Article : ทำความรู้จักโหมด Super Slow Motion บน Xperia XZ Series ทำไมมันดี ทำไมมันสโลว์ได้กว่าใครๆเขา !!

เฮียแม๊พ | 15 ม.ค. 2561 15:25:19 (อัพเดต 17 ม.ค. 2561 18:24:17)

5623

VIEWS เฮียแม๊พ

Article : ทำความรู้จักโหมด Super Slow Motion บน Xperia XZ Series ทำไมมันดี ทำไมมันสโลว์ได้กว่าใครๆเขา !!

แน่นอนว่าสมาร์ทโฟนเรือธงเดี๋ยวนี้มักจะต้องมาพร้อมจุดเด่นในเรื่องของกล้องมาเป็นหลักแล้ว ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่งเด่นถ่าย Portrait สวย หน้าชัดหลังเบลอเยี่ยม หรือซูมได้เยอะเก็บภาพได้ไกลกว่าเดิม หรือจะเป็นวิดีโอนิ่งไร้อาการสั่นก็ว่ากันไป แต่สำหรับสมาร์ทโฟนของ Sony Xperia แน่นอนว่ามีจุดเด่นในเรื่องของวิดีโอเลยล่ะ แต่นอกจากวิดีโอกันสั่นแล้วก็ยังมีวิดีโอแบบ Super Slow Motion ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดขายหลักของสมาร์ทโฟนเรือธงของ Xperia รุ่นเรือธงเช่นกัน วันนี้เราก็จะมาทำความรู้จักเกี่ยวกีบเจ้าโหมด Super Slow Motion นี้กันว่าใช้งานยังไง และทำไมถึงดีกว่าใครๆเขา ! :D

Super Slow Motion คืออะไร ?

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จัก Super Slow Motion กันก่อนเลย อย่างที่ทราบกันดีว่าสมาร์ทโฟนของเราๆนั้นเริ่มมีโหมด Slow Motion ติดมาสักพักแล้ว ที่บูมจริงๆก็ตอน iPhone 5s นั่นแหละเริ่มจากอัตราเฟรมที่ 120fps จนสมาร์ทโฟนรุ่นหลังก็เพิ่มอัตราเฟรม (ความสโลว์) ให้มากขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึงปีที่แล้วที่ทาง Sony เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงที่มาพร้อมกับกล้องที่สามารถถ่ายได้มากถึง 960fps กันเลยทีเดียว ตรงนี้จึงทำให้เกิดเป็นชื่อเรียกของ Super Slow Motion นั่นเอง ซึ่งอัตราที่มากขนาดนี้จะมากกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น (240fps) ถึง 4 เท่าเลยทีเดียวครับ Super ไหมล่ะ

แล้วจำนวนเฟรมที่เยอะๆมันจะช่วยอะไรบ้าง ? แน่นอนว่าถ้าได้เฟรมที่เยอะขึ้นการที่จะดึงภาพให้ช้าก็มากขึ้นด้วย อย่างบนสมาร์ทโฟนของ Sony ที่ถ่ายแบบ Super Slow Motion ได้นั้นจะสามารถขยายเวลาจาก 0.182 วินาทีในเวลาปกติมาเป็น 5 วินาทีได้เลย อื้อหือออ !!

Super Slow Motion ใช้งานยังไง

รู้จัก Super Slow Motion กันไปคร่าวๆแล้ว ทีนี้ก็มาดูในเรื่องของการใช้งานบนสมาร์ทโฟน Xperia กันดีกว่าว่าใช้งานกันยังไง ก่อนอื่นต้องทราบก่อนว่าสมาร์ทโฟนที่รองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 960fps นี้มีเฉพาะรุ่นเรือธงเท่านั้น ตอนนี้ก็มีด้วยกัน 4 รุ่นดังนี้ครับ

Xperia XZs

Xperia XZ Premium

Xperia XZ1

Xperia XZ1 Compact

ซึ่งการใช้งานของทั้ง 4 รุ่นนั้นก็เหมือนกันหมดครับ มาเริ่มกันเลยดีกว่า

เริ่มแรกก็เลื่อนโหมดการทำงานมาที่โหมดวิดีโอได้เลย จากนั้นจะมีไอคอน Slow-mo ออกมาเล็กๆเหนือปุ่มอัดวิดีโอ จิ้มเข้าไปได้เลยพอจิ้มแล้วก็ตัวโหมดจะเปลี่ยนเข้าสู่หน้า Super Slow Motion โดยอัตโนมัติพร้อมกับมุมกล้องที่แคบลงไปพอสมควร ไม่ต้องตกใจนะครับ มันเป็นเพราะโหมดนี้นี่แหละ

ซึ่งตัวเลือกของ Slow motion จะมีให้เลือก 3 แบบคือ Super Slow Motion ปกติ (960fps), Super Slow (One-Shot) และ Slow Motion ธรรมดา (120fps)

เริ่มต้นที่การใช้งานของโหมด Super Slow motion แบบปกติก่อน โหมดการใช้งานนี้จะต้องอาศัยจังหวะแล้วความพอดีในการกดช็อตที่สโลว์ด้วย ซึ่งตรงนี้อาจจะต้องใช้ความเคยชินในการกะจังหวะด้วย เพื่อให้ได้ภาพที่สวยงามตามที่คิดไว้ ซึ่งเมื่อเรากดถ่ายจะมีไอคอนรูป Super Slow โผล่มาด้วย (ไอคอนสีขาวแทนปุ่มชัตเตอร์) ซึ่งเมื่อเรากดไปที่ปุ่มนี้จังหวะนั้นๆก็จะสโลว์เป็นเวลากว่า 5 วินาทีในวิดีโอจริงเลยล่ะครับ

ตัวอย่างวิดีโอ Super Slow Motion 960fps ที่ถ่ายได้จากกล้องของ Xperia XZs, XZ Premium ถือว่าทำ Super Slow Motion ได้เนียนตามากๆด้วย 960fps แบบนี้ มากกว่าแบบทั่วๆไปถึง 4 เท่าเลยล่ะ แต่จุดที่น่าเสียดายก็คือเราจำเป็นต้องกดเลือกจังหวะสโลวตั้งแต่ตอนถ่ายเท่านั้น ไม่สามารถถ่ายก่อนแล้วมาเลือกทีหลังได้ เลยทำให้มาหลายครั้งที่มักจะกะจังหวะผิดบ่อยๆน่ะ ><

โหมด Super Slow (One-Shot) โหมดนี้จะเป็นการถ่ายคลิปแบบ 960fps ตลอดทั้งคลิปเลย เราไม่จำเป็นต้องเลือกช่วงที่ช้าอีกต่อไป คือกดถ่ายปุ๊บทุกอย่างก็จะช้าไปหมดเลยล่ะครับ

ตัวอย่างวิดีโอจากโหมด Super Slow (One-Shot) โหมดนี้จะง่ายต่อการถ่ายคลิปแบบ 960fps เพราะไม่ต้องมากะจังหวะใดๆแบบโหมดแรก แต่ก็มีข้อเสียเหมือนกันตรงที่ด้วยความที่มันช้ามากๆถ้าเกิดถ่ายในช่วงปกติมีการเคลื่อนไหวปกติก็จะดูช้าจนเกินไปและเราไม่สามารถมาเลือกจังหวะที่เร็วแบบปกติได้นั่นเองครับ

โหมด Slow motion สุดท้ายก็เป็นโหมด Slow motion ปกติตรงนี้จะเหมือนกับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆคือกดถ่ายยาวๆไปได้เลย แล้วมาเลือกจังหวะที่ช้าทีหลังได้ แต่ได้ที่ 120fps เท่านั้นนะครับ

ตัวอย่างวิดีโอ Slow motion แบบ 120fps โหมดนี้ก็ใช้งานง่ายดีครับ อย่างที่บอกว่าเราไม่จำเป็นต้องมากะจังหวะความช้าของภาพหรือกดในช็อตไหนๆเลย ถ่ายมาได้ยาวๆแบบ 120fps แล้วค่อยมาเลือกจุดที่สโลว์ทีหลัง แต่ก็จะขาดความโดดเด่นไปเนอะ เพราะรุ่นไหนๆก็ทำแบบนี้ได้ :P

 

รวมๆแล้วด้วยกล้อง Motion Eye ของ Xperia XZ เรือธงรอบนี้ต้องบอกเลยว่าสามารถสร้างสรรค์วิดีโอได้อย่างสนุกมากๆ และเก็บภาพความทรงจำได้ประหนึ่งหยุดเวลาไว้เลย แต่ก็ยังมีจุดที่น่าเสียดายอยู่ก็คือเรื่องของความละเอียดที่ถึงแม้จะได้อัตราเฟรมเรตที่สูงมากๆแต่ในเรื่องความละเอียดจะได้สูงสุดเพียง HD 720p เท่านั้นทำให้อาจจะดูไม่สะใจสักเท่าไหร่ในจุดนี้ เชื่อว่ารุ่นต่อๆไปถ้ามีการอัปเกรดในเรื่องความละเอียดเพิ่มขึ้นมากว่านี้ก็คงจะแจ่มไม่น้อยเลยล่ะ :D

 

บทความโดย : เฮียแม็พ. TechXcite