Review : Meizu M2 Note สมาร์ทโฟนแดนมังกร ที่มาพร้อมสเปคสุดคุ้ม หน้าตาดูดีในราคาเพียง 5,990 บาท !!

เฮียแม็พ | 24 ก.ย 2558 17:43:42 (อัพเดต 28 ก.ย 2558 09:22:38)

33255

VIEWS เฮียแม็พ

Review : Meizu M2 Note สมาร์ทโฟนแดนมังกร ที่มาพร้อมสเปคสุดคุ้ม หน้าตาดูดีในราคาเพียง 5,990 บาท !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่านครับ กลับมาพบกับรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม๊พ. TechXcite กันอีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนจีนที่มีคนพูดถึงมากที่สุดรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว สมาร์ทโฟนรุ่นที่ว่านี้ก็คือ Meizu M2 Note นั่นเอง ซึ่งหลายๆท่านคงเคยได้ยินชื่อของสมาร์ทโฟนแบรนด์ Meizu (ออกเสียงว่า “เหม่ยซู”) มาบ้างแล้ว และหลังๆมานี้ก็เริ่มเห็นว่ามีข่าวคราวการมาวางจำหน่ายในประเทศไทยออกมาบ่อยๆ ล่าสุดทาง Meizu ประเทศไทยก็เตรียมได้นำรุ่นเล็กสเปคคุ้มอย่าง M2 Note มาวางจำหน่ายในประเทศไทยผ่านทาง Lazada แล้วในเร็ววันนี้ ส่วนรายละเอียดต่างๆจะเป็นอย่างไรมาติดตามกันเลยจ้า :D

แกะกล่อง Meizu M2 Note

ก่อนจะมาทราบรายละเอียดของการวางจำหน่ายเรามาดูรายละเอียดของตัวเครื่องกันก่อนดีกว่า ตัวกล่องของ Meizu M2 Note นั้นจะเป็นกล่องสีขาวเนียนๆ มีระบุชื่อรุ่นไว้ด้านหน้าชัดเจน

อุปกรณ์ทั้งหมดภายในกล่อง็มีดังนี้ครับ คู่มือการใช้งาน , ตัวเครื่อง Meizu M2 Note , สาย Micro-USB และอแดปเตอร์ชาร์จไฟครับ

ส่วนหูฟังไม่มีแถมมาให้นะครับ แต่ก็มีแถมตัวโฟมมาวางตำแหน่งของหูฟังอยู่ ดูสิเขาก็บอกด้วยนะว่า “Earphone not include” หูฟังไม่ได้ให้มาด้วย แหม่ !

การดีไซน์ของ Meizu M2 Note

เอาล่ะ ถึงคราวของตัวเครื่องกันแล้ว ก่อนอื่นมาพูดถึงเรื่องของดีไซน์ภายนอกกันก่อนเลย Meizu M2 Note นั้นมีหน้าตาที่เรียบๆ ขนาดกำลังดีไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไปสัดส่วนของตัวเครื่องอยู่ที่ 75.2 × 150.9 × 8.7 มม.

วัสดุของตัวเครื่องก็จะใช้เป็น Polycarbonate ผิวด้าน ให้สัมผัสที่ดีใช้ได้ แถมน้ำหนักของตัวเครื่องนั้นยังอยู่ที่ 149 กรัมเท่านั้นเอง

M2 Note มาพร้อมหน้าจอ IGZO ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียดอยู่ที่ Full-HD การแสดงผลก็เรียกว่าทำได้สวยงาม สีสันสดใสมากๆเลย เห็นแว่บแรกนี่ไม่อยากเชื่อเลยว่านี่มันมือถือราคาไม่ถึงหมื่นจอสวยขนาดนี้เลย *0*

ตัวหน้าจอนั้นจะใช้เป็นกระจก Dragontrail ที่ช่วยกันรอยขีดข่วนด้วย แต่เท่าที่ใช้งานมาจริงๆมันก็แอบเป็นรอยได้เหมือนกัน ตรงนี้แนะนำว่าไปหาฟิล์มมาติดน่าจะดีกว่าฮะ

เหนือหน้าจอจะมีลำโพงสนทนา , ตัวเซ็นเซอร์วัดระยะ , เซ็นเซอร์วัดแสง และกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล

ล่างหน้าจอมีปุ่มกดเพียงปุ่มเดียว ไม่มีปุ่ม Back , Menu หรือ Recent App ใดๆเลย แต่ว่าไอปุ่มโฮมนี้สามารถใช้งนแบบสัมผัสได้ด้วย การใช้งานก็คือถ้าแตะหรือสัมผัสเบาๆก็จะเป็นการกดปุ่ม Back แต่ถ้ากดลงไปก็จะเป็นปุ่มโฮมครับ ซึ่งตรงนี้ทาง Meizu เรียกว่า M Touch นั่นเอง

ปุ่มกดต่างๆอยู่ทางฝั่งซ้ายมือของตัวเครื่องทั้งหมด ทั้งปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power

ส่วนด้านขวาก็จะมีช่องใส่ซิมแบบไฮบริด จะใส่ 1 ซิมกับ 1 Micro-SD หรือจะใช้งานแบบ 2 ซิมก็ได้ครับ

ด้านล่างของตัวเครื่องจะมีไมโครโฟนสำหรับสนทนา, พอร์ท Micro-USB และลำโพงหลักของตัวเครื่อง

ด้านบนมีพอร์ทหูฟัง 3.5 มม. และไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน

ส่วนด้านหลังก็เรียบๆมีกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซลเด่นๆ ตัวกล้องหลังเป็นกระจก Gorilla Glass 3 ด้วยไม่ต้องกลัวหน้าเลนส์จะเป็นรอยกันง่ายๆแล้ว ถัดลงมามีไฟแฟลช LED แบบ Dual Tone อยู่ด้วย

ส่วนด้านล่างๆของแผ่นหลังก็จะมีโลโก้ของ Meizu อยู่ครับ

สเปค Meizu M2 Note

มาถึงเรื่องของสเปคกันบ้าง อย่างที่บอกว่า M2 Note นั้นเป็นรุ่นเล็กน้องใหม่ของ Meizu ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา แต่ถึงแม้จะเป็นรุ่นเล็ก แต่สเปคก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่เลย โดยสเปคคร่าวๆของ Meizu M2 Note ก็มีดังนี้

  • หน้าจอ 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full-HD
  • หน่วยประมวลผล MediaTek MT6753 Octa-core 1.3GHz (64-Bit)
  • หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-T720
  • แรม 2GB
  • รอม 16GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 128GB
  • แบตเตอรี่ 3100 mAh
  • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล
  • รองรับ 4G LTE , รองรับ 2 ซิมแบบไฮบริด

ระบบปฏิบัติการและการใช้งานเบื้อต้น

มาต่อในเรื่องของซอฟต์แวร์กัน M2 Note นั้นมาพร้อมกับ Android 5.1 Lollipop และครอบด้วย Flyme UI เวอร์ชั่น 4.5.2I ซึ่งอย่างที่ทราบครับ ตัวหน้าตาก็จะต่างไปจาก Android ทั่วๆไปเล็กน้อย คล้ายๆกับแบรนด์อื่นๆอย่างพวก OPPO , Lenovo หรือ Huawei แหละครับ

App Drawer ก็ไม่มีเช่นเคย ไม่ว่าเราจะลงแอปหรือแอปที่ถูกติดตั้งต่างๆก็จะถูกโยนมาลงหน้าหลักนี้ทั้งหมด ไอคอนต่างๆก็จะเรียบๆ สะอาดตาไปซะหมดจริงๆ ตรงนี้คนที่ชอบอะไรสบายตาคงชื่นชอบล่ะครับ

แถบ Notification ด้านบนก็จะมีตัว Toggle ไว้เปิด-ปิด Wifi , Bluetooth , GPS เป็นต้นฮะ ส่วน Recent App ก็สามารถเลื่อนจากด้านล่างขึ้นมาได้เลยครับ

ระบบ Gesture และ Smart Touch

ฟีเจอร์การปาดหน้าจอ เคาะหน้าจอก็มีมาให้บน Flyme UI ด้วย ตรงนี้ก็อาจจะไม่ได้โดดเด่นอะไรมากนัก เพราะเราก็ได้เห็นจากแบรนด์อื่นๆมาหมดละ อาทิ เคาะหน้าจอเพื่อปลุกหน้าจอ , วาดรูปเป็นตัว M ตัว C เพื่อเข้าแอปที่ตั้งไว้ ซึ่งเราสามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่ Settings > Accessibility > Gesture Wake Up , Smart Touch

อ๊ะ ! ลืมบอกไปปุ่มโฮมหรือ M Touch เนี้ยสามารถใช้งานเป็นปุ่มล็อกเครื่องได้ด้วย โดยการกดค้างไว้สักครู่ก็ล็อกเครื่องได้แล้ว ใครที่ไม่อยากเอื้อมนิ้วไปกดปุ่ม Power เพื่อปลดล็อกบ่อยๆก็กดปุ่มโฮมนี้แทนได้นะ :D

แอปเสริมจาก Meizu

อย่างที่ทราบกันว่ามือถือจากประเทศจีนนั้น มักจะมีฟีเจอร์หรือแอปเสริมมาให้ด้วย ซึ่งบน M2 Note ก็มีแอปพวก App Center หรือ Personalize มาให้เราได้ดาวน์โหลดแอป หรือพวก Theme มาปรับแต่งได้ แต่ต้องบอกก่อนว่าคอนเท้นท์ตรงนี้นั้นรองรับแต่ภาษาจีนเท่านั้นนะ ใครอยากจะไปคลำๆหา Theme แบบสวยๆก็ลองดูได้ครับ (ส่วนใหญ่เสียงตังค์)

แอป Painter ชื่อก็มีพ่วงมาด้วย Note แบบนี้ ก็เลยมีตัวแอปวาดๆเขียนๆอย่าง Painter มาให้ด้วย แต่ไม่มีปากกามาให้ก็อาจจะไม่สะดวกเท่าไหร่ แต่ก็พอวาดเล่นๆได้นะ

ประสิทธิภาพของ Meizu M2 Note

หลังจากที่ดูตัวระบบคร่าวๆของ M2 Note ไปแล้ว ทีนี้ก็ถึงคราววัดประสิทธิภาพจากการ Benchmark กันต่อเลยดีกว่า ผลคะแนนหลังจากทดสอบก็ออกมาที่ 30,699 คะแนนครับผม (เปิด Performance Mode แล้ว)

ตัวแรม 2GB ที่ให้มากับตัวเครื่อง จะเหลือใช้จริงราวๆ 800 MB -1GB ครับผม

การเล่นเกมบน Meizu M2 Note

มาต่อในเรื่องของการเล่นเกม M2 Note เครื่องที่ขายในประเทศไทยนั้นจะมีการเพิ่มพวก Google Service มาให้ด้วย ตรงนี้ก็ทำให้เราสามารถดาวน์โหลดเกมหรือแอปจากตัว Play Store ได้โดยตรงแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปหาแอปจากแหล่งอื่นๆให้ยุ่งยาก ซึ่งตัวเกมที่รองรับก็มีให้เลือกมากมายเลย เราเลยจับเอาเกมกราฟิกสวยๆอย่าง Contract Killer: Sniper , SBK14 , Shadow Fighter 2 , Rock Runner มาทดสอบกันดู

ผลก็ออกมาน่าประทับใจครับ เล่นได้ลื่นไหลใช้ได้ แต่อาจจะมีอาการกระตุกบ้างเล็กน้อยตอนที่มีการประมวลผลกราฟิกหนักๆจ้า

การดูหนังฟังเพลงบน Meizu M2 Note

นอกจากการเล่นเกมแล้ว ในส่วนของการดูไฟล์วิดีโอก็ทำได้ดีไม่น้อย ด้วยหน้าจอ IGZO ความละเอียด Full-HD ของ M2 Note นั้นแสดงผลได้ยอดเยี่ยมมากๆ มุมมองก็กว้าง สีสันก็สวยสดดีเลย แถมขนาดหน้าจอก็ใหญ่ระดับ 5.5 นิ้วนี่ก็ใหญ่พอที่จะเอามาดูหนัง ดูคลิปสักเรื่องจริงๆเลยล่ะ

ส่วนในเรื่องของเสียงนั้นอาจจะไม่ได้เน้นมากนัก เสียงจากตัวลำโพงนั้นค่อนข้างออกไปทางแหลม ระดับความดังก็ใช้ได้อยู่ ตำแหน่งนั้นอยู่บริเวณด้านล่างของตัวเครื่อง ตรงนี้ดีเพราะช่วยให้ได้เสียงดังชัดเจนเมื่อวางเครื่องราบไป แต่ถ้าถือขึ้นมาก็ระวังจะไปปิดโดนด้วย ไม่งั้นนี่เงียบสนิทเลยล่ะ

กล้องถ่ายภาพของ Meizu M2 Note

กล้องถ่ายภาพนั้นก็เป็นจุดสำคัญในการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนสักเครื่องหนึ่งเหมือนกัน ซึ่งบน M2 Note นี้ก็จัดเต็มเรื่องกล้องมาไม่น้อยเลย เพราะว่ามาพร้อมกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมให้ไฟแฟลชแบบ Dual-Tone สามารถบันทึกไฟล์วิดีโอได้สูงสุดที่ความละเอียด Full-HD

โหมดการถ่ายภาพก็ให้มาเยอะพอสมควร มีโหมด Auto , Manual , Beauty , Panorama , Light Field (หน้าชัดหลังเบลอ) , Scan (ใช้กล้องเป็นตัวสแกนพวก Barcode , QR) , Slow Motion การเปลี่ยนโหมดก็เพียงเลื่อนหน้าจอไปเรื่อยๆครับ

เอาเป็นว่าลองมาชมตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ Meizu M2 Note กันเลยดีกว่า

ภาพถ่ายจากโหมด Auto

ภาพถ่ายจากโหมด HDR

ภาพถ่ายในที่แสงน้อย

โดยรวมถือว่ากล้องหลังของ M2 Note นั้นทำได้ดีทีเดียว ทั้งเรื่องสีสันของภาพ , ความคมชัด และโหมดการถ่ายภาพก็ให้มาครบกำลังดี แต่ข้อเสียจริงๆก็คงจะเป็นหน้าจอที่สีสันสดมากๆ ภาพถ่ายที่ได้ก็เลยอาจจะดูสวยและสดมากๆ แต่พอเอาไฟล์มาดูในคอมหรือเครื่องอาจจะไม่เด็ดดวงเท่าในจอของ M2 Note น่ะนะ

และในเรื่องกล้องหน้าก็ไม่ได้น้อยหน้าเจ้าอื่นๆเลย เพราะ M2 Note นั้นติดกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซลมาให้ แถมยังมีโหมด Beauty มาให้ด้วย ทีนี้จะถ่ายเซลฟี่ยังไงก็ได้ภาพออกมาเนียนแน่นอน :D

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหน้าของ Meizu M2 Note

การใช้งานแบตเตอรี่ของ Meizu M2 Note

ปิดท้ายกันในเรื่องของแบตเตอรี่ M2 Note นั้นจะมาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุถึง 3100 mAh กันเลยทีเดียว ซึ่งถ้าเทียบกับขนาดหน้าจอก็ถือว่าให้มาเยอะเลยทีเดียว และจากการใช้งานจริงก็ถือว่าแบตเตอรี่นั้นอยู่ได้ยาวนาน และอึดใช้ได้เลยล่ะ ใช้งานทั่วๆไปอยู่ได้เกินวันเลยทีเดียว แต่ถ้าจะใช้หนักๆจริงๆก็อยู่ได้รอดตลอดทั้งวันครับ

สรุปผลการทดสอบ

ก็เรียกว่าเป็นมือถืออีกรุ่นที่น่าสนใจมากๆสำหรับ Meizu M2 Note ที่มาพร้อมกัับสเปคและความคุ้มค่าตามสไตล์มือถือแบรนด์จีนที่เน้นความคุ้มค่าจากเรื่องของสเปคและราคาเป็นหลัก และเจ้า M2 Note นี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย ทั้งในเรื่องสเปคที่จัดเต็มมาสามารถใช้งานทั่วๆไปได้อย่างลื่นไหล หรือจะเน้นหนักหน่อยกับการเล่นเกมก็ยังเอาอยู่ หน้าตาดีไซน์ต่างๆก็ถือว่าสวยงามตามท้องเรื่อง อีกทั้งในส่วนหน้าจอและกล้องหน้าและหลังก็ทำได้ดีจนคิดว่าเป็นมือถือระดับหมื่นนิดๆเลยทีเดียว แต่ทั้งหมดที่ว่ามานี้นั้นอยู่ในราคาเปิดตัวเพียง 5,990 บาทเท่านั้นเองจ้าาา *0*

จุดเด่น

  • หน้าจอ IGZO ขนาด 5.5 นิ้ว แสดงผลได้สวยงาม และคมชัด
  • สเปคที่ให้มาถ้าเทียบกับราคาแล้วถือว่าคุ้มค่า
  • ตัวเครื่องดีไซน์สวย กะทัดรัด เหมาะมือ
  • กล้องหน้าและหลังสวยงามใช้ได้
  • แบตเตอรี่อึดพอสมควร อยู่ได้ยาวนาน
  • รองรับ 2 ซิม
  • รองรับ 4G LTE

จุดสังเกต

  • ไม่มีปุ่ม Menu และปุ่ม Back การใช้งานในช่วงแรกอาจต้องใช้เวลาปรับตัวเล็กน้อย

โดยตัว Meizu M2 Note นั้นจะเริ่มวางจำหน่ายแบบ Flash Sale ผ่านทาง Lazada ในวันที่ 29 กันยานนี้ ตั้งแต่เวลา 10.00-12.00 น. (มีเฉพาะสีเทาและสีขาวเท่านั้น) สำหรับเพื่อนๆที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิ้งค์นี้เลยครับผม >> Lazada

เช็คสเปคและราคา Meizu M2 Note

รีวิวโดย : เฮียแม๊พ. TechXcite