่แอป Security Center มาให้เราได้จัดการไฟล์ขยะ , ตั้งค่าความเป็นส่วน หรือแม้กระทั่งสแกนหาไวรัสก็ทำได้เช่นกัน

ฟีเจอร์ Gesture & Motion

ความสามารถด้านการควบคุมต่างๆก็ยังมีมาให้อยู่แต่ก็ตัดพวกที่ไม่จำเป็นออกไปเยอะแบ่งออกเป็น 3 โหมดหลักๆคือ Screen-off Gestures , Quick Gesture และ Smart call ตรงนี้เราสามารถเข้ามาตั้งค่าได้ที่ Settings > Gesture & Motion เลยครับ

Screen-off Gestures

ฟีเจอร์สำหรับตอนหน้าจอปิดอาทิการแตะหน้าจอ 2 ครั้งเพื่อปลุกหน้าจอ , วาดสัญลักษณ์ตัว O เพื่อเข้ากล้อง , วาดสัญลักษณ์ตัว V เพื่อเปิดไฟฉาย เป็นต้น

Smart Call

ฟีเจอร์สำหรับการโทรออกและรับสายอาทิรับสายอัตโนมัติเมื่อนำเครื่องมาแนบหู , คว่ำหน้าเพื่อปิดเสียงเรียกเข้า

Gesture Screenshot

การรูด 3 นิ้วลงมาเพื่อแคปหน้าจอ เป็นต้น

Clone Apps แบ่ง 2 แอปแชทได้ง่ายๆ

ไหนๆเครื่องก็รองรับได้ 2 ซิมแล้ว พวกแอปแชทต่างๆก็น่าจะทำให้ใช้งานได้ 2 ตัวเหมือนกันเนาะ บน OPPO F5 นี้มาพร้อมความสามารถที่เรียกว่า Clone Apps มาให้เราได้แยกแอปแชทเด่นๆออกเป็น 2 แอป ทำให้เราใช้งานได้ 2 บัญชีได้ด้วย อาทิ LINE , Whatsapp หรือ WeChat เมื่อเราทำการ Clone App แล้ว ตัวแอปจะแบ่งออกมาให้เราอีกหนึ่งไอคอน พร้อมกันชื่อที่ลงท้ายด้วย (Clone)ครับ แต่ตัวไอคอนของแอปยังเหมือนเดิมนะไม่มีแถบสีอะไรคาดให้เด่นกว่า การเข้าไปเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ก็เข้าไปที่ Settings > Clone Apps และหาแอปที่เราจะโคลนได้เลยครับ

ระบบปลดล็อคที่มากกว่าเดิม

ในเรื่องของระบบปลดล็อคของ OPPO F5 ตัวนี้จะมาพร้อมกับเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังของตัวเครื่องอย่างที่เห็นๆกันไป วางตำแหน่งไว้ที่ด้านหลังของตัวเครื่องได้อย่างดี ทำให้การเข้าถึง แตะสแกนทำงานสะดวกใช้ได้เลย แถมยังสแกนได้รวดเร็วเอามากๆด้วยเพียงแต่แตะปุ๊บก็ติดปั๊บไม่ต้องมากดปลุกจอก่อนแต่อย่างใด

นอกจากนี้เรายังสามารถใช้รูปแบบสแกนลายนิ้วมือล็อคบางแอปที่สำคํยๆได้ด้วย อย่างเช่นเราไม่อยากให้ใครมาดูแอป Facebook ของเราก็เพียงตั้งค่าตัว App Lock ไว้ เวลาจะเข้า Facebook ก็จะมีเตือนให้ใส่รหัสหรือสแกนลายนิ้วมือเข้าไปแทน ตรงนี้ก็ถือว่าเป็นรูปแบบความปลอดภัยอีกอย่างนึงที่นอกจากการปลดล็อคชั้นนอกแล้ว ภายในก็มีด้วย แต่ตรงนี้ต้องระวังอย่าให้เค้ารู้รหัสเราได้ล่ะ :P

อีกจุดที่ถูกเพิ่มเข้ามาจากระบบสแกนลายนิ้วมือก็คือระบบสแกนใบหน้าหรือ Face Recognition นั่นเอง การปลดล็อคด้วยใบหน้า เป็นอีกหนึ่งฟังก์ชั่นใหม่ที่ง่ายและสะดวกขึ้นไปอีก ระบบนี้ก็ถือว่าทำออกมาได้เก๋ๆ ช่วยให้ใช้งานปลดล็อคได้อีกรูปแบบในบางครั้งที่ไม่สะดวกจะเอานิ้วไปวางที่สแกนด้านหลังก็เพียงกดปุ่ม Power  แล้วมองไปที่หน้าจอ ก็สามารถปลดล็อคเครื่องได้ในเสี้ยววินาทีแล้ว แต่ในเรื่องความปลอดภัยถ้าใช้ฝาแฝดที่หน้าเหมือนกัน ตัวระบบยังคงถูกหลอกได้อยู่นะ :P

ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมบน OPPO F5

เข้าสู่เรื่องของการดูหนังฟังเพลงบน OPPO F5 กันต่อ รุ่นนี้มาพร้อมกับหน้าจออัตราส่วนแบบใหม่ 18:9 ทำให้ได้ความยาวของจอมากขึ้น มุมมองในการดูหนังหรือไฟล์วิดีโอที่มีอัตราส่วนแบบ 21:9 ก็จะแสดงผลได้เต็มจอกว่าแบบมาตรฐาน 16:9 พอสมควร แถมล่าสุดทาง YouTube ก็ออกมารองรับการเล่นไฟล์ 21:9 ให้เต็มจอมากขึ้นบนมือถือ FullView แบบนี้เรียบร้อยแล้วด้วย ทำให้เรื่องขอบดำด้านข้าง (ซ้าย-ขวา) นั้นไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป แต่ถ้าคลิปปกติแบบ 16:9 ยังจำเป็นต้องเว้นขอบข้างอยู่เพราะซอฟต์แวร์ไม่มีฟีเจอร์ขยายเต็มหน้าจอมาให้น่ะนะ

ในเรื่องการแสดงผลก็ทำได้ดีครับ ด้วยความละเอียดระดับ FHD+ แถมบนหน้าจอขนาด 6 นิ้วแบบนี้แสดงผลได้สวยงามดีทีเดียว แทบไม่เห็นความหยักหรือภาพที่ไม่คมชัดเลย เรียกว่าเลือกความละเอียดมาได้ดีทีเดียวบนรุ่นนี้

เรื่องเสียง OPPO ยังคงทำได้ดีเช่นเคย เสียงผ่านหูฟังก็ให้ระบบเสียง Real HD Sound มาให้ คุณภาพยอดเยี่ยมเลยทีเดียวล่ะ ส่วนเสียงจากลำโพงก็ให้มิติกลางๆ เสียงดังกำลังดีเลย

แต่ปัญหาเดิมๆของการวางตำแหน่งที่ไม่ดีก็ยังมีอยู่เหมือนตอน R9s เพราะรุ่นนี้ยังคงวางตำแหน่งลำโพงไว้ด้านล่างฝั่งซ้าย เวลาเราจับถือเครื่องแนวนอนแบบปกติตัวอุ้งมือของเราจะไปปิดที่ตัวลำโพงพอดิบพอดี ซึ่งทำให้เสียงที่ได้ออกมาไม่ชัดเจนนัก ยิ่งเวลาดูคลิปหรือเล่นเกมนี่มักจะปิดบ่อยๆด้วย

ไหนๆก็พูดถึงเรื่องเล่นเกมแล้ว ลองมาเล่นเกมกันต่อเลยดีกว่า OPPO F5 มาพร้อมหน่วยประมวลผล MediaTek MT6763T Octa-core 2.5GHz , Mali-G71 MP2 GPU และแรมอีก 4GB ประสิทธิภาพโดยรวมก็ทำได้ดี ในเรื่องเล่นเกมก็เช่นกันเพราะมีฟีเจอร์ที่เรียกว่า Game Acceleration ที่ช่วยปรับจูนตัวเกมให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นเล่นได้ลื่นไหล และจัดการพวกระบบแจ้งเตือนต่างๆได้เป็นอย่างดี ปิดการแจ้งเตือนจากแอปแชทเวลาเราเล่นเกมไม่ให้มากวนใจ แต่ถ้ามีสายเข้าก็สามารถกดรับไปเล่นไปได้ด้วย โดยที่เกมก็ไม่หลุดแถมยังคุยโทรศัพท์ตอบโต้ไปพร้อมกันได้ด้วยนะ

ประสิทธิภาพการเล่นเกมเมื่อจับมาทดสอบการเล่นเกมสุดฮิตอย่าง ROV ก็พบว่าทำได้ดีทีเดียวครับ สามารถปรับระดับภาพกราฟิกได้สูงสุด เปิดภาพ HD ได้ และมีตัวเลือกเฟรมเรตสูงให้เลือกด้วย เล่นจริงๆจังหวะที่มีการตีกันมากๆตัวเฟรมเรตจะอยู่ที่ราวๆ 28 - 35fps ถือว่าเล่นได้เพลินๆนะ แถมด้วยตัวหน้าจอที่ยาวขึ้นกว่าเดิม ทำให้เรามองเห็นแมพได้กว้างขึ้นด้วย ถือว่าทำได้ดีครับในเรื่องของการเล่นเกม

กล้องหน้า 20 ล้านพิกเซลบน OPPO F5

มาเข้าสู่ไฮไลท์ของรุ่นนี้ (และทุกรุ่นจาก OPPO) อย่างเรื่องกล้องหน้ากันเลย OPPO F5 ให้กล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล มีค่ารูรับแสง f/2.0 เรียกว่าเหมาะกับการเซลฟี่มากๆอีกรุ่น ตามสโลแกนของรุ่นนี้อย่าง Capture the Real You เลยล่ะ

ถึงแม้ว่ารุ่นนี้จะมาพร้อมกล้องหน้าเพียงตัวเดียว แต่ก็ยังมีเอฟเฟกต์หน้าชัด-หลังเบลอหรือ Depth Effect มาให้เราได้เปิด-ปิดด้วย อยากละลายหลังสวยๆก็แตะที่ไอคอนรูปหยดน้ำให้ขึ้นเป็นสีเหลืองได้เลยครับ

ส่วนโหมดการถ่ายภาพก็ให้ตามมาตรฐานค่ายนี้ครับ Auto , Video , Panorama , Time-Lapse และที่ขาดไม่ได้ Beauty นั่นเอง ซึ่งรอบนี้พิเศษกว่ารุ่นก่อนๆเพราะทาง OPPO ใส่ระบบ A.I. เข้ามาช่วยประมวลผลและปรับแต่งความเนียนให้เข้ากับใบหน้าของผู้ถ่ายมากขึ้น ไม่หลอกจนเกินไปด้วย หรือถ้าใครอยากจะเลือกแบบปรับเองก็ตามสะดวกครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ OPPO F5 คุณภาพของกล้องหน้ารุ่นนี้ยังคงทำได้น่าทึ่งเช่นเคยครับ ในเรื่องความเนียนนี่ไม่ต้องพูดถึง เพราะสวยมานานแล้ว ใบหน้าและเอฟเฟกต์ที่ปรับแต่งเข้าไปทำให้ใบหน้าเราสวย หล่อกันได้แบบง่ายๆ แถมระบบ A.I. ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ยนี้ยังช่วยให้ระดับความสวยเนียนของใบหน้าดูเหมาะสมมากขึ้น การละลายฉากหลังจากด้วยเอฟเฟกต์ก็ทำได้เนียนตามากขึ้นโบเก้มาเป็นดวงสวยๆ ขอบต่างๆเก็บได้อย่างดี ไม่เหมือนก่อนๆที่ตามขอบผมหรือใบหูจะแอบมีหลุดบ้างแล้ว ยอดเยี่ยมครับ !

กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล

ในส่วนของกล้องหลังอาจจะดูเหมือนเป็นตัวรองไปเลย แต่เอาเข้าจริงฮาร์ดแวร์ที่ให้มาก็ไม่ธรรมดาครับ กับความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสงกว้างถึง f/1.8 มาระบบ Auto HDR มาให้ด้วย

หน้าตา UI มีการเพิ่มรูปแบบการซูมแบบด่วนให้แตะได้จะ 1X หรือ 2X แตะเอาได้เลย ไม่จำเป็นต้องมาจีบนิ้ว ถ่างนิ้วขยายเอา แต่ตรงนี้ต้องบอกก่อนว่าการซูมยังคงเป็นซูมแบบดิจิทัลอยู่นะ เพราะรุ่นนี้มีเพียงเลนส์เดียว ไม่มีแถมเลนส์ซูมแบบบางรุ่นมาด้วย

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังของ OPPO F5 คุณภาพถือว่าดีใช้ได้เลยล่ะ สำหรับรุ่นนี้ สีสันและรายละเอียดครบถ้วยความชัด การจับภาพทำได้ดีเมื่อปิดโหมด HDR ถ้าเปิด Auto HDR การจับภาพจะช้าลงกว่าเดิมนิดหน่อย ระบบโฟกัสเร็วใช้ได้ แต่บางครั้งแอบมีหลุดโฟกัสบ้างในสภาพแสงน้อย ต้องย้ำโฟกัสเองบ่อยๆ และกล้องไม่มี OIS มาให้ แสงน้อยอาจจะต้องใช้การถือในนิ่งนิดนึงเวลาจับภาพ ไม่งั้นจะแอบสั่นๆและหลุดโฟกัสได้น่ะนะ

แบตเตอรี่และระบบชาร์จ

ในส่วนของแบตเตอรี่ รุ่นนี้ให้ความจุมาเยอะทีเดียวที่ 3200 mAh สเปคภายในและตัวระบบไม่ได้ซดแบตเท่าไหร่ ทำให้ใช้งานทั่วๆไปทำได้ดีมาก เอาจริงๆใช้งานหนักหน่อยอย่างถ่ายรูปหรือเล่นเกมบ้างก็ยังถือว่าอึดเอาเรื่องเลยสำหรับ OPPO F5 นี้ แต่น่าเสียดายี่รุ่นนี้ไม่รองรับระบบชาร์จไวอย่าง VOOC Flash Charge ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเร็วสุดๆมาด้วย ทำให้เวลาชาร์จจะช้ากว่ารุ่นที่มี Fast Charge พอสมควรครับ

สรุป !

ก็ถือว่าเป็นการเปิดตัวรุ่นหน้าจอแบบ 18:9 ของ OPPO ได้ดีทีเดียว ทั้งรูปลักษณ์ที่ทำออกมาตอบสนองดีไซน์แบบใหม่นี้ได้อย่างสวยงาม วัสดุแข็งแรงและสวยงาม อาจจะติดปัญหานิดหน่อยในเรื่องของการจับถือและคราบรอยนิ้วมือ (ในเครื่องสีดำ) แต่เค้าแถมเคสมาให้ก็ช่วยเรื่องนี้ได้ดีอยู่ สเปคภายในที่อาจจะดูไม่ได้หวือหวาอะไรมาก แต่การทำงานและระบบ UI ที่ทาง OPPO ปรับแต่งมาก็ทำให้ทำงานได้ลื่นไหล เกมก็รันได้สบายๆด้วยฟีเจอร์  Game Acceleration และที่ขาดไม่ได้เรื่องกล้องที่เป็นจุดเด่นมาตลอดอย่างกล้องรอบนี้พิเศษด้วยระบบ A.I. ในกล้องที่ฉลาดจนทำให้การเซลฟี่ดูดีขึ้นกว่าเดิมอย่างมาก กล้องหลังทำได้ดีไม่แพ้กัน รวมๆแล้ว OPPO F5 นี้ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นต่ำหมื่นที่ได้เทคโนโลยีใหม่ๆทั้งหน้าจอ 18:9 , สเปคเล่นเกมลื่น , ระบบสแกนใบหน้า , กล้องหน้า-หลังเทพ และระบบ A.I. มาอย่างครบถ้วนจริงๆ สาวก OPPO ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ! :D

ราคาค่าตัวของ OPPO F5 อยู่ที่ 9,990 บาท

จุดเด่น

  • หน้าจอแบบ 18:9 ความละเอียด FHD+ แสดงผลสวยงาม
  • สเปคภายในทำงานได้ลื่นไหล
  • กล้องหน้าคุณภาพเยี่ยมมีระบบ A.I.ปรับแต่งหน้าเนียนสวยๆ
  • กล้องหลังถ่ายง่ายคุณภาพดี
  • ระบบสแกนใบหน้าและสแกนลายนิ้วมือทำงานได้รวดเร็ว
  • ColorOS 3.2 ใหม่ไฉไลกว่าเดิม
  • รองรับ 2 ซิมและ micro-SD ด้วยถาดซิมแบบ 3 Slot

จุดสังเกต

  • ตัวเลนส์กล้องหลังนูนออกมาจากตัวเครื่องพอสมควร
  • ฝาหลังสีดำเก็บรอยนิ้วมือค่อนข้างง่าย (ใส่เคสแก้ปัญหานี้ได้)
  • ตำแหน่งของลำโพงวางไว้ไม่ดีมีผลต่อการใช้งานแนวนอน

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite