[Preview]: Canon 5D mark III ภาคสอง - อ่านให้หายเบื่อ พร้อมรีวิว 600Ex RT / 1D-X / G1X

ทีมงานTechXcite | 2 เม.ย. 2555 14:04:48

23885

VIEWS ทีมงานTechXcite

[Preview]: Canon 5D mark III ภาคสอง - อ่านให้หายเบื่อ พร้อมรีวิว 600Ex RT / 1D-X / G1X

หลังจากที่ได้ดูวิดีโอน้าป๋วยแล้วคงต้องบอกว่า แหม ทำไปได้ กระทู้นี้ขอเจาะลึกจริงๆ จากการใช้งานบ้างครับ เป็นภาคสองที่แยกจากภาคแรกเหมือนๆ การรีวิวแท็บเล็ดรุ่นดังๆ โดยกระทู้เก่าที่นี่

http://www.techxcite.com/topic/8815.html

สำหรับสเปคคงหมดข้อสงสัยกันไปบ้างแล้ว เพราะจริงๆ แล้วต้องถือว่าถ้าออกมาสเปคนี้ก็ต้องถูกใจสาวก Canon มากทีเดียว โดยเฉพาะถ้าคุณใช้ 5D หรือ 5D mark II มาก่อน อย่างที่ผมได้ทิ้งปริศนาไว้ว่า เอาซีพียูไปใช้อะไรจนทำให้พิกเซลเหลือน้อยขนาดนี้

ถ้าจะให้ผมเดาการที่ CPU หายไป น่าจะไปโหลดเกี่ยวกับการถ่ายต่อเนื่องด้วย เพราะ 5D นั้นเปลืองการประมวลผลภาพถ่ายอยู่พอสมควร ต้องอย่าลืมนะครับแม้ว่าจะพิกเซลแพ้ D800 อยู่ แต่ก็สามารถถ่ายต่อเนื่องได้ถึง 6 fps ซึ่งก็มากกว่าตั้ง 1 ภาพ และเจ้า 5D นั้นก็ไม่ได้ใช้ Digic หลายตัวเหมือนกับกล้องท้อปอย่าง 1D-X ซะด้วย นี่แหละคงเป็นเหตุผลที่ทำไมสเปคทางด้านพิกเซลจึงไม่สามารถเพิ่มกันให้ทัดเทียมคู่แข่ง ที่สำคัญ CPU นี้ ก็ยังต้องไปคุมอีกหลายส่วนดังที่ทาง Canon ได้แจ้งเอาไว้อีกด้วย สรุป เหมือน Camry 2.0 นั่นแหละครับ รถใหญ่แต่เครื่องเล็ก การประมวลผลไม่พอ ถ้างั้นตัดพิกเซลลง

ปุ่มกดต่างๆ ที่ดูจะคล้ายกับ 7D โดยเฉพาะปุ่มเปิดปิดก็ทำเอาคนที่ใช้ 5D เดิมอย่างผมงงได้เหมือนกันครับ ส่วนปุ่มล็อคนั้นก็เฉกเช่นเดียวกับ 7D แต่มันก็ดีกว่า 60D ตรงที่เป็นปุ่มแบบเลื่อน ผมว่าแบบกดไม่ถนัดมากนัก ส่วนการอัดวิดีโอและไลฟ์วิวทำมาเหมือน 7D ก็ต้องถือว่าดีมากทีเดียวครับ

เมมโมรี่แบบสล็อคคู่ ตอนนี้มืออาชีพทั้งหลายก็เลิกบ่นได้ซักทีครับว่า ใส้ได้แค่ช่องเดียว หวังว่าจะได้เห็นภาพแบบนี้อีกใน 7D รุ่นถัดไป

หน้าตาของเค้าจะดูคล้าย 60D พอสมควรทีเดียวครับ ขอบคุณภาพจาก Dpreview และ Engadget ส่วนทางด้านล่างก็จะเป็นปุ่มที่ใช้ระบบสัมผัสได้เรียกว่า Silent Control ก็ดีครับเสียงจะได้ไม่ดังเข้าไปในวิดีโอ

jog มหัศจรรย์ก็ยังคงอยู่เหมือนเดิมครับ ลืมบอกไปวงล้อมหัศจรรย์ทัชสรีนนั้น  ใน Canon 1D-X ก็ทำได้ครับ แต่ไม่ได้โฆษณาไว้

ปุ่มเช็คชัดลึกย้ายออกจากที่เดิม ใครใช้ตัวเก่า นี่ก็เป็นอีกจุดที่งงแน่นอน

ร่างสมบูรณ์ของ 5D เมื่อกระกอบกับแฟลชใหม่ และ EF24-70mm f2.8L 

ST-E3 RT ตัวใหม่ หลังจากกระแสทริกเกอร์มาแรง Canon ก็เลยต้องออกแบบไร้สายมาใช้บ้าง

 แป้นโหมดแบบกด และปุ่มพิกเจอร์สไตล์ เหมาะกับมืออาชีพจริงๆ

 หลังๆ ช่องติดแฟลชจากทาง Canon ก็เปลี่ยนเป็นสีเงินล้วนไม่ต้องลอกให้วุ่นวายเหมือo 5D  I 

หลังๆ กล้อง Canon ก็เพิ่มปุ่มปรับต่างๆ เหมือนฝ่ายเหลืองบ้างแล้ว

ติดกริ๊ปแล้วเท่เอาเรื่องทีเดียว

หน้าถัดไปก็จะเป็นเมนูต่างๆ ครับ

ดูเมนูกันบ้างครับ จริงๆ พี่แกมีเมนูที่เยอะมากๆ สอนกันกระทู้เดียวไม่หมด ใครที่เป็นมืออาชีพต้องบอกเลยว่า เรามีของเล่นเพิ่มขึ้นเยอะมากสมกับราคาแสนสองจริงๆ

เริ่มที่เมนูระบบโฟกัสต้องถือเป็นของใหม่สำหรับ Canon  5D III ตัวนี้เลย เลือกได้ด้วยนะว่าความเร็วของสิ่งที่จะถ่ายเป็นยังไง เท่าไหร่ 

HDR และ เมนูเกี่ยวกับเมมโมรี่การ์ด

เลือกคงามละเอียดไฟล์ RAW ได้ละเอียดมากครับ ชนิด 5D เก่าต้องอิจฉา เมนูล็อคกระจกที่ซ่อนอยู่เป็นปริศนาด้านในเสียนาน ก็ออกมาสั่งได้ง่ายขึ้น อันนี้ถูกใจ

ที่วัดระดับน้ำ และการเลือกระบบโฟกัสได้จากเมนูกล้อง อันนี้ของใหม่ทั้งคู่ครับ

ระบบโฟกัสเลือกได้ แจ่มมากๆ รวมไปถึงการตั้งค่าปุ่ม M-Fn หรือฟังก์ชั่นใช้บ่อยตามสไตล์คุณ

ไฟสีส้มครับ สำหรับจอสองของ 5D ยังคงคองเซ็บต์เดิมๆ เพิ่มรายละเอียดให้เยอะขึ้น

เมนูเวลาเข้า Quick  Control และการอัดวิดีโอ สามารถที่จะดูมาตรระดับน้ำได้ เหมือนกล้องวิดีโออาชีพแล้วทีนี้

ดูข้อมูลแบต และปรับค่าเลนส์ Back Focus / Front Focus

มาถึงการปรับแป้นวงล้อมหัศจรรย์ของเราครับ ให้สามารถใช้ทัชสรีนได้ เจ๋งสุดๆ จริงๆ มันไม่ทัชไวเหมือนระดับ iPhone อะไรขนาดนั้นครับ แต่ก็ดีเลยหล่ะ จริงๆ เมนูมีอีกเยอะเลยครับที่มาใหม่ ไว้เผื่อทาง Canon ใจดีส่งมาให้เทสจะถ่ายวิดีโอให้ดูเลยครับ ^^

ดูการโฟกัสต่อเนื่องของ 5D ผมว่ามันสุดยอดจริงๆ ครับ จุดอ่อนนี้ที่มีมานานหมดไปแล้วในกล้องยุคปัจจุบัน ควรจะมีอย่างนี้บ้างใน 600D 555 ตื่น

ทาง Canon ได้ลองเอาไปถ่ายงานฟุตบอลช่อง 3 ผมว่า 5D ตัวเก่าจะหนึ่งหรือสองแบบนี้ลืมไปได้

สามารถตั้งค่าวิดีโอได้เยอะขึ้น ใครซื้อไปทำหนัง ยิ้มออกกันมากยิ่งขึ้น

นี่แหละจุดอ่อนที่ด้อยมานานใน 5D III มีให้ใช้และเยอะมาก ทั้งซ้อนแบบภาพกราฟิค ซ้อนขาวไปดำ ดำไปขาว ดังภาพ

HDR มีหลายแบบตั้งแต่แบบเนียบๆ ไปจนถึงแบบอาร์ตตัวแม่

อันนี้เล่นกันแบบขึ้นขอบ

แบบสีจัด

แบบหนาขึ้นเป็นผิวเท็กเจอร์

มีโหมดเปรียบเทียบภาพในกล้อง ลืมบอกไปกล้องรุ่นนี้จอดีมากเสียด้วย ไม่ต้องเปรียบกับ 5D I เลยครับ อันนั้นเรียกจอหลังด้วยหรือ

สวยหรูฮะ เหมาะสำหรับสตูที่เน้นภาพหลายๆ ภาพ หลายๆ ค่าแสง โอ๊ย อยากได้ไว้ในครอบครอง

ส่วนสามภาพนี้เป็นซีลกันฝุ่นและละอองน้ำครับ ^^

หมดยุคกันซะทีหลังจากที่กล้อง Canon ใช้ระบบไร้สายแบบ Optical IR ซึ่งมันไม่สามารถที่จะใช้กลางแจ้งได้ คราวนี้แฟลชต่างๆ ของ Canon เปลี่ยนเป็นระบบ Radio Transmitter หรือทีเป็นรหัสย่อว่า RT ในแฟลชรุ่นใหม่ และตัวสั่งแฟลชรุ่นใหม่ ใช่แล้วครับความเจ็บใจเวลาที่กล้องค่ายเหลืองนั้นมีระบบ CLS ที่เจ๋งกว่ามากทำให้ Canon เองต้องออกแฟลชไร้สายที่เป็นวิทยุมากขึ้น แหงหล่ะครับ จะถ่ายพรีเว็ดดิ้งที ต้องซื้อทริกเกอร์กันให้เมื่อย รวมไปถึงว่าบางครั้งก็ไม่เข้ากับระบบกล้องของ Canon อย่างแท้จริง รวมไปถึงระบบ Optical เดิมนั้นค่อนข้างจะมีจุดอ่อนเยอะ อย่าได้เอ่ย ตอนนี้มีอุปกรณ์เสริมสำหรับสั่งไร้สายของฝั่ง Canon ออกมามาย ดังนั้นแฟลขใหม่และตัวสั่งแฟลชใหม่ที่สามารถพ่วงแฟลชได้มากกว่าถึง 15 ตัว แบ่งสั่งได้ 5 กลุ่ม สั่งได้ 30 เมตร (555 เวอร์เกิน อย่างเก่ง 5-6 ตัวก็เยอะแล้วครับ ^^) 

เอาเป็นว่าดูหน้าตาและสเปคกันก่อนครับ


แฟลชจีนยี่ห้อ Yongnyo มีหนาวๆ กัันบ้างแน่นอน ^^

หน้าตาอาจจะเชยไปสักนิด แต่ประสิทธิภาพผมลองแล้วดีมากครับ เหมาะหรับคนที่ไม่ชอบทริกเกอร์ค่ายอื่น ที่สำคัญลืม ST-E2 ไปได้เลครับ

แฟลชใหม่ 600Ex หัวยาวขึ้นเพื่อให้ซูมได้เยอะขึ้น

เมนูขณะเปิดใช้งาน เป็นดอทเมทริกที่ละเอียดคล้ายๆ SB910 เลยครับ บ๊ะ

มีไฟลิงค์ทางด้านบนเวลาที่ผู้อ่านใช้ Wireless Flash เริ่มที่โหมด ETTL

โหมด M

โหมด Wireless Auto

ส่วนของ Catchlight และตัวกระจายแสงมุมกว้างยังเป็นอันเดิม

ภาพขณะใช้ Wireless Auto

หน้าถัดไปจะเป็นเรื่อง 1D-X & G1-X  

อาจจะได้เห็นรีวิวไปบ้างแล้วในวิดีโอครับ อันนี้แถมแล้วกันครับ เริ่มที่ G1X ซึ่งเปิดขายแล้วในบ้านเรา ราคาก็ 23900 สู้กับกล้องประเภท Mirrorless ได้ และที่สำคัญมีของให้เห็นเยอะเลยครับ ไม่เหมือน 1D-X ที่ตอนนี้ได้ขึ้นดีเลย์ไปพร้อมๆ กับ EF 24-70mm f2.8L II ไปเป็นที่เรียบร้อย กล้องนี้สเปคคงไม่ต้องพูดถึง เพรานอกจากจะเป็นคอมแพคที่เซนเซอร์ใหญ่แล้ว ขนาดของกล้องที่ไม่เทอะทะเกินไป ก็ทำให้กล้องรุ่นนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบท่องเที่ยว และต้องการกล้องขนาดเล็กจริงๆ G1X ตอบทุกโจทย์ของคุณครับ

ขนาดเมื่อเพียบกับคอมแพคทั่วๆ ไป

ด้านหลังปุ่มยังคงคล้ายๆ G12

เมนูทางด้านบนประกอบด้วยปุ่มโหมดด้านบน ด้านล่างเป็นปุ่มปรับชดเชยแสง

Canon 1D-X ที่ดีเลย์ไปซะแล้ววววว 

ขุมพลัง 61 จุด เครื่องยนต์ VVTi

โฟกัสได้ไว ถ่ายกีฬาก็ใช้ 5D ได้

แยกแยะได้ดีซะเหลือเกิน

โฟกัสแบบแบ่งโซนเหมือน 7D แต่คราวนี้มีจุดเพียบ

โฟัสอัตโนมัติเรียกได้ว่าทั้งเบาและแม่นกว่าเดิม

ระบบ iTR มีเฉพาะ 1D-X เจ๋งมากเป็นยังไงมาดูครับ

จดจำวัตถุด้วยใบหน้า หรือ วิเคาะห์สีใกล้เคียง

เช่นภาพนี้ถ่ายบอล

รัวสะใจกับ 14 fps แบบ ยกกระจก

ระบบวัดแสงใหม่ ซึ่งอาศัย CPU มาช่วยโกงอีกหนึ่งตัวนั่นคือ Digic 4 ดังนั้นกล้อง 1D-X จึงประกอบด้วย 2 Dual CPU (Digic 5 สองตัว) / 1 Single Core CPU (Digic 4 อีกหนึ่งตัว )

ปุ่ม Custom เยอะขึั้น

ม่านชัตเตอร์ที่แข็งแรงเป็นสองเท่า เคลมไว้ถึง 400000 ครั้ง

อุปกรณ์เสริมด้าน  Wireless  & Studio สาวกเว็ดดิ้งหรือสตูอย่างผมยิ้มกันไม่หยุดทีเดียว ^^

ก็จบกันไปสำหรับกล้องสุดเจ๋งจาก Canon  Canon 5D Mark III ซึ่งปรับปรุงเรื่องระบบโฟกัสให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และที่สำคัญมีฟังก์ชั่นใหม่ๆ นั้นใช้ได้จริงสำหรับช่างภาพมืออาชีพ และจำกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้สำหรับ Canon Full Frame ขั้นเทพอีกตัวนึ่ง ราคาขายอยู่ที่ 119000 บาท อย่าตกใจไป ราคานั้นแหละผมถามเพื่อนๆ นักข่าวบอก กันทุกคนว่าราคานี้คุ้มมากมายครับ ลากันด้วยภาพน้าป๋วยแล้วกันครับ