Review: Obi Worldphone SF1 สมาร์ตโฟนสเปคคุ้มค่าราคาหลักพัน ดีไซน์มะกัน ผลิตที่จีน ขายในไทย!

ป๋าเอก | 2 ธ.ค 2558 10:33:24 (อัพเดต 3 ธ.ค 2558 12:15:36)

13153

VIEWS ป๋าเอก

:: Review: Obi Worldphone SF1 สมาร์ตโฟนสเปคคุ้มค่าราคาหลักพัน ดีไซน์มะกัน ผลิตที่จีน ขายในไทย! ::

สวัสดีครับชาว TechXcite กลับมาพบกับ “ป๋าเอก” กันอีกครั้งกับการรีวิวสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์ IT และ Gadget ต่างๆที่น่าสนใจในช่วงนี้ โดยในวันนี้ผมได้รับสมาร์ตโฟนน้องใหม่น่าสนใจไม่เบาทีเดียวอย่าง Obi Worldphone SF1 มาลองเล่นกัน ซึ่งหากบอกชื่อยี่ห้อไปเชื่อว่าหลายๆคนอาจจะยังคงอยู่ว่า Obi Worldphone นั้นคือแบรนด์อะไรกันแน่ (เผลอๆคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นแบรนด์มือถือ) แต่ถ้าเกิดผมบอกไปว่า Obi Worldphone ที่ว่านี้เป็นบริษัทผู้ผลิตสมาร์ตโฟนที่ก่อตั้งโดยคุณ John Sculley อดีต CEO ใหญ่ของบริษัท Apple ยักษ์ใหญ่วงการเทคโนโลยีที่หลายคนรู้จักก็เชื่อเหลือเกินว่าอย่างน้อยๆหลายคนน่าจะเกิดความรู้สึกร่วมกันขึ้นมาบ้างไม่มากก็น้อยใช่มั้ยละครับ :)

อย่างไรก็ตามแม้ว่าคุณ John เองจะได้ชื่อว่าเป็นผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการไอทีมาก็นานแต่ก็คงจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเพียงแค่อาศัยบารมีจากตัวผู้ก่อตั้งเองอย่างเดียวคงจะไม่เพียงพอต่อการทำให้คนหันมาสนใจแบรนด์มือถือน้องใหม่กันแน่ๆ ว่าแล้วคอนเซปต์ของ Obi Worldphone จึงเกิดขึ้นมาพร้อมกับวลีสุดคลาสสิคนั่นก็คือเป็นสมาร์ตโฟนที่ "ออกแบบในประเทศสหรัฐอเมริกา (ในที่นี้คือซานฟรานซิสโก) และผลิตในประเทศจีน" ซึ่งก็เป็นมาตรฐานเดียวกับ iPhone จากบริษัทเก่าของคุณ John เองนั่นละครับ แล้วก็แน่นอนว่าเมื่องานประกอบทำออกมาได้ดีแล้วสเปคด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เองก็ต้องได้รับการออกแบบมาให้เหมาะสมตามไปด้วยเช่นกัน

ส่วนการใช้งานจริงจะเวิร์คหรือไม่ขนาดไหนสำหรับ Obi Worldphone SF1 รุ่นนี้ ผมจะมาสรุปให้ทุกท่านได้อ่านกันเพลินๆในรีวิวฉบับย่อด้านล่างนี้ละฮะ

ปล. ขอย้ำไว้ก่อนว่าเครื่อง Obi Worldphone SF1 ที่เราได้มารีวิวนั้นเป็นเครื่องสำหรับการรีวิวโดยเฉพาะซึ่งอาจจะมีสเปคบางส่วนไม่ตรงกับรุ่นที่จะวางขายจริงในไทยนะครับ

Obi Worldphone SF1 - Design

เพียงแค่บรรจุภัณฑ์ภายนอกก็สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้พบเห็นแล้วครับสำหรับ Obi Worldphone SF1 โดยตัวกล่องนั้นจะเป็นแท่งพลาสติกใสโค้งตามยาวซึ่งเราไม่ค่อยได้พบเห็นกันบ่อยนักในยุคที่กล่องมือถือกลายเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าเหมือนๆกันไปหมด ซึ่งภายในก็จะมีอุปกรณ์เสริมมาให้ตามมาตรฐาน "เกือบ" ครบอาทิเช่นตัวเครื่อง (ก็แหงสิ 555+), สาย MicroUSB สำหรับชาร์จแบตเตอรี่และโอนถ่ายข้อมูล, หัวแปลงอแดปเตอร์, เข็มจิ้มซิมการ์ด และคู่มือการใชงาน อย่างไรก็ตามที่ผมบอกว่าไปว่าเกือบครบนั้นก็เป็นเพราะว่า Obi Worldphone SF1 นั้นไม่ได้แถมหูฟังมาให้ด้วยแต่อย่างใด ถ้าจะใช้ก็คงต้องไปหาซื้อเพิ่มกันเอาเองละเนอะ

อย่างไรก็ตามเมื่อขยับมาชะแง้มองในส่วนของตัวเครื่องกันบ้างก็เชื่อว่าหลายๆคนอาจจะรู้สึกแปลกตาไม่ได้น้อยไปกว่ากล่องที่ใส่มาเลยด้วยซ้ำ เพราะเจ้า Obi Worldphone SF1 นั้นได้รับการออกแบบมาให้ส่วนของหน้าจอมีลักษณะยกนูนขึ้นจากตัวเครื่อง เรียกได้ว่าหน้าลอยเด่นมาแต่ไกล ซึ่งถ้าเอาความรู้สึกจริงๆเฉพาะส่วนของหน้าจอที่ลอยออกมานั้นก็ให้อารมณ์คล้ายๆกับ iPhone ดีไม่เบาทีเดียว แต่พอมีตัวเครื่องที่เป็นพื้นหลังขึ้นมาอีกชั้นประกอบเป็นอีกหนึ่งเลเยอร์ก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปอย่างบอกไม่ถูกดีเหมือนกัน (ผมนึกไปถึง Nokia หรือ Xiaomi เอาซะมากกว่านะ) เอาเป็นว่าถ้าคิดว่านี่คือมือถือราคาต่ำกว่าหมื่นก็ต้องบอกว่าเป็นมือถือต่ำหมื่นที่สวยงามเอาเรื่องเลยละกัน

ทั้งนีสำหรับหน้าจอของ Obi Worldphone SF1 นั้นมีขนาดอยู่ที่ 5 นิ้วและความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (443ppi) ซึ่งก็ถือว่าเป็นขนาดพิมพ์นิยมของสมาร์ตโฟนยุคนี้ที่เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบหน้าจอเล็กเกินไปหรือใหญ่จนเกินไป ส่วนเรื่องของการแสดงผลสีสันนั้นก็ถือว่าทำออกมาได้สวยงามคมชัดดีเพราะเป็นเทคโนโลยี In-Cell IPS ของบริษัท JDI ที่ชิ้นส่วนหน้าจอและส่วนที่เป็นระบบสัมผัสนั้นจะเป็นชิ้นเดียวกันไปเลย แต่ถ้าพูดถึงความทนทานแล้วหน้าจอของมือถือรุ่นนี้มาพร้อมกับกระจก Gorilla Glass 4 ถือว่าดีงามพระรามเก้าอยู่แล้วละฮะ

ขณะเดียวกัน Obi Worldphone SF1 นั้นมาพร้อมกับกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซลพร้อมแฟลช LED เพื่อการถ่ายรูปเซลฟี่ที่ดีกว่า ส่วนด้านล่างตัวเครื่องนั้นจะเป็นพื้นดำเรียบๆเพราะปุ่มควบคุมการทำงานมาตรฐานนั้นจะเป็นแบบ Virtual คือขึ้นไปอยู่บนหน้าจอแทนทั้งหมด

สำหรับด้านหลังตัวเครื่อง Obi Worldphone SF1 นั้นเป็นแบบชิ้นเดียวหลังเรียบๆให้สัมผัสที่ดูหรูหราดีไม่เบาแถมไม่เป็นรอยนิ้วมือง่ายๆด้วยเพราะเป็นการผสมผสานกันระหว่างพลาสติกและโลหะ โดยด้านบนก็จะเป็นที่ตั้งของกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซลพร้อมแฟลช LED โดยที่โลโก้แบรนด์นั้นจะอยู่ทางมุมขวาล่าง อย่างไรก็ตามด้วยความที่เป็น unibody นี่แหละก็เลยทำให้มือถือรุ่นนี้ไม่สามารถถอดฝาหลังเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้นะฮะ

ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะมีปุ่มปรับเพิ่ม-ลดระดับเสียงและปุ่ม Power สำหรับการเปิด-ปิดเครื่อง

ส่วนทางด้านขวานั้นจะมีเพียงแค่ช่องใส่ซิมการ์ดและ MicroSD ซึ่งตรงนี้ต้องบอกไว้ก่อนว่า Obi Worldphone SF1 นั้นเป็นเครื่องแบบ Hybrid SIM คือคุณสามารถเลือกได้ว่าจะใส่ซิมการ์ดทั้งสองช่องที่มีให้มา (เป็นไมโครซิม+นาโนซิม) หรือจะเลือกใส่ซิมการ์ดหนึ่งช่องและ MicroSD Card ความจุสูงสุด 64GB อีกหนึ่งช่องก็ทำได้แล้วแต่ที่สบายใจเลย...

เขยิบลงมาที่ด้านล่างของ Obi Worldphone SF1 มาพร้อมกับพอร์ท MicroUSB, ช่องลำโพงสเตอริโอ รวมไปจนถึงไมโครโฟนสำหรับสนทนาด้วย

ส่วนทางด้านบนตัวเครื่องนั้นก็จะมีเพียงช่องเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. และรูไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนครับ

Obi Worldphone SF1 - Performance

สำหรับเครื่อง Obi Worldphone SF1 ที่เราได้มารีวิวในคราวนี้จะเป็นรุ่นที่มาพร้อมกับ 3GB RAM และความจุ 32GB ซึ่งเบื้องต้นนั้นรุ่นที่จะเข้ามาขายในประเทศไทยช่วงแรกจะเป็นรุ่น 2GB RAM/16GB ไปก่อน ส่วนชิปเซ็ตนั้นก็จะเหมือนกันคือเลือกใช้งาน Snapdragon 615 ซึ่งเป็นซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 1.5GHz ที่ผมว่าก็เพียงพอแล้วกับการทำงานทั่วไปก็ลื่นไหลดีหรือหากจะเล่นเกมส์ในระดับล่างถึงกลางๆสามารถทำได้สบาย แต่ถ้าเป็นเกมส์ระดับไฮเอนด์ไปเลยก็อาจจะต้องพบกับเฟรมเรตที่ร่วงลงไปในบางโมเมนต์บ้างซึ่งก็คงเป็นเรื่องที่ยอมรับกันได้สำหรับมือถือที่ได้คะแนนเบนช์มาร์คประมาณ 34,000 กว่าๆแบบนี้

กล้องถ่ายรูปก็เป็นอีกส่วนที่น่าสนใจไม่แพ้กันเพราะ Obi Worldphone SF1 มาพร้อมกับกล้องหลังเซนเซอร์ Sony IMX214 ความละเอียด 13 ล้านพิกเซลพร้อมขนาดรูรับแสง f/2.0 และแฟลช LED ซึ่งจากที่ได้ลองไปเล่นมาพบว่าถ้าเป็นสภาพอากาศแบบกลางแจ้งมีแสงปกติก็จะสามารถถ่ายภาพออกมาได้ค่อนข้างดีพอสมควร อย่างไรก็ตามหากเป็นในที่ที่มีแสงน้อย (หรือกลางคืน) ภาพที่ถ่ายออกมานั้นพบว่าจะเกิดนอยส์หรือภาพเบลอได้บ่อยๆซึ่งอาจจะต้องการความปราณีตมากพอสมควรเลย เช่นเดียวกับระบบโฟกัสที่บางทีก็ขัดใจเบาๆอยู่บ้างว่าเหมือนโฟกัสไปแล้วแต่ไม่ติด ส่วนกล้องหน้าเพื่อขาเซลฟี่ให้ความละเอียดมาอยู่ที่ 5 ล้านพิกเซลทำได้โอเคในระดับหนึ่งแต่น่าเสียดายว่าไม่มีโหมดหน้าสวยฟรุ้งฟริ้งก็เลยอาจจะต้องลำบากไปดาวน์โหลดแอปอื่นมาเพิ่มเอาเอง

ส่วนอีกเรื่องที่ถือว่าสำคัญไม่น้อยสำหรับมือถือยุคนี้ก็คือแบตเตอรี่ที่ Obi Worldphone SF1 มาพร้อมกับความจุ 3,000 mAh ซึ่งก็ถือว่าสามารถใช้งานได้นานอยู่เหมือนกันหากเป็นการทำงานแบบทั่วไป (โซเชี่ยลบ้าง, ฟังเพลงบ้าง, ถ่ายรูปบ้าง) มีสแตนด์บายบ้างเป็นพักๆ แต่ถ้าเล่นเกมส์อย่างต่อเนื่องแบตเตอรี่ก็อาจจะหมดลงได้ไวกว่าเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามทาง Obi Worldphone ก็ยังมีตัวช่วยให้คุณอยู่พอสมควรทั้งโหมดประหยัดพลังงานหรือระบบชาร์จแบตเตอรี่ไว Quick Charge 1.0 เพื่อให้คุณพร้อมหยิบมือถือมาใช้งานได้อย่างทันท่วงทีทุกที่ทุกเวลา

อย่างไรก็ตามอีกหนึ่งข้อสังเกตใน Obi Worldphone SF1 ก็คือตัวเครื่องรองรับเครือข่าย 4G LTE ที่คลื่นความถี่ FDD 1800MHz และ TDD 2300MHz ทำให้ในเวลานี้สามารถใช้งาน LTE ได้เพียงแค่ของ DTAC เท่านั้นซึ่งก็เพิ่งจะเปิดบริการไปได้เพียงไม่นาน (ส่วนในปีหน้าคงต้องรอทั้งสามค่ายเปิดใช้งานคลื่น 1800MHz อย่างเต็มตัวก่อนถึงจะสามารถพูดได้ว่าใช้ 4G ได้ครบทุกค่ายจริงๆ) อย่างไรก็ตามในส่วนของเครือข่าย 3G นั้นไม่มีปัญหาครับสามารถใช้งานได้ครบทุกค่ายในบ้านเราทั้ง 850/900/1900/2100 MHz คือถ้าคิดจะใช้แค่ 3G ก็สบายๆละครับ

Obi Worldphone SF1 - OS & Software

ในส่วนของระบบปฏิบัติการภายในเครื่อง Obi Worldphone SF1 นั้นจะมาพร้อมกับเวอร์ชั่น Android 5.0.2 Lollipop ซึ่งจะได้รับการอัพเกรดแบบ OTA ต่อไปในอนาคต เอาเป็นว่าถ้าใครเคยใช้ Pure Android มาก่อนมาใช้งาน Obi Worldphone SF1 ก็ให้อารมณ์คล้ายๆกันอยู่พอสมควร

ส่วนเรื่องของอินเตอร์เฟซนั้น Obi Worldphone SF1 อาจจะมาในสไตล์เรียบๆไม่ได้มีลูกเล่นหวือหวาสักเท่าไหร่ เรียกได้ว่าแทบจะยก Material Design มาทั้งกระบิตามสมัยนิยม ยกเว้นแต่ในส่วนของหน้าจอล็อคสกรีนที่เป็นรูปวงกลมสีสันสดใสซึ่งเราสามารถลากไปยังชอร์ทคัทต่างๆเช่นปลดล็อคหน้าจอ, โทรศัพท์ หรือกล้องถ่ายรูปดูแล้วอันนี้สะดุดตามองเห็นแต่ไกลดีไม่เบา ส่วนหน้าจอ App Drawer นั้นดูแน่นพอสมควรเพราะอัดไอคอนมาถึง 4x6 แุถวทำให้ชื่อโปรแกรมอาจจะดูเล็กไปสักหน่อย

Obi Worldphone SF1 Special Feature

ถือได้ว่าเป็นส่วนที่คงจะพูดถึงน้อยที่สุดแล้วสำหรับ Obi Worldphone SF1 เพราะตัวเครื่องนั้นก็ไม่ได้ใส่ฟีเจอร์พิเศษอะไรมาให้มากมายนัก (คือเท่าที่ให้มาก็เพียงพอแล้วต่อการใช้งานทั่วไป) เท่าที่พอจะพูดถึงได้ก็คงมีเรื่องของระบบเสียงภายในเครื่องที่เป็นแบบ Dolby Audio Surround 7.1 เมื่อเสียบทำงานร่วมกับหูฟังดีๆสักตัวก็จะสามารถรับชมภาพยนตร์พร้อมระบบเสียงรอบทิศทางเหมือนโรงภาพยนตร์ได้นั่นแล

ขณะที่ในส่วนของกล้องหลังของ Obi Worldphone SF1 นั้นนอกเหนือจากการตั้งค่าการถ่ายภาพตามรูปแบบฉากมาตรฐาน (เช่น Portrait, Landscape, Backlit ฯลฯ) ก็จะมีโหมดพิเศษที่เรียกว่า IQ Camera ซึ่งตรงนี้จะมีหัวข้อให้คุณเลือกใช้งานเพิ่มได้อีกสามอย่างครับคือ ReFocus หรือการกดชัตเตอร์ก่อนแล้วเราค่อยมาเลือกจุดโฟกัสทีหลัง, Chroma Flash กับการถ่ายรูปแบบแฟลชและปิดแฟลชคู่กันแล้วจับนำมาขยำรวมกันเป็นภาพเดียวที่แสงกำลังดี และ Opti Zoom ซึ่งจะเป็นการจำลองระบบออปติคัลซูมมาใช้งานเพื่อให้ภาพที่ถ่ายออกมานั้นลดนอยส์ลงไปได้พอสมควรเป็นต้น

หรืออย่างเช่นหน้า Settings หรือการตั้งค่าตัวเครื่องเองก็จะถูกแย่งออกเป็นสองแท็บคือ Common (ใช้งานบ่อย) กับ All Settings (ทั้งหมด) ซึ่งเราสามารถปรับแต่งได้ว่าอยากจะให้ออปชั่นไหนมาอยู่ในหน้า Common เพื่อที่เวลากดใช้งานจะได้ไวยิ่งขึ้นได้ด้วย

Obi Worldphone SF1 - Price

สำหรับ Obi Worldphone SF1 เตรียมที่จะวางจำหน่ายในประเทศไทยแบบ exclusive ผ่านทางเว็บชอปปิ้งออนไลน์รายใหญ่ในบ้านเราอย่าง Lazada ในวันที่ 8 ธันวาคม 2558 นี้แบบจำนวนจำกัด โดยสนนราคาจะอยู่ที่ 7,290 บาทสำหรับรุ่น 2GB RAM/16GB ซึ่งก็ถือว่าอยู่ในระดับที่รับได้สำหรับสเปคที่ให้มาไม่แพงมากจนเกินไปสำหรับคนที่กำลังมองหามือถือเครื่องแรกบนระบบปฏิบัติการ Android ที่สามารถใช้งานทั่วไปได้เลย (คือไม่เอาแบบถูกอย่างเดียวแต่ทำอะไรไม่ได้อันนี้ก็ไม่ไหวนะฮะ)

ซึ่งถ้าใครสนใจอยากจับจองเป็นจ้าของ Obi Worldphone SF1 ก่อนใครก็สามารถเข้าไปเช็ครายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อกันได้ในวันดังกล่าวผ่านทางลิงค์นี้ครับ

>> สั่งซื้อ Obi Worldphone SF1 << 

Obi Worldphone SF1 - Final Thoughts

ก็ขอสรุปทิ้งท้ายเอาไว้ตรงนี้ก็แล้วกันสำหรับ Obi Worldphone SF1 ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ใหม่น่าจับตามองไม่น้อยด้วยสมาร์ตโฟนที่มาพร้อมดีไซน์ปราณีตสวยงามแถมแปลกตาดีไม่หยอก งานผลิตดูหรูหรามีราคาขนาดกระชับมือแต่สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ในราคาเพียงแค่หลักพันเท่านั้น แม้ว่าจะมีจุดขัดใจอยู่บ้างเช่นซอฟต์แวร์กล้องหลังที่น่าจะทำได้ดีกว่านี้หรือการที่ตัวเครื่องไม่มีระบบ NFC มาให้ตามสมัยนิยม ทว่าหากเทียบดีไซน์กับราคาแล้วก็ต้องถือว่า Obi Worldphone SF1 เหมาะจะเป็นอุปกรณ์คู่ใจคนรักสมาร์ตโฟนที่ชื่นชอบความแตกต่างไม่ซ้ำซากจำเจอย่างแน่นอนครับ :)

>> เช็คสเปคและราคา Obi Worldphone SF1 <<

>> สั่งซื้อ Obi Worldphone SF1 << 

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite