Camera : เลนส์ NIKKOR ฉลองความสำเร็จด้วยยอดการผลิตสูงถึง 90 ล้านชิ้น

จารย์บอย | 11 พ.ย. 2557 15:53:59

3109

VIEWS จารย์บอย

เลนส์ NIKKOR ฉลองความสำเร็จด้วยยอดการผลิตสูงถึง 90 ล้านชิ้น

นิคอน ฉลองความสำเร็จกับยอดการผลิตเลนส์ NIKKOR ทะลุ 90 ล้านชิ้นอย่างภาคภูมิ ในขณะที่เลนส์ NIKKOR ที่มาพร้อม Silent Wave Motor ซึ่งเป็นเทคโนโลยีลิขสิทธ์เฉพาะของนิคอน มียอดการผลิตสูงถึง 50 ล้านชิ้น

กรุงเทพฯ -- บริษัท นิคอน เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดประกาศความสำเร็จของเลนส์ NIKKOR1 กับยอดการผลิตทะลุ 90 ล้านชิ้น จากตัวเลขการผลิตอย่างเป็นทางการ ณ สิ้นเดือนตุลาคมพ.ศ. 2557นอกจากนี้ ความสำเร็จดังกล่าว ยังรวมไปถึงยอดการผลิตเลนส์ NIKKOR ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Silent Wave Motor (SWM) ซึ่งสูงถึง 50 ล้านชิ้นเช่นกัน

ในปี พ.ศ.2502 นิคอน (ซึ่งในขณะนั้นใช้ชื่อว่า Nippon Kogaku K.K.) ได้เปิดตัวกล้อง  Nikon F และเลนส์ NIKKOR รุ่นแรกสำหรับกล้องนิคอนเอสแอลอาร์ นั่นคือ เลนส์ NIKKOR-S Auto 5cm f/2 ขึ้น นับจากนั้นเป็นต้นมา นิคอนได้สานต่อความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อผลิตเลนส์ชั้นยอด และขยายขอบข่ายผลิตภัณฑ์มาอย่างต่อเนื่องรวมถึงเลนส์ถอดเปลี่ยนได้สำหรับกล้องตระกูลนิคอนวันซึ่งถือเป็นกล้องขนาดกะทัดรัดที่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ของนิคอนที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม ปีพ.ศ. 2554

ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือนหลังจากที่ได้ประกาศยอดการผลิต 85 ล้านชิ้น (ในเดือนมกราคมพ.ศ. 2557)เลนส์ NIKKOR ซึ่งเปี่ยมด้วยเทคโนโลยีด้านออพติคอลที่ได้มีการพัฒนาและสั่งสมมานานหลายปี ยังคงเดินหน้าสร้างความสำเร็จต่อไปอีกขั้นด้วยอัตราการผลิตที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

นอกจากความสำเร็จของยอดการผลิตเลนส์ 90 ล้านชิ้นแล้วนิคอนยังมียอดการผลิตเลนส์ NIKKOR ที่มาพร้อมเทคโนโลยีSWM ซึ่งเป็นระบบการขับเคลื่อนโฟกัสอัตโนมัติที่พัฒนาขึ้นโดยนิคอนอีก 50 ล้านชิ้นถือเป็นความสำเร็จอย่างต่อเนื่องมาตลอด18 ปี (ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2539) นับจากที่มีการเปิดตัวเลนส์ Ai AF-S Nikkor300 มม. f/2.8D IF-ED ซึ่งเป็นหนึ่งในเลนส์รุ่นแรกที่ใช้ระบบSWM

เทคโนโลยี SWM ของนิคอนจะแปลง “คลื่นเคลื่อนที่” เป็นพลังงานการหมุนเพื่อปรับโฟกัสภาพจึงทำให้สามารถถ่ายภาพแบบออโต้โฟกัสได้อย่างเงียบและเฉียบคม ทั้งนี้ เลนส์ NIKKOR ทุกตัวที่ผลิตขึ้นเพื่อกล้องเอสแอลอาร์ทั้งหมดนับจากปี พ.ศ. 2547 เป็นต้นมาจะมาพร้อมกับเทคโนโลยี SWM2

ปัจจุบันนิคอนมีการผลิตเลนส์ต่างๆรวมทั้งสิ้น 723 รุ่นที่มาพร้อมเทคโนโลยี SWM สำหรับกล้องดิจิตอลเอสแอลอาร์ทั้งประเภท FX-formatและ DX-formatไม่ว่าจะเป็นเลนส์ซูม เลนส์ทางยาวโฟกัสคงที่ (prime lens) หรือไมโครเลนส์ ซึ่งครอบคลุมทางยาวโฟกัสในรูปแบบที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นมุมกว้างพิเศษไปจนถึงซูเปอร์เทเลโฟโต้ นอกจากนี้เลนส์ที่มาพร้อมกับระบบ SWM ยังรวมถึงเลนส์ประเภท one3 fast (เลนส์ที่มีรูรับแสงกว้าง) เลนส์เทเลโฟโต้ระดับกลางและ เลนส์ทางยาวโฟกัสคงที่ (prime lens) สำหรับกล้องนิคอน วัน

1เลนส์ถอดเปลี่ยนได้สำหรับกล้องประเภท SLR ของนิคอน และ นิคอน วัน กล้องขนาดกะทัดรัดที่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้
2ไม่รวมเลนส์เฉพาะทาง (เลนส์ PC-E)
3 ตัวเลขรวมเลนส์ NIKKOR ทั้งหมดที่มาพร้อมเทคโนโลยี SWM ในปัจจุบัน (ณ วันที่ 4 พฤศจิกายนพ.ศ. 2557)

หนึ่งในผลิตภัณฑ์ล่าสุดที่ใช้เทคโนโลยี SWM คือ เลนส์ AF-S NIKKOR 400mm f/2.8E FL ED VR ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2557 เลนส์นี้ใช้ได้กับกล้องดิจิตอลเอสแอลอาร์ FX-format ของนิคอนซึ่งถือเป็นเลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้ประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ที่น้ำหนักเบายิ่งขึ้น

ในเดือนกันยายน พ.ศ.2557 นิคอนตอกย้ำความสามารถในการตอบโจทย์ความต้องการของเหล่าช่างภาพอีกครั้งด้วยการเพิ่มเลนส์ ultra-wide-angle AF-S NIKKOR 20mm f/1.8G ED ต่อยอดกลุ่มผลิตภัณฑ์เลนส์ประเภททางยาวโฟกัสคงที่รุ่น f/1.8 สำหรับกล้อง FX-format ของนิคอน

เลนส์รุ่นนี้ผลิตด้วยเทคโนโลยีล่าสุดในวงการถ่ายภาพเพื่อให้ได้ผลงานที่ละเอียดคมชัดเหนือกว่าและเคลือบผิวด้วยนาโนคริสตัล เทคโนโลยีเฉพาะของนิคอนที่ช่วยควบคุมการตกกระทบและกระจายแสงให้เหมาะสมผสานองค์ประกอบเลนส์ ED ที่จะช่วยกำจัดความพร่าสีหรือสีเพี้ยนให้ภาพคมสมจริงยิ่งกว่า นอกจากนั้น เลนส์นี้ยังมีลักษณะเบาและมีขนาดเล็กจึงสะดวกอย่างยิ่งสำหรับการพกพา พร้อมให้ผลงานภาพถ่ายที่จะประทับใจด้วยคุณสมบัติในการเก็บภาพมุมกว้างและสามารถปรับเลือนภาพได้อย่างงดงาม

ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2557 นิคอนเปิดตัวเลนส์ 1 NIKKOR VR 70-300mm f/4.5-5.6 สำหรับกล้องนิคอน วัน ซึ่งเลนส์ซูมระดับซูเปอร์เทเลโฟโต้ตัวนี้มาพร้อมกับระยะโฟกัสสูงสุดเทียบเท่า 810mm และถือว่าเป็นเลนส์ที่เล็กและเบาที่สุดในโลก4 เมื่อเทียบกับรุ่นเดียวกันปัจจุบัน สายผลิตภัณฑ์สำหรับเลนส์รุ่น 1 NIKKOR มีด้วยกัน 12 ตัว



ซึ่งมีช่วงทางยาวโฟกัสตั้งแต่ 6.7 มมถึง 300 มม. (มุมมองเทียบเท่ากับ 18mm – 810mm ในกล้องฟอร์แมท 35mm [135])ที่สามารถครอบคลุมระยะโฟกัสกว้างไกลตั้งแต่ระดับ ultra-wide-angle ไปจนถึงซูเปอร์เทเลโฟโต้และนิคอนยังคงมุ่งมั่นคิดค้นขยายสายผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคต

เมื่อผสานกับกล้องนิคอนทั้งในตระกูล FX และ DX อันเปี่ยมประสิทธิภาพเลนส์ชั้นยอดในตระกูล NIKKOR ที่มีให้เลือกสรรเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย สามารถตอบสนองความต้องการของนักถ่ายภาพมืออาชีพเพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่สวยสมบูรณ์แบบที่สุด

ในกลุ่มเลนส์ประเภทถอดเปลี่ยนได้สำหรับเลนส์ที่มีระยะโฟกัสเกินระยะเทียบเท่า 600mm สำหรับกล้องดิจิตอลภาพนิ่งในฟอร์แมท 35mm [135] ที่มีฟังก์ชันออโต้โฟกัส ข้อมูล ณ วันที่ 13 มีนาคมพ.ศ. 2557 โดยการเปรียบเทียบวัดปริมาตรต่ำสุดของเลนส์แต่ละชิ้น ข้อมูลอ้างอิงจากผลวิจัยของนิคอน