Review : Samsung Galaxy Note 10.1 (2014 Edition) สเปคจัดหนัก ฟีเจอร์จัดเต็ม พร้อมให้คุณสร้างสรรค์ได้อย่างใจ

MXcite | 6 พ.ย. 2556 09:15:50 (อัพเดต 16 พ.ย. 2556 09:07:00)

15111

VIEWS MXcite

Review : Samsung Galaxy Note 10.1 (2014 Edition) สเปคจัดหนัก ฟีเจอร์จัดเต็ม พร้อมให้คุณสร้างสรรค์ได้อย่างใจ

สวัสดีครับ เพื่อนๆ ชาว TechXcite วันนี้ MrXcite กลับมาอีกแล้วครับ สำหรับวันนี้ต้องบอกเลยว่ารู้สึกตื่นเต้นมากเพราะแท็บเล็ตที่จะเอามารีวิวให้ดูกันเป็นถึงแท็บเล็ตระดับ High end ซึ่งพึ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้เอง คงจะเดากันถูกแล้วละสิ๊ใช่แล้วครับมันคือเจ้า Samsung Galaxy Note 10.1 (2014 Edition) นั่นเอง คราวนี้ทาง Samsung เขาจัดหนักทั้ง สเปค จัดเต็มทั้ง ฟีเจอร์ แถมดีไซน์ยังหรูหราน่าใช้งานเป็นที่สุ๊ดเลย และที่แน่นอนเมื่อเป็นตระกูล Note ก็ต้องมาพร้อมกับปากกา S Pen สารพัดประโยชน์ที่ปรับปรุงมาให้ใช้งานได้อย่างครบเครื่องมากขึ้น ไม่ต้องพูดพล่ามทําเพลงกันแล้วไปดูกันหน่อยว่าจะสุดขนาดไหนครับ 

ตามชื่อรุ่นเลยครับ Samsung Galaxy Note 10.1 (2014 Edition) ก็ต้องมากับหน้าจอขนาดใหญ่สะใจถึง 10.1 นิ้วแน่นอน แบบ Super Clear LCD Capacitive Touchscreen ความละเอียด 2560x1600 Pixels 299 ppi (ไม่รู้จะละเอียดไปถึงนะครับเนี่ย) แถมรุ่นนี้ยังทำให้ขอบหน้าจอมีขนาดเล็กลงอีกด้วย หน่วยประมวลผลภาพ Mali-T628 MP6 ขนาดตัวเครื่องก็ 243.1x171.4x7.9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 547 กรัม หลังจากได้ลองใช้ก็ไม่รู้สึกว่าหนักเท่าไหร่นะครับ อารมณ์ประมาณว่าเอา Note 3 มาขยายร่างประมาณนั้น



เรื่องสเปคก็ไม่ต้องพูดกันเลย อย่างที่บอกไปครับจัดหนักจริงๆ โดยมาพร้อมระบบปฏิบัติการ 
Android OS เวอร์ชัน 4.3 (Jelly Bean) หน่วยประมวลผลแบบ Octa-Core Processor (Exynos 5 Octa 5420 chipset) ความเร็ว 1.9 GHz อันนี้สำหรับรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทยของเรา ให้ RAM มา 3 GB หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง ขนาด 32GB รองรับ MicroSD card สูงสุด 64GB สำหรับซิมที่ใช้งานเป็นแบบ MicroSIM แบตเตอรี่ Li-Ion 8220 mAh ครับ 



เป็นไงครับได้ดูสเปคกันแบบจัดเต็มไปแล้วมาดูเรื่องของการดีไซน์ที่หรูหรา ไฮโซ กันบ้างดีกว่า วัสดุที่ใช้ก็เหมือนกับ Note 3 โดยด้านหลังทำด้วยหนังเทียม (Faux-Leather) ทำให้เวลาถือรู้สึกเหมือนกับถือสมุดโน๊ตเล่มใหญ่ๆ รับรองว่าเท่ห์ไม่เบาเลยครับ 



ด้านหน้าส่วนบนก็จะมี กล้องหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล และเซ็นเซอร์ Proximity Sensor ไว้สำหรับการตรวจจับการใช้งานของเรานันเองครับ



ด้านหน้าส่วนล่างก็จะเป็นปุุ่ม 3 ปุ่ม ปุ่มเมนู ปุ่มโฮม ปุ่มย้อนกลับ ซึ่งปุ่มโฮมเป็นแบบ Physical button ครับ



ด้านหลังก็จะมี กล้องด้านหลัง ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash 




ด้านซ้ายก็จะมี ช่องหูฟังมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตร และลำโพง



ด้านขวาก็จะมี ช่องใส่ซิม ช่องใส่ MicroSD Card ถัดไปเป็น ลำโพง และ ช่องเก็บปากกา S Pen สาระพัดประโยชน์ของเรานั้นเอง สำหรับลำโพงเสียงดังดีทีเดียว แถมอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ทำให้เวลาเล่นเกมแล้วมือจะไปปิดลำโพง



ด้านบนก็จะมี IR Blaster ไว้ใช้เป็นรีโมททีวีได้ครับ ถัดไปเป็นปุ่ม เปิด/ปิดเครื่อง หรือล็อคหน้าจอ และปุ่ม เพิ่ม/ลด เสียง



ด้านล่างก็จะมีพอร์ต microUSB ไว้ชาร์ตแบตฯหรือเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ และ ไมโครโฟน ซึ่งรุ่นนี้สามารถโทรเข้า โทรออกได้นะครับ แต่ขนาดอาจจะไม่เหมาะสำหรับถือแนบหู อาจจะให้งานโดยต่อหูฟังบลูทูธคุย อะไรประมาณนั้น 

เรื่องสเปคและดีไซน์ก็ดูกันไปแล้ว คราวนี้ถึงตา ฟีเจอร์ กันบ้าง ที่ต้องบอกว่าใส่มาอย่างเต็มที่ แต่จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันครับ



อันแรกเลยที่ต้องพูดถึงก็คือเจ้าฟังก์ชั่น Air Command ที่เมื่อเราดึงปากกา S Pen ออกมาก็จะปรากฏขึ้นมาให้เลือกใช้งานกันได้หรืออีกวิธีก็คือกดปุ่มบนปากกา S Pen นั้นเอง ซึ่งฟังก์ชั่น Air Command ก็ประกอบไปด้วยฟีเจอร์สำคัญอยู่ 5 ตัวคือ Action Memo, Scrapbook, Screen Write, S Finder และ Pen Window เดี๋ยวเราจะมาไล่ดูกันแบบทีละตัวเลยครับ >>>

 
ฟีเจอร์แรกเลย Action Memo ที่ให้เราสามารถเขียน ตัวเลขหรือข้อความต่างๆลงไป ได้ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษด้วยนะเอาสิ๊ แล้วจากนั้นก็เลือกว่าจะให้เปลี่ยนเป็นคำสั่งอะไร มีให้เลือกทั้ง โทรศัพท์ รายชื่อ ข้อความ อีเมล์ เปิดบราวเซอร์ แผนที่ หรือบันทึกเป็นสิ่งที่ต้องทำ แบบว่าครบวงจรอยู่ในแผ่นเดียวเลยครับ 



ฟีเจอร์ต่อไป Scrapbook รับรองถูกใจคนที่ชอบก็ภาพเรื่องราวต่างๆอย่างแน่นอน เพราะการใช้งานนั้นง่ายมั๊ก ๆ เพียงเปิดฟีเจอร์แล้วเอา S Pen ของเราไปวงรอบสิ่งที่ต้องการเท่านั้นเอง และนอกจากนั้นยังสามารถเขียนเพิ่มคำบรรยายได้อีกด้วย อย่าลืมเก็บภาพเรื่องราวต่างๆสุดประใจไว้ในสมุดภาพเล่มนี้ด้วยละครับ



ต่อไปก็เป็นฟีเจอร์ Screen Write พูดง่ายๆก็คือฟีเจอร์ที่ให้เรา Cap ภาพหน้าจอ แล้วเราสามารถเขียนลงไปบนภาพนั้นได้ เป็นอีกหนึ่ง ฟีเจอร์ที่ใช้งานสะดวกมาก ๆ คราวนี้ไปเจออะไรถูกใจก็ Cap เก็บไว้ได้สบายๆแล้วครับ



ฟีเจอร์ต่อไป S Finder ไว้สำหรับค้นหาข้อมูลต่างๆที่อยู่ในเครื่องของเรานั้นเองครับ ต่อไปใครหาอะไรไม่เจอก็อย่าลืมใช้ S Finder ให้เป็นประโยชน์



ฟีเจอร์สุดท้ายก็คือ Pen Window ที่ให้เราสามารถเปิดใช้งานแอพฯต่างๆขึ้นมาบนหน้าจอได้เพียงวาดสีเหลี่ยมลงบนหน้าจอเท่านั้นเอง โดยแอพฯ ก็จะเป็นแอพฯ ที่เราใช้งานอยู่บ่อยๆ โดยส่วนตัวชอบฟีเจอร์นี้มากๆเลย สมมตินั่งดูสินค้าอยู่ในเว็บต้องการบวกลบราคาก็สามารถเรียกเครื่องคิดแรกออกมาได้เลย แหม่ๆ มันสะดวกดีจริงๆครับ





สำหรับคนที่ชอบวาดรูป สร้างสรรค์ผลงานศิลปะ Samsung Galaxy Note 10.1 (2014 Edition) จะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน เพราะนอกจากมี S Note แล้วยังมี Sketchbook Pro มาให้ด้วย เอาสิ๊งานนี้จะวาดรูปหรือถ่ายทอดจินตนาการจัดกันให้เต็มที่ไปเลยครับ



อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ใช้งานได้เยี่ยมยอดไม่แพ้กัน Multi Window นั่นเองครับ ที่จะทำให้เราเปิดหน้าจอพร้อมกันได้หลายหน้าจอ ซึ่งก็ถูกใจอีกมากๆเช่นกัน 555 เพราะด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่ถึง 10.1 นิ้ว ทำให้การแบ่งแล้วหน้าจอก็รู้สึกว่าไม่เล็กเกินไปยังสามารถใช้งานได้อย่างสบาย คราวนี้ไม่ว่าจะดู Youtube แล้วเล่น Facebook ไปพร้อมกันได้เลย



และสุดท้ายที่ต้องพูดถึงกันสักหน่อยก็คือฟีเจอร์ My Magazine ที่ให้เรา ติดตามข่าวสารหรือสิ่งที่สนใจ กันได้อย่างนาทีต่อนาที เพียงแค่ปัดหน้าจอด้านล่าง Home Screen ขึ้นเท่านั้นเอง ซึ่งหลักๆแล้วจะมี 3 หน้าคือ News ที่จะไปรวมฟีดข่าวต่างๆมาจากแอพฯ Flipboard, Personal ที่จะรวบรวมข้อมูลภายในเครื่องเช่นภาพ, วิดีโอหรือเพลงมาไว้ในที่เดียว, Social หน้าที่จะรวมสังคมออนไลน์ของเราทั้งหมดมาไว้ที่นี่เป็นต้น

คราวนี้ก็ถึงเวลาดูหนัง เล่นเกมกันบ้างแล้ว !!





หลังจากได้ลองเล่นเกม Asphalt 8 (ที่ปล่อยให้โหลดฟรี 555)และ HeavenSword ต้องบอกว่ามันสะใจครับ เพราะด้วยหน้าจอที่ใหญ่แล้วยังคมชัดอีกด้วย เก็บได้ทุกรายละเอียดไม่มีตกหล่นจริงๆ เรื่องประสิทธิภาพก็สบายมากหายห่วงจัดเต็มซะขนาดนี้ เอาเป็นว่าผมให้ 3 ผ่านไปเลยครับ 



ดูหนังหรือวีดีโอก็ยังคงมันสะใจ อีกเช่นเคย ด้วยหน้าความละเอียดระดับ FullHD เหมือนจะหลุดเข้าไปอยู่ในหนังซะเองเลย 555 เว่อไปหน่อย 

ทดสอบประสิทธิภาพกล้องกันหน่อย



Samsung Galaxy Note 10.1 (2014 Edition) ก็ยังมีโหมดให้เลือกถ่ายภาพกันได้อีกเช่นเคย ไม่ว่าจะเป็น โหมดออโต้, โหมดหน้าสวย, โหมดเลือกรูปภาพที่ดีที่สุด, โหมดเบสท์เฟซ, โหมดเสียงและช็อต, โหมดดราม่า, โหมดริชโทน, โหมดการลบวัตถุ, โหมดพาโนราม่า, โหมดกีฬา และโหมดกลางคืน  ชอบโหมดไหนเลือกถ่ายกันได้เลย



ภาพจะกล้องหน้า







ภาพจากกล้องหลัง



ภาพจากโหมด Dual Camera ที่สามารถถ่ายพร้อมกันได้ทั้งกล้องหน้าและหลังอีกด้วยครับ

และสุดท้ายก็ต้องทดสอบประสิทธิภาพว่าจะแร๊งขนาดไหน


หลังจากที่ทดสอบด้วย แอพฯ Antutu Benchmark ผลออกมาอยู่ที่ 32,252 คะแนน เป็นรองเพียงแค่ Samsung Galaxy Note3 เท่านั้นเอง แรงสะใจกันไปเลยงานนี้

สรุป 
Samsung Galaxy Note 10.1 (2014 Edition) ถือว่าเป็นแท็บเล็ตอีกหนึ่งตัวที่ครบเครื่องแบบไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่มแล้ว ด้วยสเปคที่ให้มาแบบไม่มีกั๊ก ทำให้การทำงานทุกอย่างลื่นไหลไม่มีอาการสะดุดหรือหน่วงให้เห็นกันเลย พูดได้คำเดียวว่า แร๊ง ส่วนในเรื่องของฟีเจอร์ก็ตอบโจทย์ได้หมดไม่ว่าคุณต้องการรูปแบบการใช้งานแบบใด Galaxy Note 10.1 (2014 Edition) ก็จัดให้ได้ที่สำคัญมี Air Command ที่ช่วยได้เยอะมากๆเลย อยากให้ทุกคนได้ลองสัมผัสกันดูสักครั้งจริงๆ รับรองว่าจะติดใจแบบวางไม่ลงกันแน่นอน ส่วนราคานั้นอยู่ที่ 20,900 บาท

จุดเด่น
- สเปคถือว่าแรงมากๆทำให้ตอบโจทย์การทำงานได้ทุกรูปแบบ 
- มีฟีเจอร์ให้เลือกใช้งานได้หลากหลาย
- หน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว แบบ Super Clear LCD Capacitive Touchscreen ความละเอียด 2560x1600 Pixels 299 ppi ให้ภาพคมชัดสวยงาม
- ปากกา S Pen พร้อมฟีเจอร์ Air Command 
- ดีไซน์หรูหรา น่าใช้งาน วัสดุที่ใช้และงานประกอบมีความคงทนแข็งแรง

ข้อสังเกต
- รุ่นที่วางขายในประเทศไทยไม่รองรับ 4G LTE