Article : เจาะ 9 ฟีเจอร์กล้องบน ViVO V9 ที่จะทำให้ภาพถ่ายของคุณสวยเนียนกว่าที่เคย !

เฮียแม็พ | 14 เม.ย. 2561 20:49:19 (อัพเดต 25 เม.ย. 2561 11:56:49)

7205

VIEWS เฮียแม็พ

Article : เจาะ 9 ฟีเจอร์กล้องบน ViVO V9 ที่จะทำให้ภาพถ่ายของคุณ
สวยเนียนกว่าที่เคย
!

เรื่องกล้องดูจะเป็นส่วนสำคัญบนสมาร์ทโฟนตอนนี้เลยก็ว่าได้ เพราะแต่ละแบรนด์ก็เน้นย้ำในเรื่องคุณภาพที่ดีขึ้นทุกวันๆบวกกับความง่ายในการถ่ายที่เราแทบจะไม่ต้องปรับแต่งอะไรเท่าไหร่แต่ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามด้วยระบบ AI วันนี้เราก็จะมาเจาะลึกอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนที่ยกระบบ AI มาเป็นจุดขายไม่แพ้กันอย่าง ViVO V9 นั่นเอง แน่นอนว่าในนาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักสมาร์ทโฟนรุ่นนี้อย่างแน่นอน เพราะด้วยความน่าสนใจทั้งในเรื่องดีไซน์สุดงามหน้าจอ FullView เต็มด้านหน้า บวกกับกล้องหน้า 24 ล้านพิกเซลและกล้องหลังคู่แบบนี้อีก

อีกทั้งรุ่นนี้ยังได้ แบมแบม GOT7 มาเป็นพรีเซนเตอร์อีกด้วย ทำให้ได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากๆเลยทีเดียว พร้อมทั้งมีกิจกรรมต่างๆมากมายในช่วงเดือนที่เปิดตัว

และนอกจากนี้ยังออกเวอร์ชั่นสีพิเศษอย่าง FIFA Blue Edition มาเพิ่มตัวเลือกความน่าสนใจอีกด้วย (เริ่มเปิดจอง 21 เม.ย.61 ครับผม)

กระแสดีแบบนี้อยากรู้แล้วใช่ไหมว่าจุดเด่นอย่างกล้องของรุ่นนี้จะว้าวแค่ไหน เรามาทำความรู้จักโหมดการใช้งานกล้องของ ViVO V9 กันเลยดีกว่าครับ :D

กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซลยังคง Perfect Selfie !

เรียกว่าเป็นจุดแข็งอันดับต้นๆของแบรนด์ ViVO เลยก็ว่าได้สำหรับกล้องหน้าที่มักจะเน้นกันมาเสมอทั้งในเรื่องของความสวยเนียนและความละเอียดที่คมชัดมากๆ ซึ่งบนรุ่นนี้ถึงแม้จะเพิ่มคำนิยามมาเป็น Perfect Shot, Perfect View แล้วแต่ในเรื่องของกล้องหน้าก็ยังคง Perfect Selfie เหมือนเคยด้วยความสามารถมากมายที่ติดเข้ามาดังต่อไปนี้

1.AI Face Beauty

เริ่มต้นด้วยโหมด Face Beauty กันก่อน ขาดไม่ได้เลยสำหรับสมาร์ทโฟนสายเซลฟี่แบบนี้ อย่างที่ทราบกันดีว่า ViVO นั้นขึ้นชื่อเรื่องของดารเซลฟี่เป็นอย่างมาก บนรุ่นนี้ก็พิเศษยิ่งกว่าเดิมด้วยการเพิ่มระบบ AI Face Beauty ที่จะช่วยให้ภาพที่ได้นั้นสวยเนียนเป็นธรรมชาติ เพราะด้วยการคำนวณด้วย AI ตัวระบบจะตรวจจับลักษณ์ใบหน้าของผู็ใช้ไม่ว่าจะเป็น อายุ, เพศ, สีผิว, สภาพผิว รวมถึงสภาพแสงโดยรอบแล้วจัดแจงให้เองว่าใบหน้านั้นๆควรจะเลือกระดับความเนียนที่เท่าไหร่ ทำให้ภาพที่ได้ออกมาเป็นธรรมชาติและไม่หลอกตาจนเกินไปครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด AI Face Beauty จะเห็นว่าภาพที่ได้นั้นทำออกมาได้เนียนตาดีทีเดียว สาวๆที่ต้องการความสวยเนียนระดับธรรมชาติคงชอบเพราะไม่ต้องการเลือกระดับให้เสียเวลาปรับเป็น AI จากนั้นก็กดถ่ายได้เลย สะดวกดีครับ

2.AI Selfie Lighting

นอกจากเรื่องความเนียนของใบหน้าแล้ว บน ViVO V9 ยังมีระบบที่เรียกว่า AI Selfie Lighting ที่จะมาช่วยเพิ่มสีสันในการถ่ายภาพเซลฟี่ให้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีกด้วยการปรับเลือกเอฟเฟกต์แบบ Natural Light (แสงธรรมชาติ), Studio Light (แสงแบบไฟสตูดิโอ), Stereo Light (แสงแบบรอบทิศทาง) และ Monochrome (เปลี่ยนแบ็กกราวน์เป็นสีขาว-ดำ) โดยเราสามารถเลือกปรับภาพเพิ่มเติมหลังจากที่เราถ่ายภาพเสร็จแล้ว กดไปที่ Edit > Selfie Lighting ได้เลยครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากการปรับ AI Selfie Lighting การปรับแต่งก็ทำได้ง่ายและสะดวกดีครับ แถมยังเห็นผลลัพธ์ที่แตกต่างจากในโหมดทั่วๆไปด้วย แต่ก็มีข้อจำกัดบางอย่างอยู่คือถ้าภาพที่เราถ่ายมาเห็นใบหน้าไม่ชัดเจน หรือตัวระบบจับใบหน้า (ผมปิดหน้าผากก็ไม่ได้นะเออ) ไม่ได้ก็ไม่สามารถเลือกปรับแสง Selfie Lighting ได้นะ

3.AR Sticker

มี AI ไปเยอะและมาดูในเรื่องของ AR กันบ้าง บน V9 นั้นมาพร้อมกับระบบ AR Sticker หรือสติ๊กเกอร์น่ารักๆที่จะมาติดบนใบหน้าหรือหัวของเราได้ด้วย ช่วยให้การถ่ายภาพของเราดูสนุกมากขึ้น มีตัวสติ๊กเกอร์ให้เลือกหลากหลายรูปแบบเลยทีเดียวครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด AR Sticker รวมๆแล้วทำได้ดีเลย การจับใบหน้าเป็นแบบ 3D ทำให้เวลาเราหันข้างหรือเอียงคอตัวสติ๊กเกอร์ก็จะตามไปด้วยแบบเนียนๆและมีมิติ ไม่ได้แบนๆแบบบางแอปนะจ๊ะ

4.AI HDR

แน่นอนว่าการถ่ายภาพในที่ย้อนแสงนั้นอาจจะเป็นปัญหาของใครหลายๆคน ยิ่งถ้าเป็นการเซลฟี่ด้วยแล้วยิ่งยากเข้าไปใหญ่ อย่างเช่นเราอยากถ่ายภาพที่วิวสวยๆแต่ตำแหน่งที่เรายืนหรือแสงที่กำลังมานั้นดันอยู่ข้างหลังเราซะได้ ถ่ายออกมาก็ต้องเลือกว่าจะเอาฉากหลังสว่างแล้วหน้ามืด หรือจะเลือกหน้ามืดฉษกหลังชัดก็ยุ่งยากไปอีก แต่บน V9 ไม่ต้องห่วงครับ เพราะบนกล้องหน้าก็มีระบบ HDR Auto มาให้ด้วย ช้อตไหนที่เป็นภาพย้อนแสงตัว AI จะปรับ HDR ขึ้นมาเพื่อให้ได้ภาพที่ชัดและสว่างไปทั้งภาพ ทีนี้ก็หมดปัญหาหน้ามืดเวลาย้อนแสงแล้วล่ะ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด AI HDR จะเห็นว่าภาพที่ถ่ายแบบย้อนแสงแทบทั้งหมดเห็นใบหน้าค่อนข้างชัดและฉากหลังก็ไม่ได้จ้าตามไปด้วย ตรงนี้เพราะได้ AI HDR ช่วยไว้แท้ๆเลยล่ะ

5.AI Portrait

ปิดท้ายในส่วนของกล้องหน้าด้วยฟีเจอร์ Portrait Bokeh หรือโหมดหน้าชัด-หลังเบลอนั่นเอง ยุคนี้ใครๆก็ต้องหลังละลายกันได้หมดแล้ว ซึ่งการปรับตั้งค่าก็ง่ายๆเลยบน V9 กดที่ไอคอน Portrait Bokeh ด้านบนจากนั้นก็เลือกถ่ายได้ตามถนัดเลย ซึ่งเมื่อตัวกล้องจับใบหน้าเราได้ชัดเจน ก็จะเบลอฉากหลังไว้ให้อย่างสวยๆ ใช้ได้ทั้งในโหมดปกติและ Face Beauty ด้วย ทีนี้จะถ่ายหน้าเนียนๆด้วย AI แล้วเพิ่มละลายฉษกหลังด้วย AI เข้าไปอีกก็ยิ่งปังเข้าไปใหญ่ :D

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Portrait จะเห็นว่าการเบลอฉากหลังทำได้เนียนตาใช้ได้ ถึงแม้กล้องหน้าจะมีเพียงตัวเดียวก็ตาม ส่วน Bokeh ที่ฉากหลังก็ทำวงออกมาได้สวยดีทีเดียวครับ

กล้องหลังคู่ก็เทพไม่แพ้กัน !

ถึงจะบอกว่าเน้นไปที่กล้องหน้าเป็นหลัก แต่กล้องหลัง ViVO ก็ไม่ทิ้งเช่นกัน แถมรุ่นนี้ได้กล้องหลังคู่มาแล้วด้วย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลูกเล่นเข้ามาได้เป็นอย่างดี ในเรื่องสเปคกล้องหลังคู่ของรุ่นนี้จะแบ่งเป็นเลนส์ 16 ล้านพิกเซลตัวหลักที่ใช้ในการถ่ายภาพบวกกับเลนส์ 5 ล้านพิกเซลที่ช่วยในเรื่องการวัดระยะลึกตื้นของภาพเพื่อใช้ในการถ่ายภาพบุคคลครับ

6.Portrait

อย่างที่บอกว่ากล้องคู่ที่ให้มานั้นใช้หลักๆในการถ่ายภาพบุคคลหรือ Portrait นี่แหละ บนรุ่นนี้ก็ยอดเยี่ยมครับ สามารถถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้แบบเนียนๆ ใช้ได้ทั้งบนโหมด Auto ปกติและ Face Beauty เช่นเดียวกับกล้องหลังเลย แต่ด้วยความที่มีกล้องหลังมาให้ถึง 2 ตัวเรายัสามารถปรับระดับความเบลอของฉากหลังหรือจะเลือกหน้าชัด-หลังเบลอ, หน้าเบลอ-หลังชัดหลังจากที่ถ่ายภาพเสร็จก็ทำได้ แจ่มไปเลยใช่ไหมล่ะ :P

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Portrait ในเรื่องของการละลายฉากหลังทำได้ดีทีเดียว ด้วยเลนส์กล้องตัวหลักที่เน้นถ่ายภาพในหลายสภาพแสงอยู่แล้ว บวกกับการปรับค่ารูรับแสงหรือจุดโฟกัสเพิ่มเติมได้อีกหลักถ่ายเสร็จก็ช่วยในเราเลือกความเบลอได้อย่างเหมาะสมตามความต้องการของเราเลยด้วยครับ

7.HDR

ในกล้องหลังก็ยังมีระบบ HDR มาให้ด้วย ใครที่ชอบถ่ายภาพย้อนแสงแล้วกลัวแบบมืดสนิทก็หายห่วงครับ ระบบ Auto HDR ช่วยได้เลย ตั้งไว้ที่ Auto ก็ง่ายสำหรับคนที่ไม่ชอบปรับตัวเลือกไป-มา เพราะมี AI คอยคำนวณสภาพแสงไว้ให้ หรือถ้าอยากถ่ายภาพที่มี Dynamic Range จัดๆหน่อยเลือกเปิดค้างไว้เลยก็ไม่เสียหายครับ

ตัวอย่างจากโหมด HDR จะเห็นว่าภาพที่ได้ออกมาน่าประทับใจครับ ด้วยตัวเซ็นเซอร์ที่ดีบวกกับซอฟต์แวร์ที่ปรับเอาภาพ Over และ Under มารวมกันได้อย่างลงตัวภาพที่ได้จึงดูไม่สว่างจ้าหรือมืดจนเกินไป

8.Panorama

เวลาเราไปเที่ยวสถานที่กว้างมากๆ เราก็อยากจะเก็บภาพกว้างๆแบบนั้นไว้ด้วยเนอะ แต่ด้วยความที่ช่วงเลนส์บนสมาร์ทโฟนนั้นค่อนข้างจำกัดจะถ่ายในแชะเดียวก็คงยาก แต่ถ้าอยากจะเก็บทั้งหมดจริงๆลองไปที่โหมด Panorama ดูก็ได้ครับ ในโหมดนี้เราสามารถเก็บภาพที่ความกว้างแบบ 180 องศาได้เลย แต่ต้องอาศัยการแพนกล้องที่มั่นคงนิดหน่อย แต่ภาพที่ได้ใหญ่และกว้างสมใจแน่นอนครับ

ตัวอย่างภาพจากโหมด Panorama ในโหมดอาจจะไม่ได้ใหม่อะไรมากบนสมาร์ทโฟนสักเท่าไหร่นัก แต่หลายคนอาจจะลืมไปว่าการถ่ายภาพวิวที่ดีถ้าอยากได้ให้กว้างจริงๆ Panorama นี่แหละคือคำตอบครับ ไฟล์ความละเอียดได้ค่อนข้างเต็มไว้ซูมดูรายละเอียดก็ยังคมชัด การต่อภาพก็ถือว่าเนียนเลยล่ะ

9.Professional

ปิดท้ายกับโหมด Professional หรือโหมด Pro ที่ให้เราปรับตั้งค่าต่างๆได้อย่างประหนึ่งกล้องใหญ่ บน ViVO V9 เราสามารถปรับได้หลักๆคือ Shutter Speed (1/2000 - 16 วินาที), ISO (50-3200), White Balance, EV (-2.0 ถึง +2.0), รวมไปถึงระยะโฟกัสเลย เหมาะสำหรับคนที่พอจะปรับค่าต่างๆเป็น ให้เราได้สร้างสรรค์ภาพถ่ายในแบบที่ต่างออกไปอีก อย่างการลากไฟยาวๆ หรือการถ่ายโบเก้เป็นต้นครับ

4s, ISO 100, EV-2

2s, ISO 100, EV-2

1s, ISO 100, EV-2

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Professional ทำได้ดีทีเดียวด้วยค่า Shutter Speed ที่ปรับได้เยอะ (นานสุดถึง 16 วินาที) ใช้ในการถ่ายภาพลากไฟได้เป็นอย่างดี แต่แน่นอนว่าโหมดเหล่านี้ก็ควรจะมีขาตั้งมาใช้ควบคู่ไปได้ ไม่งั้นก็จะเจออาการสั่นของภาพได้เหมือนกันเนาะ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับความสามารถกล้องของ ViVO V9 ตัวนี้ไม่ธรรมดาจริงๆเลยใช่ไหมล่ะ ทั้งในเรื่องกล้องหน้าและกล้องหลัง นอกจากเรื่องกล้องแล้วความสามารถอื่นๆก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน ViVO V9 มาพร้อมสเปคที่จัดเต็มใช้ได้เลย รายละเอียดสเปคเต็มๆตามด้านล่างนี้เลย

สเปค ViVO V9

  • หน้าจอ 6.3 นิ้ว FHD+ (1080 x 2280 พิกเซล) อัตราส่วน 19:9
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 626 Octa-core
  • ชิปกราฟิก Adreno 506 GPU
  • แรม 4GB
  • รอม 64GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 256GB
  • แบตเตอรี่ 3,260 mAh
  • กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล f/2.0
  • กล้องหลังคู่ 16 + 5 ล้านพิกเซล f/2.0
  • รันด้วยระบบ Android 8.1 ครอบด้วย Funtouch OS 4.0
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง
  • รองรับระบบปลดล็อคด้วยใบหน้า (Face Unlock)
  • รองรับ 2 ซิมและ Micro-SD (3 Slot)

นอกจากนี้ ViVO V9 ยังมีความสามารถอื่นๆอีกมากมาย ทั้งในเรื่องของระบบปลดล็อคที่ใช้ได้ทั้งสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่องหรือระบบสแกนใบหน้า, Game Mode ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการเล่นเกมและช่วยจัดการทำงานไม่ให้รบกวนเวลาเล่นเกม, Picture in Picture ย่อหน้าจอเป็นจอเล็กๆเพื่อทำงานร่วมกับแอปอื่นๆได้ เป็นต้นครับ

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจก็เจ้า ViVO V9 ก็สามารถไปจับจองเป็นเจ้าของได้แล้วตอนนี้ด้วยราคาค่าตัวเพียง 10,990 บาทเท่านั้น ยังไงวันนี้ เฮียแม็พ. TechXcite ก็ขอตัวลาไปก่อน ส่วนใครที่รอรีวิวฉบับเต็มของ ViVO V9 อยู่ อดใจรอกันอีกนิดหนึ่ง เร็วๆนี้พบกันแน่นอนครับ :D

 

บทความโดย : เฮียแม็พ. TechXcite