รีวิว Canon EOS 400D

ทีมงานTechXcite | 5 ต.ค. 2549 00:00:00

45786

VIEWS ทีมงานTechXcite



ประเภท SLR
ความละเอียด 10.0 million
ค่า ISO 100, 200, 400, 800, 1600
เลนส์ Canon EF / EF-S
ระบบวัดแสง เฉลี่ยทั้งภาพ, เฉลี่ยหนักกลาง, เฉพาะส่วน 9%
ป้องกันภาพสั่นไหว No
โฟกัสอัตโนมัติ Yes, 9 จุด
โหมดถ่ายภาพ Auto, P, A, S, M
โปรแกรมสำเร็จรูป Portrait, Landscape, Close-up, Sports, Night portrait, Flash off
White balance 6 แบบ, manual preset
ความเร็วชัตเตอร์ 30 - 1/4000 sec +Bulb
สัมพันธ์แฟลช 1/200 sec
ถ่ายวิดีโอ No
เมมโมรี่การ์ด Compact Flash
ประเภทไฟล์ภาพ JPEG (EXIF 2.21), RAW
ช่องมองภาพ TTL
จอภาพ LCD 2.5 นิ้ว, 230,000 pixels
แบตเตอรี่ Li-Ion (NB-2LH)
น้ำหนัก 556 กรัม
ขนาด 127 x 94 x 65 มม.
คุณสมบัติอื่นๆ Lens EF-S 18 - 55mm II F3.5-F5.6
ระบบกำจัดฝุ่นบนเซนเซอร์
Picture Style
ราคาประมาณ 39,900

สำหรับในประเทศไทย กล้อง Canon 400D คุณสามารถหาซื้อได้ 2 แบบคือ

-  Body only ราคาประมาณ 32,900 บาท
-  Body +Lens 18-55mm ราคาประมาณ 39,900 บาท

ระบบกำจัดฝุ่นบนเซนเซอร์ ซึ่งทาง Canon ได้พัฒนาโดยใช้วัสดุ Piezo สร้างคลื่นสั่นสะเทือน ความถี่ระดับอัลตราโซนิค ช่วยสะบัดฝุ่นออกจากเซนเซอร์ ซึ่งด้วยความถี่ระดับนี้ทำให้เศษฝุ่นทุกอณูหลุดออกได้ง่ายดาย

อีกทั้งเคลือบสารป้องกันไฟฟ้าสถิตบน Low pass ฟิลเตอร์ช่วยให้เศษฝุ่นไม่ติดบนเซนเซอร์อีกด้วย แล้วระบบนี้ยังทำงานทั้งตอนเปิดกล้องและปิดกล้อง


และเป็นที่น่าสังเกตว่า หลายๆ คุณสมบัติที่มีอยู่ในกล้อง 400D นั้นคล้ายคลึงกับ Sony A100 พอสมควรเรียกว่ามีปะทะกันหมัดต่อมัดเลยทีเดียว เช่น ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล, ระบบกำจัดฝุ่น, เซนเซอร์ที่ช่องมองภาพ, ขนาดจอ LCD 2.5 นิ้ว เป็นต้น

Accessories


อุปกรณ์ที่เราได้รับมาทดสอบเป็นชุด Kit คือบอดี้กล้อง และเลนส์ 18-55 mm. ที่ถูกอยู่ในกล่องเล็กๆ สีขาวคาดแดง นอกจากตัวกล้องและเลนส์แล้ว ก็จะมี คู่มือ, แผ่นซีดีไดรเวอร์, สาย USB, สาย AV และโปรแกรม Digital Photo Professional


Canon EOS 400D จัดเป็นกล้อง DSLR ขนาดเล็กติดอันดับต้นๆ ในขณะนี้เลยทีเดียว การออกแบบที่พยายามให้กล้องมีขนาดเล็กที่สุดเท่าที่ทำได้ ซึ่งในรุ่นก่อนหน้านี้ ก็ได้รับทั้งเสียงชื่นชมในเรื่องความเล็ก และก็มีเสียงเรียกร้องให้ปรับปรุงเรื่องความสะดวกสบายในการจับถือ เพราะขนาดที่เล็กมาก

โดยเฉพาะกริปจับที่เล็กเกินไป ซึ่งใน 400D ได้พยายามปรับปรุงขึ้นเล็กน้อย โดยเพิ่มความหนาของกริปจับขึ้นอีกตั้ง 1 มม. (โอ.. พระเจ้ามันช่างเยอะเสียนี้กระไร) เพิ่มเหลี่ยมสันต่างๆ ให้นูนมากขึ้นอีกนิดหน่อย และเพิ่มยางรองรับหัวแม่มือบริเวณด้านหล้ง และบริเวณกริปจับก็ปรับปรุงพื้นผิวแบบพ่นทราย ทำให้จับติดมือมากยิ่งขึ้น สำหรับเรื่องวัสดุการประกอบของ 400D ทำพื้นผิวเป็นแบบ Semi-Gloss (เงากึ่งด้าน) พื้นผิวและการประกอบอยู่ในเกณฑ์ดี ให้ความรู้สึกแน่นดี

Canon EOS 400D VS Sony DSLR A100




เมื่อเรานำมาเปรียบเทียบกับกล้อง DSLR ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกันนั่นคือ Sony DSLR A100 สิ่งที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนคือ กล้อง 400D มีขนาดเล็กกว่าในทุกมุมมอง

นอกจากนี้เลนส์ที่ติดมาให้ก็ทางยาวโฟกัสแตกต่างกันคือ 400D มาพร้อมกัน 18-55 มม. ทาง A100 ให้ 18-70 มม. ทำให้แม้แต่เลนส์ Sony ก็มีทางยาวโฟกัสมากกว่า ถึงแม้ว่าขนาดจะดูต่างกันพอสมควร แต่น้ำหนักกลับไม่ต่างกันมากนัก เมื่อวัดกันที่เฉพาะบอดี้รวมแบตเตอรี่ ต่างกันเพียง 82 กรัม

เท่าที่ทางทีมงานสังเกต พื้นผิวของ Sony A100 จะมีความมันเงามากกว่า ซึ่งตรงนี้คงขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละบุคคล

พอร์ตเชื่อมต่อ


ด้านบนเป็นแฟลชเสริม ซึ่งคุณสามารถเปิดได้โดยกดปุ่มบริเวณด้านหน้า ซึ่งแฟลชจะดีดตัวค่อนข้างแรง สำหรับด้านบนสุดมี Hot shoe สำหรับติดตั้งแฟลชเสริมของ Canon และช่องเชื่อมต่อเป็นแบบมาตรฐานใช้แฟลชเสริมอื่นๆ ได้ แต่ไม่ได้เต็มระบบเหมือนกับแฟลชของ Canon เอง

 

Canon EOS 400D จัดวางพอร์ตต่างๆ ได้ค่อนข้างลงตัว โดยด้านซ้ายได้รวบรวมพอร์ตต่างๆ ไว้ ได้แก่ พอร์ต USB, รีโมท และ Video Out การรวมพอร์ตต่างๆ ไว้ที่จุดเดียว ช่วยให้ง่ายต่อการใช้งาน


ส่วนทางด้านขวาเป็นช่องใส่เมมโมรี่การ์ดแบบ CF ฝาปิดค่อนข้างแข็งทีเดียว เวลาเปิดออกมาควรระวังไม่ง้างฝาปิดมากเกินไป อาจทำให้ฝาเสียหายได้

ด้านล่างเป็นช่องใส่แบตเตอรี่ NB-2LH แบบ Li-ion ความจุ 720 mAh ซึ่งดูจะมีขนาดเล็กกว่าแบตเตอรี่ของกล้องดิจิตอล SLR รุ่นอื่นๆ ซึ่งจากการใช้งาน EOS 400D สามารถใช้งานได้ยาวนานเป็นพอๆ กับกล้องรุ่นอื่นๆ ระยะเวลการใช้งานไม่แตกต่างกันมากนัก

การจับถือ และพกพา


ดูเหมือนว่า Canon ได้พยายามที่จะปรับปรุงคุณภาพการจับถือให้ดีขึ้น โดยยังคงรูปลักษณ์แบบเดิมของกล้องตระกูลนี้ไว้ ถึงอย่างไรก็ตาม เมื่อทดลองใช้งานก็จะพบว่า การจับถือติดมือมากยิ่งขึ้น แต่เมื่อถือไปนานๆ จะพบความเมื่อยล้าได้ที่นิ้วมือพอสมควร

เพราะกริปที่เล็กทำให้ต้องใช้ปลายนิ้วจิกลงไป สำหรับคนที่มีปัญหาในการจับกล้องเล็กๆ แบบนี้ แนะนำให้ซื้อกริปจับแนวตั้งซึ่งราคาค่อนข้างสูง หรือสายรัดมือที่ใช้กับกล้อง SLR มาใช้ จะช่วยได้มากทีเดียวครับ

สำหรับการจัดวางปุ่มต่างๆ ของ 400D จัดวางไว้เป็นแบบมาตรฐานของ Canon ซึ่งส่วนใหญ่จะรวบรวมปุ่มปรับแต่งค่าต่างๆ ไว้ที่ด้านหลัง ทำความเข้าใจสักพัก ก็จะใช้ได้อย่างไม่ยากเกินไป แต่ถ้าต้องการเลือกจุดโฟกัสเอง จะต้องกดปุ่ม 2 ครั้งถึงจะเลือกจุดโฟกัสได้


หากจะมองในแง่ของกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นระดับผู้เริ่มต้นถึงระดับกลาง และผู้ที่ต้องการเปลี่ยนจากกล้องดิจิตอลคอมแพค มาเป็นกล้องดิจิตอล SLR แล้วล่ะก็ ผู้ที่เคยใช้งานกล้องคอมแพ็คสามารถทำความคุ้นเคยได้ไม่ยาก ด้วยขนาดที่ใหญ่กว่ากล้องดิจิตอลคอมแพ็คไม่มากนัก

Viewfinder

ช่องมองภาพแบบ Penta-mirror กำลังขยาย 0.8x ใกล้เคียงกับ Sony A100 สามารถมองเห็นได้ชัดเจน และปรับปรุงแถบเมนูแสดงผลในช่องมองภาพจาก 350D เพิ่มขึ้นเล็กน้อย

Menu & LCD Display


เมนูแสดงผลการทำงาน สามารถแสดงผลได้ชัดเจนครบถ้วน สามารถกดปุ่ม DISP เพื่อดูค่าโดยรวมทั้งหมด ได้รวดเร็ว จอ LCD ขนาด 2.5 นิ้ว ความละเอียด 230,000 พิกเซล ให้สีสันใกล้เคียงกับไฟล์ภาพถ่ายจริงดีมาก แต่เมื่อใช้งานกลางแจ้งจะตัดแสงรบกวนภายนอกได้ไม่ดีนัก จะเห็นเงาสะท้อนบนจอ LCD ค่อนข้างง่าย



เมนูการใช้งาน Canon EOS 400D สามารถเข้าใจได้ง่าย ไม่สับสน เพราะแยกหมวดการใช้งานต่างๆ ชัดเจน และมีการเรียงลำดับเมนูที่เข้าใจได้ง่าย


 


 


Playback Mode



ในโหมดดูภาพถ่าย สำหรับในโหมดดูภาพถ่าย คุณสามารถดูภาพถ่ายได้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐานของกล้อง DSLR ในปัจจุบัน ทั้งดูภาพแบบเต็มจอ แบบหลายภาพในจอเดียวกัน ซูมดูรายละเอียดแบบขยายใหญ่ และดูภาพพร้อมรายละเอียดต่างๆ และสามารถเลือกดู Histogram ได้ทั้งแบบ ความสว่างโดยรวม (Level) หรือดูแยกแบบสี RGB

ซึ่งแบบ RGB นั้นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสีดูถึงจะเข้าใจ คนทั่วไปอย่างเราๆ ท่านๆ แนะนำให้ดูแบบธรรมดา (Level) จะเข้าใจได้ง่ายกว่านะครับ สิ่งที่ขาดไปในรายละเอียดที่แสดงผลคือ ทางยาวโฟกัส ที่ผมหาไม่เจอในโหมดดูภาพใดๆ

Video การใช้งานเมนู Canon EOS 400D

มาถึงการทดสอบประสิทธิภาพของ Canon EOS 400D ที่รอคอยเป็นเวลานาน พูดไปแล้วรู้สึกผิดต่อผู้อ่านจริงๆ ที่ทำให้ต้องรอคอยนาน เพราะช่วงนี้ผมติดภารกิจมากจริงๆ ต้องขอโทษด้วยครับ -_-‘ กลับมาเรื่อง Canon EOS 400D กันต่อดีกว่า


ถ้าหากดูคุณสมบัติใหม่ๆ ใน 400D นั้น เหมือนจะอัปเกรดมาจาก 350D เสียเป็นส่วนใหญ่ จากเดิมที่ดีอยู่แล้วก็ปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น เช่น เพิ่มความละเอียดเป็น 10 ล้าน พิกเซล, เพิ่มโฟกัสเป็น 9 จุด ปรับปรุงวัสดุ และเมนูการใช้งานให้สะดวกขึ้น

ก็ถือว่าดีขึ้นแต่ยังไม่แปลกใหม่ ที่โดดเด่นเห็นจะเป็นระบบกำจัดฝุ่นด้วยแรงสั่นสะเทือนอัลตราโซนิค คล้ายๆ กับของ Olympus ที่ดูจะใช้งานได้ดี เรามาดูการทดสอบด้านต่างๆ กันเลยดีกว่าครับ

ความเร็วในการตอบสนอง

เริ่มกันที่ความเร็วในการทำงานของ Canon EOS 400D ซึ่งทาง Canon ขึ้นจัดว่าเป็นผู้นำด้านการพัฒนาความเร็วในการถ่ายภาพอยู่แล้ว

เริ่มตั้งแต่การปิดและเปิดกล้องเพื่อพร้อมใช้งาน 400D สามารถเปิดกล้องเพื่อพร้อมใช้งานได้แทบจะทันที ถึงแม้ว่า 400D จะมีกระบวนการสะบัดฝุ่นออกจากเซนเซอร์ก่อนการเปิดและปิดก็ตาม แต่ว่าก็ใช้เวลาน้อยมาก

ความเร็วในการโฟกัสภาพ กับระบบโฟกัสเก้าจุดของ 400D สามารถทำงานได้รวดเร็วดีมาก แม้ในที่แสงน้อยก็ยังทำงานได้ดีอยู่ในขั้นน่าประทับใจ และ 400D สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 3 ภาพต่อวินาที ซึ่งถือเป็นค่ามาตรฐานของกล้อง DSLR ในปัจจุบัน

ดังนั้นหายห่วงเรื่องความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องสำหรับช่างภาพทั่วไป หากเป็นช่างภาพระดับฟุตบอลโลกอาจต้องการเร็วกว่านี้ ก็คงต้องมองรุ่นโปรสุดๆ ล่ะครับ

สำหรับผมเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว สำหรับเสียงการลั่นชัตเตอร์ 400D ได้ปรุงแต่งเสียงให้คล้ายกล้องฟิล์ม แต่ออกไปทางอิเลคโทรนิคเล็กน้อย ตามสไตล์ Canon สามารถลองฟังได้จาก Video Review ครับ

Lens



เลนส์ที่ให้มาเป็นเลนส์ EF-S 18-55 mm II ซึ่งเป็นตัวเดียวกับที่ให้มาใน 350D ซึ่งในความคาดหวังของแฟนๆ Canon คงจะหวังว่าจะมีเลนส์ตัวใหม่ที่สมน้ำสมเนื้อกับ 400D ตัวใหม่บ้าง อย่างน้อยก็น่าจะมี EF-S 18-70 mm. ก็ยังดี

เรื่องความยืดหยุ่นใช้งานเลนส์ 18-55 มม. นั้นก็สามารถใช้งานได้ดี อาจจะรู้สึกอึดอัดบ้างในบางโอกาส ความคมชัดอยู่ในเกณฑ์ดี มีลักษณะโป่งออก (Barrel Distortion)  ในช่วง 20 มม. ลงไป และขอบมืดเล็กน้อยที่รูรับแสงกว้าง เลนส์โฟกัสเร็ว ทำงานเงียบดี


สามารถถ่ายภาพระยะใกล้ (Macro) ได้ใกล้พอสมควร

White Balance

การทดสอบความสามารถในการปรับสมดุลสีขาว ภายใต้สภาวะแสงที่หลากหลาย โดยการทดสอบจะเน้นไปที่ระบบ Auto เพื่อทดสอบว่ากล้องมีความฉลาดในการปรับเข้ากับสภาวะแสงได้ดีเพียงใด

ในสภาวะกลางแสงอาทิตย์ 400D สามารถปรับตัวได้ดีมาก สามารถปรับสมดุลสีได้เที่ยงตรงทั้งในสภาวะแสงแดดจัด และฟ้าครึ้ม เมฆมาก ก็สามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง


เมื่อทดสอบการถ่ายภาพภายในอาคาร ในสภาวะแสงฟลูออเรสเซนต์ ร่วมกับแสงไฟทังสแตนด์ 400D จะออกอาการเป๋ ขึ้นมาทันที ไม่สามารถปรับสมดุลสีขาวให้ใกล้เคียงกับสีขาวจริงๆ ได้

อย่างไรก็ตามหากมองในมุมมองเรื่องสีบรรยากาศ Canon พยายามให้เก็บบรรยากาศสภาวะแสงแบบนั้นไว้ ก็อาจจะเป็นเรื่องทีดีก็ได้ แต่ผมว่าความเพี้ยนของสีมันก็ยังมากเกินไปอยู่ดี

Flash

แฟลชที่ติดมากับกล้อง 400D มีหน้าที่ 2 อย่างคือให้แสงเมื่อแสงไม่พอ และเป็นแสงนำเพื่อช่วยในการการโฟกัสในที่มืด โดยมีปุ่มกดด้านข้างแฟลชให้แฟลชดีดขึ้นมา ซึ่งแฟลชดีดตัวขึ้นมาค่อนข้างแรง เมื่อทดสอบสีสันของแฟลช ให้สีสันพอใช้ได้ แต่ออกแดงเล็กน้อย และภาพมืดกว่าที่ควร (under exposure)

ระบบวัดแสง และสีสัน

<<คลิกดูภาพขนาดจริง>>




ระบบวัดแสงเฉลี่ยแบ่งพื้นที่ 35 ส่วน (TTL 35-zone SPC) สามารถใช้งานได้ดี ในสภาวะแสงปกติ และกลางแจ้ง แต่เมื่ออยู่ในสภาวะแสงที่หลากหลาย และในที่ร่มความแม่นยำในการวัดแสงจะลดลงบ้าง จากการทดสอบถ่ายภาพหลายร้อยภาพ จะพบว่าบางภาพมืดกว่าความเป็นจริง (under exposure) อยู่ประมาณ 3-5%


Standard                                                    Portrait


Neutral                                                    Landscape

Faithful                                                    Monochrome

สีสันของภาพที่ได้จาก 400D จัดว่าให้สีสดที่สดใส เข้ม อิ่มตัวดี นอกจากนี้ Canon EOS 400D ยังมีฟังค์ชั่นปรับแต่งสีภาพได้ตามต้องการ ซึ่ง Canon ตั้งชื่อว่า Picture Style ซึ่งมีให้เลือกได้แก่ Standard, Portrait, Landscape, Neutral, Faithful, Monochrome

ความจริงแล้วฟังค์ชั่นปรับแต่งสีภาพนี้ใน DSLR ยี่ห้ออื่นๆ ก็มีเหมือนกัน แต่ว่าทาง Canonได้ปรับปรุงให้มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูงขึ้น สามารถปรับแต่งได้หลายระดับ และคุณยังสามารถสร้างรูปแบบ (Profile) ที่คุณชื่นชอบ หรือดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ Canon เพิ่มเติมได้อีก 3 แบบ


ISO Test

Canon EOS 400D สามารถปรับค่า ISO ได้ตั้งแต่ ISO 100, 200, 400, 800 และ 1600 ซึ่ง 400D ไม่สามารถตั้ง ISO ให้เป็น Auto ได้ในโหมดถ่ายภาพกึ่งอัตโนมัติ ได้แก่ P, AV, TV cและ M ซึ่ง Auto ISO จะทำงานเฉพาะในโหมดโปรแกรมสำเร็จรูปเท่านั้น เช่น Auto, Portrait, Landscape

ISO 100



<<คลิกดูภาพขนาดจริง>>

ISO 200

จากการทดสอบถ่ายภาพด้วย ISO ต่างๆ ตั้งแต่ 100 - 1600 Canon EOS 400D สามารถใช้งานได้ดีมาก ตั้งแต่ ISO 100 – 800 ปรากฏ Noise น้อยมาก และยังคงเก็บรายละเอียดและสีสันของภาพได้เป็นอย่างดี

สำหรับ ISO 1600 ก็ยังใช้งานได้ดี แม้จะมี Noise เพิ่มขึ้นบ้าง แต่ยังสามารถนำไปพิมพ์ภาพขนาดใหญ่ระดับ 300 DPI ได้อย่างไม่มีปัญหา ถือว่า Canon EOS 400D สามารถจัดการ Noise ใน ISO สูงได้ในระดับแนวหน้า เหมือนที่ผ่านๆ มา

ซอฟต์แวร์ที่แถมมากับกล้อง Canon EOS 400D มีมาให้จุใจทีเดียวครับได้แก่

  • Canon ZoomBrowser EX 5.7 - โปรแกรมจัดการภาพถ่าย โหลดภาพ ดูภาพ แต่งภาพ พิมพ์ภาพ ทั่วๆ ไป    

  • Canon EOS Utility 1.1 – โปรแกรมจัดการและ ปรับแต่งกล้อง Canon คุณสามารถเชื่อมต่อกล้องผ่านสาย USB แล้วปรับแต่งค่าต่างๆ เช่น Picture Style ได้ผ่านทางโปรแกรมนี้ และยังสามารถถ่ายภาพแล้วโหลดลงคอมพิวเตอร์ได้ทันทีอีกด้วย

  • Canon EOS 400D WIA driver – ไดรเวอร์ที่ใช้ควบคู่กับ Canon EOS Utility

  • Canon PhotoStitch 3.1 – โปรแกรมต่อภาพถ่าย แบบ Panorama

  • Canon Digital Photo Professional 2.2 – โปรแกรม แต่งภาพ และแปลงไฟล์ RAW ความสามารถสูง สามารถเปิดไฟล์ RAW นามสกุล .CR2


สำหรับ Mac ก็ไม่ต้องน้อยใจ มีมาให้ 2 โปรแกรมคือ Image Browser, Canon EOS Utility และ Canon Digital Photo Professional ซึงเป็นแบบ Universal Binaries (Intel / PowerPC) ซึ่งโปรแกรมทั้งหมด คุณไม่จำเป็นต้องลงทั้งหมดก็ได้ สามารถเลือกลงเท่าทีจำเป็นครับ

มาดูโปรแกรม Digital Photo Professional กันบ้างดีกว่า โปรแกรมนี้ได้พัฒนามาถึงเวอร์ชั่น 2.2 แล้ว ทำให้ปรับปรุงการทำงานต่างๆ ได้ลงตัว และดีมากยิ่งขึ้น รูปร่างหน้าตาสวยงามดี และใช้งานง่าย

จุดเด่นที่สำคัญของโปรแกรมนี้ คือความเร็วในการทำงานของโปรแกรม คุณสามารถปรับแต่งภาพต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว แทบไม่ต้องรอการประมวลผล แต่เครื่องมือในการตกแต่งภาพค่อนข้างน้อยไปนิด

 


ในที่สุดก็มาถึงหน้าสุดท้ายกันแล้วนะครับ หลังจากทดลองใช้งานมาระยะเวลาหนึ่ง หลายๆ คนมักจะถามว่า Canon EOS 400D แตกต่างจาก 350D มากน้อยเพียงใด เพราะเมื่อดูจากรูปร่างหน้าตาแล้ว แทบจะแตกต่างกันน้อยมาก เมื่อดูด้วยตาเปล่า

แต่เมื่อได้ลองสัมผัสด้วยมือ ดูกันในรายละเอียดแล้ว 400D ปรับปรุงเรื่องพื้นผิววัสดุการจับถือให้จับติดมือมากขึ้นเล็กน้อย และปรับปรุงเมนูการใช้งานทั้งในหน้าจอ LCD ขนาด 2.5 นิ้ว ให้ใช้งานง่าย ปรับปรุงการบอกรายละเอียดในช่องมองภาพใหม่ ทั้งหมดเพื่อให้ใช้งานง่ายขึ้นนั้นเอง

ถึงอย่างไรก็ตามสำหรับคนที่คุ้นเคยกับกล้องดิจิตอล SLR ทั่วไป อาจจะรู้สึกอึดอัดกับกริปจับที่มีขนาดเล็ก เมื่อจับถือนานๆ มักจะเกิดความเมื่อยล้า เพราะต้องใช้ปลายนิ้วจิกลงไป สำหรับคนที่คุ้นเคยกับกล้องดิจิตอลคอมแพ็คจะเคยชินได้ไม่ยาก เพราะกล้องคอมแพ็คก็มีกริปจับไม่ใหญ่มากนัก


มาดูเรื่องประสิทธิภาพกันบ้าง กล้อง Canon EOS 400D จัดว่าเป็นกล้องประสิทธิภาพสูงเกินตัว ทั้งด้านความเร็วในการทำงาน ระบบป้องกันฝุ่นบนเซนเซอร์ ความเร็วในการโฟกัสภาพ คุณภาพของภาพถ่ายที่ดี Noise ที่ต่ำมากแม้ใน ISO ที่สูง จอ LCD ที่แสดงผลใกล้เคียงกับไฟล์ภาพจริง (แค่ใกล้เคียงนะครับ) ซึ่ง Canon ได้ปรับปรุงสิ่งที่ดีอยู่แล้วใน 350D ให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีกใน 400D

แต่ก็มีจุดที่ขัดใจสำหรับผู้ใช้บางคนอยู่บ้าง เช่น จอ LCD ที่ตัดแสงสะท้อนได้ไม่ดีนัก ระบบ White Balance ที่ดูไม่ค่อยนิ่ง รวมถึงระบบวัดแสงที่ไม่นิ่งในบางสถานการณ์ โหมด Playback ไม่สามารถแสดงรายละเอียดทางยาวโฟกัสได้ ไม่สามารถปรับ Auto ISO ได้ในโหมดกึ่งอัตโนมัติได้ ซึ่งก็เป็นข้อจำกัดเล็กๆ น้อยๆ ใน 400D

เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพต่อราคาแล้ว กล้อง Canon EOS 400D จัดเป็นกล้องประสิทธิภาพสูงคุ้มค่า คุ้มราคามากทีเดียวครับ

จุดเด่น

+ คุณภาพภาพถ่ายที่ดี
+ Noise น้อยแม้ ISO สูง
+ ระบบการทำงานรวดเร็ว
+ Picture Style มีความยืดหยุ่นสูง
+ ระบบกำจัดฝุ่นประสิทธิภาพสูง

ข้อสังเกต

- ระบบ White Balance ไม่นิ่ง
- ระบบวัดแสง มีข้อจำกัด
- Flash Under exposure
- เลนส์ Kit ช่วงซูมสั้น 18-55 มม.