Review : Huawei Y9 2018 สมาร์ทโฟน 4 กล้อง แบตฯอึด ครบจบในราคาเพียง 6,990 บาท !!

เฮียแม็พ | 27 มี.ค. 2561 19:50:36

39958

VIEWS เฮียแม็พ

Review : Huawei Y9 2018 สมาร์ทโฟน 4 กล้อง แบตฯอึด ครบจบในราคาเพียง 6,990 บาท !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนน้องใหม่ที่มาพร้อมกับจุดขายไม่ธรรมดาอย่างกล้อง 4 ตัว, หน้าจอ FullView และแบตฯความจุมากมายแต่มาในราคาที่สุดคุ้มซะเกินคุ้ม เกริ่นมาขนาดนี้จะเป็นรุ่นไหนไปไม่ได้นอกจาก Huawei Y9 2018 นั่นเอง เอ้า ! มาอ่านรีวิวของรุ่นนี้ไปพร้อมๆกันเลยดีกว่าครับ :D

การดีไซน์

มาเริ่มที่รูปลักษณ์ภายนอกของ Y9 2018 กันก่อน มองเผินๆอาจจะคิดว่าเป็น nova 2i รึเปล่า ใช่ครับดีไซน์มีความคล้ายกับรุ่นพี่อยู่พอสมควรเลย ด้วยหน้าจอแบบ FullView ยาวๆหน่อย พร้อมกระจกหน้าจอแบบ 2.5D ที่มีมุมโค้งหน่อยๆตรงขอบๆ

ขนาดหน้าจอจะใหญ่ขึ้นกว่า nova 2i เล็กน้อย เพิ่มจาก 5.9 นิ้วมาเป็น 5.93 นิ้ว (เล็กน้อยจริงๆแหละ) ความละเอียดอยู่ที่ FHD+ (2160 x 1080 พิกเซล) ใช้ชนิดหน้าจอแบบ IPS ในเรื่องการแสดงผลทำได้ดีเต็มตา มุมมองกว้างใช้ได้เลย

เหนือหน้าจอมีไฟ LED แจ้งเตือน, กล้องคู่ 16 + 2 ล้านพิกเซล, ลำโพงสนทนาและเซ็นเซอร์วัดแสงจับระยะทั่วไปครับ

เช่นเดียวกับมือถือ Huawei รุ่นอื่นๆ ตัว Y9 2018 มีการติดฟิล์มกันรอยมาให้ตั้งแต่แกะกล่องเลย เราไม่จำเป็นต้องไปติดเพิ่มหลังจากแกะกล่องนะครับ แต่ตัวฟิล์มยังคงติดมาได้ประมาณหนึ่ง ไม่ได้เต็มหน้าจอทั้งหมดเพราะด้วยขอบโค้งของหน้าจอจึงมีข้อจำกัดอยู่นิดหน่อย

พลิกกลับมาดูที่ด้านหลังกันบ้าง วัสดุตรงกลางจะเป็นโลหะให้ความหรูหราและให้ความรู้สึกเย็นรอบไปทั่วเครื่อง แต่แถบบนล่างบริเวณที่มีเส้นเสาสัญญาณนั้นจะเป็นพลาสติกนะครับ ไม่ใช่โลหะทั้งด้านหลังเหมือน nova 2i

ตำแหน่งเลนส์กล้องหลังนั้นวางไว้ที่มุมซ้ายบนวางอยู่ 2 กล้องติดกันเลย พร้อมไฟแฟลช LED อยู่ถัดไปครับ เซ็๋นเซอร์สแกนลายนิ้วมือวางอยู่ตรงกลางๆนี้ครับ

มาดูรอบๆเครื่องกันอีกสักนิดปุ่มกดต่างๆวางอยู่ที่ด้านขวาของตัวเครื่องทั้งปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง ตัวปุ่มเป็นแบบเรียบๆไม่ได้มีการทำลวดลายใดๆทั้ง 2 ปุ่มครับ

ด้านซ้ายมือเป็นช่องใส่ซิม ซึ่งถาดซิมจะเป็นแบบ 3 Slot ใส่ได้ทั้ง 2 ซิมควบคู่ไปกับ Micro-SD ได้เลย ตัวถาดซิมจะรองรับ 4G ทั้ง 2 ช่องแต่เวลา Standby ได้แบบ 4G/2G ครับผม

พอร์ตการเชื่อมต่อหลักๆก็มาอยู่ที่ด้านล่างนี้ทั้งหมด เริ่มจากแจ็คหูฟัง 3.5มม., พอร์ตการเชื่อมต่อ micro-USB, ไมโครโฟนและลำโพงหลักของตัวเครื่อง น่าเสียดายที่พอร์ตยังไม่ให้แบบ Type-C มาเนาะ

ส่วนด้านบนก็มีเพียงไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวนครับ

รวมๆแล้วดีไซน์ไม่ต่างจากตอน nova 2i มากนัก มาพร้อมทรงจอยาวๆและบอดี้โลหะดูดีตามสมัยนิยม ตัวเลนส์กล้องปรับตำแหน่งและลักษณ์ของตัวเลนส์นิดหน่อย ส่วนฟิลการจับถือทำได้ดีทีเดียวครับ ด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่เต็มตาแต่ขนาดตัวเครื่องไม่ใหญ่จนเกินไป

Huawei Y9 2018 จะวางจำหน่ายด้วยกัน 3 สีคือ ดำ, น้ำเงินและทอง (สีที่เรารีวิว) ครับ

สเปค Huawei Y9 2018

  • รัน Android 8.0 Oreo ครอบทับด้วย EMUI 8.0
  • หน้าจอ IPS 5.93" ความละเอียด FHD+ (2160 x 1080 พิกเซล)
  • หน่วยประมวลผล Kirin 659 Octa-core (Quad-core 2.36GHz + Quad-core 1.7GHz)
  • แรม 3GB
  • รอม 32GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 256GB
  • แบตเตอรี่ 4,000 mAh
  • กล้องหน้า 16 + 2 ล้านพิกเซล f/2.0
  • กล้องหลัง 13 + 2 ล้านพิกเซล f/2.2
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • รองรับ 2 ซิม (ถาดซิมแบบ 3 Slot)
  • วางจำหน่าย 3 สี ดำ, น้ำเงิน และทอง

ดูจากสเปคต้องเรียกว่ารุ่นนี้คือ nova 2i ที่ลดสเปคลงมานิดหน่อยก็ว่าได้ หน้าจอ FullView ความละเอียดเท่ากัน FHD+ หน่วยประมวลผล Kirin 659 ตัวเดียวกัน กล้อง 4 ตัวเหมือนกัน (สลับความละเอียดกันนิดหน่อย) แต่จุดที่ต่างกันไปคงเป็นเรื่องของแรมที่ลดลงมาเหลือ 3GB, รอมที่ลดมาเหลือ 32GB, และแบตเตอรี่ที่เพิ่มเข้ามาเป็น 4,000 mAh เลยครับ เรียกว่าในราคา 6,990 บาทนี้ ได้สเปคที่ครบมากทีเดียว ทั้งหน่วยประมวลผลพร้อมใช้งาน, แรมกับรอมที่ได้มาตรฐานและแบตเตอรี่ความจุตั้ง 4,000 mAh อีกต่างหาก

ทดสอบประสิทธิภาพ

เห็นสเปคใหม่แบบนี้กก็คงเดาไม่ออกแน่ว่าเจ้ารุ่นนี้จะแรงระดับไหน ซึ่งเราก็คงทำให้เห็นภาพคร่าวๆด้วยการเอามาทดสอบผ่านแอป AnTuTu Benchmark นี่เหมือนเดิม ซึ่งคะแนนการทดสอบก็ออกมาที่ 88,478 คะแนนครับ ไม่ธรรมดาสำหรับรุ่นราคาประหยัดแบบนี้

ระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์

Huawei Y9 2018 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo มาเลย แน่นอนว่าต้องครอบ UI ของ Huawei เองอย่าง EMUI 8.0 มาด้วย ที่ซึ่งเป็นตัวล่าสุดเช่นเดียวกับ Huawei Mate 10 Pro กันเลยทีเดียว เรียกว่าเป็นไม่กี่รุ่นล่างที่ให้ระบบปฏิบัติการตัวล่าสุดแบบนี้

หน้าตา UI ไม่ต่างจากมือถือ Huawei รุ่นปัจจุบันมากนัก ในค่าเริ่มต้นจะไม่มีหน้า App Drawer มาให้นะครับ คือทุกอย่างที่ถูกติดตั้งจะมาโผล่ที่หน้าจอหลักนี้ทั้งหมดเลย แต่ถ้าไม่ชินแบบนี้ก็สามารถเข้าไปเปลี่ยนเป็นแบบ App Drawer ได้ที่ settings > home screen style ครับ

ในส่วนของ Theme ทาง Huawei ก็มีแอป Themeใส่เข้ามาให้เลือกปรับหน้าตาตามสไตล์ที่ชอบได้เลย

Phone Manager แอปการจัดการตัวเครื่องยังคงมีมาให้อยู่ เราสามารถเพิ่มความเร็วของเครื่องได้ง่ายๆเพียงจิ้มเดียว จัดการในเรื่องของ data อินเทอร์เน็ต , จัดการเรื่องการแจ้งเตือน , แบตเตอรี่ เป็นต้น

Motion Control

บนรุ่นนี้ไม่ได้ใส่ระบบ Knuckle Geatures หรือข้อนิ้วเคาะๆบนหน้าจอมาให้ด้วย แต่ก็ยังมีระบบ Motion Control อยู่นะ อย่างพวกการคว่ำเครื่องเพื่อิดเสียงแจ้งเตือน, ลดเสียงเรียกเข้าเมื่อหยิบเครื่องขึ้นมา, ส่วนการแคปหน้าจอก็สามารถใช้การรูด 3 นิ้วลงมาเพื่อแคปได้ครับ หรือจะเป็นการแตะหน้าจอ 2 ครั้งเพื่อปลุกหน้าจอก็ทำได้เช่นกัน มาเปิดฟีเจอร์เหล่านี้ได้ที่ Settings > Smart Assistance> Motion Control เลยครับ

App Twin

ฟีเจอร์นี้น่าจะถูกใจคนแชทหลายบัญชี เพราะทาง Huawei มีฟีเจอร์ที่เรียกว่า App Twin มาให้ด้วย เราสามารถแบ่งแอปแชทหลักๆออกมาได้อีกแอป อาทิ Facebook , Messenger , LINE หรือ Whatsapp โดยตัวแอปที่แยกออกมาจะมีไอคอนเลข 2 สีฟ้าๆอยู่บนไอคอนด้วย

ระบบสแกนลายนิ้วมือและสแกนใบหน้า

เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือของรุ่นนี้ยังคงอยู่ที่ด้านหลังของตัวเครื่องอย่างที่ได้เห็นไป การใช้งานสะดวกและรวดเร็วเช่นเคย หลังจากตั้งค่าจดจำลายนิ้วมือของเราไปแล้ว เราสามารถใช้การแตะเพียงเสี้ยววินาทีเพื่อปลดล็อคหน้าจอได้เลยโดยไม่ต้องกดปลุกจอเสียก่อน ตำแหน่งของเซ็นเซอร์วางไว้ได้ตรงกลางดี แต่แอบสูงไปนิดหน่อยเมื่อเทียบกับ Mate 10 Pro หรือ nova 2i ก่อนหน้านี้ เวลาจับถือแล้วสแกนต้องจับให้เต็มมือถึงจะสแกนได้สะดวกน่ะครับ

หรือถ้าไม่อยากได้สแกนนิ้วมือก็ยังมีระบบสแกนใบหน้ามาให้ด้วย การใช้งานก็รวดเร็วมากๆเช่นกัน เมื่อเราตั้งค่าเรียบร้อยแล้วก็เพียงปลุกจอแล้วมองไปที่หน้าจอ (จริงๆก็มองไปที่กล้องหน้านั่นแหละ) แป๊บเดียวจอก็จะปลดล็อคให้แล้วครับ หรือถ้าไม่อยากกดปลุกจอตัวระบบยังมีให้เลือกใช้ระบบ Raise to Wake หรือปลุกหน้าจอเมื่อหยิบเครื่องขึ้นมาได้ด้วย เท่านี้แค่หยิบเครื่องขึ้นมา > ปลุกจอ > สแกนหน้า > ปลดล็อค 4 ขั้นตอนนี้ก็สำเร็จง่ายๆภายในเสี้ยววินาทีแล้วครับ

ความบันเทิงบน Y9 2018

มาเข้าเรื่องของการใช้งานด้านการดูหนังหรือฟังเพลงกันต่อ Y9 2018 มาพร้อมขนาดหน้าจอเต็มตา 5.93 นิ้ว เป็น FullView Display แสดงผลได้เต็มตาและสวยงาม ในเรื่องการดูหนังหรือวิดีโอบน YouTube ก็ทำได้ดีครับ สวยงามใช้ได้ แถมอัตราส่วนแบบ 18:9 ก็ไม่ใช่อุปสรรค์เท่าไหร่แล้ว เพราะคอนเทนต์นปัจจุบันทำออกมารองรับมากมาย อย่างบน YouTube เราก็สามารถถ่างนิ้วเพื่อขยายหน้าจอเป็นเต็มจอได้แล้ว

เรื่องเสียงลำโพงของตัวเครื่องเวลาฟังเพลงหรือดูหนังใช้ได้แค่ตัวหลักตัวเดียว ไม่ได้ทำงานคู่ร่วมกับลำโพงสนทนาได้ เสียงที่ออกมากลางๆครับ พอฟังใช้งานได้ครับ ส่วนถ้าใช้งานกับหูฟังมีระบบเสียง Histen ที่มาช่วยเพิ่มมิติให้เสียงในการฟังหูฟังได้มากขึ้นไปอีก

เล่นเกมบน Y9 2018

มาถึงเรื่องการเล่นเกม อย่างที่ทราบสเปคภายในของ Y9 2018 นั้นถูกลดทอนลงมาจาก nova 2i นิดหน่อย แต่หน่วยประมวลผลตัวเดียวกันในเรื่องการเล่นเกม เราก็ลองโหลดเกมสุดฮิตอย่าง ROV และ PUBG มาทดสอบให้ดู

สำหรับ ROV สามารถปรับระดับกราฟิกได้สูงสุด, เปิดภาพ HD ได้ แต่ไม่สามารถเลือกไปที่เฟรมเรตสูงได้นะครับ เฟรมเรตในเกมเมื่อเล่นจริงก็จะอยู่ที่ราวๆ 25-30fps สามารถเล่นได้เพลินๆ อาจจะไม่ได้ลื่นไหลมากแบบพวกเรือธง แต่ถือว่าทำได้ดีครับ

สำหรับ PUBG เราสามารถปรับเฟรมเรตได้ที่ระดับกลาง ส่วนกราฟิกได้ที่ Balanced สูงสุด (แต่ค่าเริ่มต้นจะเป็น Smooth)จากเท่าที่ลองถ้าปรับเป็น Balanced จะเล่นได้ระดับหนึ่ง มีอาการเฟรมเรตตกบ้างเมื่อเจอฉากเยอะๆหรือขับรถเร็วๆ ตรงนี้แนะนำว่าให้เลือกเป็น Smooth จะเล่นได้ง่ายและลื่นไหลกว่าครับ

โดยรวมทั้ง 2 เกมฮิตนี้ทำได้ดีครับ ตัวเลือกในการปรับกราฟิกหรือเฟรมเรตอาจจะไม่ได้มีให้ปรับจนสุด แต่ก็ยังสามารถเล่นได้อย่างราบรื่นนะครับ แถมได้แบตฯที่ความจุเยอะขนาดนี้เล่นเกมหนักๆนานๆก็ไม่ต้องกลัวแบตฯจะหมดไปด้วย

กล้องหลัง 4 ตัวบน Y9 2018

มาถึงจุดขายอีกอย่างของรุ่นนี้อย่างกล้อง 4 ตัว ซึ่งเอาจริงๆการใช้งานก็ไม่ได้มีมากถึง 4 แบบแบบกล้องคู่จริงๆ เพราะเลนส์ 2 ล้านพิกเซลที่เพิ่มเข้ามาทั้งหน้า-หลังนั้นมีความสามารถคือการวัดระยะของภาพเท่านั้น ไม่ได้มีความสามารถเป็นเลนส์ Wide หรือเลนส์ Tele แต่อย่างใด เอาไว้ใช้โหมดหน้าชัด-หลังเบลอซะมากกว่าน่ะนะ

เริ่มด้วยกล้องหลังคู่กันก่อน ในการใช้งานกล้องหลัง 13 + 2 ล้านพิกเซล จะใช้ได้เฉพาะโหมด Wide Aperture (หน้าชัด-หลังเบลอ) และ Portrait (บุคคลหน้าชัดหลังเบลอ) เท่านั้น นอกนั้นก็ใช้กล้องหลังตัวหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซลอย่างเดียว

2 โหมดที่ว่านี้แตกต่างกันยังไง ?

ในโหมด Wide Aperture ดั่งเดิมของ Huawei นั้นก็เอาไว้ใช้ถ่ายหน้าชัดหลังเบลอทั่วๆไปนี่แหละครับ เราสามารถมาเลือกปรับความเบลอ(ตั้งแต่ f/16 - f/0.95)จุดโฟกัสได้ทีหลังในเมนูปรับแต่ง ส่วน Portrait จะเน้นไปที่การถ่ายคนเป็นหลักเลยมีการปรับความเบลอของฉากหลังแบบอัตโนมัติ (ซึ่งมาแก้เองทีหลังไม่ได้) และปรับโทนสีของใบหน้าและผิวพรรณให้สวยงามมากขึ้นด้วยครับ ตรงนี้สะดวกแบบไหนก็ลองเลือกใช้งานกันดูครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Wide Aperture และ Portrait จะเห็นว่าคุณภาพทำได้ดีระดับหนึ่งเลย ด้วยลูกเล่นปรับค่า f/stop ที่หลากหลายและความง่ายในการกดถ่าย ไม่ต้องเล็งเยอะแค่ให้โฟกัสติดไว้ก่อนแล้วมาปรับเอาความเบลอทีหลังก็ได้ หรือการถ่ายภาพบุคคลก็ง่ายๆด้วยโหมด Portrait แค่เล็งแล้วถ่ายอย่างเดียวตัวกล้องจะคำนวนพร้อมจัดแสงให้สวยถูกใจ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมด Auto ในโหมด Auto ก็ไม่มีอะไรมากครับ เล็งแล้วกดถ่ายได้เลย คุณภาพทำได้น่าประทับใจครับสำหรับรุ่นที่ราคาไม่สูงแบบนี้ ความคมชัดใช้ได้เลย ตัวโทนสีจะอมชมพูนิดหน่อย ในการถ่ายภาพทั่วๆไปอาจจะดูนวลตาไปนิด แต่ถ้าใช้ถ่ายคนก็โอเคครับ Skin Tone สวยเลยแหละ

กล้องหน้า 2 ตัว

เช่นเดียวกับกล้องหลังกล้องหน้า 16 + 2 ล้านพิกเซลของ Y9 2018 นี้จะใช้งานได้เต็มๆก็ต่อเมื่อเปิดโหมด Portrait เท่านั้น ถ้าเราไม่ได้ใช้โหมดนี้ก็จะใช้งานเพียงกล้อง 16 ล้านพิกเซลตัวเดียวเท่านั้นครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ Y9 2018

AR Lens ลูกเล่นเจ๋งๆที่เพิ่มเข้ามา บน nova 2i ได้มีการอัปเดตความสามารถใหม่นี้เข้ามา บน Y9 2018 นี้ก็เลยติดมาให้เลยเช่นกัน โหมด AR Lens นี้จะช่วยเปลี่ยนพื้นหลังให้เป็นรูปแบบการ์ตูนหรือฉากสนุกๆอื่นๆได้ด้วย

ตัวอย่างโหมด AR Lens

แบตเตอรี่ของ Y9 2018

ปิดท้ายด้วยเรื่องของแบตเตอรี่ที่มีบอกไว้บ้างแล้วว่าให้ความจุมาเยอะถึง 4,000 mAh เรียกว่าเยอะเท่ากับรุ่นเรือธงอย่าง Mate 10 Pro แถมสเปคภายในก็ไม่ได้แรงจนกินพลังงานเท่าไหร่ จากการใช้งานจริง เล่นเกมหนักๆอย่าง ROV หรือ PUBG วันละ 1 - 2 ครั้ง รวมถึงถ่ายรูปเล่นเน็ตอย่างจัดเต็ม แบตเตอรี่ยังสามารถอยู่รอดได้ตลอดทั้งวัน หรือถ้าใช้งานไม่หนักมากก็สามารถใช้งานได้นาน 2 วันกันเลยทีเดียว เรียกว่าในเรื่องแบตเตอรี่ของ Y9 2018 นั้นหายห่วงครับ ถ้าอยากได้มือถือที่เครื่องไม่ใหญ่มากแต่แบตอึดสะใจ มองมาที่ตัวนี้ได้เลยหายห่วงเพราะอึดจริงจังเลยล่ะ

แต่น่าเสียดายที่ให้แบตฯมาเยอะแต่ไม่รองรับระบบการชาร์จแบบ SuperCharge หรือชาร์จไวของ Huawei เลย ทำให้การชาร์จเมื่อแบตฯหมดจริงต้องเผื่อเวลากันสักหน่อยล่ะเนอะ

สรุป

น่าจะเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ได้ทุกอย่างครบในราคาที่เอื้อมถึงได้ไม่ยากจริงๆครับสำหรับ Huawei Y9 2018 นี้ เพราะทั้งรูปลักษณ์ที่หรูหราบอดี้แข็งแกร่ง, หน้าจอ FullView FHD+ แสดงผลสวยงาม, สเปคภายในพร้อมใช้งานทั่วๆไปจนถึงเล่นเกมกราฟิกกลางๆได้สบาย, แบตที่อึดแบบน่าสนใจไม่ต้องกังวลมาพกพาวเวอร์แบงค์ตลอด แถมยังได้จุดเด่นกล้องคู่ทั้งหน้า-หลังใช้ถ่ายภาพหน้าชัด-หลังเบลอได้สวยๆอีกด้วย ทั้งหมดที่ว่ามานี้อยู่บนสมาร์ทโฟนเครื่องนี้ที่มีราคาค่าตัวเพียง 6,990 บาทเท่านั้น คุ้มกว่านี้หายากแล้วนะ จะรออะไรล่ะครับไปจัดกันได้เลย :D

จุดเด่น

  • หน้าจอ FullView FHD+ แสดงผลได้สวยงาม
  • บอดี้จับถนัดมือแม้หน้าจอขนาดใหญ่
  • กล้อง 4 ตัวทำงานหน้าชัด-หลังเบลอได้แจ่มๆ
  • มาพร้อมระบบ Android 8.0 Oreo
  • แบตเตอรี่จุใจ 4000 mAh
  • ระบบสแกนลายนิ้วมือและสแกนใบหน้ารวดเร็วฉับไว
  • รองรับ 2 ซิมและ Micro-SD ด้วยถาดซิม 3 Slot
  • ราคาสุดคุ้ม

จุดสังเกต

  • ไม่รองรับระบบ SuperCharge
  • ตัวเลนส์กล้องหลังนูนออกมาจากตัวเครื่องเล็กน้อยอาจเกิดรอยได้ง่าย

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite