Review: Fujitsu Lifebook LH530 กลับมาอีกทียิ่งดีกว่าเดิม!

Review: Fujitsu Lifebook LH530 กลับมาอีกทียิ่งดีกว่าเดิม!

Fujitsu Lifebook LH530 เครื่องหน้าเดิมแต่ได้รับการอัพเกรดเสปคภายในด้วย Intel Core i5 และการ์ดจอแยก ATI Mobility Radeon HD5430 ให้สามารถรองรับการใช้งานได้ทั้งเอกสารและความบันเทิงต่างๆได้แบบสบายๆ

:: Review: Fujitsu Lifebook LH530 ::

Introduction

สวัสดีครับมิตรรักแฟนเพลงชาวเว็บ TechXcite ทุกๆท่านที่ยังคงติดตามผลงานของเรามาโดยตลอด กลับมาพบกันอีกครั้งกับงานรีวิวอุปกรณ์เด็ดแก็ดเจ็ตเริ่ดจากทีมงานของเรากันอีกครั้ง สำหรับในคราวนี้เราได้รับโน้ตบุ๊คตัวใหม่มาจาก Fujitsu อีกหนึ่งบริษัทยักษ์ใหญ่ในตลาดนี้ที่ส่งมาให้เราได้ทดลองเล่นงัดแงะแกะเกาแก้หนาวกันไปพลางๆ

ซึ่งครั้งแรกที่เราได้รับมาก็ยังแอบทำหน้าเด๋อด๋ากันอยู่เลยเพราะเราจำได้ว่าเคยได้รับเครื่อง Fujitsu LH530 ตัวนี้มารีวิวเอาไว้ในเว็บไซต์ของเราแล้วนี่นา โชคดีที่ตัวแทนของ Fujitsu ช่วยมาแถลงไขให้ความกระจ่างกับเราเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าแม้จะเป็นรุ่นเดิมกับที่เคยออกมาก่อนหน้า แต่ในโมเดลใหม่นี้ทาง Fujitsu ได้ปรับปรุงคุณสมบัติในตัวเครื่องให้ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

สำหรับคุณสมบัติใหม่ๆที่ได้รับการอัพเกรดเองนั้นก็มีมากมายแถมยังเป็นจุดหลักที่น่าสนใจด้วยไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสเปคในตัวเครื่องที่หันไปใช้งานซีพียู Intel Core i5-460 M ความเร็ว 2.53GHz และการ์ดจอแยก ATI Mobility Radeon HD5430 เพื่อเอาใจคนชอบเล่นเกมส์เป็นอาทิ

ขณะเดียวกันดีไซน์ภายนอกในหลายๆจุดของ Fujitsu LH530 นี้ยังเปลี่ยนไปจากเดิมพอสมควรแถมยังมาในราคาโปรโมชั่นต่ำกว่า 20,000 บาทเสียด้วยในช่วงงาน Commart 2010 ที่จัดขึ้นอยู่ในเวลานี้ แล้วจะให้สาวกค่ายอาทิตย์อุทัยนี้พลาดไปได้อย่างไรกันเล่า

ว่าแล้วเราก็ไปติดตามรีวิวของ Fujitsu LH530 รุ่นปรับปรุงใหม่ไฉไลกว่าเดิมไปพร้อมๆกันเลยดีกว่าครับ!

Quick Spec: Fujitsu Lifebook LH530

Design

กลับมาคราวนี้ Fujitsu Lifebook LH530 ยังคงเน้นหนักไปที่รูปลักษณ์การดีไซน์ตัวเครื่องแบบ Glossy ด้วยวัสดุสีมันวาวดูมีเอกลักษณ์ตามสไตล์ค่ายนี้ ซึ่งเครื่องที่เราได้มาเทสต์กันในคราวนี้เป็นรุ่นสีดำนะครับ โดยตัวเครื่องเองก็ถือว่ามีน้ำหนักเบาสามารถพกพาได้สะดวกเพียง 2.2 กิโลกรัมเท่านั้นหากพิจารณาว่าโน้ตบุ๊คตัวนี้เป็นรุ่นหน้าจอ 14 นิ้ว

 

ฝาเครื่องนั้นแปะตราประทับของ Fujitsu และสัญลักษณ์ Infinity อันเป็นเอกลักษณ์ของค่ายนี้เอาไว้ซึ่งก็ดูสวยงามแบบเคร่งขรึมดีทีเดียว ส่วนข้อต่อของฝาพับเครื่องตัวนี้ทำออกมาได้มั่นคงไม่ชวนให้รู้สึกว่าจะพังเอาได้ง่ายๆแต่อย่างใด

เมื่อเปิดเครื่องมาก็จะพบกับหน้าจอแบบ LED Backlight ขนาด 14 นิ้วซึ่งจากที่ได้ใช้งานมาสังเกตว่าสีสันต่างๆจะดูค่อนข้างสดใสกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปตามท้องตลาด นั่นก็เป็นเพราะความสว่างหน้าจอสูงสุดของโน้ตบุ๊คตัวนี้อยู่ที่ 220nits ซึ่งถือว่ามากกว่าระดับทั่วไปซึ่งช่วยให้คุณสามารถเห็นภาพต่างๆบนหน้าจอได้อย่างชัดเจนไม่ว่าจะอยู่ในร่มหรือนอกสถานที่ก็ตาม

สำหรับแป้นคีย์บอร์ดของ Fujitsu Lifebook LH530 นั้นยังคงใช้งานแป้นรูปแบบปกติไม่ได้เป็นแบบ Chiclet อย่างที่ส่วนใหญ่ชอบใช้กันทำให้เวลาพิมพ์บางครั้งก็รู้สึกติดๆขัดๆยังไงพิกล แถมปุ่มทิศทางด้านมุมขวาล่างก็ใช้งานยากมากเพราะมีขนาดเล็กสุดๆ เรียกว่าถ้าจะเล่นเกมส์อาจต้องมีการเชื่อมต่อคีย์บอร์ดนอดกันบ้างละ

มาว่ากันถึงข้อดีของคีย์บอร์ดตัวนี้ก็คือว่ามันเป็นคีย์บอร์ดแบบ Spill-Resistant ซึ่งสามารถกันน้ำได้นั่นเอง ส่วน Touchpad นั้นสามารถใช้งานได้ตามปกติโดยมีปุ่มคลิกซ้าย-ขวาที่ทำออกมาใหญ่ได้ใจเลยละครับ

ลองมาพลิกดูตัวเครื่องในแนวนอนกันบ้าง โดยด้านหน้ามีเพียงช่อง Card Reader เท่านั้นที่ดูโดดเด่นออกมาจากหน้าตาเรียบๆของมัน

ทางด้านฝั่งขวามือมีพอร์ต USB ให้ใช้งาน 1 ช่องและไดรฟ์ DVD รวมถึงช่องเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่ตามลำดับ

ขณะที่ด้านซ้ายมือจะเป็นศูนย์รวมพอร์ตการเชื่อมต่อเกือบทั้งหมดโดยมีพอร์ต VGA, ช่องสาย LAN, พอร์ต USB 2.0 2 ช่อง, ช่องเสียบไมโครโฟนและหูฟังจากซ้ายไปขวา

 

พลิกมาดูฝาด้านหลังกันบ้างโดยส่วนประกอบหลักๆของฝาอุปกรณ์ต่างนั้นก็เป็นพลาสติกนั่นเอง

สำหรับแบตเตอรี่ของ Fujitsu Lifebook LH530 นั้นเลือกใช้งานแบบ Lithium Ion ความจุ 4400mAh ซึ่งสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ประมาณ 3 ชั่วโมงครับ

Performance Test

สำหรับผลคะแนนการทดสอบค่าความสามารถและสมรรถนะต่างๆของ Fujitsu Lifebook LH503 ตัวนี้ต้องถือว่าได้รับการยกระดับกว่าเครื่องรุ่นก่อนพอสมควรทีเดียว ปัจจัยหลักก็คงจะเป็นเรื่องของซีพียูที่ได้รับการอัพเกรดมาใช้งาน Intel Core i5-460M ความเร็ว 2.53GHz ตลอดไปจนถึงกราฟฟิกการ์ดแยก ATI Mobility Radeon HD5430 ที่ใส่เพิ่มเข้ามารุ่นนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในด้านของงานกราฟฟิกต่างๆนั่นเอง 

CPU-Z

GPU-Z

Windows Rate

Cinebench

PCMark05

3DMark 06

HD Tune Pro

Battery Eater

Conclusion

เครื่องด้านนอกนั้นต้องบอกว่าถูกใจคนที่ชอบความสวยงามแบบเรียบๆแน่นอนถึงแม้ว่าเครื่องนี้จะทำมาจากพลาสติกทั้งตัวแต่ก็ดูโฉบเฉี่ยวได้ไม่แพ้เครื่องที่ทำมาจากวัสดุราคาสูงๆเลยแม้แต่น้อย ขณะเดียวกัน Fujitsu เองก็สมกับที่เป็นบริษัทจากแดนปลาดิบจริงๆเพราะเอาใจใส่กับทุกรายละเอียดโดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดให้พอร์ตเชื่อมต่อต่างๆวางไว้ตามแนวด้านซ้าย-ขวาของเครื่องเท่านั้นทำให้คุณไม่ต้องคอยเอื้อมไปเสียบสายนู่นนี่ด้านหลังตัวเครื่องให้ลำบากแต่อย่างใด

ขณะที่คุณสมบัติใหม่ๆที่เพิ่มเข้ามาอย่างซีพียู Intel Core i5 และกราฟฟิกการ์ด ATI Mobility Radeon HD5430 สามารถตอบสนองความต้องการของนักเล่นเกมส์ในระดับกลางๆได้ดี ทว่าแป้นคีย์บอร์ดบางจุดกลับทำให้ผู้ใช้งานบางกลุ่มต้องผิดหวังกันเล็กๆโดยเฉพาะปุ่มทิศทางซึ่งควบคุมได้ยากเสียจนต้องต่อพอร์ตแยกออกมาทำให้การเล่นเกมส์ในบางครั้งอาจเป็นไปด้วยความยากลำบากซักเล็กน้อย

ซึ่งหลังจากที่ทีมงาน TechXcite ได้เข้าไปคลุกคลีตีโมงกับเจ้า Fujitsu Lifebook LH530 กันแบบเต็มๆแล้วเราก็พบว่าเจ้าโน้ตบุ๊คตัวนี้เหมาะสมกับผู้ที่กำลังมองหาคอมพิวเตอร์พกพาเครื่องใหม่ในราคาประหยัด ซึ่ง LH530 สามารถตอบโจทย์นี้ได้ด้วยราคาเพียง 19,900 บาทแลกกับสิ่งที่คุณได้มาคือสเปคแล็ปทอปในระดับกลางซึ่งพร้อมที่จะรองรับทั้งการทำงานเอกสารการจัดการต่างๆรวมถึงความบันเทิงต่างได้เป็นอย่างดี 

ข้อดี

- หากเทียบกับโมเดลก่อนหน้าแล้วสามารถรองรับรูปแบบการทำงานได้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในด้านการเล่นเกมส์ต่างๆ

- ดีไซน์สวยเรียบตามสไตล์ Fujitsu

- ขนาดเครื่องพกพาสะดวก น้ำหนักเบาเพียง 2 กิโลนิดๆเท่านั้น

- หน้าจอสีสันสดใสดีทีเดียว เปิดเล่นกลางแจ้งก็ยังพร้อมสู้

- คีย์บอร์ดกันน้ำ

- ที่สำคัญราคาถูกมากไม่ถึง 20,000 ด้วยซ้ำ

ข้อเสีย

- วัสดุทำมาจากพลาสติกซึ่งหลายคนอาจไม่ปลื้มซักเท่าไหร่ (แม้ว่าจะคุณภาพดีกว่ารุ่นพลาสติกของอีกหลายๆเจ้าก็ตาม)

- ดีไซน์ Glossy ทำให้เกิดรอยนิ้วมือบนส่วนต่างๆได้ง่าย

- แป้นพิมพ์แบบดั้งเดิมและปุ่มใช้งานบางตัวที่มีขนาดเล็กมากทำให้การส่ง input ข้อมูลทำได้ยาก

และที่พิเศษสุดสำหรับสาวกโน้ตบุ๊ค Fujitsu ทั้งหลายที่จะได้พบกับ Lifebook LH530 ในราคาพิเศษสุดคุ้มเฉพาะช่วงงาน Commart 2010 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-7 พฤศจิกายนนี้เท่านั้น

โดยรุ่นสีดำขลับดูขรึมขลังแบบเดียวกับตัวที่เราได้รับมาเทสต์นี้มีราคาเริ่มต้นที่ 19,900 บาท (ไม่รวม VAT)

ขณะที่รุ่นสีแดงดีไซน์ร้อนแรงสุดห้ามใจก็ขอปักป้ายแพงขึ้นอีกนิดเพียง 20,900 บาท (ไม่รวม VAT) เท่านั้น

พร้อมอุ่นใจด้วยระยะเวลารับประกันนาน 2 ปีเต็มอีกด้วย

สำหรับวันนี้ทีมงานของเราคงต้องขอลาไปเดินงาน Commart 2010 กันซักหน่อยแล้วละ ยังไงถ้าใครเห็นหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่เดินใส่เสื้อ TechXcite อยู่ในงานก็เข้ามาทักทายกันบ้างก็ได้นะจ๊ะ ขอให้ชาว IT ช็อปกันอย่างมีความสุขตลอดช่วงสุดสัปดาห์นี้นะครับ ^__^

บทความโดย: ekk TechXcite 

Go to top

Wrote By: MissITMissIT
เขียนเมื่อ: 4 พ.ย. 2553 16:08:12
ปรับปรุง: 4 พ.ย. 2553 16:51:17
แสดง: 7969 ครั้ง, ความคิดเห็น: 0
Ads Spacer

Don't Miss