Review: NVIDIA Shield เมื่อโลกของคอเกมส์ Android มาบรรจบกับคอเกมส์ PC!

ป๋าเอก | 8 ธ.ค 2556 16:21:17 (อัพเดต 15 ธ.ค 2556 11:21:02)

19020

VIEWS ป๋าเอก

Review: NVIDIA Shield เมื่อโลกของคอเกมส์ Android มาบรรจบกับคอเกมส์ PC!

:: Review: NVIDIA Shield เมื่อโลกของคอเกมส์ Android มาบรรจบกับคอเกมส์ PC! ::

สวัสดีครับชาว TechXcite กลับมาพบกับ "ป๋าเอก" มนุษย์ผู้ชื่นชอบ IT Gadget เป็นชีวิตจิตใจและอยากจะมาบอกต่อความรู้สึกเมื่อได้สัมผัสอุปกรณ์เหล่านี้ให้ทุกท่านฟังผ่านบทความ Review ต่างๆกันเหมือนเช่นเคย

โดยในวันนี้เราจะขอวกกลับไปที่วงการเกมส์กันอีกครั้งหนึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอุปกรณ์เกมส์ขนาดพกพาหรือ Gaming Handheld ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีที่แล้วผมได้นำเสนอ 2 อุปกรณ์น่าสนใจอย่าง PlayStation Vita และ Nintendo 3DS ซึ่งเป็นเครื่องเล่นเกมส์จากแบรนด์ใหญ่ที่ออกวางจำหน่ายรุ่นใหม่ๆในทุกรอบปีอยู่แล้ว

ทว่าวันนี้ผมมีทางเลือกที่สามมานำเสนอทุกท่านที่อาจไม่ได้ปลื้ม Sony หรือคลั่งใคล้ Nintendo เป็นพิเศษแต่กำลังมองหาอุปกรณ์เล่นเกมส์ขนาดพกพาที่มาพร้อมความสามารถมากมายรอบด้านที่ไม่ซ้ำกับสองค่ายหลักที่ว่านี้กับเจ้า NVIDIA Shield เครื่องเล่นเกมส์พกพาบนระบบปฏิบัติการ Android จากค่าย NVIDIA นั่นเองจ้า

ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณร้าน NADZ Project ด้วยนะครับสำหรับเครื่อง NVIDIA Shield ที่นำมาให้เรา Review กันในคราวนี้ ว่าแล้วก็ไปติดตามชม NVIDIA Shield กันได้ ณ บัดนาวววววว...

NVIDIA Shield - Design

- ถ้าพูดถึงรูปลักษณ์ภายนอกของ NVIDIA Shield แล้วส่วนตัวผมมองว่ามันเหมือนกับการนำเอาจอยคอนโทรลเลอร์ของ Xbox 360 มาผนวกเข้ากับ PlayStation 3 (DualShock) แล้วเพิ่มด้วยหน้าจอสัมผัสเข้ามาอีกชั้นหนึ่งนั่นเองซึ่งน่าจะทำให้ใครหลายคนพอเห็นภาพกว้างๆได้ชัดเจนขึ้นฮะ

- ส่วนงานผลิตของ NVIDIA Shield ผมถือว่าทำออกมาได้เนี้ยบมากครับไม่ว่าจะเป็นรูปทรงหรือวัสดุในการผลิตชนิดที่ว่าเห็นแวบแรกหลายๆท่านคงอยากจะลองหยิบจับขึ้นมาดูสิว่ามันคืออะไร ซึ่งสิ่งที่ผมชอบที่สุดเกี่ยวกับการออกแบบของ NVIDIA Shield ก็คือบริเวณด้านหลังตัวเครื่องที่จะมีการโค้งเว้าเข้ากับสรีระรูปแบบการถือจอยคอนโทรลเลอร์จริงๆไม่ต่างจากการถือจอย PS3 หรือ Xbox เลย แน่นอนว่าข้อดีก็คือคุณสามารถใช้งาน NVIDIA Shield ได้เป็นเวลานานๆโดยไม่รู้สึกเมื่อยล้าไปเสียก่อนครับ (เพราะตัวเครื่องน้ำหนักพอดูทีเดียว)

- โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการควบคุมการเล่นเกมส์ที่ผมมองว่า NVIDIA Shield ทำได้ดีกว่าเครื่องเล่นเกมส์พกพาอื่นๆในตลาดตอนนี้เสียอีกซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเลยหากพิจารณาจากคุณสมบัติในก่ารเล่นเกมส์ที่พรั่งพร้อมขนาดนี้ไม่ว่าจะเป็นปุ่ม D-Pad, Analaog Stick ซ้าย-ขวาสองตัว, ปุ่ม A-B-X-Y ตามมาตรฐานคอนโทรลเลอร์รุ่นใหญ่, ปุ่ม Trigger และ Bumper ซ้ายขวา (L1, R1, L2, R2) สองด้านเพื่อการควบคุมที่ละเอียดซับซ้อนมากกว่าปกติ

- หรือถ้าเท่านั้นยังไม่พอ NVIDIA Shield ยังมีปุ่มพิเศษเพิ่มให้อีกห้าจุดบริเวณกลางตัวเครื่องสำหรับการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับ Android โดยเฉพาะไม่ว่าจะเป็นปุ่ม Home, Return, Volume, Play หรือปุ่ม NVIDIA Shield พร้อมโลโก้หราตรงกลางสุดสำหรับเปิดใช้งาน Shield Mode ครับ

- แม้ว่าตัวเครื่องจะมีน้ำหนักค่อนข้างมากคือประมาณ 580 กรัมซึ่งถ้าเทียบกับเครื่องเล่นเกมส์พกพาอย่าง PlayStation Vita หรือ Nintendo 3DS แล้วก็ต้องบอกว่าหนักกว่ากันแบบแทบจะครึ่งต่อครึ่งเลย อย่างไรก็ตามถ้าคุณได้ลองมาเล่นเจ้า NVIDIA Shield ดูจะพบว่าตัวเครื่องได้รับการออกแบบมาให้ถ่ายเทน้ำหนักออกไปทุกด้านได้เป็นอย่างดีซึ่งถ้าคุณได้ลองถือเล่นสักพักแรกๆก็อาจจะรู้สึกหนักกว่าปกติบ้าง แต่ประเดี๋ยวสักพักเท่านั้นแหละครับรับรองว่าจะชินกันไปเองและเล่นกันจนเพลินจนลืมน้ำหนักแน่นอนฮะ

- หนึ่งในลูกเล่นอีกอย่างด้านการออกแบบของ NVIDIA Shield ก็จะมีอยู่ตรงบริเวณฝาพับปิด-เปิดกับเจ้าสิ่งที่เรียกว่า "Tag" ซึ่งคุณสามารถเปลี่ยนดีไซน์ได้ตามใจ (ดึงออกมาได้เลยครับมันเป็นแม่เหล็กติดได้แบบเหนียวแน่นหนึบดีทีเดียว) อย่างไรก็ตามก็คงต้องรอให้ตัวเครื่องบูมมากกว่านี้เสียก่อนถึงน่าจะมี Tag แบบอื่นๆมาให้ซื้อหาไปตกแต่งตัวเครื่องของคุณนั่นเองเพราะเท่าที่เห็นตอนนี้เหมือนจะมีแต่ NVIDIA ที่ทำออกมาขายอยู่ไม่กี่แบบผ่าน Store ของตัวเองเท่านั้น

- ในส่วนของหน้าจอ NVIDIA Shield นั้นสามารถพับกางออกได้เกือบ 180 องศาเป็นแนวราบสมบูรณ์แบบดังนั้นไม่ว่าจะมองมุมไหนหรือเหลี่ยมใดคุณก็สามารถปรับแต่งได้ตามถนัดครับ

NVIDIA Shield - Performance

- เรื่องของประสิทธิภาพใน NVIDIA Shield นั้นขอบอกเลยว่าไม่ต้องห่วงครับเพราะทาง NVIDIA นั้นยกให้เครื่องเล่นเกมส์ตัวนี้เป็นเรือธงหลักในการโชว์ขุมพลังศักยภาพของชิปเซ็ต NVIDIA Tegra 4 รุ่นใหม่ล่าสุดของพวกเขา ซึ่งใน NVIDIA Shield นั้นจะมาพร้อมกับชิปเซ็ต NVIDIA Tegra 4 ความเร็วถึง 1.9GHz (5-Core CPU, 72-Core GPU เอาให้กราฟฟิคตระการตากันไปเลยข้างหนึ่ง) และ 2GB RAM ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานทั้งแบบทั่วไปและฮาร์ดคอร์ในเวลาเล่นเกมส์ของ NVIDIA Shield เร็วและลื่นถูกใจใครหลายนคนกันไปเลย

- ส่วนเรื่องของหน้าจอที่หลายคนมองว่า NVIDIA Shield น่าจะใช้ของดีกว่านี้เพราะตัวเครื่องมาพร้อมกับหน้าจอ LCD ขนาด 5 นิ้วความละเอียดแค่ HD 720p (1280*720 พิกเซล) ในขณะที่ฝั่งสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ตในปัจจุบันนั้นก้าวข้ามไปที่ Full HD 1080p กันเสียเป็นส่วนใหญ่ไปแล้วก็ต้องขอบอกเลยว่าหน้าจอของ NVIDIA Shield ไม่ได้ดูด้อยกว่าแต่อย่างใดเลยและผมว่ามันค่อนข้างดูดีอย่างไม่น่าเชื่อเหมือนกันซึ่งอาจจะเป็นเพราะ DPI ที่มากกว่าปกติในระดับหน้าจอเดียวกันที่ช่วยให้ภาพดูคมชัดมากขึ้นก็เป็นได้ ที่แน่ๆคือผมไม่ประสบปัญหาด้านมุมมองของหน้าจอ NVIDIA Shield ตลอดเวลาที่ใช้มาเลยฮะ ยิ่งตัวเครื่องออกแบบมาขนาดกำลังดีเอาวางไว้บนพุงนอนดู YouTube นี่เพลิดเพลินเป็นยิ่งนัก :D

- แน่นอนว่าด้วยความที่เป็นเครื่องเล่นเกมส์ขนาดพกพาทุกคนก็ย่อมต้องให้ความสำคัญกับแบตเตอรี่ภายในเครื่อง NVIDIA Shield ด้วยเป็นธรรมดา ซึ่งจากที่ผมได้มีโอกาสเล่นมาประมาณสัปดาห์นึงพบว่าอายุการใช้งานเฉลี่ยของ NVIDIA Shield นั้นอยู่ที่ประมาณ 7-8 ชั่วโมงเลยทีเดียวซึ่งผมถือว่าค่อนข้างเยอะมากสำหรับอุปกรณ์เล่นเกมส์ขนาดพกพา เรียกได้ว่าน้องๆแท็บเล็ตเลยก็ว่าได้แหละ เรียกได้ว่าผมแทบไม่ต้องหยิบเอาที่ชาร์จพกพามาเสียบกับเจ้า NVIDIA Shield สักเท่าไหร่เพราะส่วนมากจะสามารถอยู่ตั้งแต่เช้าจรดค่ำได้สบายๆเลย (เวลาทำงานมีแอบหยิบมาเล่นเกมส์บ้างอะไรบ้างก็นิดนึงนะ 555+)

- ที่น่าประทับใจเป็นอย่างมากใน NVIDIA Shield และผมยังไม่ค่อยพบเห็นในอุปกรณ์พกพาขนาดใกล้เคียงกันนี้สักเท่าไหร่ก็คือลำโพงในตัวเครื่องซึ่งให้กำลังขับที่ดีมากระดับโน้ตบุ๊คขนาดย่อมๆเลย แล้วเสียงดังอย่างเดียวคงไม่พอเพราะสามารถให้น้ำหนักเบสได้พอสมควรทีเดียว อาจจะยังไม่มากเท่าลำโพงแท้ๆแต่ก็ถือว่าทำได้ดีสำหรับอุปกรณ์พกพาแบบนี้ แต่ก็เพียงพอที่จะคุณจะนำ NVIDIA Shield ไปใช้เป็นเครื่องเล่นเพลงนอกสถานที่ (หรือในสถานที่ก็ตามแต่) ได้สบายๆเลยละครับ ถ้าให้เปรียบเทียบผมว่า NVIDIA Shield ก็น้องๆลำโพง Jambox ละนะ :)

- ความจุในตัวเครื่องของ NVIDIA Shield จะอยู่ที่ 16GB อย่างไรก็ตามการันตีได้เลยว่าความจุเท่านี้ไม่เพียงพอแน่ๆกับการลงเกมส์ขนาดใหญ่ๆกินกราฟฟิคเยอะหลายๆเกมส์พร้อมๆกัน ดังนั้นใน NVIDIA Shield จึงมีการเพิ่มออปชั่นในการใส่ SD Card เพิ่มเติมได้สูงสุดถึง 64GB เลยทีเดียว เรียกได้ว่าจะเกมส์, หนังหรือไฟล์เพลงเยอะแค่ไหนก็ใส่กันได้เต็มที่ ที่สำคัญในอัพเดทล่าสุดของ NVIDIA Shield เมื่อเดือนก่อนทำให้ตัวเครื่องสามารถย้ายแอปฯไปจัดเก็บไว้ใน SD Card ได้แล้วด้วย (สำหรับแอปฯที่กำหนดไว้ว่ารองรับฟีเจอร์นี้) ซึ่งก็น่าจะช่วยให้คุณไม่ต้องมานั่งจัดการเอาของใหม่เข้า-ของเก่าออกไปได้พอสมควรเลยฮะ

- ที่ขอติอยู่บ้างใน NVIDIA Shield ก็คือว่าทั้งๆที่การเชื่อมต่อที่ให้มากับเครื่องนั้นถือว่าจัดเต็มแบบสุดๆไม่ว่าจะเป็น MiMo WiFi ที่จับสัญญาณได้เร็วกว่าปกติ, Bluetooth 3.0 หรือแม้กระทั่ง Mini HDMI ก็มีมาให้ใช้งานเผื่อใครอยากต่อออกจอใหญ่ ทว่ากลับไม่ได้ผลิตรุ่นที่สามารถรองรับ Cellular (3G หรือ 4G) ออกมาด้วยเพราะจะว่าไปแล้วปัจจุบันก็มีเกมส์ออนไลน์อยู่ใน Android แล้วพอสมควร ซึ่งถ้าหากคุณสามารถเล่นเกมส์เหล่านี้ได้ในทุกที่โดยไม่ต้องผูกติดอยู่กับจุดที่มี WiFi ตลอดเวลาก็คงจะดีไม่น้อย (แต่ก็เข้าใจว่าอเมริกาบ้านเขา WiFi มีแทบทุกจุด T^T)

NVIDIA Shield - Special Features

- สำหรับไฮไลท์สำคัญของ NVIDIA Shield ที่เรียกได้ว่าเป็นฟีเจอร์พิเศษกว่าชาวบ้านเขานั่นก็คือความสามารถในการสตรีมเกมส์จากระบบ Steam เครื่องคอมพิวเตอร์ PC ของคุณมาเล่นบนหน้่าจอและควบคุมด้วยคอนโทรลเลอร์ของ NVIDIA Shield ได้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยถ้าหากคอมพิวเตอร์ของคุณและ NVIDIA Shield เชื่อมต่ออยู่ในเครือข่าย WiFi เดียวกันก็สามารถเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ได้แล้ว เพียงแต่ข้อจำกัดในเวลานี้คือคอมพิวเตอร์ของคุณจะต้องใช้การ์ดจอ GeForce GTX ขึ้นไป, ยังไม่รองรับการ์ดจอของโน้ตบุ๊คและต้องใช้เราเตอร์แบบ Dual Band แยกความถี่ 2.4GHz และ 5GHz พร้อมความเร็ว WiFi ขั้นต่ำที่ 10Mbps เพื่อให้เครื่องสามารถรันเกมส์บน NVIDIA Shield ได้อย่างไหลลื่น 

- โดยรายชื่อของเกมส์ที่รองรับระบบ PC Streaming ผ่าน NVIDIA Shield ในเวลานี้ก็ต้องถือว่าเพิ่มจากสมัยเปิดตัวแรกๆพอสมควรทีเดียวไม่ว่าจะเป็นรายชื่อของเกมส์ใหม่ๆแห่งยุคนี้ทั้ง Batman: Arkham Origins, Borderlands 2, Assassin's Creed 4: Black Flag, FIFA 14, Bioshock: Infinite และอีกมากมาย (ชมรายชื่อทั้งหมดได้ผ่านเว็บไซต์ NVIDIA Shield ตรงลิงค์นี้) ซึ่งถ้าหากคุณอยากจะลองเล่นเกมส์ PC แบบไม่ต้องนั่งง้ำงุดอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา NVIDIA Shield ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจที่จะทำให้คุณเป็นอิสระเวลาที่อยากจะเข้าห้องน้ำแต่กำลังติดพันกับเกมส์แบบมันส์ๆละมั้ง 555+

- อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าเสียดายว่าบนกองบรรณาธิการ TechXcite ของเราไม่มีใครที่ใช้คอมพิวเตอร์ PC เลย 555+ (ส่วนใหญ่เสพย์แต่ Notebook หรือไม่ก็ MacBook) เลยต้องขอยกยอดการทดสอบนี้ไว้ในคราวหน้าก็แล้วกันเพราะผมสั่งซื้อ NVIDIA Shield มาแล้วครับเครื่องหนึ่ง เดี๋ยวมีเวลาหายืมเครื่อง PC แจ่มๆมาได้เมื่อไหร่คงจะมาสาธิตให้ได้ชมกันในโอกาสต่อไปครับ ส่วนตอนนี้ดูคลิปของทางเมืองนอกเขาสาธิตระบบ PC Streaming บน NVIDIA Shield กันไปก่อนนะฮะ :)

- อ้อ! เกือบลืมไปว่านี่ก็เป็นอีกหนึ่งความสามารถของ NVIDIA Shield คือนอกเหนือจากตัวเครื่องจะเป็นเครื่องเล่นเกมส์พกพาได้แล้วยังเป็นเครื่องเล่นเกมส์คอนโซลได้แบบทู-อิน-วัน!!! นั่นคือฟีเจอร์ Console Mode ที่ก็เพิ่งเพิ่มเข้ามาในอัพเดท Android 4.3 เวอร์ชั่นล่าสุดนี่ละ ทั้งนี้คุณสามารถนำ NVIDIA Shield เปิดโหมด Console Mode ที่ว่านี้แล้วนำไปเสียบต่อกับจอโทรทัศน์หรือมอนิเตอร์ของคุณ (จะต่อผ่าน HDMI หรือไร้สาย WiFi ผ่าน Miracast ก็ตามแต่) จากนั้นก็ไปหาจอย Bluetooth มาอีกสักตัวเพื่อเชื่อมต่อเข้ากับ NVIDIA Shield เพียงเท่่านี้คุณก็สามารถเล่นเกมส์ Android ทั้งหลายแหล่ออกจอใหญ่ได้โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อเครื่องเล่นเกมส์คอนโซล Android จริงๆอย่างเช่น OUYA ให้เสียเวล่ำเวลาอีกเป็นรอบสอง...บร๊ะ!!!

NVIDIA Shield - OS & Software

- สำหรับ NVIDIA Shield มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 4.3 Jelly Bean และสิ่งสำคัญที่ผมชอบที่สุดเลยก็คือตัวเครื่องนั้นเป็น Pure Android แท้ๆไม่มีอะไรอื่นมาเจือปนเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ในตระกูล Nexus ทั้งหลาย ซึ่งก็น่าจะถูกปากถูกคอคนที่ชอบเสพย์ Android บริสุทธิ์ไม่มีอะไรมาเจือปนกันอยู่ไม่มากก็น้อยละแถมโอกาสที่จะได้อัพเกรดเป็น Android เวอร์ชั่นต่อไปยังง่ายกว่าชาวบ้านชาวช่องเขาชนิดที่ว่ามือถือตัวท็อปบางรุ่นยังได้แต่มองตาปริบๆ 555+

- ทั้งนี้สำหรับการซื้อแอปเกมส์นั้นนอกเหนือจากจะซื้อผ่าน Play Store ตามมาตรฐานปกติของ Android แล้ว เรายังสามารถกดปุ่มโลโก้ NVIDIA ตรงกลางเครื่องเพื่อเข้าสู่โหมด Shield ซึ่งภายในนี้จะเป็นการรวบรวมเอาเกมส์ทั้งหมดที่สามารถใช้งานได้เลยกับคอนโทรลเลอร์ของ NVIDIA Shield ให้ท่านได้ซื้อผ่าน Shield Store เพื่อความสะดวกมากยิ่งขึ้นครับ

- แน่นอนว่าเกมส์ทั้งหมดบน Android คงไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการควบคุมด้วยคอนโทรลเลอร์อย่างแน่นอนซึ่งนั่นก็เป็นปัญหาของ NVIDIA Shield ในช่วงแรกอยู่ไม่น้อยทีเดียว อย่างไรก็ตามกับการอัพเดท Android 4.3 เวอร์ชั่นล่าสุดเมื่อเดือนก่อนก็ปรากฏว่าทาง NVIDIA ได้ออกมาแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้วด้วยการเพิ่มฟีเจอร์ GamePad Mapper เข้ามาที่จะเปิดโอกาสให้กับผู้ใช้งาน NVIDIA Shield สามารถตั้งค่าการควบคุมผ่านคอนโทรเลอร์กับเกมส์ที่ก่อนหน้านี้ไม่รองรับด้วยการควบคุมในลักษณะนี้มาก่อนได้นั่นเอง ซึ่งคุณสามารถตั้งค่าการควบคุมแล้วอัพโหลดการตั้งค่าของคุณไปให้ผู้อื่นใช้งานได้ด้วยและในทางกลับกันถ้าคุณไม่อยากมาปวดหัวกับเรื่องพวกนี้ทาง NVIDIA ก็จะมีรูปแบบการควบคุมของแต่ละเกมส์ที่รองรับ GamePad Mapper ให้คุณได้ดาวน์โหลดไปใช้งานได้เลยด้วยฮะ

- อย่างไรก็ตามข้อจำกัดอย่างหนึ่งของ NVIDIA Shield ก็แน่นอนว่าถ้าดูจากการที่ตัวเครื่องออกแบบมาให้ใช้งานในแนวนอนหรือ Landscape เป็นหลัก นั่นก็หมายความว่าการใช้งานแอปฯที่บังคับใช้งานในแนวตั้งหรือ Portrait ก็สามารถทำได้อย่างยากลำบากแน่นอน (หรือถ้าทำได้คนข้างๆคงมองคุณแบบพิลึกๆแน่) เพราะเราต้องเอียงตัวเครื่องตามซึ่งเป็นท่าที่พิลึกมาก ดังนั้นการเล่นเกมส์บางเกมส์ที่รองรับแต่แนว Portrait Mode อย่างเดียวก็คงไม่เหมาะสมเท่าไหร่กับ NVIDIA Shield ไม่ว่าจะเป็นเกมส์ดังๆอย่าง Temple Run 2 หรือ Subway Surfers เป็นอาทิครับ

- แต่ถึงแม้เกมส์เหล่านั้นจะไม่เหมาะกับการเล่นด้วย NVIDIA Shield ทว่าก็ยังมีเกมส์อีกประเภทที่เหมาะกับการเล่นด้วยเจ้าเครื่องเล่นเกมส์พกพาจาก NVIDIA เครื่องนี้อยู่ไม่เบาและน่าจะเป็นที่โปรดปรานของหลายๆท่านในบ้านเราด้วยนั่นก็คือโปรแกรม Emulator ทั้งหลายแหล่ที่ออกแบบมาเพื่อให้คุณสามารถควบคุมด้วยคอนโทรลเลอร์ได้อยู่แล้ว ทีนี้แหละไม่ว่าจะเป็นเกมส์จากยุค Famicom ไล่เรียงมาจนถึง PlayStation หรือ PSP ก็สามารถเล่นผ่านโปรแกรม Emulator ที่มีวางจำหน่ายมากมายบน Play Store ได้เลยฮะ เรียกได้ว่าเพิ่มคลังเกมส์เข้าไปอีกเกือบๆหนึ่งเท่าตัวเลยทีเดียวเลยแหละ

NVIDIA Shield - Value

- สำหรับตอนนี้ NVIDIA Shield วางจำหน่ายแล้วในหลายๆประเทศด้วยราคา $299 ซึ่งในเวลานี้มีโปรโมชั่นลดราคาพร้อมของแถมเหลือเพียง $249 หรือประมาณ 8000 กว่าบาทด้วย (แต่ต้องฝากคนที่โน่นส่งมาเพราะ NVIDIA จะส่งของเฉพาะอเมริกากับแคนาดา) ขณะเดียวกันในส่วนของราคาเครื่องหิ้วของ NVIDIA Shield ในประเทศไทยนั้นก็อยู่ที่ประมาณ 11000-12000 บาทแล้วแต่ร้านครับ

- ส่วนคนที่ซื้อ NVIDIA Shield มาแต่ยังไม่รู้ว่าจะไปซื้อเกมส์อะไรมาเล่นก่อนดี (อาจจะเป็นเพราะหมดเงินไปกับค่าเครื่องแล้วก็ได้ 555+) ก็ต้องขอบอกว่า NVIDIA Shield นั้นมาพร้อมกับเกมส์แถมมาให้ในเครื่องเลยถึง 2 เกมส์ด้วยกันคือ Sonic The Hedgehog 4 Episode II และ Expandable Rearmed มาให้ในเครื่องด้วยเลยเพราะฉะนั้นอย่างน้อยๆก็มีอะไรให้เล่นแน่นอนฮะ

NVIDIA Shield - Final Words

ทั้งนี้สำหรับส่วนตัวของผมแล้วถือว่าค่อนข้างประทับใจเอามากๆกับ NVIDIA Shield แบบที่ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นแบบนี้เหมือนกันเพราะตอนเครื่องเปิดตัวใหม่ๆยังเคยสบประมาทว่าจะมีคนสนใจซื้อเจ้าเครื่องนี้หรือเปล่าหนอ? ทว่าหลังจากที่ได้มีโอกาสสัมผัสกับ NVIDIA Shield ตัวจริงก็คงต้องขอเปลี่ยนความคิดเสียใหม่เพราะ NVIDIA ออกแบบผลิตภัณฑ์มาได้อย่างสวยงามหมดจดพร้อมกับใส่ความสามารถให้กับเจ้าเครื่องเล่นเกมส์พกพาเครื่องนี้แบบเต็มลิมิตชนิดที่ว่าคุณสามารถทำอะไรต่อกับมันได้อย่างไม่จำกัด

ไม่ว่าจะเป็นฝั่ง Android ที่ปัจจุบันนี้ก็กลายเป็นระบบปฏิบัติการขนาดใหญ่บนอุปกรณ์ขนาดพกพาที่มีทั้งแอปฯและเกมส์ให้ดาวน์โหลดไปติดตั้งเพื่อเพิอเพิ่มศักยภาพของตัวเครื่องได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด, โหมด Console Mode สำหรับการเปลี่ยนเครื่องเล่นเกมส์ขนาดพกพานี้ให้กลายเป็นเครื่องคอนโซลขนาดย่อม หรือแม้กระทั่งความสามารถในการทำ PC Streaming ของ NVIDIA Shield เองก็เปิดโอกาสให้นักเล่นเกมส์ PC ได้มาบรรจบพบกับนักเล่นเกมส์ Android (รวมไปจนถึงผู้ที่ชื่นชอบการเสพย์ความบันเทิงรูปแบบอื่นๆบนอุปกรณ์ขนาดพกพา) ได้อย่างไม่น่าเชื่อในอุปกรณ์ขนาดกำลังพกพาเครื่องนี้ครับ

เรียกได้ว่านี่ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ที่ NVIDIA ทำมาเพื่อโชว์ของดีภายในบริษัทแต่เพียงอย่างเดียว ทว่า NVIDIA Shield ยังเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่น่าสนใจที่ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดีทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ทั้งภายในและภายนอกเครื่องให้ออกมาสอดรับกันอย่างลงตัว และบางทีนี่อาจจะเป็นเพียงปฐมบทของการปฏิวัติวงการเกมส์ขนาดพกพา (โดยเฉพาะฝั่ง Android) ก็เป็นได้ครับ

ปล. ไม่น่าแปลกใจเลยว่าผมถึงกับสั่งซื้อ NVIDIA Shield ไปเครื่องหนึ่งเลยดีทีเดียว :P

ส่วนคราวหน้าจากที่สายรายงานมาดูเหมือนว่าผมอาจจะยังได้ Review อุปกรณ์เกมส์เจ๋งๆกันอีกแล้วแต่เราจะยกระดับการ Review ในครั้งต่อไปด้วยของที่ใหญ่กว่าเดิมแน่นอนครับ รับรองว่าเดากันได้ไม่ยากหรอกเพราะวงการเกมส์มีของใหม่แหล่มๆมารอท่าอยู่แล้ว 2 รุ่นอย่างที่หลายท่านทราบกันดี ส่วนจะเป็นอะไรก็ขอเชิญติดตามชมกันโอกาสต่อไปเพราะวันนี้ผมคงขอตัวลาไปนอนเล่น NVIDIA Shield ต่อด้วยความเมามันส์ แล้วพบกับ ป๋าเอก TechXcite ในโอกาสต่อไป วันนี้สวัสดีครับ :)

NVIDIA Shield วางจำหน่ายที่ร้าน NADZ Project

ด้วยราคา 11500 บาท

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite