Review : Garmin GDR C300 กล้องติดรถยนต์ดีไซน์สวยขนาดกะทัดรัดใช้งานง่าย

TeamXcite | 7 เม.ย. 2559 15:27:45 (อัพเดต 21 เม.ย. 2559 11:11:07)

36410

VIEWS TeamXcite

Review : Garmin GDR C300 กล้องติดรถยนต์ดีไซน์สวยขนาดกะทัดรัดใช้งานง่าย

สวัสดีเพื่อนๆชาว TechXcite ทุกท่าน สำหรับเพื่อนๆที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเป็นประจำและกำลังมองหากล้องติดรถไว้สักตัวนึงเพื่อบันทึกเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน และวันนี้ทีมงานได้เจ้ากล้องติดรถยนต์ Garmin รุ่น GDR C300 มาทดลองใช้งาน โดยจุดเด่นที่เห็นชัดเมื่อลองจับก็คือขนาดกะทัดรัดและเปิดใช้งานกล้องได้นานถึง 30 นาทีขณะที่ไม่มีไฟเลี้ยง ในส่วนหน้าตาและการใช้งานจริงจะเป็นยังไงมาติดตามได้ที่รีวิวได้ล่างนี้เลย

ดีไซน์ของกล้องติดรถยนต์ Garmin GDR C300

เริ่มกันที่หน้าตาของตัวกล้องติดรถกันก่อนเลย สำหรับทรงจะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีขนาดเล็กกระทัดรัดประมาณ 9.43x4.85x3.89ซม. น้ำหนักเบาแค่ 112.7 กรัม โดยรวมหน้าตาถือว่าดูดีเลยทีเดียว

 

ในส่วนด้านหน้าตรงกลางจะเป็นกล้องที่มีมุมมอง 110 องศาและรูรับแสง F2.0 ซึ่งทำให้บันทึกวีดีโอในตอนกลางคืนสว่างกว่ากล้องติดรถยนต์ทั่วไป ส่วนความละเอียดของวิดีโอที่บันทึกจะเป็น FullHD (1920x1080 พิกเซล) รองรับการบันทึกภาพนิ่งความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ส่วนรูตรงกลางจะเป็นไมโครโฟน และด้านขวาที่เป็นรูก็คือตัวล๊อคยึดกับกระจกรถยนต์ 

 

คราวนี้มาดูส่วนด้านหลังกล้องติดรถยนต์ตัวนี้กัน โดยทางข้างซ้ายจอส่วนบนจะมีไฟแสดงสถานะอย่างเช่นถ้าไฟสีแดงจะเป็นสถานะการเปิดเครื่อง ส่วนหน้าจอแสดงผล LCD มีขนาด 3.0 นิ้ว

ด้านขวาจะมีปุ่มทั้งหมด 4 ปุ่ม ไล่จากข้างบนก็คือปุ่ม เปิด-ปิด หรือเลื่อนเมนูขึ้นข้างบน), เลื่อนเมนูลงข้างล่าง, ปุ่มถ่ายรูปหรือปุ่มตกลง และปุ่มบันทึกวิดิโอหรือปุ่มย้อนกลับ

 

ต่อมาทางด้านซ้ายจะเป็นช่องเสียบ Mini USB ไว้สำหรับชาร์จไฟหรือถ่ายโอนข้อมูล

 

จากนั้นมาดูทางด้านบนบ้าง โดยส่วนนี้จะออกแบบเรียบๆไม่มีปุ่มหรือช่องเสียบใดๆ

และทางด้านล่างจะมีช่องใส่ Micro SD Card (ใส่ได้สูงสุด 64GB)


คราวนี้มาดูหน้าตาเมื่อใส่กับตัวล๊อคกับกระจกกันบ้าง ซึ่งเวลาใส่จะต้องออกแรงกดมากนิดนึ่งเนื่องจากตัวล๊อคแข็งมากๆ ส่วนเวลาจะติดกับกระจกรถยนต์ระวังฟิล์มด้วยนะครับ เพราะตัวนี้เป็นกาวไม่ใช่สูญญากาศอาจจะทำให้ฟิล์มเสียหายได้เวลาดึงออก

 



อุปกรณ์ภายในกล่อง Garmin GDR C300

อุปกรณ์ที่ติดมาในกล่องจะมีตัวกล้อง Garmin GDR C300สายชาร์จไฟสำหรับเสียบกับที่จุดบุหรีในรถ, สาย USB, ตัวล๊อคกับกระจกแบบกาว (มีสำรองให้อีก 1 แผ่น) และคู่มือการใช้งาน (ภาษาไทย)


การตั้งค่า 

ในส่วนการตั้งค่าของตัวเครื่องจะเป็นภาษาไทยใช้งานง่ายโดยจะมีเพียง 3 โหมดเท่านั้น

- คลังรูปภาพ จะใช้แสดงรูปภาพ, เปิดวิดิโอที่บันทึกไว้ รวมไปจนถึงการแจ้งเตือนวิดิโอที่ถูกล็อคโดยอัตโนมัติ (G-Sensor) เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินอย่างเช่นรถยนต์โดนชน

ตั้งค่ากล้อง เป็นการปรับค่าต่างๆ อย่างเช่นตั้งค่าความละเอียดในการบันทึกวิดีโอหรือรูปภาพ, เปิด-ปิด G-Sensor, ตั้งค่าวันที่-เวลา เป็นต้น

- ตั้งค่าทั่วไป ส่วนนี้จะใช้ปรับระดับเสียง, ความสว่างหน้าจอ หรือการรีเซ็ตเป็นต้น


นอกจากนี้จุดเด่นของเจ้า Garmin GDR C300 อีกอย่างก็คือเรายังสามารถปรับความละเอียดในการบันทึกวิดีโอเป็นแบบ FullHD HDR (1920x1080 พิกเซล) ได้ ซึ่งทำให้เวลาบันทึกภาพตอนย้อนแสงจะเห็นรายละเอียดต่างๆ มากขึ้นกว่าเดิม


ทดสอบบันทึกภาพบนถนนจริง

วิดีโอตัวอย่างบันทึกภาพในเวลากลางวัน


วิดีโอตัวอย่างบันทึกภาพในเวลาย้อนแสง


วิดีโอตัวอย่างบันทึกภาพในเวลากลางคืน

 


วิดิโอตัวอย่างบันทึกภาพภายในอาคารจอดรถ

 

*วิดีโอที่อัพโหลดขึ้นผ่าน Youtube นี้คุณภาพจะถูกลดทอดลงเล็กน้อย

หน้าตาเมื่อติดตั้งที่กระจกหน้ารถ


สรุปการใช้งานกล้องติดรถยนต์ Garmin GDR C300

หลังจากการใช้งานกล้องติดรถยนต์ Garmin GDR C300 แล้วเวลาที่ขับรถบนท้องถนนเจ้ากล้องตัวนี้มีขนาดเล็กะทัดรัดใช้พื้นที่น้อยทำให้ไม่ได้บดบังทัศนวิสัยเวลาขับ และถ้าพูดถึงเรื่องคุณภาพวิดีโอได้บันทึกในช่วงเวลากลางวันภาพที่ออกมาคมชัด รวมถึงเวลาบันทึกภาพย้อนแสงหรือในอาคารจอดรถก็ยังถือว่าชัดเจนและเก็บรายละเอียดโดยรอบได้ครบถ้วน

แต่เมื่อบันทึกภาพในเวลากลางคืนที่มีแสงน้อยพบว่าภาพที่ได้จะมี Noise (จุดรบกวนในภาพ) อยู่บ้าง แต่ถ้าในเรื่องการเก็บรายละเอียดรอบๆก็ถือว่าทำได้ดี อย่างหมายเลขป้ายทะเบียนรถคันหน้าก็ยังพอมองเห็น เพียงแต่ไม่คมชัดเท่าตอนกลางวันเท่านั้นเอง ส่วนราคากล้องติดรถยนต์ Garmin รุ่น GDR C300 ตัวนี้สามารถสังซื้อได้ที่ itruemart ในราคา 5,990 บาทครับ

 

>> สั่งซื้อกล้อง Garmin GDR C300 ราคาพิเศษ 4,990 บาท + เมม 32GB <<

 

จุดเด่น

  • วิดีโอที่แสดงผลผ่านจอ LCD สีสันสวยงามและคมชัด
  • ขนาดเล็กกะทัดรัด ทำให้ไม่บดบังทัศนวิสัยเวลาขับ
  • วิดีโอที่ถ่ายในช่วงเวลากลางวันคมชัด
  • สามารถเปิดใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 30 นาทีขณะที่ไม่มีไฟเลี้ยง
  • มีระบบ G-Senser ป้องกันข้อมูลสูญหาย (ไฟล์จะถูกล็อคทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินเช่นรถถูกชน)
  • สามารถเล่นไฟล์ที่บันทึกไว้ผ่านตัวกล้องได้เลย

จุดสังเกต

  • วิดีโอที่บันทึกในช่วงเวลากลางคืนจะเกิด Noise ทำให้สูญเสียรายละเอียดภาพไปบ้างส่วน
  • น่าเสียดายที่ไม่มีระบบ GPS
  • ถ้ามีระบบ Motion detect (ตรวจจับความเคลื่อนไหว) จะดีมาก เพราะแบตเตอรี่ตัวนี้สามารถบันทึกวิดิโอต่อเนื่องได้ถึง 30 นาที ซึ่งถ้ามีระบบนี้จะช่วยบันทึกเกิดการณ์หากเราจอดรถทิ้งไว้ 

 

 ช็อปหนังสือกล้องติดรถยนต์และใช้ส่วนลด 15% ได้ที่ serazu.com