Review : Oppo R1 สมาร์ทโฟนขาวหมวย ดีไซน์หรู พร้อมความสามารถมากล้นด้วย ColorOS !!

ทีมงานTechXcite | 27 ม.ค. 2557 15:15:09 (อัพเดต 30 ม.ค. 2557 14:33:55)

44964

VIEWS ทีมงานTechXcite

Review : Oppo R1 สมาร์ทโฟนขาวหมวย ดีไซน์หรู พร้อมความสามารถมากล้นด้วย ColorOS !!

Review : Oppo R1 สมาร์ทโฟนขาวหมวย ดีไซน์หรู
พร้อมความสามารถมากล้นด้วย ColorOS !!



สวัสดีครับ ชาว TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับรีวิวสมาร์ทโฟนตัวใหม่อีกเช่นเคย วันนี้ทางทีมงานขอนำเสนอ Oppo R1 สมาร์ทโฟนตัวล่าสุดจาก Oppo ที่เพิ่งเปิดตัวไปหมาดๆ มาพร้อมกับลูกเล่นใหม่ๆมากมาย พร้อมกับดีไซน์ที่ดูหรูหรามากขึ้น เรามาดูความน่าสนใจของเจ้า Oppo R1 กันเลยคร้าบบบ ^^"



Oppo R1 มาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ ColorOS ที่ทาง Oppo ได้มีการปรับแต่ง UI ใหม่หมด (แต่ก็ยังเป็นระบบ Android อยู่นะครับ) เพิ่มลูกเล่นในการปรับแต่งให้กับผู้ใช้ได้อย่างหลากหลาย สีสันสวยงาม



ด้าน Design Oppo R1 นั้นมีให้เลือก 2 สีคือ สีขาว-ทอง และ สีดำ-เงิน โดยเครื่องทีมงานได้มารีวิวนั้นเป็น สีขาว-ทอง   Oppo R1 จะมาพร้อมกับวัสดุกระจก ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของตัวเครื่อง บริเวณด้านข้างของตัวเครื่องจะใช้วัสดุโลหะที่ให้ความรู้สึกเย็น ดูหรูหรามากเลยทีเดียว ขนาดของตัวเครื่องก็อยู่ที่ 142.7 x 70.4 mm. บางเพียง 7.1 mm. และหนัก 140 กรัม เท่านั้นเอง โดยส่วนตัวผมชอบดีไซน์ของ Oppo R1 มากๆ เลยล่ะ ดูหรูหราสวยงามจริงๆ (แต่แอบตินิดๆตรงขอบเครื่องที่ไม่เรียบเสมอกับตัวเครื่องสักเท่าไหร่ เวลาจับถือมันเลยดูล้นๆไปหน่อย)



Oppo R1 มาพร้อมหน้าจอ IPS ขนาด 5 นิ้ว ความละเอียดระดับ 720P HD ให้สีสันได้สว่างสดใสสวยงามดี พร้อมกระจกแบบ Corning Gorilla Glass 3 ทำให้หายห่วงเรื่องหน้าจอเป็นรอยไปได้เลยล่ะครับ (แจ่มจริงๆ *0*)



มาดูกันที่สเปคของ Oppo R1 กันบ้างดีกว่า เจ้าตัวนี้มาพร้อมกับ Android 4.2.2 ครอบด้วย ColorOS ใช้หน่วยประมวลผลจากค่าย MediaTek อย่าง MT6582 และ GPU Mali-400 MP แรมก็ให้มาที่ 1 GB หน่วยความจำในเครื่องให้มาที่ 16 GB ไม่สามารถเพิ่ม Micro SD ได้ (น่าเสียดายจัง - -*) และแบตเตอรี่ขนาด 2410 mAh ครับ



มาดูตัวเครื่องของ Oppo R1 กัน
ด้านหน้าส่วนบนของ Oppo R1 นั้นจะมีกล้องหน้าขนาด 5 ล้านพิกเซล ถัดมาเป็นช่องลำโพงสำหรับสนนทนา และเซ็นเซอร์ต่างๆ และตรงมุมของเครื่องจะมีไฟ LED สำหรับแจ้งเตือนซ่อนอยู่ (น่าเสียดายที่ไฟ LED นี้สามารถแสดงไฟได้แค่สีขาวสีเดียวเท่านั้นครับ



ด้านหน้าส่วนล่างจะมีปุ่ม Menu , ปุ่ม Home และปุ่ม Back ครับ



ด้านหลังจะมีกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซลติดอยู่ ถัดมาจะเป็นไฟแฟลช และไฟ LED สำหรับแจ้งเตือนครับ

เอ๊ะๆ ตกใจกันล่ะสิ ที่ผมบอกว่ามีไฟ LED แจ้งเตือนด้วยน่ะ ใช่ครับด้านหลังมีไฟแจ้งเตือน LED อยู่ด้วย ผมไม่ได้พิมพ์ผิดแต่ประการใด ^^"





Oppo R1 นั้นมีไฟ LED สำหรับการแจ้งเตือนถึง 2 ตัวด้วยกันครับ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยวิธีการทำงานก็คือถ้ามีการแจ้งเตือนเข้ามาแล้วเราวางเครื่องแบบปกติ(วางหงาย) ไฟ LED ก็จะติดขึ้นมาที่ด้านหน้ามุมขวาบนของตัวเครื่องปกติ แต่ถ้าเราวางเครื่องคว่ำลงอยู่ไฟ LED ก็จะติดขึ้นมาตรงด้านหลังแทน โดยตัวเครื่องจะใช้การวัดจาก Proximity Sensor ที่อยู่หน้าเครื่อง ในการตรวจสอบว่าตอนนี้เราวางเครื่องหงายหรือคว่ำนั่นเอง แบบนี้ไม่ว่าเราจะวางตัวเครื่องแบบไหนเวลามีการแจ้งเตือนเข้ามาก็ไม่พลาดแล้วล่ะครับ (แหม่ สุดยอดจริง Oppo :D)



ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะมีปุ่ม Power และช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ Micro-Sim ครับ



Oppo R1 รองรับ 2 ซิมด้วยนะจ๊ะ :D



ด้านขวาจะเป็นปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียง



ด้านบนจะมีช่องเสียบหูฟังมาตรฐาน 3.5 mm. และ ไมค์ตัวที่ 2 ที่ใช้ตัวเสียงรบกวน



ด้านล่างจะเป็นช่อง Micro USB และลำโพงครับ (ขอบอกว่าเสียงดีมากๆเลย ^^)



ระบบปฎิบัติการ ColorOS ที่ Oppo ภูมิใจเสนอ !!
มาดูกันที่ ColorOS กันหน่อยครับ ถึงจะใช้ชื่อว่า ColorOS แต่จริงๆแล้วก็ยังใช้ระบบปฎิบัติการ Android เป็นแกนหลักอยู่ดี แต่ความสามารถในการปรับแต่งต่างๆนั้นไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการปรับหน้า Home Screen , Widgets ,Wallpaper หรือ Themes สามารถเลือกปรับได้มากมายเลย เรียกได้ว่าลืม Android แบบเดิมๆไปเลยล่ะครับ



ตัวอย่างการปรับแต่งหน้า Home Screen ให้มี Live weather ในภาพจะเป็นการใช้ Live Weather แบบ Fog ให้บรรยากาศแบบไอน้ำที่เกาะอยู่บริเวณกระจก เวลาเราเอานิ้วไปป้ายๆก็จะมีลูกเล่นเหมือนเวลาเราเอานิ้วไปป้ายกระจกที่มีไอน้ำเกาะอยู่เลยล่ะครับ (น่ารักดี)



Themes ก็มีให้เลือกโหลดได้มากมาย สามารถเลือกโหลด เลือกปรับแต่งกันได้ตามสบายเลยครับ



หรือแม้กระทั่ง หน้า Lockscreen ก็สามารถปรับเหมือนกันได้อีกด้วย มีให้โหลดเยอะแยะอีกเช่นเคย



หน้า Exclusive Space ที่สามารถเพิ่มลูกเล่นให้กับหน้า Home Screen ได้อีก ทั้ง Photo Space หรือ Music Space (ชอบๆ)



ฟีเจอร์ Gesture และ Motion
ใน ColorOS นอกจากจะมีฟีเจอร์ในการปรับแต่ง Themes หรือ Home Screen แล้ว ก็ยังมีอีกความสามารถที่โดดเด่นไม่แพ้กันก็คือ Gesture และ Motion Control อีกด้วยนะครับ เพราะในปัจจุบันการใช้งานสมาร์ทโฟนมีการกดปุ่มต่างๆในเครื่องวันละหลายร้อยครั้ง ทาง Oppo จึงคิดค้นวิธีการในการอำนวยความสะดวกที่ไม่จำเป็นต้องกดปุ่มที่ตัวเครื่องอีกเลยด้วยครับ



ฟีเจอร์ Black Screen Gesture นี้เราสามารถวาดนิ้วเป็นสัญลักษณ์หรือตัวหนังสือไว้ในการเข้าแอพพลิเคชั่นที่เราตั้งค่าไว้ได้เลยทันที ถึงแม้หน้าจอจะปิดอยู่ก็ตาม (เจ๋งป่ะล่ะ :P) หรือหากอยู่หน้า Home Screen แล้วก็ยังสามารถใช้ฟีเจอร์นี้ได้อยู่โดยการลากแถบ Notification Bar จากมุมซ้ายของตัวเครื่องลงมา แล้ววาดนิ้วลงไปได้เหมือนกัน ^0^



Gesture & Motion ก็ยังมีให้เลือกปรับอีกมากมาย สามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่ Setting > Gesture & Motion เลยครับ มีทั้ง Gesture Screenshot (แคบหน้าจอด้วยกานลาก 3 นิ้วลงมาพร้อมกัน) ,Adjust Volume (ลาก 2 นิ้วขึ้นลงเพิ่อเพิ่ม-ลดเสียง) , Easy Answer (รับสายอัตโนมัติเพียงยกมือถือมาแนบหู) , Double Tap to wake up (แตะที่หน้าจอ 2 ครั้งเพื่อเปิดหน้าจอ) และอื่นๆอีกมากมาย อธิบายกันไม่หมดเลยล่ะครับ (แหม่ เยอะจริงๆ ^^")



ความบันเทิงบน Oppo R1 
มาดูเรื่องความบันเทิง การฟังเพลง ดูหนัง เล่นเว็บไซต์กันบ้างครับ ด้วยหน้าจอขนาด 5 นิ้วความละเอียดระดับ HD ก็ถือว่าให้รายละเอียดที่ครบครัน ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้การเล่นเว็บ ดูหนัง นั้นได้อรรถรสอย่างดีเลยล่ะครับ แถมทีเด็ดจริงๆเลยคงจะหนีไม่พ้นลำโพงของเจ้า R1 นี่แหละครับ เสียงที่ได้ออกมาดีมากเลย ดังชัดเจน แถมมีมิติ ทำให้ไม่ต้องพึ่งหูฟังกันเลยทีเดียว เยี่ยมยอดจริงๆเลย 555



ประสิทธิภาพของ Oppo R1 
มาดูทางด้านประสิทธิภาพของเจ้า R1 กันบ้าง ก็แน่นอนว่าต้องวัดกันด้วยคะแนน Benchmark จากแอพฯ ยอดนิยมอย่าง Antutu Benchmark กัน และคะแนนก็อยู่ที่ 17505 คะแนนครับ



การเล่นเกมบน Oppo R1 
และแล้วก็มาถึงการเล่นเกมกันสักที หลายๆคนอาจจะต้องการซื้อเจ้า Oppo R1 มาเพื่อเล่นเกมแบบจริงๆจังๆ ว่าแล้วเรื่องการเล่นเกมล่ะ สำหรับเจ้า R1 นั้นทำได้ดีแค่ไหน สามารถเล่นเกมหนักๆบ้างได้มั้ย 









ก็ต้องขอบอกเลยครับว่าการเล่นเกมบน Oppo R1 นั้นทำได้ดี ลื่นไหล จากเกมที่ทดสอบ Asphalt 8 , Robocop , Table Top Racing หรือเกมสุดฮิตอย่าง Temple Run 2 แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คงจะเป็นเรื่อง Storage นี่ล่ะครับ เพราะเจ้า Oppo R1 มี Storage มาให้ที่ 16 GB แต่ไม่สามารถเพิ่ม Micro SD ได้ หากจะเน้นเล่นเกมจริงๆก็คงต้องบริหารพื้นที่กันหน่อยล่ะครับ ><



ความสามารถด้านกล้องบน Oppo R1
มาดูกันที่เรื่องกล้องกันบ้างครับ แน่นอนว่าเรื่องกล้องนั้นทาง Oppo นั้นขึ้นชื่อเรื่องความขาว เนียน สว่างใส อยู่แล้ว (สาวๆนี่ชื่นชอบมากๆ) Oppo R1 ให้กล้องหลังมาที่ 8 ล้านพิกเซล ถ่ายวีดีโอได้ที่ความละเอียด 720P HD ส่วนกล้องหน้าก็จัดเต็มมาให้ที่ 5 ล้านพิกเซลกันเลยทีเดียว (ถือว่าเอาใจชาว Selfie  สุดๆ



โดยโหมดถ่ายรูป ก็จะมีให้เลือก 4 โหมดหลักๆคือ Normal (ปกติ) , HDR , Panorama และ Beauty (สวยเลิศ)

มาดูตัวอย่างภาพถ่ายที่ถ่ายจาก Oppo R1 กันเลยครับ 













ตัวอย่างภาพจากกล้องหน้า







การใช้งานแบตเตอรี่
หลังจากที่ทีมงานได้ทดสอบการใช้งานโดยเปิด 3G สลับกับ Wi-Fi บ้าง เปิดแสงหน้าจอ 50% เล่นโซเชียล เล่นอินเทอร์เน็ต เล่นเกมบ้างนิดหน่อย ก็ถือว่าอยู่ได้ในหนึ่งวัน แต่หากเล่นเกมหนักๆจริงๆก็ได้ประมาณ 4-5 ชม.เท่านั้นเอง ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่ถือว่าอึดมากหรือสูบแบตฯ แต่ที่น่าประทับใจก็คงจะเป็นการเล่นหนักๆแล้วเครื่องยังไม่ร้อนมากจนทนไม่ได้ แค่อุ่นๆเท่านั้นเอง :)

สรุปการใช้งาน
หากคุณต้องการสมาร์ทโฟน 2 ซิม ที่มีดีไซน์หรูหรา ดูดี หน้าจอใหญ่ ระบบเสียงที่ยอดเยี่ยม และยังต้องการกล้องสวยๆเอาไว้ถ่าย Selfie แบบเนียนๆ เจ้า Oppo R1 ตัวนี้คือคำตอบเลย แต่หากคุณต้องการสมาร์ทโฟนที่เอาไว้เล่นเกมใหญ่ๆ ดูหนัง HD หลายๆเรื่อง ก็คงต้องพิจารณาในเรื่อง Storage (หน่วยความจำภายใจ) สักหน่อย เพราะ Oppo R1 ไม่สามารถเพิ่ม Micro SD ได้ (แต่หากไม่สนใจเรื่อง Storage จะเต็มแล้วล่ะก็ จัดได้เลยครับ ไม่ผิดหวังแน่นอน) ส่วนราคาของ Oppo R1 ก็เปิดตัวที่ 12,990 บาทครับ>//<

จุดเด่น 
- รองรับ 2 ซิม
- ColorOS ที่มีฟีเจอร์และความสามารถในปรับแต่งที่หลากหลาย
- ลำโพงคุณภาพเยี่ยม
- งานประกอบเนี้ยบ สวยงาม

จุดสังเกต
- ไม่รองรับ NFC 
- ไม่สามารถเพิ่ม Micro SD ได้

เปรียบเทียบ OPPO R1 กับ OPPO FIND WAY S