Preview: Xbox One เครื่องเล่นเกมส์ไซส์ XL กับความสามารถที่มากเกินตัวเยอะ!

ป๋าเอก | 22 ม.ค. 2557 11:29:56 (อัพเดต 26 ม.ค. 2557 19:31:03)

26571

VIEWS ป๋าเอก

:: Preview: Xbox One เครื่องเล่นเกมส์ไซส์ XL กับความสามารถที่มากเกินตัวเยอะ! ::

สวัสดีครับชาว TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับ “ป๋าเอก” กันอีกครั้งกับบทความ Review อุปกรณ์ไอทีและ Gadget ที่น่าสนใจกันอีกครั้ง หลังจากที่หายหน้าไปนานจากมรสุมทางการเมืองที่กำลังคุกรุ่นในบ้านเราอยู่ในเวลานี้... แหม่ๆๆ จริงๆไม่ใช่อะไรครับที่หายไปเพราะมัวแต่ไปลองเล่นเกมส์คอนโซลเจนเนอเรชั่นใหม่ๆทั้ง Xbox One และ PlayStation 4 มาครับ โดยในวันนี้ผมขอมา Preview คร่าวๆเริ่มกันที่เจ้า Xbox One ของค่าย Microsoft กันก่อนดีกว่าโดยจะเน้นในเรื่องของการเล่นเกมส์เป็นหลัก ซึ่งงานนี้ต้องขอขอบคุณตัวเครื่องจากทีมงาน Nadz Project ที่ให้ยืมมาลองเล่นชั่วคราวกับเขาดูด้วยครับ (ยังไม่มีตังค์ซื้ออะ 555+)

ทั้งนี้แม้ว่าตัวเครื่องจะใช้ชื่อว่า Xbox One แต่อันที่จริงแล้วเครื่องเล่นเกมส์คอนโซลรุ่นนี้จาก Microsoft นั้นอยู่ในเจนเนอเรชั่นที่ 3 แล้วครับ (Xbox > Xbox 360 > Xbox One) ซึ่งจะว่าไปแล้วพวกเขายังคงคอนเซปต์เดิมเหมือนเมื่อครั้ง Xbox 360 ที่หวังให้ตัวเครื่องเป็นศูนย์รวมความบันเทิงภายในบ้านทั้งหมดโดยที่คุณซื้อ Xbox ไปเครื่องเดียวก็ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อเครื่องเล่นเกมส์คอนโซลหรือ Media Player อื่นใดอีก คือไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมส์, ดูหนัง, ฟังเพลง, เล่นอินเทอร์เน็ตหรืออีกเยอะแยะตาแป๊ะไก่ก็สามารถทำได้ใน Xbox One เครื่องนี้เลยฮะ

เรามาเริ่มต้นกันที่การดีไซน์ของ Xbox One กันก่อนดีกว่าครับโดยเครื่องที่เราได้มานั้นจะเป็นรุ่น Xbox One Day One Edition หรือรุ่นลิมิเต็ดสำหรับคนที่สั่งซื้อ Xbox One ตั้งแต่วันแรกนั่นเอง โดยตัวกล่องที่ได้มาก็พอจะสะท้อนสิ่งที่มาภายในกล่องได้เป็นอย่างดีเพราะตัวเครื่อง Xbox One ผมถือว่ามีน้ำหนักค่อนข้างมากทีเดียว แน่นอนว่าการที่เป็นเครื่องเล่นเกมส์คอนโซลคงไม่ได้รับผลกระทบในเรื่องนี้สักเท่าไหร่เพราะเขาออกแบบมาให้คุณวางไว้กับที่อยู่แล้ว แต่คนที่มีปัญหาก็อาจจะเป็นกลุ่มที่ต้องย้ายเครื่องไปๆมาๆบ่อยๆ (อย่างเช่นยกออกไปเล่นบ้านคนอื่น) ก็เตรียมใจแบกกล่องและตัวเครื่องอันหนักอึ้งของ Xbox One กันให้ดีๆละ

ทีนี้เราก็มาดูที่ตัวเครื่องของ Xbox One โดยตรงกันบ้างครับ ส่วนตัวแล้วผมไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่นะเพราะมันดูใหญ่เทอะทะอยู่พอสมควรถ้าให้เปรียบเทียบกับฝั่ง PlayStation 4 ที่มีตัวเครื่อง "เซ็กซี่" กว่ากันเยอะหรือแม้กระทั่งกับ Xbox 360 รุ่นก่อนหน้านี้เองก็เถอะ รูปทรงตัวเครื่องเองก็เป็นทรงสี่เหลี่ยมสีดำทะมึนไม่หวือหวาสักเท่าไหร่ ถ้าให้บรรยายหน้าตาภายนอกของ Xbox One ก็คงเหมือนกำลังมองเครื่องเสียง+เครื่องเล่นวิดีโอสมัยก่อนอยู่ละมั้งครับ 555+ จะว่าไปแล้วขนาดและดีไซน์ของตัวเครื่อง Xbox One น่าจะไปใกล้เคียงกับ Xbox รุ่นแรกเสียมากกว่าด้วยซ้ำ 

อย่างไรก็ตามการออกแบบในลักษณะนี้หากมองให้เป็นข้อดีเองก็มีอยู่เหมือนกันแถมยังเป็นเรื่องสำคัญด้วยเพราะอย่างน้อยๆขนาดตัวเครื่องที่ใหญ่เบิ้มขนาดนี้ก็ย่อมมีพื้นที่ในการระบายความร้อนมากขึ้นตามไปด้วย แน่นอนว่า Microsoft ตั้งใจออกแบบ Xbox One มาแบบนี้ก็เพื่อแก้ปัญหาความร้อนสะสมภายในเครื่องที่เคยเกิดขึ้นกับ Xbox 360 หรือปัญหา "ไฟแดง" (Red Ring of Death) ที่เคยทำให้เครื่อง Xbox รุ่นก่อนหน้านี้กลายเป็นที่ทับกระดาษมาแล้วหลายต่อหลายเครื่องนั่นเอง นอกจากนี้การที่ตัวเครื่องมีดีไซน์แบบเหลี่ยมๆทรงมาตรฐานแบบนี้ก็ทำให้คุณสามารถวาง Xbox One เข้าชุดกับเครื่องเสียงหรืออุปกรณ์อื่นๆในลักษณะเดียวกันได้แบบเนียนๆโดยไม่รู้สึกว่าโดดเด่นเตะตาเกินเหตุด้วยครับ

นอกจากนี้อีกสิ่งหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นใน Xbox One ก็คือตัวเครื่องอ่านแผ่น Blu-Ray เป็นมาตรฐานหลักแทนที่ DVD แบบเก่าแล้วนะครับซึ่งก็ทำให้สามารถสู้กับฝั่ง Sony ได้เต็มที่แล้วด้วย จะว่าไปเกมส์ของ Xbox One เองก็มีขนาดใหญ่พอสมควรซึ่งการเล่นผ่านแผ่นเองก็อาจจะเป็นเรื่องจำเป็นอยู่บ้างเพราะแม้ว่าตัวเครื่องจะมาพร้อมกับความจุ 500GB แต่ถ้าเกมส์ที่คุณเล่นเป็นเกมส์ระดับบิ๊กเนมแล้วก็อาจจะติดตั้งได้เพียงไม่กี่เกมส์ก็เต็มแล้ว (เกมส์แนวกราฟฟิคอลังการอย่างเช่น Battlefield ก็ปาไปเกมส์ละ 50GB แล้วครับ) 

 

ทีนี้มาว่ากันในส่วนของ Kinect รุ่นใหม่ที่ติดมากับตัวเครื่อง Xbox One เองก็มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นและน้ำหนักที่มากกว่าเดิมเยอะ ซึ่งในคราวนี้คุณไม่จำเป็นที่จะต้องนำ Kinect ไปติดไว้บนหน้าจอโทรทัศน์แล้ว (ยังนึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะทำได้มั้ย 555+) เพราะรุ่นนี้เขาออกแบบมาให้วางไว้กับตัวเครื่อง Xbox One ในระดับสายตาปกติจุดใดก็ได้ตามแต่ที่คุณจะพอมีที่ทางนี่แหละครับ เซนเซอร์ใหญ่ขึ้นก็น่าจะช่วยให้สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวได้อย่างแม่นยำขึ้นกว่าเดิมตามที่ Microsoft ทว่าน่าเสียดายว่าในการทดลองเล่น Xbox One คราวนี้เราไม่ได้มีโอกาสทดสอบ Kinect ด้วยครับเนื่องจากเวลามีจำกัด

อย่างไรก็ตามในขณะที่ทั้งตัวเครื่อง Xbox One และ Kinect ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมแต่ที่กลับเล็กลงไป (และดีขึ้นกว่าเดิมด้วย) ก็คือคอนโทรลเลอร์ของ Xbox One ที่ผมว่าออกแบบมาได้สวยงามขึ้นกว่าของ Xbox 360 เยอะครับแม้รูปแบบการควบคุมจะเหมือนเดิมในทุกปุ่ม (ก็ทำให้คนเคยเล่น Xbox มาก่อนไม่สับสนละกัน) น้ำหนักก็เบาลงกว่าเดิมช่วยให้ถือเล่นได้นานๆโดยไม่รู้สึกล้ามากนัก ที่สำคัญผมว่าวัสดุในการออกแบบคอนโทรลเลอร์ตัวนี้ดูดีมากๆครับเวลาหยิบจับสัมผัสแล้วรู้สึกว่าเป็นของไฮเอนด์อยู่พอสมควร...ผิดกับตัวเครื่อง 555+ เอาเป็นว่าจากที่ผมได้ทดลองเล่นดูเปรียบเทียบกับสมัย Xbox 360 ผมว่าคอนโทรลเลอร์ตัวนี้ควบคุมได้อย่างแม่นยำมากขึ้นกว่าเดิมพอสมควรทีเดียว ถือว่า Microsoft ตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดีมากครับ

สำหรับเกมส์ที่เราได้มาทดสอบกันนั้นเป็นเกมส์จำลองการแข่งรถ Forza Motorosport 5 ของค่าย Microsoft เองซึ่งจากที่ได้มีโอกาสเล่นก็พบว่าในเรื่องของกราฟฟิคถือว่าทำได้เนียนตาขึ้นกว่าสมัย Xbox 360 หลายเท่าเลยครับไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการประมวลผลกราฟฟิครายละเอียดเล็กๆน้อยๆในฉาก, ความเสียหายของตัวรถ หรือเอฟเฟกต์ทั้งในส่วนของสภาพอากาศและบรรยากาศในสนามแข่งขันที่ทำให้รู้สึกว่ากำลังเกมส์ในระดับ Next-Gen จริงๆ ที่สำคัญกว่านั้นก็คือความลื่นไหลในการเล่นโดยร่วมของ Xbox One ที่ต้องถือว่า "ลื่นดีไม่มีสะดุด" อย่างที่ไม่เคยพบมาก่อนใน Xbox 360 รุ่นก่อนหน้านี้ด้วย

เอาเป็นว่านอกเหนือจาก Forza Motorsport 5 แล้วไลน์อัพเกมส์ชุดแรกของ Xbox One ผมถือว่ามีความน่าสนใจกว่าฝั่ง PlayStation 4 พอสมควรเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นเกมส์แบบ Multi-platform ที่ลงทุกเครื่องอยู่แล้วอย่างเช่น Battlefield 4, Call of Duty: Ghosts, FIFA 14, Need for Speed Rivals, Assassins' Creed IV: Black Flags หรือจะเป็นเกมส์ exclusive ที่จะลงเฉพาะ Xbox One อย่างเช่น Dead Rising 3 (นี่แหละที่ผมอยากเล่นมวากสสส์) หรือ Ryse: Son of Rome ที่ผมมองว่าไลน์อัพของ Xbox One ชุดแรกมีความพร้อมในการดึงดูดลูกค้า ณ เวลานี้ครับ อย่างไรก็ตามเรื่องของเกมส์นี่คงต้องวัดกันไปยาวๆในอนาคตที่ทัั้งฝั่ง Xbox One และ PS4 ฟุลทีมมากกว่านี้ฮะถึงน่าจะมองเห็นภาพรวมว่าจะไปในทิศทางไหนกันแน่

อย่างไรก็ตามอีกปัจจัยหนึ่งที่คงต้องนำมาพิจารณาด้วยแน่นอนถึงความคุ้มค่าของ Xbox One ก็คือเรื่องของราคานี่แหละ ซึ่งผลที่ออกมาปรากฏว่าในล็อตแรกสินค้า Xbox One เครื่องหิ้วมีราคาที่สูงกว่าฝั่ง PlayStation 4 อยู่พอสมควรทีเดียวคือประมาณ 22000-23000 บาทแล้วแต่ร้าน (ในขณะที่ PS4 อยู่ที่ประมาณ 18000-19000 บาท) ซึ่งก็อาจจะทำให้ผู้ซื้อเกิดการลังเลใจขึ้นมาได้หากจะซื้อมาเล่นเกมส์เป็นหลัก เว้นเสียแต่ว่าคุณต้องการอะไรที่มากกว่าการเล่นเกมส์ก็น่าจะมองเห็นภาพนะครับว่าส่วนต่างที่เกิดขึ้นนั้นก็คือความสามารถที่เพิ่มเข้ามาใน Xbox One นั่นแหละครับ ก็คงต้องชั่งใจเลือกให้ถูกละครับว่าคุณพร้อมจ่ายเพิ่มเพื่อสิ่งเหล่านั้นกันหรือเปล่า :)

น่าเสียดายว่าในคราวนี้เราได้ Xbox One มาเล่นกันในระยะเวลาสั้นๆเท่านั้นเลยไม่สามารถเจาะลึกในอีกหลายๆส่วนของตัวเครื่องได้ ถ้ามีโอกาสครั้งต่อไปอาจจะขอยืมมาเล่นยาวๆอีกสักทีครับ ส่วนคราวหน้าไม่มีพลาดครับขอเชิญทุกท่านเตรียมพบกับ Review เต็มๆของ PlayStation 4 จาก Sony ประเทศไทยกันได้ที่ TechXcite เช่นเคย...วันนี้ "ป๋าเอก" ขอตัวลาไปก่อน สวัสดีครับ :)

Xbox One วางจำหน่ายแล้วที่ร้าน NADZ Project

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมลองแวะเวียนไปชมกันได้ที่ เว็บไซต์ของ NADZ Project ตามลิงค์นี้นะครับ

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite