Review: Microsoft Surface Pro แท็บเล็ตเพื่อนักธุรกิจแอบติดเล่นเกมส์!

ป๋าเอก | 21 มิ.ย. 2556 12:16:17 (อัพเดต 21 มิ.ย. 2556 16:10:47)

25582

VIEWS ป๋าเอก

:: Review: Microsoft Surface Pro แท็บเล็ตเพื่อนักธุรกิจแอบติดเล่นเกมส์! ::

สวัสดีครับทุกท่าน กลับมาพบกับ ป๋าเอก TechXcite กันอีกเช่นเคยกับการ Review ของเล่น IT เด็ดๆโดนๆที่เราหามาฝากชาว TechXcite กันอยู่เสมอ คราวนี้ถึงเวลาที่ชาว Windows 8 จะได้ดี๊ด๊ากันเสียทีหลังจากที่พักหลังมีแต่อุปกรณ์ iOS หรือ Android กันมาตลอด ล่าสุดผมได้รับแท็บเล็ต Surface Pro บนระบบปฏิบัติการ Windows 8 จากค่าย Microsoft มาลองเล่นดูก็พบว่ามันมีอะไรที่น่าสนใจดีหลายอย่างเลยขอหยิบมา Review ให้ได้อ่านกันซักหน่อย 

สำหรับสเปคคร่าวๆของ Surface Pro ตัวที่ผมได้มารีวิวก็ประมาณนี้เลยครับ

  • หน่วยประมวลผล Intel Core i5 3rd Generation
  • Intel HD Graphics 4000
  • 4GB RAM
  • หน้าจอแบบ ClearType ขนาด 10.6 นิ้วความละเอียด Full HD (1920*1080 พิกเซล) รองรับมัลติทัช 10 จุด
  • หนา 13.5 มม. น้ำหนัก 900 กรัม
  • กล้องหน้าและกล้องหลังรองรับภาพ/วิดีโอความละเอียด HD 720p
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 8
  • ความจุมีให้เลือกทั้ง 64GB และ 128GB (ผมได้อย่างหลังมา) เพิ่มความจุได้ผ่านเมมฯ microSDXC
  • รองรับ USB 3.0, WiFi, Bluetooth 4.0
  • มาพร้อมปากกาสไตลัสในตัว

นี่แหละครับหน้าตาของ Surface Pro เวลาไม่ได้หยิบจับไว้ใช้ในมือก็สามารถกางขาตั้ง kickstand ออกมาตั้งตัวเครื่องได้เลย

โดยทาง Microsoft บอกว่าตัวเครื่อง Surface Pro นั้นผลิตขึ้นมาจากวัสดุประเภทแมกนีเซียมที่มีความคงทนและเบาดีทีเดียว แต่ส่วนตัวผมแล้วยังแอบเสียวอยู่ตลอดเวลาว่าเครื่องจะเป็นรอยง่ายเหลือเกินกับวัสดุแนวๆนี้ครับ

กล้องหลังของ Surface Pro แม้จะรองรับแค่ไฟล์ภาพและวิดีโอ HD 720p อารมณ์ประมาณยุค iPad 2 ซึ่งแม้ว่าจะน้อยมากสำหรับแท็บเล็ตยุคนี้ แต่มีข้อดีอยู่อย่างหนึ่งคือแม้ว่ากล้องจะดูเหมือนว่าเป็นมุมกดเวลาถ่ายคงต้องยกเครื่องให้เชิดขึ้น แต่ปรากฏว่าเปล่าเลยครับคือเราสามารถทำเป็นเนียนเล่นแท็บเล็ตอยู่โดยที่ยังสามารถ่ายภาพได้ในแนวตรง (อันนี้แปลกดี) เหมาะสำหรับคนที่ชอบแอบถ่ายหรือเปล่าน้อ :P

พอร์ตสำหรับเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่จะเป็นแม่เหล็กครับอารมณ์ประมาณ MagSafe ของเครื่อง Mac ตำแหน่งเดียวกับที่ไว้สำหรับเสียบปากกาสไตลัสนั่นแหละฮะทำให้เวลาใช้งานอาจมีการสองจิตสองใจว่าจะเสียบสายชาร์จหรือวางปากกาดีกันแน่ ตรงนี้ถ้า Microsoft เพิ่มเข้ามาอีกซักพอร์ตก็คงจะเด็ดไม่น้อยฮะ

อีกหนึ่งความเจ้าคิดของ Microsoft ก็คือในฝั่ง Adapter ของ Surface Pro ที่มีพอร์ต USB มาให้อีกอันหนึ่งไว้สำหรับชาร์จแบตเตอรี่มือถือหรือแท็บเล็ตเครื่องอื่นเพิ่มโดยเฉพาะในกรณีที่สมมติว่าเรามีปลั๊กเพียงรูเดียวก็ยังสามารถชาร์จอุปกรณ์อื่นร่วมไปด้วยได้ครับ

โดยนอกจากตัวเครื่อง Surface Pro แล้วทาง Microsoft ยังใจดีแถมคีย์บอร์ดมาให้ทดลองใช้กันถึงอีก 2 แบบ (แต่เวลาขายขายแยกนะท่าน 555+) คือแบบ Touch Cover และ Type Cover โดย Touch Cover นั้นจะเป็นคีย์บอร์ดแบบกึ่งสัมผัสเป็นฝาเรียบๆประมาณที่รองเมาส์และเราสามารถพิมพ์สัมผัสกันได้ตามสะดวก ส่วน Type Cover นั้นจะเป็นคีย์บอร์ดมาตรฐานทั่วไป (น้องแป้งเรียกว่าคีย์บอร์ดต๊อกแต๊กซึ่งผมชอบคำนี้นะ) สำหรับคนที่อาจจะไม่ถนัดกับการพิมพ์นิ้วลงไปบนแผ่นเรียบๆแทนที่จะเป็นแป้นคีย์บอร์ดทั่วไปครับ อ้อ! แล้วที่ใช้คำว่า Cover มาสร้อยต่อท้ายเพราะคีย์บอร์ดทั้งสองแบบนี้สามารถพับกลับหลังมาเป็นเหมือนเคสตัวเครื่องให้เราแบบเนียนๆได้อีกด้วยครับ

วิธีการใช้งานก็ง่ายมากเพราะตัวเครื่อง Surface Pro ของเราจะมีพอร์ตที่เป็นแม่เหล็กอยู่ด้านล่างตัวเครื่องด้วย เพียงเอา Touch Cover หรือ Type Cover ไปจ่อๆไว้แถวๆนั้นมันก็จะดูดติดกันดังกรึ๊บเข้าล็อคกันพอดีแบบแน่นใช้ได้ ผมลองจับคีย์บอร์ดแล้วถือเครื่อง Surface Pro แบบห้อยหัวก็ยังพบว่าตัวเครื่องห้อยโตงเตงแบบไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่ถ้ากระชากแรงๆก็คงจะหลุดละครับ แหม่ๆๆ

ดูกันชัดๆกับพอร์ตทั้งหมดของ Surface Pro ด้านขวามือพอร์ตแม่เหล็กสำหรับเสียบสายชาร์จกับแปะปากกาสไตลัส, พอร์ต Mini Display สำหรับต่อออกจอใหญ่ แล้วก็ช่องใส่ MicroSDXC Card เพิ่มเมมฯนอกครับ

ส่วนทางด้านซ้ายมือนี่จะมีช่องเสียบหูฟังมาตรฐาน 3.5 มม., ปุ่มปรับระดับเสียง แล้วก็พอร์ต USB 3.0 อีกหนึ่งตัวฮะ

ทีนี้มาว่ากันถึงเรื่องของการใช้งานกันบ้าง โดยในคราวนี้ผมขอแตกประเด็นออกเป็นสองช่วงซึ่งน่าจะเป็นคำถามของคนที่ตั้งใจจะซื้อ Surface Pro มาใช้งานอยู่แล้วแต่ยังลังเลว่าจะฟาดเลยดีหรือไม่ ซึ่งจะว่าไปแล้วจุดประสงค์การใช้งานของคนทั้ง 2 กลุ่มนี้ผมว่าต่างกันโดยสิ้นเชิงเลยนะ คือฝั่งหนึ่งก็เป็นนักธุรกิจหรือคนที่มีงานรัดตัวแล้วอยากซื้อ Surface Pro มาเพื่อใช้จัดการงานเอกสารเป็นหลัก ในขณะที่อีกฝั่งหนึ่งก็เป็นเหล่าเกมเมอร์ทั้งหลายที่อยากจะได้ Surface Pro มาลงเกมส์ PC ดูซักตั้งเพราะคิดว่ามันดีตรงสเปคประมาณ Ultrabook แถมยังพกพาได้ง่ายสุดๆอีกต่างหาก

มาดูกันสิว่า Surface Pro จะตอบสนองความต้องการของคนทั้ง 2 กลุ่มนี้ได้ดีขนาดไหนกันครับ :)

Surface Pro for Work

  • แน่นอนว่าจุดขายหลักของ Surface Pro นั้นก็ต้องอยู่ที่ระบบปฏิบัติการ Windows 8 ที่มีจุดเด่นในเรื่องของ Live Tiles หรือ Widget ข้อมูลต่างๆที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งถ้าให้ผมมองในมุมของนักธุรกิจก็คิดว่า Live Tiles นั้นน่าจะเหมาะกับการตรวจเช็คอัตราการซื้อขายในตลาดหุ้นเป็นอย่างยิ่งเพราะระบบจะทำการอัพเดทข้อมูลให้กับเราอยู่ตลอดเวลาโดยที่ไม่ต้องเข้าไปในแอปฯหลักด้วยซ้ำ แถมเรายังสามารถปักหมุดพอร์ตหุ้นสำคัญๆที่ต้องการตรวจเช็คไว้ในหน้าเมนูหลักได้ด้วย 
  • แต่ถึงแม้ว่าจะราคาสูงกว่าชาวบ้านเขาพอสมควรก็มีอยู่อย่างหนึ่งที่คนใช้ Surface Pro ไม่ต้องซื้อเพิ่มเหมือนแท็บเล็ตเจ้าอื่น ผมหมายถึงเรื่องของ Kickstand หรือขาตั้งที่ Surface Pro มีมาให้ในตัวนี่แหละคืออย่างน้อยๆเราไม่ต้องไปซื้อเคสมาใส่เพิ่มแน่นอน แถม Microsoft เขาบอกมาว่าองศาในการตั้ง kickstand ของพวกเขานั้นเหมาะกับการใช้งานที่สุดแล้วซึ่งจากที่ผมลองมาก็โอเคเลยละ เวลาตั้งโต๊ะดูหนังหรือพิมพ์งานแล้วมันดูสบายตามากเลยครับ
  • และถ้าจะมีข้อให้ต้องตำหนิอยู่พอสมควรกับ Surface Pro ก็คงจะเป็นเรื่องที่ว่ามันออกแบบมาเพื่อการใช้งานเยี่ยงนักธุรกิจก็จริง แต่ตัวเครื่องจะไม่มีโปรแกรม Microsoft Office มาให้นะครับ (ถ้าอยากได้ต้องซื้อเพิ่มเอง) ซึ่งตรงนี้พอไปเปรียบเทียบกับตัว Surface RT ที่รุ่นนั้นให้โปรแกรม Microsoft Office Mobile มาด้วยก็เลยแอบเซ็งไม่ได้เหมือนกัน แต่ก็พอเข้าใจว่ากลุ่มลูกค้าของ Surface Pro น่าจะเป็นนักธุรกิจที่มีงบพอที่จะซื้อโปรแกรม Microsoft Office ได้แบบสบายๆละเนอะ
  • เรื่องของพอร์ต USB เองก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กันในการทำงานออฟฟิศที่ต้องมีการจุ๊บกันอยู่ตลอดเวลา...คือผมหมายถึงเอา Thumb Drive หรือ External HDD มาเสียบโอนไฟล์ไปมาอะนะ 555+ ซึ่งใน Surface Pro นั้นนอกจากจะมีพอร์ต USB มาให้โดยตรงหนึ่งพอร์ตแล้วมันยังเป็น USB 3.0 เสียด้วยซึ่งจะต่างจากเวอร์ชั่น Surface RT ที่ตัวนั้นเป็นแค่ USB 2.0 ครับ เรื่องการถ่ายโอนไฟล์ก็ง่ายเลยใช้เสียบ USB เข้าเครื่องตรงๆไม่ต้องผ่านอแดปเตอร์อะไรอีกก็สะดวกไปอีกแบบฮะ
  • นี่ก็สำคัญไม่แพ้กันกับเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลในการใช้งาน Surface Pro ที่หากเป็นแท็บเล็ตทั่วไปก็อาจจะได้แค่ปลดล็อคหน้าจอด้วยเลข 4 ตัวมาตรฐานที่อาจจะมีสิทธิ์เดารหัสถูกได้ง่าย แต่ถ้าเป็น Windows 8 แบบนี้แน่นอนว่าจะมาพร้อมระบบปลดล็อคหน้าจอแบบใหม่ Picture Password ที่จะให้เราตั้งรหัสผ่านด้วยการลาก pattern บนหน้าจอไม่ว่าจะเป็นวงกลมหรือเส้นตรงอะไรก็ตามแต่ที่คุณกำหนดซึ่งจะเพิ่มความยากในการปลดล็อค (ของโจร) ขึ้นไปอีกเพราะต้องมาเดาว่ามันจะใส่รหัสตรงไหนของหน้าจอแล้วรหัสจะเป็นรูปแบบไหนละนั่น แต่ข้อเสียของระบบนี้ก็มีเหมือนกันคือคุณต้องคอยเช็ดหน้าจออยู่บ่อยๆไม่งั้นเดี๋ยวโดนจับได้ 555+
  • ส่วนปากกาสไตลัสที่แถมมากับ Surface Pro ต้องบอกว่าเซอร์ไพรส์ครับเพราะใช้งานได้กว่าที่คิดเอาไว้เพียงแต่จากที่ลองมาดูเหมือนว่าจะไม่สามารถลงน้ำหนักได้เหมือนกับปากกาสไตลัสจริงๆนะครับ (แต่ความไวนี่ได้โล่เลย)

Surface Pro for Games

  • เนื่องจาก Surface Pro นั้นรองรับการติดตั้งโปรแกรมทั้งแบบผ่าน Windows Store เหมือนใน Surface RT แถมยังติดตั้งโปรแกรมมาตรฐานแบบ .exe ได้ด้วยก็เลยทำให้หลายคนอยากจะซื้อ Surface Pro มาเพื่อลงเกมส์ PC ดูซักตั้งว่าจะเล่นได้หรือไม่ ซึ่งคำตอบส่วนตัวสำหรับผมคือ “เล่นได้แต่อย่าหวังกราฟฟิคสุดอลังฯ” เหมือนอย่างในเครื่อง PC หรือ Notebook ปกติเลยครับ
  • จากที่ผมได้ลองติดตั้งเกมส์อย่างเช่น Sleeping Dogs หรือ Far Cry 3 บน Surface Pro พบว่าถ้าตั้งความละเอียดของกราฟฟิคไว้สูงก็แทบจะไม่สามารถเล่นได้เลยเนื่องจากกระตุกเกินห้ามใจ แต่ถ้าปรับลงมาในระดับค่อนกลางลงมาถึงล่าง (1024*768, กราฟฟิค Low) ปรากฏว่าเกมส์สามารถเล่นได้ในระดับที่พอไหวอยู่แต่ก็แลกมากับการที่จะต้องเล่นผ่านหน้าจอเล็กลงมาอีกเพราะ resolution ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง ส่วนถ้าเป็นเกมส์แนว casual กราฟฟิคสบายๆไปจนถึงระดับกลางๆประมาณพวก Torchlight พบว่า Surface Pro เอาอยู่สบายๆครับ
  • อีกเรื่องหนึ่งที่อาจไม่เหมาะเท่าไหร่สำหรับคนที่ต้องการซื้อ Surface Pro ก็คือบางคนอาจจะอยากถือเครื่องเดินเล่นเกมส์ซะเลย อันนี้ก็ต้องบอกว่าจริงๆแล้ว Surface Pro ก็คือโน้ตบุ๊คที่มาในรูปลักษณ์ของแท็บเล็ตดังนั้นการระบายความร้อนที่ระบายผ่านฝาหลังจึงใกล้เคียงกับของโน้ตบุ๊คเลย ยิ่งถ้าเป็นการเล่นเกมส์ที่จำเป็นต้องใช้กราฟฟิคสูงๆก็ยิ่งเกิดการระบายความร้อนมากขึ้น ฝาหลังก็จะร้อนตามจนหลายคนอาจจะไม่อยากหยิบมาถือเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นผมขอแนะนำว่าคนที่จะซื้อ Surface Pro มาเล่นเกมส์ก็ควรวางตั้งโต๊ะมากกว่านะครับ
  • ซึ่งแม้ว่าการเล่นเกมส์ PC บน Surface Pro จะเป็นอะไรที่ยากหน่อยเพราะคุณจะต้องต่อคีย์บอร์ด Touch Cover หรือ Type Cover อยู่ตลอดเวลาเพื่อใช้ในการควบคุมตามลักษณะของคีย์บอร์ดเกมส์ WASD ทั่วไป ทว่าถ้าหากคุณเป็นนักเล่นเกมส์สายจอยคอนโทรลเลอร์ก็เตรียมแฮปปี้กันได้เพราะ Surface Pro รองรับการต่อจอย Xbox 360 หรือจอยอะไรก็แล้วแต่ที่เป็น USB ทั้งหมด ก็น่าจะช่วยให้การเล่นเกมส์ง่ายขึ้นอีกเยอะครับ
  • แต่ถ้าเป็นการเล่นเกมส์ที่อาศัยเพียงเมาส์เพียงอย่างเดียวอย่างเช่น Football Manager หรือเกมส์ RPG แนว point-and-click ทั้งหลายรับรองครับว่าคุณจะถูกใจกับการเล่นเกมส์บนหน้าจอสัมผัสของ Surface Pro ชัวร์ๆ (ผมก็เป็นคนหนึ่งที่สนใจจะซื้อ Surface Pro มาเล่นเกมส์ FM นะตั้งแต่แรกๆแล้ว :P)

เอาละครับทั้งหมดนี้ก็คือประสบการณ์ของส่วนตัวของผมกับ Surface Pro จาก Microsoft ครับเผื่อจะเป็นแนวทางให้กับคนที่ตัดสินใจจะซื้อ Surface Pro มาใช้ว่าจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของทุกท่านกันมากน้อยขนาดไหนครับ :)

ปล. Surface Pro รุ่นความจุ 128GB วางจำหน่ายแล้วตามร้านค้าและตัวแทนจำหน่ายสินค้าไอทีชั้นนำทั่วไปในราคา 31500 บาท ส่วนคีย์บอร์ด Touch Cover ราคา 4090 บาทและ Type Cover ราคา 4490 บาทตามลำดับครับ

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite