Review: LG Optimus 3D แอนดรอยด์ 3 มิติสเปคแรงทะลุจอในราคาที่คุณสัมผัสได้!

ป๋าเอก | 26 ก.ย 2554 11:44:25

14386

VIEWS ป๋าเอก

:: Review: LG Optimus 3D แอนดรอยด์ 3 มิติสเปคแรงทะลุจอในราคาที่คุณสัมผัสได้! ::

Introduction

หากพูดถึงค่าย LG กับวงการสมาร์ตโฟนในบ้านเราแล้วอาจจะถือได้ว่าเป็นบริษัทน้องใหม่มาแรงที่แม้จะเริ่มทำธุรกิจในวงการโทรศัพท์มือถือได้เพียงไม่นาน ทว่าก็สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าพวกเขามักจะเป็นผู้ที่แผ้วถางทางให้กับเทคโนโลยีใหม่ๆได้มีโอกาสนำมาใช้งานกับสมาร์ตโฟนเป็นเจ้าแรกในโลกอยู่เสมอมาจนแม้แต่ค่ายใหญ่ๆเองยังต้องตามอัพเดทให้ได้เหมือน LG อยู่ตลอดเวลา 

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ LG ได้เปิดบันทึกหน้าใหม่ให้กับวงการสมาร์ตโฟนด้วยมือถือชิปเซ็ตซีพียู NVIDIA Tegra 2 แบบ Dual Core เครื่องแรกในโลกอย่างเจ้า LG Optimus 2X (อ่านบทความ Review ได้ตามลิงค์) ที่ก็ได้รับเสียงตอบรับอย่างอุ่นหนาฝาคั่งจนกลายเป็นมาตรฐานของโทรศัพท์มือถือยุคใหม่ไปแล้ว ต่อยอดด้วย LG Optimus Black (อ่านบทความ Review ได้ตามลิงค์) รุ่นต่อมาที่ชูจุดขายไม่ซ้ำใครด้วยความเป็นสมาร์ตโฟนที่มีหน้าจอสว่างที่สุดในโลก

ล่าสุดทางด้านของ LG เตรียมพลิกนิยามความบันเทิงบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือให้ทั่วโลกได้ตื่นตะลึงกันอีกครั้งกับ LG Optimus 3D สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับหน้าจอสามมิติเต็มรูปแบบที่คุณสามารถรับชมได้โดยไม่ต้องอาศัยแว่น 3D แบบเดิมๆอีกต่อไปได้ทุกที่ทุกเวลา (ต่างจาก 3DTV หรือโรงหนัง 3D แบบเดิมๆที่คุณต้องขลุกอยู่แต่ภายในบ้านหรืออาคารเท่านั้น)

นอกจากนี้ LG Optimus 3D ยังเป็นโทรศัพท์มือถือที่สามารถสร้างคอนเทนต์ 3D ทั้งภาพถ่ายและวิดีโอสามมิติอย่างเต็มรูปแบบได้ในตัวเองด้วยอีกต่างหากโดยที่คุณไม่ต้องซื้อหากล้องสามมิติที่มีราคาขายแพงเอาการอีกด้วย ขณะเดียวกัน LG Optimus 3D ก็ยังไม่ลืมว่าตัวเองเป็นสมาร์ตโฟนจึงมาพร้อมกับสมรรถนะภายในเครื่องที่น่าจะทำให้สาวก Android ทั้งหลายได้น้ำลายสอกันอย่างแน่นอน

และในวันนี้ทางทีมงาน TechXcite ก็ได้รับเจ้า LG Optimus 3D เครื่องนี้มาจากทางบริษัท LG Electronics (ประเทศไทย) เพื่อทำการทดสอบกันในวันนี้ ก่อนหน้าที่ตัวเครื่องจริงจะได้เข้าไปร่วมเป็นหนึ่งในรุ่นโปรโมชั่นที่จะวางขายกันภายในบูธของ LG ภายในงาน Thailand Mobile Expo 2011 Showcase ในวันที่ 29 กันยายน - 2 ตุลาคม 2554 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ด้วย เดี๋ยวเราไปติดตามกันดูครับว่าเทคโนโลยี 3D ของเจ้า LG Optimus 3D ที่ว่านี้จะเจ๋งจริงอย่างที่เขาว่ากันไว้หรือไม่!

Quick Spec - LG Optimus 3D

Body Design

LG Optimus 3D ถือได้ว่ามาในมาดของสมาร์ตโฟนเพื่อท่านชายทั้งหลายด้วยวัสดุประเภทยางสลับกับโลหะที่ใช้ในการประกอบที่ค่อนข้างแข็งแรงทนทานทีเดียว หน้าตาดีไซน์หลักๆของตัวเครื่องจะออกมาในแนวเรียบขรึมสีดำ (เกือบ) สนิทดูเท่ดีไม่หยอก 

ส่วนหน้าจอของ LG Optimus 3D นั้นเป็นหน้าจอ LCD (ความละเอียด 800*480 พิกเซล) ขนาดใหญ่ถึง 4.3 นิ้วแบบสัมผัสหลายจุด Capacitive ที่มีสีสันสวยงามและใหญ่ยักษ์เพียงพอกับการเป็นสมาร์ตโฟนเพื่อความเป็นบันเทิงเป็นหลักจริงๆ ที่สำคัญก็คึอหน้าจอของ LG Optimus Black ผลิตขึ้นจากวัสดุประเภท Gorilla Glass ซึ่งเป็นกระจกกันรอยขีดข่วนอีกต่างหาก

ปุ่มใช้งานด้านล่างหน้าจอแบบสัมผัสซึ่งจะเรืองแสงขึ้นเมื่อเครื่องถูกเปิดใช้งาน โดยจะเรียงกันตามมาตรฐานสมาร์ตโฟนแอนดรอยด์อันประกอบด้วย Menu, Home, Back และ Search (จากซ้ายไปขวา)

ส่วนทางด้านบนของหน้าจอ LG Optimus 3D จะมีเซนเซอร์ตรวจวัดแสงและเซนเซอร์ตรวจจับการหมุนหน้าจอวางไว้แบบเนียนๆ ขณะที่ส่วนที่เห็นได้ชัดก็จะมีโลโก้ของ LG เอง, กล้องหน้าแบบ VGA สำหรับการใช้งานวิดีโอคอล และตะแกรงลำโพงสำหรับสนทนาโทรศัพท์ทางด้านบนสุด

ขยับมาที่ด้านบนตัวเครื่องของ LG Optimus 3D ที่จะมีปุ่ม Power/Lock หน้าจอ รวมถึงช่องเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตรมาให้ด้วย

ส่วนทางด้านล่างของตัวเครื่องไม่มีจุดสังเกตเป็นพิเศษครับนอกเหนือจากช่องไมโครโฟนรับเสียงของเรา

ทางด้านซ้ายของ LG Optimus 3D จะเป็นส่วนของพอร์ตการเชื่อมต่อสำคัญต่างๆซึ่งประกอบด้วยพอร์ต Micro USB สำหรับการโอนถ่ายข้อมูลต่างๆกับเครื่อง PC รวมถึงใช้ในการชาร์จแบตเตอรี่ด้วยเช่นกัน ขณะที่ข้างๆกันคือพอร์ต HDMI ซึ่งเป็นเวอร์ชัน HDMI 1.4 ซึ่งคุณสามารถเชื่อมต่อเจ้า LG Optimus 3D เพื่อรองรับการแสดงภาพ 3D ต่อไปยัง 3DTV หรือ 3D Monitor ภายในบ้านของคุณได้ทันทีอีกด้วย ทั้งนี้ฝาปิด-เปิดของทั้ง 2 พอร์ตที่ว่านี้ทำขึ้นมาจากพลาสติกทั้งหมดจึงให้สัมผัสที่เนียนเรียบไปกับตัวเครื่องแถมยังไม่เกิดปัญหาโลโก้เลือนหายไปตามกาลเวลาเหมือนวัสดุประเภทยางอีกด้วย

ขณะที่ทางด้านขวาของ LG Optimus 3D มีแถบปรับระดับความดังของเสียงตามมาตรฐานสมาร์ตโฟนทั่วไป และที่เป็นไฮไลต์สำคัญก็คือปุ่ม 3D ที่มีไว้เพื่อให้คุณสามารถเข้าถึง 3D Space อันเป็นหน้าจอเมนูรวมการใช้งานด้านสามมิติทั้งหมด, เรียกใช้งานเมนูกล้อง รวมถึงปรับเปลี่ยนโหมดภาพ/วิดีโอสลับไปมาระหว่าง 2D และ 3D ได้อีกด้วย

ในส่วนของฝาหลังของ LG Optimus 3D นั้นถือได้ว่าเริ่มมีจุดต่างจากโทรศัพท์มือถือที่สามารถเห็นกันได้ด้วยตาเปล่านั่นก็คือกล้องหลังที่จัดเต็มมาให้ถึง 2 ตัวข้างละ 5 ล้านพิกเซล ซึ่งเทคโนโลยีในการสร้างภาพ 3D จากกล้องหลังของ LG Optimus 3D ที่ว่านี้ก็คือระบบ Stereoscopic ที่กล้องแต่ละข้างจะแทนสายตาของผู้ใช้งานแต่ละข้างและบันทึกภาพมาเพื่อที่ระบบภายในเครื่องจะนำภาพจากกล้องทั้ง 2 นี้มาทำการประมวลผลซ้อนกันเพื่อก่อให้เกิดภาพ 3D นั่นเอง โดยระหว่างกล้องหลังทั้ง 2 ตัวนี้ก็จะมีแฟลช LED ติดมาให้ด้วย

ทั้งนี้ตัวกล้องจะพาดกลางด้วยโลหะสลักตรา Stereoscopic 3D ให้เห็นกันไปเลยว่าอันตัวข้านี้หรือคือมือถือ 3D อย่างชัดเจน โดยทางด้านล่างจะมีช่องลำโพงหลังสำหรับการรับชมภาพยนตร์และฟังดนตรีอยู่ด้วย ขณะเดียวกันวัสดุที่ใช้ในการผลิตฝาหลังเป็นพลาสติกผสมยางที่ช่วยทำให้การหยิบจับ LG Optimus 3D ดูกระชับมือไม่หลุดลื่นไหลได้ง่ายนัก (แบบพลาสติกเพียวๆ) แถมยังไม่่ก่อให้เกิดรอยน้ิวมือเวลาหยิบใช้งานอีกต่างหาก

แกะฝาหลังออกมาแล้วก็จะพบกับแบตเตอรี่ภายในเครื่อง LG Optimus 3D ให้มาที่ความจุ 1,500mAh ครับ นอกจากนี้คุณสามารถสลับ Micro SD Card และ SIM (แบบต้องพยายามยัดนิดหน่อย) ได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องถอดแบตเตอรี่อีกด้วย

ลองจับมาเปรียบเทียบขนาดคร่าวๆกับ HTC EVO 3D อีกหนึ่งสมาร์ตโฟนระบบสามมิติที่ก็จะขายกันในงาน Thailand Mobile Expo 2011 Showcase ด้วยเช่นเดียวกัน (รออ่านรีวิวของ HTC EVO 3D กันได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ที่ TechXcite ครับ)

TechXcite Comments

Design

- ในส่วนของขนาดภายนอกตัวเครื่องเมื่อแรกสัมผัสนั้นต้องขอบอกว่า LG Optimus 3D น่าจะเป็นสมาร์ตโฟนสำหรับท่านชายเสียมากกว่าด้วยขนาดตัวเครื่องที่ 127*66 มิลลิเมตร พร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 4.3 นิ้วที่หากว่าคุณเป็นคนที่ชอบดดูหนังแบบเต็มตาแล้วก็ต้องบอกว่าพลาดไม่ได้โดยเด็ดขาด อย่างไรก็ตามหากคุณผู้หญิงจะเลือกใช้งาน LG Optimus 3D ก็ออกจะดูบึกบึนไปเสียหน่อย ซึ่งหวังว่าทาง LG จะพยายามลดทอนความหนาตรงนี้ไปในรุ่นถัดจากนี้ (ซึ่งก็แว่วๆมาแล้วว่า LG Optimus 3D 2 จะมีขนาดที่บางลงกว่าเดิม โดยตัวเครื่องจะเปิดตัวกันในช่วงปีหน้าครับ)

- ทางด้านการดีไซน์ตัวเครื่องภายนอกของ LG Optimus 3D นั้นออกจะเรียบไปหน่อยไม่มีลูกเล่นด้านการออกแบบที่สวยงามวิลิศมาหรามากนัก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเป็นการดีไซน์ที่แย่แต่อย่างใดเพราะ LG Optimus 3D นั้นให้สัมผัสในการหยิบจับที่สมบูรณ์แบบ ไม่ลื่นไหลง่ายๆแถมยังเกิดรอยนิ้วมือได้ยากมาก เหมาะเป็นอย่างยิ่งกับท่านชายที่เหงื่อกาฬไหลพรากตลอดเวลาเช่นเราท่าน

- สำหรับหน้าจอขนาด 4.3 นิ้วของ LG Optimus 3D นั้นถือได้ว่าทำได้ดีทีเดียวกับระดับความสว่างที่สูงทีเดียวหากเปรียบเทียบกับ LG Optimus Black ขณะเดียวกันก็ให้สีสันของภาพและวิดีโอต่างๆที่สวยงามแต่ไม่เกินจริง เช่นเดียวกับคอนทราสต์ขาว-ดำที่เห็นความแตกต่างกันอย่างชัดเจน นอกจากนี้ด้วยระดับความละเอียดหน้าจอที่ 800*400 พิกเซลก็ทำให้คุณสามารถมองเห็นตัวอักษรและไอคอนต่างๆได้อย่างคมชัดใช้ได้เลยละ อย่างไรก็ตามพอปรับโหมดเป็น 3D แล้วเรากลับพบว่าความสว่างของหน้าจอดูเหมือนจะลดลงไปเสียอย่างนั้น ถ้าเป็นวิดีโอ 3D ที่ถ่ายในที่มืดหรือหนัง 3D ที่ดูดาร์คๆภาพก็จะดูมืดลงอย่างถนัดใจทีเดียว

- นอกจากนี้อีกหนึ่งข้อติของ LG Optimus 3D ที่คุณอาจจะมองไม่เห็น (เพราะต้องมาสัมผัสด้วยตัวเอง) ก็คือน้ำหนักของตัวเครื่องที่ค่อนข้างเอาการทีเดียวหากเทียบกับบรรดาสมาร์ตโฟนเจ้าอื่นๆแม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกของ LG Optimus 3D จะไม่ได้ดูหนาเทอะทะอย่างที่ใครหลายคนคิดเสียด้วยซ้ำ เอาเป็นว่าถ้าหยิบเจ้า LG Optimus 3D ใส่กระเป๋ากางเกงเดินไปไหนมาไหนก็พออุ่นใจกันได้ว่าคุณสามารถรู้ได้ทันทีว่าเครื่องยังอยู่ใกล้ตัวคุณตลอดเวลา (เพราะสีกับขาอยู่ตลอดเวลา) -..-;

OS & Interface


- สำหรับระบบปฏิบัติการภายในเครื่อง LG Optimus 3D นั้นยังคงยึดคอนเซปต์เดิมเอาไว้ที่เวอร์ชัน Android 2.2 Froyo อยู่เช่นเดิม ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอยู่ไม่น้อยทีเดียวหากพิจารณาจากเหล่าบรรดาสมาร์ตโฟนหลากหลายรุ่นในช่วงหลังที่ต่างก็ใส่เฟิร์มแวร์ภายในเครื่องเป็น Android 2.3 Gingerbread กันหมดแล้วทั้งสิ้น ซึ่งแม้ LG Optimus 3D จะสามารถอัพเกรดไปเป็นระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เวอร์ชันล่าสุดได้ในภายหลังทว่าก็อาจเป็นเรื่องขัดใจผู้ใช้งานที่ไม่ชอบ (หรือไม่รู้) เรื่องด้านเทคนิคอยู่พอสมควร

- ทั้งนี้สำหรับอินเตอร์เฟซของ LG Optimus 3D จะอิงมาจาก UI ตัวเดิมที่เคยมีใช้งานใน LG Optimus 2X และ LG Optimus Black ดังนั้นคนที่เคยใช้งาน 2 รุ่นนี้มาแล้วก็จะสามารถขยับมาใช้รุ่นใหม่ได้แบบไม่มีปัญหาครับ อย่างไรก็ตามตัวอินเตอร์เฟซของ LG นั้นยังมีปัญหาในเรื่องของหน้าตาที่ออกจะธรรมดาไปซักหน่อย ซึ่งหากมีการปรับปรุงกราฟฟิคดีไซน์ให้ดีขึ้นในอนาคตเชื่อเหลือเกินว่าสมาร์ตโฟนในตระกูล LG Optimus น่าจะได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นไปกว่านี้ (ส่วนทางออกในเววลานี้สำหรับผู้ใช้งานที่ขี้เบื่อก็คือไปดาวน์โหลดโปรแกรมประเภท Launcher ทั้งหลายมาใช้งานครับ :D)

- หน้าจอหลักของ LG Optimus 3D สามารถจัดแต่งได้สูงสุด 7 หน้า (สลับหน้าไปมาระหว่างกันง่ายๆด้วยการ pinch) ด้วย widget ต่างๆที่มีให้เลือกใช้งานกันรวมถึงดาวน์โหลดเพิ่มเติมซึ่งเพียงพอกับการใช้งานพื้นฐานโดยทั่วไป ทั้งนี้แต่ละ widget เองก็จะมีขนาดมาตรฐานมาให้ผู้ใช้งานได้เลือกปรับแต่งกันอีกด้วย (แต่ผู้ใช้งานไม่สามารถเลือกขนาด widget ได้เองเหมือนอย่างในค่ายร่วมเมืองเกาหลีนั่นเอง) โดยภายในเครื่องจะมี LG Widget โดยตรงที่เปรียบเสมือนกับโปรแกรมรวมฟีดข้อมูลด้านสังคมออนไลน์ทั้ง Facebook และ Twitter คล้ายคลึงกับระบบ FriendStream ใน HTC นั่นเอง

- ในส่วนของ App Drawer หรือหน้าจอรวมแอปพลิเคชันทั้งหมดภายใน LG Optimus 3D จะถูกแบ่งหมวดหมู่ออกเป็น 3 ส่วนด้วยกันโดยจะให้ 3D App อยู่ด้านบนสุดต่อด้วยแอปพลิเคชันประจำเครื่องและ App ที่ดาวน์โหลดมาติดตั้งในภายหลัง ซึ่งคุณสามารถทำการ Pinch เพื่อย่อ-ขยายดูในแต่ละหมวดหมู่ได้ตามสะดวก เพียงแต่ LG Optimus 3D มีข้อตินิดหนึ่งตรงที่คุณไม่สามารถสร้างหมวดหมู่อื่นในการจัด App ของคุณได้เองนอกเหนือจากที่มีให้มาตามที่เราระบุไว้ข้างต้นได้ ขณะเดียวกันด้วยการเรียงไอคอนในลักษระตามยาวนั่นก็หมายความว่าหากคุณลงโปรแกรมเอาไว้เยอะๆก็จะทำให้การเลื่อนหาแอปแต่ละครั้งค่อนข้างนานทีเดียว

Performance

- สำหรับประสิทธิภาพของ LG Optimus 3D นั้นต้องบอกว่ากินขาดหลายๆเจ้าในเวลานี้ที่แม้จะเริ่มขยับไปใช้งานซีพียู Dual Core เหมือน LG กันหมด ทว่า LG ก็พร้อมฉีกตัวทิ้งห่างเจ้าอื่นๆด้วยการนำเสนอระบบ Tri-Dual กันเสียเลย ซึ่งต้องขออธิบายกันตรงนี้ซักนิดว่าระบบ Tri-Dual ที่ว่านี้ประกอบด้วยการที่ตัวเครื่องใช้งานซีพียู Dual Core จาก NVIDIA Tegra 2 ตามที่เรียนให้ทราบตั้งแต่ต้น, ขณะที่ตัวเครื่องก็จะมีหน่วยความจำแยกออกเป็น 2 ส่วนหรือ Dual-Memory, โดยซีพียูแต่ละคอร์ก็จะทำการโอนถ่ายข้อมูลกับ Memory ไขว้กันไปมาเป็น 4 ช่องทาง (หรือเรียกว่า Dual-Channel) ซึ่งส่งผลให้การประมวลผลภายในเครื่องยิ่งเร็วมากยิ่งขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมส์, ใช้งานเบราเซอร์หรือเปิดระบบมัลติทาส์กก็ทำได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุดด้วย

- แต่เราก็ยังอดเสียดายไม่ได้ว่า LG Optimus 3D ให้ RAM ในเครื่องมาเพียงแค่ 512MB เท่านั้นซึ่งระบบปฏิบัติการ Android และ UI ของ LG เองก็กินหน่วยความจำไปประมาณ 2 ใน 3 แล้ว ซึ่งถ้ารุ่นหน้าได้รับการอัพเกรดมาเป็น 1GB เหมือนอย่างรุ่นท็อปๆในท้องตลาดในเวลานี้ก็น่าจะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน LG Optimus 3D ให้มากยิ่งขึ้นไปอีกอย่างแน่นอน

- คะแนน Benchmark ของ LG Optimus 3D สำหรับผู้ชื่นชอบตัวเลขความแรงครับ

Battery

- สำหรับแบตเตอรี่ความจุ 1,500mAh ภายในเครื่อง LG Optimus 3D นั้นต้องบอกว่าสามารถรองรับการทำงานทั่วไปแบบพอรับได้...ในโหมด 2D แบบปกตินะ เพราะหากคุณลองปรับโหมดมายัง 3D และใช้งานอย่างต่อเนื่องดูแล้วจะพบว่าแบตเตอรี่ไหลออกไปค่อนข้างเร็วใช้ได้เลยทีเดียว และต้องอย่าลืมว่าตัวเครื่อง LG Optimus 3D เองก็เป็นสมาร์ตโฟนซีพียู Dual Core ซึ่งก็ยิ่งเพิ่มปริมาณการสูบแบตเตอรี่ภายในเครื่องให้มากยิ่งขึ้นไปอีกด้วย (ไม่นับรวมว่าถ้าคุณใช้ 3G อีก...งานนี้มองหาที่เสียบชาร์จแบตเตอรี่กันให้ดีๆละ) อย่างไรก็ตามหากปรับให้เป็นโหมด stand-by แล้วกลับกลายเป็นว่าแบตเตอรี่ของ LG Optimus 3D สามารถอยู่ได้นานอย่างไม่น่าเชื่อเสียอย่างนั้น (อันนี้ถือว่าดีกว่าเพื่อนร่วมชาติกิมจิก็แล้วกัน)

Web Browsing

- การเปิดใช้งานเบราเซอร์ของ LG Optimus 3D ทำได้อย่างลื่นไหลดีทีเดียว รายละเอียดของตัวอักษรบนหน้าจอสามารถมองเห็นได้อย่างคมชัด เมนูการใช้งานต่างๆไม่ดูรกรุงรังมากนัก ซึ่งคุณสามารถเปิดใช้งานหน้าต่างใหม่เพื่อสลับใช้งานได้พร้อมกันถึง 8 หน้าด้วยกัน

Application

- ในที่นี้ขอแนะนำเฉพาะแอปพลิเคชันเด่นๆของ LG Optimus 3D เพราะโดยทั่วไปแล้วตัวเครื่องก็จะมาพร้อมกับโปรแกรมพื้นฐานเช่น Contact, Calendar, Organizer, Media Player ฯลฯ ที่ใช้งานได้ตามมาตรฐานทั่วไปอยู่แล้ว

- Contact ภายในเครื่องนั้นคุณสามารถดึงเอาข้อมูลมาจาก Facebook เข้าสู่เครื่องได้โดยตรงเช่นเดียวกับสมาร์ตโฟน Android โดยทั่วไป

- สำหรับแอปพลิเคชัน Social+ นั้นเราได้แนะนำไปแล้วว่าเป็นเสมือน hub รวมข้อมูลด้าน social network ของคุณทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter รวมถึงข้อความต่างๆ แต่ถ้าคุณชอบให้ทุกอย่างแยกออกจากกัน LG ก็ยังมี LG Facebook และ LG Twitter ให้บริอการด้วยเช่นกัน

- LG Optimus 3D สามารถจัดการสร้างและแก้ไขเอกสารต่างๆได้แล้วด้วยแอปพลิเคชั่น Polaris Office ภายในเครื่องไม่ว่าจะเป็นไฟล์ยอดฮิตอย่าง Words, Excel หรือ PowerPoint ก็ตาม

ปล. แอปพลิเคชั่น 3 ตัวหลังนั้นเป็นฝีมือการดาวน์โหลดของคุณท้ายซอย ณ TechXcite ครับ...ผมไม่มีส่วนรู้เห็นแต่อย่างใด XD

Multimedia


- สำหรับไฟล์ภาพยนตร์ที่ LG Optimus 3D พื้นฐานที่ตัวเครื่องรองรับก็จะประกอบด้วย H.264, H.263, WMV-9, ASF, AVI, 3GP และ MP4 ถ้านอกเหนือจากนี้คุณอาจจะต้องพึ่งโปรแกรมแปลงไฟล์หรือแอปเล่นไฟล์วิดีโอตัวอื่นๆที่รองรับไฟล์เฉพาะประเภทซึ่งมีให้ดาวน์โหลดกันอีกมากมายใน Android Market นั่นละครับ

- ทว่าลูกเล่นที่เราชอบมากๆใน LG Optimus 3D ก็คือความสามารถของตัวเครื่องในการแปลงไฟล์ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอจาก 2D ไปเป็น 3D ได้ทันทีตลอดเวลา ซึ่งแม้อาจจะไม่เนียนตาเท่าไฟล์ที่เป็น 3D โดยตรงทว่าคุณก็สามารถมองเห็นมิติที่เด้งออกมากระแทกหน้าคุณได้อย่างชัดเจน อีกอย่างหนึ่งก็คือไฟล์ 3D ส่วนมากก็เป็นพวกสารคดีชวนง่วงเสียเยอะ ดังนั้นคงจะเป็นการดีกว่าหากคุณสามารถโหลดหนัง 2D เรื่องโปรดของคุณขึ้นไปดูแบบ 3D กันบน LG Optimus 3D ได้แบบไม่มีปัญหา

- แอบงงเหมือนว่าวิทยุหายไปไหนในตอนแรกจนมากระจ่างเอาเมื่อได้ใช้งานจริงว่าที่แท้ LG Optimus 3D นั้นไม่ได้ใส่โปรแกรมวิทยุมาให้ด้วยซึ่งถือว่าน่าเสียดายอยู่เหมือนกันกับสมาร์ตโฟนราคาระดับนี้ เพราะหากจะให้ผู้ใช้งานฟังวิทยุออนไลน์ผ่านระบบ EDGE หรือ 3G ก็เกรงว่าจะเป็นภาระต่อเงินในกระเป๋าของท่านนี่สิ

- อีกหนึ่งลูกเล่นที่น่าสนใจในแอปพลิเคชั่นฟังเพลงของ LG Optimus 3D ก็คือคุณสามารถแชร์ให้กับเพื่อนๆใน Facebook และ Twitter ได้ทราบว่าคุณกำลังฟังเพลงอะไรอยู่ในเวลานี้ด้วย (ชอบส่วนตัวครับ) ส่วนคุณภาพเสียงจากลำโพงของ LG Optimus 3D นั้นต้องถือว่าน่าพอใจ คือเสียงอาจจะไม่ได้ดังกระหึ่มลั่นบ้านทว่าก็เพียงพอต่อการใช้ดูภาพยนตร์โดยไม่ต้องไปหาลำโพงมาต่อพ่วงเพิ่มแต่อย่างใด

3D Space

- อันนี้ต้องขอบอกก่อนที่จะว่ากันถึงคุณสมบัติ 3D ภายในเครื่องว่า LG Optimus 3D จะทำให้คุณกลายเป็นที่พูดถึงกันในหมู่เพื่อนฝูงแบบสุดๆ (ในแง่ดีนะ ^_^) พิสูจน์มาแล้วจากการที่มีหลายๆคนในบริษัทของเราเข้ามาถามไถ่อยากเห็นว่ามือถือ 3 มิติหน้าตาเป็นอย่างไรหนอ ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงเวลาที่คุณไปเจอเพื่อนฝูงหรืออยู่ในงานปาร์ตี้แล้วหยิบเจ้า LG Optimus 3D ขึ้นมา รับรองว่าคุณจะกลายเป็นดาวเด่นของงานแบบเท่สุดๆโดยยังไม่ต้องทำอะไรด้วยซ้ำ

- ภายในเครื่อง LG Optimus 3D จะมีส่วนที่เรียกว่า 3D Space ที่เปรียบเสมือนกับศูนย์กลางในการเข้าถึงฟีเจอร์ด้านสามมิติต่างๆภายในเครื่องทั้งหมดอันจะประกอบไปด้วยหัวข้อใหญ่ๆคือ 3D Game & Apps ที่เป็นจุดรวมเกมส์และแอปพลิเคชัน 3D ต่างๆ; 3D Guide สำหรับสอนวิธีการใช้งานระบบสามมิติเบื้องต้นทั้งหมดทั้งการสร้าง, รับชม หรือแบ่งปันภาพหรือวิดีโอเป็นต้น, YouTube 3D อันเป็นช่องทางพิเศษสำหรับการรับชมวิดีโอต่างๆในระบบ 3D ที่มีผู้โพสต์เอาไว้บน YouTube, 3D Camera หรือกล้องสามมิติ และ 3D Gallery เพื่อรับชมภาพและวิดีโอ 3D ทั้งหมดที่มีอยู่ภายในเครื่อง LG Optimus 3D ด้วย

- แน่นอนว่าในเมื่อเป็นสมาร์ตโฟน 3 มิติทั้งที จุดขายสำคัญของ LG Optimus 3D อีกอย่างหนึ่งที่จะทำให้ลูกค้าหันมาสนใจเทคโนโลยีใหม่ดังว่าได้มากขึ้นก็คือคอนเทนต์ 3 มิติทั้งหลายที่ทาง LG ขนเอามาใส่ไว้ให้อย่างเต็มที่ภายในเครื่อง โดยทาง LG ได้ทำสัญญาเป็นพันธมิตรกับบริษัทเกมส์ยักษ์ใหญ่อย่าง Gameloft ในการที่จะบรรจุเกมส์ 3D มาให้ลูกค้าได้เล่นกันเลยตั้งแต่ซื้อเครื่องออกมาจากร้านถึง 3 เกมส์คือ Asphalt 6: Adrenaline, N.O.V.A. และ Lets Golf 2 แถมนิทานอินเตอร์แอคทีฟ 3D เรื่อง Gullivers Travels มาให้อีกหนึ่งเรื่องด้วย 

- ยังไม่จบแค่นั้นครับเพราะ LG Optimus 3D ยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าของทาง LG ได้ดาวน์โหลดเกมส์ 3D แบรนด์ดังจาก Gameloft ได้ในภายหลังเพิ่มอีก 8 เกมส์เต็มๆแบบไม่มีชาร์จซึ่งมีชื่อของเกมส์ฮิตๆในบ้านเราไม่ว่าจะเป็น Assassins Creed, Ultimate Spiderman หรือ Real Football 2011 รวมอยู่ด้วย ซึ่งข้อดีของเกมส์ 3D จาก Gameloft เหล่านี้ก็คือคุณสามารถปรับระดับความตื้นลึกของกราฟฟิก 3D ภายในเกมส์ได้ตลอดเวลาด้วยการปรับแถบสไลด์ด้านข้างได้ตามสะดวก หรือแม้กระทั่งปิดระบบ 3D เพื่อเล่นเกมส์เหล่านี้ในแบบ 2D ตามปกติก็ได้อย่างไม่มีปัญหา

- สำหรับความพิเศษอีกอย่างหนึ่งของ LG Optimus 3D ก็คือช่อง YouTube 3D ที่เปรียบเสมือนศูนย์รวมคลังวิดีโอสามมิติออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้ ซึ่งนอกเหนือจากจะรับชมไฟล์ที่มีผู้อัพโหลดเอาไว้แล้ว คุณยังสามารถอัพโหลดวิดีโอ 3D ของตัวเองขึ้นไปให้ผู้อื่นชมกันได้อีกด้วย (ดูผ่าน 3DTV หรือหากดูช่องทางปกติก็ต้องใส่แว่น 3D ในการรับชม) โดยจุดสังเกตของวิดีโอที่ถ้าสามารถรับชมแบบ 3D บน YouTube ได้ก็คือมันจะมีตัวหนังสือระบุไว้ข้างท้ายว่า 3D นั่นเอง

Camera

- ก่อนอื่นต้องขอแจกแจงเสียหน่อยสำหรับสมาร์ตโฟนที่มีกล้อง 2 ตัวเช่นนี้มันจะถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอด้วยความละเอียดเท่าไหร่กันแน่ โดย LG Optimus 3D สามารถบันทึกภาพ 2 มิติด้วยความละเอียดสูงสุด 5 ล้านพิกเซล ส่วนภาพ 3 มิติความละเอียดสูงสุด 3 ล้านพิกเซล ส่วนวิดีโอ 2D นั้นบันทึกได้สูงสุดระดับ Full HD 1080p ขณะที่วิดีโอ 3D นั้นความละเอียดสูงสุดจะอยู่ที่ 720p HD เท่านั้น

- สำหรับจุดขายอีกอย่างหนึ่งของ LG Optimus 3D ก็คือว่าแม้คุณจะบันทึกภาพเอาไว้แบบ 2D ทว่าคุณก็สามารถกดปุ่ม 3D ซึ่งตัวเครื่องก็จะทำการแปลงภาพนั้นเป็น 3D โดยอัตโนมัติ เพียงแต่ระดับความลึกของมิติอาจจะไม่เท่ากับภาพที่ถ่ายเป็น 3D โดยตรงก็ตาม

- ส่วนข้อเสียหลักๆของ LG Optimus 3D นั้นก็คือไฟล์ภาพในสกุล .jps นั้นยังไม่มีโปรแกรมภายนอกสำหรับรับชมบนอุปกรณ์ประเภทอื่น (จริงๆแล้วคือมีแต่ขั้นตอนนั้นค่อนข้างยุ่งยากมากสำหรับผู้ใช้งานระดับทั่วไป) ดังนั้นคุณจึงสามารถชมภาพได้เฉพาะบนจอของ LG Optimus 3D และ 3DTV รวมถึง 3D Monitor ผ่านการเชื่อมต่อพอร์ต HDMI หรือ SmartShare เท่านั้น

- ตัวอย่างไฟล์ภาพ 2D จากกล้องหลังของ LG Optimus 3D

- ตัวอย่างไฟล์ภาพ 2D จากกล้องหน้าของ LG Optimus 3D

ดูไฟล์ต้นฉบับ

ดูไฟล์ต้นฉบับ

ดูไฟล์ต้นฉบับ

- ตัวอย่างไฟล์วิดีโอ 3D จากกล้องหลังของ LG Optimus 3D

รับชมได้ตามลิงค์นี้ http://www.youtube.com/watch?v=l9Qox0kIf74 หรือลิงค์นี้ http://www.youtube.com/watch?v=HuZSSyXY9bM ได้เลยครับ

Conclusion - LG Optimus 3D

LG Optimus 3D ออกวางจำหน่ายแล้ววันนี้ด้วยราคา 18,900 บาทพร้อมแพ็คเกจพิเศษสำหรับลูกค้า AIS ที่จะได้รับสิทธิในการสมัครใช้งานแพ็คเกจ 3G ใช้งานทั้ง 3G + EDGE จุใจถึง 1GB ต่อเดือนนาน 8 รอบบิล ด้วยราคาสุดคุ้มเพียง 199 บาทต่อเดือนเท่านั้น ทั้งนี้ LG Optimus 3D จะเข้าร่วมโปรโมชั่นภายในงาน Thailand Mobile Expo 2011 Showcase ในวันที่ 29 กันยายน - 2 ตุลาคม 2554 นี้ด้วย ซึ่ง TechXcite จะนำรายละเอียดของโปรโมชั่นที่น่าสนใจของทั้ง LG Optimus 3D และรุ่นอื่นๆจากค่าย LG มานำเสนอให้ทราบกันตลอดทั้งสัปดาห์นี้ครับ

ข้อดี

- วัสดุที่ใช้ในการผลิตตัวเครื่องช่วยให้หยิบจับได้กระชับมือ ไม่ก่อให้เกิดรอยนิ้วมือ

- หน้าจอ 3D แบบไม่ต้องสวมแว่นในการรับชม สร้างความตื่นตาให้กับผู้พบเห็นทั่วไป

- จอขนาดใหญ่ถึง 4.3 นิ้วพร้อมระบบเสียงสเตอริโอที่ดี เหมาะแก่การรับชมภาพยนตร์ 3D

- กล้อง 3D ด้านหลังถึง 2 ตัวสำหรับบันทึกภาพและวิดีโอในตัวเสร็จสรรพ

- เกมส์ 3D ที่แถมมาให้จุใจ เล่นมันส์ไม่กระตุก แถมยังปรับระดับตื้นลึกของระบบสามมิติได้อีกด้วย

- ประสิทธิภาพการประมวลผลที่ค่อนข้างรวดเร็วทันใจด้วยสถาปัตยกรรม Tri-Dual

- ระบบแปลงไฟล์ภาพและวิดีโอจาก 2D เป็น 3D ได้ทันที

ข้อเสีย

- ดีไซน์ยังเรียบเกินไปหน่อย

- ตัวเครื่องค่อนข้างหนาและหนักทีเดียวหากผู้หญิงจะใช้งาน

- ยังใช้งาน Android 2.2 Froyo เวอร์ชันเก่า (แม้จะอัพเป็น 2.3 ได้ในอนาคตก็ตาม)

- หน้าเมนูอินเตอร์เฟซหลักน่าจะดันเวอร์ชัน 3D ขึ้นมาเป็นพระเอกเลย

- ระบบ 3D ภายในเครื่องกินแบตเตอรี่

- การรับชมภาพ 3D เป็นเวลานานๆที่อาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ

- คอนเทนต์ 3D จริงๆยังมีไม่มากพอและมีอยู่อย่างจำกัดประเภทเนื้อหาด้วย

บทความโดย: ekk TechXcite