Review : [[ฮาร์ดดิสก์ SSD]] OCZ Octane 512 GB SSD สายพันธุ์ใหม่จาก OCZ

ทีมงานTechXcite | 27 มี.ค. 2555 10:10:59

10636

VIEWS ทีมงานTechXcite

Review : [[ฮาร์ดดิสก์ SSD]]OCZ Octane 512 GB SSD
สายพันธุ์ใหม่จาก OCZ

หากพูดถึงฮาร์ดดิสก์แบบ SSD ผู้ใช้คงจะได้ยินชื่อ OCZ เป็นอย่างดี ทั้งด้านการเป็นผู้นำในหน่วยความจำในอดีต แต่ในปัจจุบันก็ได้เลิกสายการผลิตหน่วยความจำ มุ่งหน้าตลาดฮาร์ดดิสก์แบบโซลิตสเตทเพียงอย่างเดียว โดยจะมีสินค้าให้เลือกใช้ตั้งแต่ระดับล่างคือ ผู้ใช้ทั่วไป ระดับกลางที่เป็นระดับไฮเอนด์ หรือระดับเอ็นเตอร์ไพรซ์ที่ใช้งานกันอย่างหนักในระบบเซิร์ฟเวอร์



ในอดีต OCZ จะเน้นใช้ชิป Sanforce  เป็นคอนโทรลเลอร์สำหรับควบคุมการอ่านเขียนชิปแฟลช โดยตัวที่นิยมกันมากที่สุดคือ SF-1200 ใช้กันมากใน OCZ Vertex2 แต่มีข้อจำกัดคือ รองรับได้เพียง SATA300 เมื่อประมาณปีกว่าที่ผ่านมาก็ได้ออกรุ่นใหม่คือ SF-2200 รองรับได้ถึง SATA600

แต่ปัญหาที่คาใจผู้ใช้ SSD ก็คือ BSOD (Blue Screen of Death) ก็คือ หน้าจอสีฟ้าที่หมายถึงเครื่องแฮงค์ชนิดถาวร ไม่สามารถกู้อะไรกลับมาได้ วินโดวส์ก็จะไม่ทำงาน ไม่ตอบสนองใดๆ รอเพียงการนับถอยหลังเพื่อรีสตาร์ทโดยอัตโนมัติเท่านั้น ปัญหานี้เกิดขึ้นมากกับ Sandforce  ทาง OCZ ก็ปวดหัวมิใช่น้อยกับเรื่องนี้เพราะชิป Sanforce นั้นก็ไม่ได้ผลิตเอง

หากมีปัญหาก็ต้องรอให้ทาง Sandforce แก้ซึ่งก็ใช้เวลานาน และยังเสี่ยงต่อการเสียชื่อเสียงในวงการ  คู่แข่งสำคัญก็ได้แก่ Intel , Samsung หรือ  Toshiba ที่มีการผลิตชิปเป็นของตนเอง



ทาง OCZ ก็มีเป้าหมายที่จะผลิตชิปคอนโทรลเลอร์สำหรับ SSD เองแต่ช่วงแรกก็หมายตา Indilinx ไว้แต่ก็เจรจากันไม่ได้ข้อยุติเรื่องการซื้อกิจการ เพียงเหตุว่าแพงไป ในยุคนั้น Sandforce ก็เป็นชิปที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าคอนโทรลเลอร์ยี่ห้ออื่นๆ แทบจะเรียกว่าทุกหัวระแหงต้องมี Sandforce อยู่ กิจการของ Indilinx ก็ตกต่ำลงไป ผู้ผลิต SSD หลายๆรายก็ได้หันไปใช้ชิป Sandforce

แม้แต่ Kingston เจ้าประจำยังเลิกใช้  OCZ จึงได้ถือโอกาสเข้าซื้อของถูก ยึดครอง Indilinx และทำหน้าที่เป็นป๋าดัน ทั้งผลักทั้งดันชิปตัวนี้  เพราะครั้งก่อนที่ OCZ ได้ยึดตลาด SSD ก็ใช้วิธีแอบยัดใต้โต๊ะ จึงได้เฟิร์มแวร์พิเศษช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ IO และความเร็วจึงสูงกว่าคู่แข่ง แม้ว่าใช้ชิป Sandforce ตัวเดียวกันก็ตาม

แต่ในรุ่น SF-2200 นี้เหตุการณ์ไม่เป็นเช่นนั้น ความเร็ว SSD ของ OCZ ก็ไม่ได้เหนือกว่าคู่แข่งรายอื่นที่ใช้ชิป Sanforce อีกต่อไป รวมทั้งมีแค้นที่ต้องชำระจาก G.Skill, Corsair, Kingston,Patriot ที่ต่างก็ซื้อชิป Sandforce เข้ามาใส่ SSD ของตน นั่นก็เป็นเหตุให้เกิด OCZ Octane ที่เป็นชิป Home made ของ OCZ  ที่ทำมากับมือ 



จุดเด่นของชิป Sanforce ก็คือ  สามารถประมวลผลข้อมูล โดยจะบีบอัดข้อมูลก่อน หลังจากนั้นจึงเขียนลงในชิปแฟลช  วิธีนี้ช่วยลดปริมาณข้อมูลที่ต้องเขียนลงได้ นั่นหมายถึง Write Amplify ต่ำกว่า 1 ด้วยข้อมูลที่เขียนน้อยกว่านี้

เมื่อวัดประสิทธิภาพด้วยโปรแกรม Benchmark ต่างๆ จึงเข้าขั้นเด่นดี แต่เมื่อโดนกับหนัง xx ที่เป็นข้อมูลบีบอัดไม่ได้เพราะส่วนใหญ่จะถูกบีบอัดมาแล้วด้วยอัลกอริทึมแบบ MPEG2 แล้ว ชิป Sanforce ก็จะเข้าขั้นไป ไม่เป็น ความเร็วก็จะลดต่ำลงกว่าครึ่ง ซึ่งผู้เขียนครั้งแรกได้ชิป Indilinx  ตัวใหม่นี้มาทดสอบก็ถึงกับไม่เข้าใจ ว่าเอาอะไรมาเนี้ย  แต่พอเอามาลองอู๊ว น่าจะเอามาให้ลองตั้งนั้นแล้วเว็บอื่นเฮียเขาส่งมาให้เทสตั้งเดือนธันวา ปีก่อนแล้ว





คุณสมบัติดีเด่นของ Octane จาก OCZ ที่ใช้ชิป Indilinx

จุดเด่นของ Indilinx ก็คือ สถาปัตยกรรมที่ต่างกันไปจากแฟลชคอนโทรลเลอร์รายอื่นๆ ทาง Sanforce จะไม่มีหน่วยความจำแบบ DDR ไว้เพราะคิดว่าถ้าเก็บข้อมูลในหน่วยความจำไว้ ถ้าไฟดับ ก็จบกันข้อมูลก็จะมลายสลายสูญไป ไฟล์ก็จะแตก ข้อมูลก็จะหายไป ส่วนทาง Intel แม้ว่ามีชิปหน่วยความจำอยู่ก็ไม่ได้เก็บข้อมูลที่จะเขียนไว้ในหน่วยความจำเช่นกัน ( ปกติวิธีที่จะเขียนให้เร็วจะใช้วิธี Write Back คือ รับมาก่อนเก็บไว้ในแคช

แล้วทยอยเขียนเพราะหน่วยความจำแฟลชปลายทางจะทำงานช้ากว่าชิปหน่วยความจำแบบ DDR อยู่แล้ว แต่วิธีที่ส่วนใหญ่จะเลือกใช้ก็คือ Write Through ถ้าส่งมาแล้วเกินไป ชิปแฟลชคอนโทรลเลอร์ก็จะบอกระบบปฏิบัติการว่า รอก่อนนะจะคิวเต็มแล้ว เดียวค่อยส่งมาใหม่ ต่างจากวิธี Write Back ที่ทำตัวเป็นแก้มลิง อมไว้ก่อนแล้วบอกว่าทำงานเสร็จแล้ว แท้ที่จริงแล้ว ยังทำงานไม่เสร็จ )



 แผงวงจรภายในของ OCZ Octane 512 GB ที่จะมีชิปแฟลชเรียงกันเป็นตับ
และชิปแฟลชคอนโทรลเลอร์และหน่วยความจำแบบ DDR ขนาด 512 MB 

ข้อดีและเสียของทั้งสองสถาปัตยกรรมต่างกันไปคือ ถ้าใช้หน่วยความจำแคชคั่นกลางไว้ก็ไม่ต้องรีบเขียน วินาทีถัดไปเขาอาจจะส่งคำสั่งให้เขียนไฟล์เดิมๆซ้ำๆ นั่นหมายถึง หน่วยความจำแฟลชที่ทั่วไปเขียนได้ประมาณ 3-5 พันครั้งก็พังแล้วจะมีอายุยาวขึ้น 


แต่ข้อเสียคือ ข้อมูลในแคชอาจจะหายถ้ามีใครมาเตะปลั๊กไฟ นั่นหมายถึงไฟล์จะเสียหายเปิดไม่ออก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีอันตรายมากเพราะการใช้งานพีซีนั้นจะมีการเขียนเป็นช่วงๆสั้นๆ ไม่เหมือนกับบนระบบเซิร์ฟเวอร์ที่อ่านเขียนกันตลอดเวลา การใช้วิธีแบบ Write Back นี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้น โดยลดเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลไม่มาก นี่ก็คือ วิธีที่ Octane ใช้อยู่


สถาปัตยกรรมภายในชิป Indilinx ที่รองรับแฟลชได้ถึง 8 แชนแนลด้วยกัน

นอกจากนี้เทคนิคที่ใช้ในการทำให้ตัว SSD ไม่เสียง่ายของ Octane จะใช้เทคนิค nDurance TM และยังรองรับ TRIM ซึ่งจะช่วยลดปัญหาเมื่อใช้งาน SSD ไปซักระยะหนึ่งแล้วความเร็วจะลดลงเรื่อยๆเพราะมีไฟล์ขยะกระจายตัวในฮาร์ดดิสก์ แต่คุณก็ต้องใช้ OS ที่รองรับ TRIM เช่น MacOS หรือ Windows 7

แต่ถ้าใช้งาน Windows XP ก็จะไม่รองรับ TRIM จึงใช้งานไม่เต็มประสิทธิภาพเปิดซิง Octane 512 GBSSD ตัวนี้ได้มาจาก ARC ส่งมาให้ทดสอบอยู่ในกล่องซีลอย่างดี ตอนแรกก็จะทดสอบผ่านไป 1 รอบด้วยโปรแกรมธรรมดาที่ใครๆก็ทดสอบกันตั้งแต่ HD Tune , AIDA 64 , AS-SSD

พอมาเขียนบททดสอบก็ดูคล้ายกัน ไม่น่าอ่านแถมยังยาวอีกก็เลย ตัดให้เหลือสั้นๆเฉพาะที่น่าสนใจ อันแรกที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ สเป็คของ SSD ตัวนี้ ได้จากโปรแกรม CrystalDiskInfo จะเป็น Power On Count เป็น  1 คือ เราเป็นคนแรกที่ได้เปิดใช้ SSD ตัวนี้ และยังใช้เฟิร์มแวร์ล่าสุดคือ 1.13 อีกด้วย


[[Crystal_Upfirmware]]

ชุดทดสอบประกอบด้วย

CPU : Intel Core i5 2500k
Mainboard : Asus P8Z68-VMemory : 4GBx2 Geil Value Plus Bus 1600 MHz
Power Supply: Enermax Liberty 400 watt
Hard disk : OCZ Vertex 3 120GB
Display : Asus ProArt 246Q

ทดสอบความเร็ว Octane 512GB ด้วย AS SSD Benchmark

ด้านความเร็วเมื่อทดสอบด้วยโปรแกรม AS SSD แล้วครั้งแรกเร็วน่าใจหายแต่ Access Time ยังสูงอยู่ ผู้เขียนเลยจัดหนัก อัพเฟิร์มแวร์ด้วย OCZ toolbox เห็นเป็นเวอร์ชันเดียวกันคือ 1.13 ทดสอบครั้งแรกอยู่ที่ 175ms

แต่พออัพเฟิร์มแวร์แล้วลดลงกว่าครึ่งเหลือเพียง 74 ms เร็วน่าใจหาย ส่วน iops หรือ input /output Operation ที่ 4k นั้นก็สูงกว่า 5 พันครั้งต่อวินาทีถือว่าดีเยี่ยม แรงเกินพอสำหรับนำไปใช้ในพีซีทั่วไป (อย่าลืมต่อพอร์ต SATA 6Gbps  จะได้เร็วสุดใจ เสียบสายผิดเส้นไปลง 3Gbps จะหาว่าไม่เตือน)

ทดลองอัพเฟิร์มแวร์ใหม่เพื่อความเร็ว

หน้าจออัพเฟิร์มแวร์ก็ไม่ยาก แต่ต้องเตรียมตัวให้ดีก่อนนะครับ อัพเฟิร์มแวร์แล้วข้อมูลข้างในหายเกลี้ยง อย่าลืมสำรองข้อมูลก่อน ถ้ามี SSD หลายตัวอย่าเลือกผิดตัวนะครับ มันเป็นขบวนไปได้ทางเดียว ข้อมูลหายแล้วเอาคืนไม่ได้

เมื่อทำใจได้แล้ว แบ็คอัพข้อมูลแล้วก็คลิกปุ่ม Update Firmware 



จะมีหน้าจอเตือนซ้ำว่าอัพเฟิร์มแวร์แล้วข้อมูลจะหายนะ ถ้าพร้อมก็คลิก Yes เพื่อลุยต่อเลย

เสร็จแล้วก็ต้องรีสตาร์ทเครื่องตามระเบียบ เท่านี้ก็ได้ SSD พร้อมเฟิร์มแวร์ล่าสุด อย่าลืมเข้าเว็บ OCZ เช็คเฟิร์มแวร์บ่อยๆนะครับ บางทีก็จะมีส่วนแก้ Bug ที่คุณไม่รู้มาก่อน หรือ อาจจะเทคนิคเด็ดที่เพิ่มความเร็วก็ได้ ในอนาคตอะไรก็ไม่แน่

ทดสอบก้อปปี้ไฟล์ ISO โปรแกรม และเกมส์ ด้วย AS SSD

รูปก่อนหน้านี้เป็นความเร็วในการก้อปปี้ข้อมูลทั้งที่เป็นไฟล์ ISO, ตัวไฟล์โปรแกรม หรือ เกมส์จะเห็นได้ว่าอยู่ที่ระดับ 2 ร้อยเมกะไบต์ต่อวินาทีขึ้นไป ก็ขบวนการนี้มันเกิดจากการอ่านขึ้นมาและเขียนลงไป โดยปกติ Octane ก็อ่านได้ที่ประมาณ 440 MB/s และเขียนได้ 370 MB/s จากภาพข้างต้นจะเห็นว่าการก้อปปี้โปรแกรมนั้นจะช้ากว่าเพราะเป็นไฟล์ที่เล็กๆกระจายตัว ส่วนไฟล์ ISO นั้นจะเป็นไฟล์ที่เรียงต่อกันจึงก้อปปี้ได้เร็วกว่า

ผลทดสอบนี้เป็นตัว Vertex3 120GB จะเห็นว่าทำงานช้ากว่า Octane ค่อนข้างมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ Vertex3 รุ่นเล็กๆจะมีเม็ดแฟลชขนาดเล็ก วางไม่เต็ม Channel  (ปกติ Vertex 3 รุ่น 120GB จะใช้เพียง 4 Channel หากเป็นรุ่น MAX iops จะวางเรียงเต็ม 8 Channel จะ)  การอ่านเขียนจึงไม่ได้ประสิทธิภาพสูงสุด แต่ถ้าจะต้องเอามาเทียบกันจริงก็ต้องเป็นรุ่นความจุ 240GB ขึ้นไปเพราะรุ่นใหญ่ๆจะใช้เม็ดแฟลชขนาดใหญ่วางเรียงกันเต็ม 8 Channel 

ทดสอบอ่านเขียนไฟล์ที่บีบอัดไม่ได้ด้วย AS-SSD



คราวนี้ก็ทดสอบด้วย AS SSD ด้วยไฟล์ที่บีบอัดไม่ได้จะเห็นว่าอ่านก็นิ่งๆประมาณ 439 MB/s แต่เขียนก็ช้ากว่าอยู่ที่ประมาณ 300 MB/s ที่ช้ากว่าก็เพราะการเขียนนั้นต้องประมวลผลทั้งสร้างข้อมูลสำรองเพื่อกู้ข้อมูลผิดพลาดลงใน Page ต่างๆของตัวแฟลช และยังต้องคำนวณว่าเขียนอย่างไรจะได้ไม่เขียนซ้ำลงที่เดิมอีก เพื่อไม่ให้แฟลชเสียง่าย



คราวนี้มาดูตัว Vertex 3 120 GB กันบ้าง รุ่นความจุประมาณนี้ใช้กันเยอะ จะเห็นว่าอ่านปาเข้าไปกว่า 470 MB/s แต่อ่านเลียดติดดินประมาณร้อยนิดๆ  เห็นแล้วอยากเปลี่ยนตัวใหม่ ตัวรุ่นเล็กๆความจุไม่เยอะเม็ดแฟลชนั้นเรียงไม่เต็ม Channel ก็เลยไม่เร็วปรี๊ด

เมื่อ OCZ Octane อยู่บน Sata 3Gbps จะเป็นอย่างไร เหมือนเอาเฟอร์รารีมาวิ่งบนทางด่วนช่วงเช้าๆ มันวิ่งได้ไม่เร็วเท่าไหร่ แต่ก็ต้องใช้ บางคนยังตัดสินใจเอา SSD มาใช้บนโน้ตบุ๊คที่ไม่มีพอร์ต Sata 6Gbps และยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นอย่างไร ที่นี่มีคำตอบครับ ผมชอบทำอะไรแปลกที่คนอื่นไม่ทำอยู่แล้ว

 

ผลทดสอบก็คือ เร็วระดับได้ใจครับ ไม่ขี้เหร่ประการใด ความเร็วที่วัดได้คือ อ่าน 258 MB/s และเขียน 228 MB/s เท่าที่ผมเคยใช้ OCZ Vertex2 หรือ Samsung PM810 นั้นถือว่าตัว Octane 512GB นี้ทำงานได้เร็วกว่าเยอะ หากคุณมีโน้ตบุ๊คอยากเปลี่ยนเป็น SSD ก็อย่าลืม Octane ไปนะครับ  ตระกูล Vertex บางตัวมีปัญหากับโน้ตบุ๊คบางรุ่น ถ้าไม่แน่ใจถามผู้ขายให้ดีก่อนนะครับ ช่วงก่อนเห็นมีคนซื้อแล้วเอามาปล่อยในตลาดมือสองกันมากๆ

นี่ก็เป็นผลทดสอบ Octane  ด้วยโปรแกรม HD Tune  Pro 5.0
ค่าการอ่านข้อมูลได้เฉลี่ย  201 MB/s ดูกราฟแล้วนิ่งๆไม่เกว่งแต่อย่างใด 

Octane SSD ความจุสูงๆ สำหรับคนกระเป๋าหนักถ้าพิจารณถึงเรื่องราคาแล้ว OCZ Octane จะดูแพงกว่า OCZ Vertex3 อยู่นิดหนึ่งแต่ อธิบายด้วยเหตุผลง่ายๆว่ามันทำไมแพงกว่าคือ มันให้ความจุที่มากกว่า ด้วยรุ่นที่เท่ากัน OCZ Octane 512 GB กับ OCZ Vertex3 480GB นั้นความจุต่างกันถึง 32 GB ก็เพราะ OCZ Vertex3 นั้นไม่มีหน่วยความจำ DDR ไว้ใช้เป็นบัฟเฟอร์

เมื่อเขียนก็จะส่งข้อมูลโดยตรงลงหน่วยความจำแฟลชแล้วจะกระจายตัวข้อมูลไปในส่วนต่างๆเพื่อไม่ให้เกิดการเขียนซ้ำๆลงตำแหน่งเดิมซึ่งจะเป็นผลให้หน่วยความจำแฟลชเสียง่าย เพราะความทนทานของหน่วยความจำแฟลชที่ใช้เทคโนโลยี 25 nm สามารถเขียนได้เพียง 3000 ครั้ง โดยจะใช้เทคนิค Block Recycle ที่จะไม่ทำการลบข้อมูลที่ไม่ใช้แล้วแต่จะเขียนทับด้วยข้อมูลใหม่

นั่นจึงทำให้ความจุของ Vertex นั้นน้อยกว่า Octane มากลองคิดดูซิครับ เสียเงิน 3 หมื่นบาท ซื้อ Octane ได้ความจุ 512GB แต่ถ้าซื้อ Vertex3 ได้ความจุ 480GB นี่ยังไม่คิดถึงเรื่องฟอร์แมตไดรว์อีกนะครับ Octane ฟอร์แมตแล้วได้ความจุ 476 GB แต่ถ้าเป็น Vertex ก็ได้ความจุเพียง 444 GB เท่านั้น  ไม่เพียงแค่นี้ถ้าคุณยังมีตังเหลือ Octane ยังมีรุ่น1TB ให้ได้ลอง ส่วน Vertex 3 นั้นก็สูงสุดแค่ 480GB 

บทสรุป

ครั้งแรกที่ได้ SSD ตัวนี้มาก็คิดว่ามันไม่แรง แต่พอลองเข้าจริงก็ถึงขั้นประทับใจ เมื่อก่อนผมเคยใช้ Vertex2 อยู่ประมาณเดือนกว่าก็ขายทิ้งเพราะมันไม่แรงจริง ต่อมาก็เปลี่ยนมาเล่น Samsung  PM810 ก็เร็วกว่าใช้งานนิ่งๆแต่ไม่มีใครทำตลาด ไม่มีประกัน จึงต้องจากกันด้วยดี  ตอนนี้ก็ใช้ Vertex 3 120 GB อยู่มาเกือบปี พอเห็น Octane แล้วรู้ว่าใช้ชิป Indilinx หนักใจ แต่พอได้ลองแล้วโล่ง ทั้งเรื่องความจุที่มาก ประสิทธิภาพก็ดี ปีนี้ถ้ามีตังคงได้เจอกันแน่ Octane ที่รัก

บทความโดย พี่นพ อินโฟเพรสกรุ๊ป