Review : ASUS ZenBook 15 UX533 โน้ตบุ๊คครบครันด้วยหน้าจอที่เต็มตาพร้อมประสิทธิภาพที่ตรงใจ !!

By เฮียแม็พ | 11 ม.ค. 2562 14:16:55 (อัพเดต 16 ม.ค. 2562 16:05:34)  | 15797 Views

Review : ASUS ZenBook 15 UX533 โน้ตบุ๊คครบครันด้วยหน้าจอที่เต็มตา
พร้อมประสิทธิภาพที่ตรงใจ
!!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับโน้ตบุ๊คตัวใหม่ล่าสุดที่เพิ่งจะเปิดตัวไปหมาดๆเลยกับ ZenBook 15 จาก ASUS นั่นเอง แน่นอนว่าจุดเด่นของ ZenBoo 15 UX533 รุ่นนี้ก็คือสเปคที่จัดเต็มพร้อมใช้งานได้เป็นอย่างดีในขนาดที่พกพาได้ง่าย รวมไปถึงหน้าจอที่เต็มตากว่าเคยด้วยเทคโนโลยีแบบใหม่ขอบหน้าจอที่บางเฉียบจนได้ชื่อว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่เล็กที่สุดในโลกเลยด้วย เอ้าๆ เกริ่นมาแบบนี้แล้ว อย่ารอช้าครับมาอ่านรีวิวของ ASUS ZenBook 15 รุ่นนี้ไปพร้อมๆกันเลยดีกว่า :D

สเปค ASUS ZenBook 15 UX533

  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home
  • หน้าจอ LED 15.6" Full-HD (อัตราส่วน 16:9)
  • หน่วยประมวลผล Intel Core i7 8565U Quad-core 1.8GHz
  • กราฟิก NVIDIA GeForce GTX 1050 Max-Q
  • แรม 16GB LPDDR4 2400MHz
  • ความจุ 512GB PCle SSD
  • พอร์ตการเชื่อมต่อ USB Type-C Gen 2 x1, USB 3.1 Type-A x1, USB 3.0 Type-A x1, HDMI x1, SD Card Reader x1, Headphone Jack
  • ขนาดตัวเครื่อง 1.79 x 35.4 x 22.0 ซม.
  • น้ำหนัก 1.69 กก.

เริ่มกันที่สเปคกันก่อนเลย สำหรับ ZenBook 15 UX533 นั้นมาพร้อมกับสเปคภายในที่พร้อมทำงานทั่วๆไปจนถึงทำงานด้านกราฟิกหนักๆได้เลย ด้วยหน่วยประมวลผล Intel Core i7 8th Gen, แรม 16GB, ความจุ 512GB และมีการ์ดจอแยก GeForce GTX 1050 Max-Q อีกด้วย ประสิทธิภาพการทำงานเรียกว่าหายห่วงสำหรับสายกราฟิกตัดต่อเลยล่ะ

รูปลักษณ์สวยงาม ตัวเครื่องไซส์เล็กในหน้าจอขนาดใหญ่ !

มาต่อกันในเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกที่ก็ดูจะเป็นปัจจัยหลักของการเลือกซื้อโน้ตบุ๊คสักเครื่องในยุคนี้เช่นกัน สำหรับ ZenBook 15 UX533 นั้นก็มาพร้อมกับหน้าตาทรงคุ้นเคยของทาง ASUS เขากับสีสุดคลาสสิค Royal Blue น้ำเงินเข้มตัดกับสีทองได้อย่างลงตัว

หน้าจอของ ZenBook 15 UX533F ก็มาในขนาด 15.6 นิ้วตามชื่อรุ่นแต่จะสังเกตได้ชัดเลยว่าตัวขอบจอนั้นบางเฉียบเอามากๆ เหลือแถบสีดำๆแค่เพียงนิดเดียวเท่านั้น ตรงนี้ทาง ASUS ก็บอกว่าเป็นเทคโนโลยี Nano Edge แบบใหม่ที่ลดขนาดขอบจอให้เล็กสุดที่ 3 มม.เท่านั้นเอง ทำให้ได้ตัวสัดส่วนหน้าจอกับตัวเครื่องมากถึง 92% กันเลยล่ะ

ชนิดหน้าจอของรุ่นนี้จะเป็นแบบ LED ที่ความละเอียด Full-HD ในเรื่องการแสดงผลค่าสี sRGB 100% แถมยังได้มุมมองกว้างถึง 178 องศา เรียกว่าจอนั้นแสดงผลได้สวยงามและคมชัดเอามากๆ อัตราส่วนหน้าจอของรุ่นนี้เป็น 16:9 ก็เหมาะกับการใช้งานคอนเทนต์ด้านความบันเทิงอย่างมาก จะเล่นเกม ดูหนัง หรือตัดต่อต่างๆทำได้ดีทีเดียว

ถึงแม้ขอบหน้าจอจะบางเฉียบแบบนี้ แต่ตัวกล้องต่างๆก็ไม่ได้ถูกตัดออกไปหรือซ่อนไว้ที่ไหน ยังคงอยู่ในตำแหน่งด้านบนชัดเจนแบบที่เราคุ้นเคยนี่แหละ นอกจากนี้บนแถบเหนือหน้าจอตรงนี้ยังมีตัวกล้อง Infrared สำหรับใช้งานในเรื่องของระบบปลดล็อคด้วยใบหน้าผ่าน Windows Hello ด้วยนะ ไม่ใช่มีแค่กล้องหน้าวางไว้แค่นั้น

ตัวแป้นพิมพ์ของรุ่นนี้เมื่อเปิดขึ้นมาก็จะมีกลไก ErgoLift ที่เราเคยเห็นบน ZenBook S ด้วย แต่มุมองศาอาจจะไม่เยอะเท่า ยกขึ้นมา 3 องศา แต่ก็ยังช่วยให้การวางมือต่างๆทำได้ดีเหมาะกับการพิมพ์อยู่ครับ

ตัวแป้นมาในแบบ Full-Sized มี NumPad มาให้ด้วย ตัวปุ่มกดต่างๆอยู่ในไซส์มาตรฐานไม่ได้ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป รับเด้งกับการกดต่างๆได้เป็นอย่างดีครับ

ภายใต้คีย์บอร์ดจะมีไฟ Backlit ให้เลือกเปิดได้ 3 ระดับ กดเปิด-ปิดได้ที่ปุ่ม f7 เลยครับ

ในส่วนของปุ่ม Power จะอยู่ที่มุมขวาบนสุดพร้อมกับมีไฟแจ้งสถานะการเปิดเครื่องอยู่ด้วย แต่ด้วยความที่ปุ่มมี Numpad แยกออกมาด้วย ทำให้ไม่เผลอไปกดโดนปุ่ม Power เอาบ่อยๆ เพราะคิดว่าเป็นปุ่ม Delete เนอะ

ตัว TouchPad มาในขนาดมาตรฐานไม่ได้ใหญ่แบบเว่อวัง แต่ก็ใช้งานได้อย่างราบรื่นดีครับ รวมถึงระบบ Multi Touch Gesture ด้วยครับ

ตัวแถบด้านบนจะมีการตัดขอบสีทองพร้อมทำลวดลายเป็นจุดๆให้ดูหรูหรามากขึ้น พร้อมกับคำว่า ASUS ZenBook แปะอยู่ตรงนี้ด้วย อันนี้ทาง ASUS บอกว่าได้แรงบันดาลใจมาจากแสงสีทองที่ตัดกับขอบฟ้าในยามเย็น พอรู้แบบนี้แล้วยิ่งดูหรูหราเข้าไปใหญ่เลยล่ะ :D

พอร์ตการเชื่อมต่อของรุ่นนี้ถึงแม้ว่าจะเป็นเน้นการพกพา แต่ก็ให้มาครบครันครับ ด้านขวามือมีช่องใส่ SD Card, USB Type-C Gen 2, USB 3.1 Type-A และ HDMI ครับ

ส่วนด้านซ้ายมือจะมีแจ็คหูฟัง 3.5 มม., พอร์ต USB 3.0 Type-A และช่องระบายความร้อน

ฝาหลังของรุ่นนี้ก็ยังคงเอกลักษณ์ของ ZenBook ด้วยการใส่ความแวววาวคล้ายขดน้ำวนออกมาจากตรงโลโก้ ASUS สีเงินตรงกลางแบบนี้

มุมมองของหน้าจอที่สามารถเปิดได้สูงสุดจะอยู่ที่ 141 องศาและตัว ErgoLift ยกทำมุมสูงสุดได้ที่ 3 องศาอย่างในภาพนี้เลยครับ

พลิกเครื่องกลับมาจะเห็นว่าด้านใต้มีฐานที่เป็นยางวางไว้ 4 จุด 4 มุม รวมถึงตัวลำโพงหลักของตัวเครื่อง 2 ตัวอยู่ด้วยครับ

ความบางโดยรวมเมื่อปิดฝาลงมาจะอยู่ที่ 1.79 ซม. และน้ำหนักอยู่ที่ 1.69 กก. เท่านั้น ด้วยขอบหน้าจอที่บางลงทำให้ตัวเครื่องมีขนาดที่ไม่ใหญ่มาก ในไซส์นี้ปกติเราได้แค่หน้าจอเพียง 14 นิ้วเท่านั้น แต่บน ZenBook 15 UX533 นี่เราได้หน้าจอมาถึง 15.6 นิ้วเลยทีเดียวล่ะ

ในส่วนของการพกพารุ่นนี้ก็มีซองผ้าแถมมาให้ในกล่องด้วย ซองจะพอดีตัวเครื่องเลยใช้ติดตัวออกไปข้างนอกได้อย่างดีครับ :D

ตัวเครื่องแข็งแรงทนทานมาตรฐานระดับกองทัพ !

ในเรื่องความแข็งแรงทนทาน มองเผินๆเห็นตัวเครื่องบางๆเบาๆแบบนี้ อาจจะดูไม่น่าจะสมบุกสมบันสักเท่าไรห่ แต่ขอบอกเลยว่า ZenBook 15 UX533 รุ่นนี้นั้นมาพร้อมกับมาตรฐานความถึกทนระดับกองทัพเลยนาจา ซึ่งรุ่นนี้ก็ได้มาตรฐานแบบ MIL-STD 810G ที่เน้นความทนทานด้านการตกกระแทก, อุณหภูมิต่างๆได้เป็นอย่างดีเลยด้วยครับ หายห่วงเรื่องความคงทนไปได้เลย

Windows แท้ ใช้งานได้เลย !

ในเรื่องของระบบปฏิบัติการ ทาง ASUS ไม่ต้องห่วงเลยเพราะมีการผูก Windows แท้มาให้ในโน้ตบุ๊คทุกรุ่นแล้ว ซึ่งบน ASUS ZenBook 15 UX533 ก็ให้ Windows 10 Home มาให้เลย ไม่ต้องกังวลว่าซื้อเครื่องแล้วจะต้องมาติดตั้ง Windows เพิ่มแล้วครับ

หน้าจอสวยจัดเต็ม ขอบบางเฉียบ !

จุดเด่นหลักของรุ่นนี้ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของหน้าจอที่แสดงผลได้เต็มตา ด้วยการลดขอบหน้าจอลงอย่างมาก ทำให้เราได้หน้าจอที่ใหญ่ขึ้นในขนาดเครื่องที่พอๆกับรุ่นเดิม อย่าง ZenBook 15 UX533 นี้ก็ได้หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full-HD การแสดงผลทำได้แม่นยำและมุมมองกว้างมากๆ จะใช้ทำงานนานๆหรือใช้ดูพวกวิดีโอ หนังความละเอียดสูงทำได้ดีเลย

และยิ่งเป็นอัตราส่วนหน้าจอแบบ 16:9 ที่เป็นมาตรฐานของคอนเทนต์ก็ช่วยให้แสดงผลได้เต็มตามากขึ้น ไม่มีเหลือขอบดำเข้ามาเวลาจะเล่นเกมก็ปรับความละเอียดหน้าจอได้สูงสุดไปเลย

ค่าแสดงผลสีแบบ sRGB ของ ZenBook 15 นี้ก็ทำได้ถึง 100% เลยทีเดียว ทำให้เวลาใช้งานด้านกราฟิกนั้นทำได้สะดวกสุดๆ เพราะค่าสีต่างๆก็เรียกว่าตรงเป๊ะกันเลยล่ะ

ลำโพงคู่ฟังเพลงก็กระหึ่ม !

ในส่วนของลำโพงคู่ของ ZenBook 15 นั้นก็ให้พลังเสียงที่ดังและมีมิติใช้ได้ ถึงแม้ตัวลำโพงจะอยู่ที่ด้านล่างของตัวเครื่องก็ตามแต่การใช้งานจริงเสียงที่ได้ก็จะส่งตรงมาให้ที่ตัวเราเต็มๆด้วยครับ

เล่นเกมก็สบายๆ !

ในส่วนของการเล่นเกมบน ZenBook 15 UX533 นี้ก็ถือว่าทำได้ดีทีเดียวครับ เพราะมาพร้อมกับการ์ดจอแยก GTX 1050 Max-Q พร้อมกับหน่วยประมวลผล Intel Core i7 8th Gen ที่ถึงแม้จะเป็นโมเดล U ที่ประหยัดพลังงาน แต่พอมาบวกรวมเข้าด้วยกันแบบนี้ก็ใช้งานด้านการเล่นเกมได้โอเคอยู่

อย่างเกม Overwatch นี่สามารถปรับคุณภาพกราฟิกได้ที่ระดับ Ultra เล่นกันได้ลื่นๆ เฟรมเรตอยู่ที่ราวๆ 58 - 70fps เลยทีเดียวครับ เรียกว่าถ้าอยากใช้ด้านการเล่นเกมเจ้า ZenBook 15 UX533 นี้ก็เอาอยู่

ทำงานเป็นยังไงบ้างล่ะ !?

ในส่วนของการทำงานทั่วๆไปด้านเอกสารหรือท่องเว็บไซต์ต่างๆรุ่นนี้ก็ทำได้ดีครับ ด้วยประสิทธิภาพภายในที่ใช้งานได้อย่างเหมาะสม มีการ์ดจอแยกมาให้ ทำงานด้านกราฟิกลื่นไหล รวมถึงการพิมพ์ต่างๆก็ทำได้ดีเพราะตัวกลไก ErgoLift ที่ช่วยให้มุมและองศาของการวางมือนั้นเหมาะสมมากขึ้น

พอร์ตการเชื่อมต่อก็ให้มาค่อนข้างครบ มี USB Type-A มาให้ 2 พอร์ตจะเสียบเมาส์หรือแฟรชไดฟ์ก็ทำได้ทันที หรือจะเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ใหม่ๆที่เป็น Type-C ก็มีมาให้ด้วย แถมยังเป็นตัว Gen 2 ที่รองรับการส่งข้อมูลที่ความเร็วสูงสุด 10Gbps อีกต่างหากช่องใส่ SD Card ก็มีมาให้เลย ไม่ต้องไปพึ่งอุปกรณ์อื่นๆมาเสียบพ่วงจะเอารูปจากกล้องลงคอมก็ง่ายๆเสียบปั๊วเข้าให้ได้เลยครับ สะดวกดี

ส่วนคนที่ต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ความเร็วเต็มสปีดผ่านสาย LAN ในกล่องก็จะมีตัวแปลงสาย LAN เป็นพอร์ต USB Type-A มาให้ด้วย ก็สามารถเสียบใช้งานได้เลยเช่นกันครับ

แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานอีกต่างหาก !

เรื่องแบตเตอรี่ก็ดูจะเป็นส่วนสำคัญของโน้ตบุ๊คยุคนี้เช่นกัน เราคงไม่อยากจะพกอแดปเตอร์ชาร์จไฟไปทุกหนแห่งเพียงเพราะกลัวแบตฯหมดระหว่างวันหรอก สำหรับ ZenBook 15 UX533 ตัวนี้ก็มาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ยาวนานกว่า 15 ชม. เลยทีเดียว จากการทดสอบใช้จริงมาก็ถือว่าอึดใช้ได้เลย เวลาพกไปทำงานข้างนอกชาร์จแบตฯมาเต็มๆก็ทำงานได้อย่างราบรื่นไม่ต้องกลัวจะหมดระหว่างวันเนาะ

สรุปเลยละกัน

สำหรับ ASUS ZenBook 15 UX533 นี้ก็ถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่เน้นการใช้งานได้อย่างครบครันดีมากๆ ทั้งในเรื่องของขนาดตัวเครื่องที่ไม่ใหญ่เทอะทะจนเกินไปบวกกับดีไซน์ที่สวยหรู เหมาะสำหรับการพกออกไปทำงานข้างนอกได้อย่างลงตัว มีแฟ้นพิมพ์ที่ยกขึ้นมาได้ด้วยกลไก ErgoLift ใช้งานได้ถนัด รวมถึงเรื่องสเปคภายในก็เพียบพร้อมสำหรับการใช้งานแบบจริงจัง จะทำงานด้านกราฟิกตัดต่อหรือเล่นเกมกราฟิกกลางๆค่อนสูงก็ทำได้อย่างดี รวมๆแล้วเจ้า ZenBook 15 UX533 นี้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับเพื่อนๆที่อยากได้โน้ตบุ๊คที่ครบครันต่อการใช้งานในราคาที่พอเหมาะพอเจาะจริงๆครับ :D

ราคาค่าตัวของ ASUS ZenBook UX533 อยู่ที่ 45,990 บาท

จุดเด่น

  • ตัวเครื่องดีไซน์สวยหรูด้วยสีทองตัดกับน้ำเงิน
  • หน้าจอขนาดใหญ่พร้อมขอบจอที่บางเฉียบ
  • อัตราส่วนหน้าจอ 16:9 เหมาะกับคอนเทนต์ด้านความบันเทิง
  • มีกลไก ErgoLift ยกแป้นพิมพ์ให้เหมาะสมเวลาใช้งาน
  • สเปคเร็วแรง ตอบโจทย์การใช้งาน มีการ์ดจอแยก

จุดสังเกต

  • ไม่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้
  • บอดี้เก็บรอยนิ้วมือค่อนข้างง่าย

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite

Related Topics