Review: LG Optimus Black แอนดรอยด์หน้าใสกิ๊ง ปิ๊งงานดีไซน์ ใช่เลยกับราคา!

ป๋าเอก | 1 ส.ค. 2554 15:09:38

21945

VIEWS ป๋าเอก

:: Review: LG Optimus Black แอนดรอยด์หน้าใสกิ๊ง ปิ๊งงานดีไซน์ ใช่เลยกับราคา! ::

Introduction

หากถามถึงสมาร์ตโฟนที่มีวางขายอยู่ในท้องตลาดปัจจุบันแล้ว เชื่อได้เลยว่าจุดขายที่ทางผู้ผลิตต่างพากันชูขึ้นมาเป็นประเด็นในการขายหลักๆก็คงจะหนีไม่พ้นคุณสมบัติมาตรฐานอย่างเช่นซีพียูที่มีความเร็วในการทำงานอันเป็นเลิศ, รูปลักษณ์การออกแบบที่สร้างความแตกต่างจากโทรศัพท์มือถือโดยทั่วไปหรือไม่อย่างนั้นก็คงจะเป็นคุณสมบัติการใช้งานที่ครบครันในทุกไลฟ์สไตล์เป็นอาทิ เรียกได้ว่าคงจะยากเหลือเกินที่จะหาใครมาสร้างจุดต่างให้กับวงการสมาร์ตโฟนเหมือนกับ LG Optimus Black รุ่นล่าสุดที่ทีมงาน TechXcite ได้รับการอนุเคราะห์มาจากบริษัท LG ประจำประเทศไทยมาทำการทดสอบในวันนี้ได้

LG Optimus Black นั้นถือได้ว่าเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุดจาก LG ที่เปิดตัวออกมาโดยเจาะกลุ่มตลาดสำหรับผู้บริโภคสมาร์ตโฟนระดับกลางไปจนถึงระดับบนเลยทีเดียว ด้วยคุณสมบัติไม่ธรรมดาที่ถือว่าเป็นไฮไลต์อย่างไม่เคยเป็นมาก่อนกับสมาร์ตโฟนที่มีระดับความสว่างหน้าจอมากที่สุดในโลกด้วยเทคโนโลยี NOVA Display ชนิดที่แม้แต่คู่แข่งที่มีสเปคท็อปกว่ารายอื่นๆยังได้แต่ทำตาปริบๆ ขณะเดียวกัน LG ก็ไม่ได้มีดีเพียงแค่ทำ LG Optimus Black ให้หน้าเด้งขาวเวอร์จนเกินงาม เพราะพวกเขาก็ยังใส่ความสามารถอื่นๆที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กันเช่นซีพียูความเร็วถึง 1GHz, ตัวเครื่องขนาดบางเฉียบเพียง 9.2 มม. รวมถึงราคาระดับที่ผู้บริโภคทั่วไปสามารถจับต้องได้เอาไว้ใน LG Optimus Black เครื่องนี้ด้วยเช่นกัน

ว่าแล้วก็อย่ารอช้าอยู่เลย เราไปทดสอบ LG Optimus Black กันเลยดีกว่าว่าจะมีคุณสมบัติเพียบพร้อมครบถ้วนสมควรแก่การหามาเป็นเจ้าของซักเครื่องหรือไม่ เพราะสมาร์ตโฟนที่ดีมีแค่หน้าตาสวยงามภายนอกอย่างเดียวมันไม่พอหรอกครับ!

Quick Spec - LG Optimus Black

ปล. รายละเอียดของ LG Optimus Black มาจากเว็บไซต์ techgadgetx.com ครับ

Body Design

LG Optimus Black ยังคงยึดรูปแบบการดีไซน์ตัวเครื่องให้คล้ายคลึงกับสมาร์ตโฟนในตระกูล Optimus รุ่นก่อนๆหน้านี้ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงแบบบาร์ไทป์ที่เน้นเหลี่ยมโค้งมนเป็นหลัก โดยการออกแบบเน้นสไตล์ minimalist ไม่ค่อยมีเหลี่ยมมุมหรือปุ่มใช้งานมากมายนัก แม้กระทั่งเซนเซอร์ตรวจจับระยะทางหรือรับแสงก็ถูกซ่อนไวเสียเนียนเชียวบริเวณด้านบนหน้าจอ ที่สำคัญเลยก็คือ LG Optimus Black ยังจะมาพร้อมกับความบางมากๆเพียง 9.2 มิลลิเมตรเท่านั้นในจุดที่บางที่สุดของตัวเครื่องอีกต่างหาก

โดยรุ่นที่เราได้รับมานั้นเป็น LG Optimus Black สีดำ (มีรุ่นสีขาวขายแล้วในเวลานี้) ที่ยิ่งช่วยตัดกันกับความส่ว่างหน้าจอให้ยิ่งดูเพิ่มมากขึ้นไปอีก ซึ่งเวลาเปิดใช้งานปุ่มสัมผัสด้านล่างก็จะเรืองแสงขึ้นมาดูเก๋ๆดีอีกต่างหาก โดยปุ่มเหล่านี้ก็ตามมาตรฐานมือถือแอนดรอยด์จากซ้ายไปขวาประกอบด้วยปุ่ม Menu, Home, Back และ Search ตามลำดับ

ด้านหน้าตัวเครื่อง LG Optimus Black เป็นหน้าจอ IPS ขนาด 4 นิ้วความละเอียด 16 ล้านเฉดสีที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี NOVA Display ที่ให้ค่าความสว่างระดับ 700nits เป็นผืนเดียวเรียบๆ โดยมีกล้องหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซลทางด้านบนเคียงข้างโลโก้ LG เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์การใช้งาน และถ้าหากสังเกตให้ดีจะพบว่าตะแกรงลำโพงหน้าของ LG Optimus Black ถูกซ่อนเอาไว้แบบเนียนๆถัดขึ้นไปด้านบนอีกนิดด้วยเช่นกัน (คงคอนเซปต์ความเป็นมือถือกึ่ง unibody เอาไว้ได้โอเคทีเดียว)

ที่สำคัญเลยก็คือ LG Optimus Black ยังจะมาพร้อมกับความบางมากๆเพียง 9.2 มิลลิเมตรเท่านั้นในจุดที่บางที่สุดของตัวเครื่องอีกต่างหาก มิพักต้องพูดถึงน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 109 กรัมเท่านั้นซึ่งถือได้ว่าเบาที่สุดในโลกเฉพาะสมาร์ตโฟนหน้าจอตระกูล 4 นิ้วด้วยกัน ซึ่งจากที่ลองจับๆดูเทียบกับ iPhone 4 แล้ว LG Optimus Black มีน้ำหนักเบากว่าชนิดสัมผัสได้เลยทีเดียว แถมยังสามารถพกพาได้สะดวกไม่รู้สึกตุงกระเป๋าเสื้อหรือกางเกงแต่อย่างใด

ด้านบนตัวเครื่อง LG Optimus Black ประกอบด้วยปุ่มเปิด-ปิด/ล็อกเครื่อง, พอร์ต MicroUSB (มีฝาเลื่อนเปิด-ปิด) และช่องเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. ด้วยครับ

ขณะที่ด้านล่างตัวเครื่อง LG Optimus Black มีเพียงร่องไว้สำหรับงัดฝาหลังเท่านั้น

เช่นเดียวกับทางฝั่งขวาที่ดีไซน์มาเรียบสุดๆไม่มีปุ่มใช้งานใดๆทั้งสิ้น

ส่วนทางด้านซ้ายตัวเครื่อง LG Optimus Black มีมาให้ 2 ปุ่มใช้งานด้วยกันประกอบด้วยแถบปรับระดับความดังของเสียงทางด้านบน และถัดลงมาที่เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์สุดเจ๋งใน LG Optimus Black นั่นก็คือปุ่ม G-Key สำหรับการควบคุมการใช้งานไม่ว่าจะเป็นฟังเพลง, ดูรูป หรือจัดเรียงไอคอนบนหน้าจอโดยใช้มือเพียงข้างเดียวก็สามารถทำได้ (หรือพูดง่ายๆก็คือคุณไม่ต้องคอยมานั่งจิ้มหน้าจออยู่ตลอดเวลานั่นเอง)

กระเถิบมาที่ด้านหลังของตัวเครื่อง LG Optimus Black กันบ้างซึ่งก็ยังคอนเซปต์น้อยได้มากเหมือนด้านหน้าอยู่เช่นเดิม โดยเท่าที่เห็นกันก็จะมีเพียงกล้องหลังความละเอียด 5 ล้านพิกเซลพร้อมแฟลช, แผงลำโพงสเตอริโออีกตัวและโลโก้ LG เพียงเท่านั้นเอง ขณะเดียวกันัวเครื่องยังทำเป็นสโล้ปลู่ลงทางด้านข้างของตัวเครื่องเพื่อการหยิบจับใช้งานที่กระชับมือยิ่งขึ้นอีกด้วย

สุดท้ายเมื่อแกะฝาหลังของ LG Optimus Black ออกมาดูกันก็จะพบว่าตัวเครื่องใช้งานแบตเตอรี่ความจุ 1,500mAh ขณะที่ซิมการ์ดและ microSD Card สามารถใส่ได้โดยไม่ต้องแกะแบตเตอรี่ (Hot Swap) ครับ

TechXcite Comment

Design

- แน่นอนเลยว่าจุดขายหลักของ LG Optimus Black รุ่นนี้ก็คือจอภาพที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ชื่อว่า NOVA Display ซึ่งสามารถให้ค่าความสว่างหน้าจอในระดับสูงที่สุดในโลกเวลานี้แล้วที่ 700 nits (หน่วยวัดค่าความสว่าง)  ซึ่งเมื่อเรานำมาเปรียบเทียบกับ iPhone 4 (518 nits) แล้วก็พบว่าหน้าจอของ LG Optimus Black นั้นสว่างกระจ่างใจมลจริงๆ สว่างชนิดที่ว่าไม่ต้องไปหาแอปฯไฟฉายเปิดไฟมาเสริมเอาเสียด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามเท่าที่เอาออกไปลองใช้งานนอกสถานที่ดูแล้วพบว่า LG Optimus Black ยังไม่ค่อยจะสู้แสงอย่างที่เราอยากให้เป็นซักเท่าไหร่ เอาเป็นว่าคราวหน้าแก้ตัวมาดีๆนะจ๊ะ LG จ๋า!

- ดีไซน์ของ LG Optimus Black ถือได้ว่าสวยงามโอเคดีทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งรุ่นที่เป็นสีดำนั้นดูดำขลับเงางามตัดกับหน้าจอที่สว่างได้ใจจริงๆเพราะทาง LG จัดการซ่อนลำโพงรวมถึงเซนเซอร์วัดระยะกับเซนเซอร์รับแสงเอาไว้เนียนๆทำให้ด้านหน้าตัวเครื่องดูเป็นเนื้อเดียวกันอย่างไม่บอกถูก น่าเสียดายอยู่นิดว่าตัวเครื่องของ LG Optimus Black นั้นผลิตขึ้นจากพลาสติกเสียเป็นส่วนใหญ่เลยอาจจะดูไม่ไฮโซโดนใจคนชอบบอดี้แบบ iPhone 4 ซักเท่าไหร่ แต่ที่ต้องยอมทาง LG เขาเลยก็คือน้ำหนักตัวเครื่องที่เบามากกกกกกกก... เพียงแค่ 109 กรัมเท่านั้น (แม้กระทั่ง Samsung Galaxy S II ที่ว่าแน่ๆก็ยังหนักกว่าถึง 116 กรัม) ซึ่งเวลาพกใส่กระเป๋าเสื้อหรือกางเกงบางทีก็แอบทำให้เหวอในหลายๆครั้งว่าโทรศัพท์เราหายไปไหนเหมือนกันนะ -*-

- ทั้งนี้ต้องขอบอกนิดนึงว่า LG Optimus Black มีข้อให้ติชมทั้งทางด้านหน้าและด้านหลังของตัวเครื่อง โดยทางด้านหน้าจอของตัวเครื่องหากใครสังเกตดีๆจะพบว่าขอบตัวเครื่องมันจะเหลื่อมออกมานิดหน่อยจากพื้นผิวหน้าจอซึ่งทำให้รู้สึกรำคาญเล็กๆอยู่เหมือนกันเวลาโทรเข้า-ออก เหมือนมีอะไรมาสะกิดหน้าอยู่ตลอดเวลาจนอดหงุดหงิดบ้างไม่ได้ (แต่ใช้ไปใช้มาเดี๋ยวก็ชินครับ) ส่วนที่ต้องขอชมเลยก็คือฝาหลังของ LG Optimus Black ที่ดีไซน์มาได้แบบปิดทองหลังพระด้วยการออกแบบให้มีเคิร์ฟโค้งลงเล็กน้อยซึ่งช่วยให้การหยิบจับเพื่อใช้งานสามารถทำได้อย่างกระชับมือดีทีเดียว

Hardware

- LG Optimus Black ถือได้ว่าเป็นสมาร์ตโฟนระดับกลางที่มาพร้อมกับสเปคที่ถือได้ว่าคุ้มค่ากับราคาเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งแม้ว่าตัวเครื่องจะยังคงใช้งานซีพียูแบบ Single Core ความเร็ว 1GHz อยู่และยังไม่ได้ก้าวข้ามไปสู่ความเป็นสมาร์ตโฟนชิปเซ็ต Dual Core ตามสมัยนิยมเหมือนรุ่นท็อปๆในเวลานี้แต่อย่างใด ทว่าสำหรับผมแล้วถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานเป็นอย่างยิ่งเลยละ อาการหน่วงมีให้เห็นบ้างนานๆทีเมื่อเปิดใช้งานหลายๆแอปฯพร้อมกันอันนี้ถือว่าอยู่ในระดับที่รับได้สบายๆเพราะ RAM ภายในเครื่องเองก็มีให้มาในระดับกลางๆที่ 512MB เรียกได้ว่าสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปเรื่อยไปจนถึงพวกใช้งานหนักระดับกลางๆนี่ขอแนะนำให้ไปซื้อหา LG Optimus Black มาใช้ได้กันได้เลยครับ

OS&Interface

- จุดนี้ก็ยังคงต้องขอหักคะแนนทาง LG อยู่นิดหน่อยที่ยังคงยึดติดกับ Android 2.2 Froyo อยู่ตลอดเวลา ไม่ต้องพูดถึงรุ่นนี้หรอกครับเพราะแม้กระทั่ง LG Optimus 2X ที่น่าจะเป็นรุ่นขายของทาง LG เองก็ยังคงใช้งาน Android 2.2 อยู่เหมือนกัน โอเคละว่าคุณสามารถอัพเฟิร์มแวร์เป็น Android 2.3 Gingerbread ได้ในภายหลังจริง แต่สำหรับผู้ใช้งานระดับทั่วไปแล้วการจะเดินไปอัพเกรดอะไรซักอย่างนั้นฟังดูเป็นเรื่องยากเข็ญแน่นอน ซึ่งการที่ LG Optimus Black มาพร้อมกับ Android 2.2 เมื่อวางขายก็เหมือนกับการทำให้ผู้ใช้งานเสียเปรียบแบบกลายๆ หากเทียบกับสมาร์ตโฟนของเจ้าอื่นที่มาพร้อมกับเวอร์ชัน 2.3 ในกล่องโดนตรงเลยนั่นเอง

- ระบบอินเตอร์เฟซของ LG Optimus Black นั้นใช้งาน LG UI 2.0 ซึ่งมีหน้าตาเหมือนกับในเวอร์ชันของ LG Optimus 2X แทบจะทุกประการ ซึ่งอันนี้ต้องขอชมทาง LG เป็นอย่างยิ่งที่อินเตอร์เฟซเวอร์ชันนี้สามารถใช้งานได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุดแถมยังดูสวยงามมากเสียจนไม่น่าเชื่อว่านี่จะเป็นมือถือของ LG เองอีกต่างหาก (อันนี้ชมนะ 555) ที่สำคัญก็คือ widget ต่างๆนั้นมีติดมาให้ภายในเครื่องค่อนข้างเยอะมากทีเดียวและครอบคลุมการใช้งานพอสมควรแถมแต่ละตัวยังดูดีเสียจนไม่รู้จะโชว์อันไหนไว้บนหน้าจอดีเลยทีเดียว (ชอบจริงๆไอ้เจ้า weather widget เนี่ย)

- และก็มาถึงอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ทาง LG Optimus Black ได้เตรียมเอาไว้ให้กับผู้ใช้งานอีกหนึ่งส่วนนั่นก็คือปุ่ม G Spot เอ้ย!...G Key ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างเข้าใจหัวอกผู้ใช้งานสมาร์ตโฟนในปัจจุบันที่มักจะถือเครื่องเพื่อใช้งานด้วยมือเพียงข้างเดียว (ส่วนมืออีกข้างจะทำอะไรก็เรื่องของคุณ 555) ทั้งนี้ทั้งนั้นด้วยปุ่ม G Key ที่ว่านี้ซึ่งจะทำงานร่วมกับ Gesture UI ภายใน LG Optimus Black จะช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆได้อย่างง่ายดายไม่ว่าจะเป็นการเปิดใช้งานกล้องขณะล็อกตัวเครื่องด้วยการกดปุ่ม G Key แล้วเขย่าตัวเครื่อง (เสียดายว่าน่าจะใช้กดถ่ายรูปได้ด้วยเลย), กดปุ่ม G Key แล้วเอนหน้าจอไปทางซ้ายหรือขวาเพื่อเลื่อนไปยังหน้าเมนูหลักที่คุณต้องการ หรือแม้กระทั่งการเขย่าตัวเครื่องเพื่อรับสายหรือวางสายได้อีกด้วย เรียกได้ว่า LG Optimus Black มีลูกเล่นด้าน Gesture มาให้สนุกกันเยอะกว่ารุ่นใหญ่อย่าง Samsung Galaxy S II เสียอีกแหนะ

- นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งลูกเล่นที่น่าสนใจหน้าล็อคสกรีนของ LG Optimus Black ด้วยเช่นกัน เพราะในขณะที่คุณจะต้องสไลด์หน้าจอขึ้นเพื่อปลดล็อคหน้าจอ คุณยังสามารถดูข้อความแจ้งเตือนต่างๆไม่ว่าจะเป็นสายเข้าหรือเมสเซจต่างๆด้วยการสไลด์หน้าจอลงได้อีกด้วย ซึ่งจะพาคุณไปยังหน้าเมนูที่เกี่ยวข้องทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาอีกต่างหาก

Battery

- แบตเตอรี่ใน LG Optimus Black นั้นต้องถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเซอร์ไพรส์อยู่ไม่น้อยทีเดียว จากที่ตอนแรกเราว่าตัวเครื่องน่าจะกินแบตเตอรี่อยู่ไม่น้อยทีเดียวจากการที่ LG Optimus Black เลือกใช้หน้าจอสว่างเวอร์แบบนั้น แต่ปรากฏว่าการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้นเลยเพราะ LG Optimus Black สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องยาวนานข้ามวันแม้จะเปิดหน้าจอใช้งานอยู่เรื่อยๆก็ตาม ใช้งานต่อ Wi-Fi หรือเล่นเน็ตนี่แทบจะไม่ค่อยกินแบตเลย ที่เห็นๆคงมีเพียงพวกเล่นเกมส์เท่านั้นที่จะทำให้ LG Optimus Black แบตเตอรี่ลดลงฮวบๆภายในเวลาไม่นาน ทว่ายังดีที่ตัวเครื่องเองสามารถชาร์จแบตเตอรี่เต็มได้โดยไม่ต้องใช้เวลานานมากนักด้วย

Web Browsing

- LG Optimus Black สามารถรองรับการเชื่อมต่อได้ทั้ง Wi-Fi, 3G HSDPA (7.2Mbps) รวมถึง Bluetooth อย่างไม่มีปัญหา ส่วนเว็บเบราเซอร์ภายใน LG Optimus Black ก็มีความเร็วในการเข้าใช้งานที่สูงทีเดียว (อันนี้คือต่อผ่าน Wi-Fi นะ) และแน่นอนว่าที่เด็ดดวงกว่าใครในเบราเซอร์ของ LG Optimus Black ก็คือภาพและตัวอักษรในหน้าเว็บไซต์นั้นคมชัดกริบๆไม่ว่าคุณจะซูมเข้าหรือออกซึ่งต้องขอบคุณเทคโนโลยี NOVA Display นี่แหละ ทั้งนี้สำหรับเว็บไซต์ทั่วไปสามารถประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว มีระบบตัดคำให้พอดีหน้าจอที่ถือว่าโอเคเลย ส่วนเว็บไซต์ที่มีรายละเอียดด้าน Flash ค่อนข้างเยอะเช่น soccersuck พบว่าเครื่องมีอาการหน่วงให้เห็นอยู่พอสมควร (อันนี้ก็คงต้องทำใจด้วยความที่มันเป็น Single Core CPU อะนะ)

Multimedia

- นอกเหนือจากจะช่วยให้การใช้งานทั่วไปบนหน้าจอสามารถทำได้อย่างเหนือชั้นแล้ว หน้าจอ NOVA Display ยังทำให้การรับชมภาพยนตร์ผ่านหน้าจอของ LG Optimus Black ครบถ้วนไปด้วยอรรถรส เพราะสีสันที่โชว์บนหน้าจอนั้นมีความสดใส (แต่ไม่โอเวอร์) และคมชัด ขาวเป็นขาว-ดำเป็นดำ โดย LG Optimus Black สามารถรองรับการรับชมไฟล์ในสกุล MPEG4, H263, H.264, DivX, XVid และ WMV ได้อย่างไหลลื่น นอกจากนี้อย่างที่บอกว่าตัวเครื่องนั้นมีน้ำหนักเบามากๆซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถหยิบมือถือขึ้นมาดูหนังเป็นเวลานานได้อีกต่างหาก

- ในขณะที่การรับฟังเพลงผ่าน LG Optimus Black นั้นถือว่าตามมาตรฐานทั่วไปกับการรองรับไฟล์ในสกุล MP3, AAC, AAC+, eAAC+, WAV และ MIDI ซึ่งฟังได้โอเคเลยตอนใช้หูฟัง แต่พอออกมาเป็นลำโพงสเตอริโอภายในเครื่องนั้นรู้สึกว่าเสียงจะเบาไปนิดซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นเพราะการเลือกผลิตช่องลำโพงให้มีขนาดเล็กนั่นเอง อย่างไรก็ตามเสียงที่ออกมานั้นถือได้ว่าทุ้มนุ่มลึกดีทีเดียวมี distortion โผล่มาให้เห็นบ้างเล็กน้อยซึ่งนับได้ว่าเยี่ยมกว่ามือถือหลายเจ้าที่เอาดังเข้าว่าแต่เสียงแตกพร่าเสียเหลือเกินเมื่อเร่งเสียงจนสุด อ้อ! ลืมบอกไปว่าในเครื่องมีวิทยุให้ด้วยนะครับ

Camera

- ไหนๆก็พยายามผลักดันให้ LG Optimus Black เป็นสมาร์ตโฟนที่เน้นหนักไปในทางสายแฟชั่นเพื่อคุณผู้หญิงแล้ว อย่ากระนั้นเลยเพื่อตอบสนองความต้องการของสาวๆรักสวยรักงามทั้งหลาย LG Optimus Black เลยจัดกล้องหน้ามาให้ถึง 2 ล้านพิกเซลซึ่งถือได้ว่าเป็นระดับสูงสุดที่สมาร์ตโฟนจะมีให้คุณได้แล้วในเวลานี้ ซึ่งคุณภาพของกล้องหน้าใน LG Optimus Black นั้นต้องบอกว่าทำได้อย่างเยี่ยมยอดทีเดียวไม่ว่าจะเป็นการใช้งานถ่ายรูปหรือวิดีโอคอลก็ตาม จะเป็นรองก็เพียงแค่ BlackBerry PlayBook ที่มีกล้องมาให้ 3 ล้านพิกเซลเท่านั้น (แถมยังระดับเดียวกับ Samsung Galaxy S II อีกต่างหาก)

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายจากกล้องหน้าของ LG Optimus Black

ดาวน์โหลดไฟล์ต้นฉบับ คลิก

- ขณะที่กล้องหลังของ LG Optimus Black มาพร้อมกับความละเอียด 5 ล้านพิกเซลพร้อมแฟลช LED และระบบออโต้โฟกัสเทียบเท่ากับ iPhone 4 เลย ซึ่งภาพที่ถ่ายในสภาพแสงจัดนั้นถือได้ว่าทำได้ดีกว่ามือถือราคาระดับกลางทั่วไปอยู่พอสมควร ภาพคมชัดพอตัวแถุมเก็บรายละเอียดได้ดีทีเดียว สีสันของภาพเมื่อดูผ่านหน้าจอ NOVA Display นั้นก็ถือได้ว่าเต็มอิ่มซึ่งเมื่อเรียกดูผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั่วไปก็จะลดระดับสีสันลงมาเท่ากับระดับภาพธรรมชาติทั่วไป เรียกได้ว่าถ้าถ่ายภาพกลางแจ้งนั้นไม่มีปัญหาเลยสำหรับ LG Optimus Black

 อย่างไรก็ตามข้อเสียของ LG Optimus Black ก็คือการถ่ายภาพในร่มซึ่งแม้จะมีแฟลช LED มาให้ด้วย (แฟลชแรงมากกกกกก....) ทว่าภาพที่ถ่ายออกมานั้นค่อนข้างแตกเป็นเกรนอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งถ้าเปิดแฟลชที่ว่าด้วยแล้วบางทีก็ยิ่งทำให้ภาพที่ถ่ายออกมามีสีสันอมเหลืองเข้าไปอีกต่างหาก ยังไงก็คงต้องกลับไปปรับปรุงในจุดนี้บ้างนะครับ

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายจากกล้องหน้าของ LG Optimus Black

 

ดาวน์โหลดไฟล์ต้นฉบับ คลิก

  

ดาวน์โหลดไฟล์ต้นฉบับ คลิก

ดาวน์โหลดไฟล์ต้นฉบับ คลิก

- ในส่วนของการบันทึกวิดีโอของ LG Optimus Black ไม่พบปัญหาแต่อย่างใดครับ คุณสามารถบันทึกวิดีโอแบบ 720p HD ระดับ 30 เฟรมเรตต่อวินาทีได้อย่างไหลลื่น ถือได้ว่าดีกว่ามือถือในระดับราคาเดียวกันของเจ้าอื่นๆแบบเห็นๆแน่นอน อย่างไรก็ตามที่พูดมานั่นคือการถ่ายแบบปกตินะครับ ขอแนะนำว่าอย่าใช้งานฟังก์ชั่นซูมเป็นอันขาดไม่อย่างนั้นภาพที่ออกมาจะแตกละเอียดเป็นพิกเซลแถมยังเบลออีกต่างหาก ทางที่ดีก็ใช้วิธีพื้นบ้านแบบการซูมเท้า (เดินเอา) เป็นดีที่สุดครับ

ตัวอย่างวิดีโอที่ถ่ายจากกล้องหน้าของ LG Optimus Black คลิก

Final Word

LG Optimus Black ถือได้ว่าเป็นสมาร์ตโฟนที่มีความคุ้มค่าในระดับเรตราคาของตัวเองที่พวกเขาสามารถพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่าในตลาดสมาร์ตโฟนระดับราคาเดียวกันคงจะไม่มีรุ่นไหนเด่นเกินหน้าเจ้า LG Optimus Black ไปได้อีกแล้ว ซึ่งคุณสมบัติต่างๆภายในเครื่องทำออกมาได้ดึงดูดใจผู้ใช้งานและมีจุดขายที่แตกต่างออกจากมือถือทั่วไปในหลายจุดไม่ว่าจะเป็นหน้าจอสุดสว่างจ้า, ตัวเครื่องสุดบางเบาราวขนนก, ระบบควบคุม Gesture แบบเก๋ๆผ่าน G Key หรือกล้องหน้าความละเอียดถึง 2 ล้านพิกเซลก็ตาม ทั้งนี้ยังไม่รวมกับสเปคมาตรฐานที่เป็นวิชาภาคบังคับอยู่แล้วอย่างเช่นซีพียูความเร็วถึง 1GHz หรือกล้องหลังความละเอียด 5 ล้านพิกเซลที่ต่างก็ทำงานของตัวเองได้อย่างราบรื่นไม่แพ้กันด้วย แม้จะยังมีจุดให้ติติงอยู่บ้างแต่นี่ก็ถือได้ว่ามากกว่าสิ่งที่คุณคาดหวังจะได้จากมือถือราคาหมื่นต้นๆแล้วละครับ

ยิ่งในเวลานี้ LG Optimus Black ลดราคาลงมาเหลือเพียงแค่ 12,900 บาทเท่านั้นแถมยังออกรุ่น White Edition สำหรับคนที่ชอบสีขาวโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบรรดาสาวๆทั้งหลายด้วย บอกได้เลยว่านี่คือชอยส์ที่ห้ามพลาดเด็ดขาดสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสมาร์ตโฟนแอนดรอยด์เครื่องใหม่ในราคากลางๆที่ไม่เพียงแต่ดูสวยเริ่ดเชิดหยิ่งแต่ภายนอกเพียงอย่างเดียว ทว่ายังมีความสมบูรณ์แบบจากภายในแถมยังสามารถซื้อเอาไว้เพื่ออนาคต (ในการอัพเดทเป็นเฟิร์มแวร์เวอร์ชันต่อๆไป) แบบคุ้มสุดๆได้อีกต่างหากครับ

บทความโดย: ekk TechXcite