Preview : OPPO R15 Pro เรือธงดีไซน์ล้ำด้วยฝาหลังไล่เฉดสี พร้อมกล้องหลังคู่ Portrait ตระการตา !!

เฮียแม็พ | 18 พ.ค. 2561 16:52:42

22676

VIEWS เฮียแม็พ

Preview : OPPO R15 Pro เรือธงดีไซน์ล้ำด้วยฝาหลังไล่เฉดสี พร้อมกล้องหลังคู่
Portrait ตระการตา !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความพรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย หลังจากที่สร้างความกระแสความฮอตฮิตไปตอน R9 Series เมื่อปีก่อน หลังจากนั้นก็ซีรีส์ R ก็ห่างหายไปจากบ้านเราพักหนึ่งเลยทีเดียว ล่าสุดทาง OPPO ประเทศไทยก็ได้นำซีรีส์ R เรือธงหลับมาทำตลาดในบ้านเราอีกครั้งกับ OPPO R15 Pro นั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าสมาร์ทโฟนที่เราจะมาพรีวิวให้ชมกันวันนี้ก็คือเจ้า R15 Pro นี่แหละ จะมีอะไรโดดเด่นบ้าง มาติดตามกันเลยครับ :D

R is Coming

อย่างที่บอกไปว่าหลังจากที่ห่างหายไปพักหนึ่ง สำหรับ R Series รอบนี้ก็กลับมาพร้อมความยิ่งใหญ่อีกครั้ง โดยเน้นไปที่เรื่องของการดีไซน์ที่สวยล้ำและกล้องที่เป็นจุดขายหลักของสมาร์ทโฟนในยุคนี้เช่นเคย ในเรื่องของการดีไซน์นั้นรุ่นนี้ได้นักออกแบบชื่อดังอย่างคุณ Karim Rashid มาร่วมทำงานกับทาง OPPO ในการออกแบบสีสันที่จะใช้บน R15 Pro นี้ด้วย

ยลโฉมกันเลย !

รอบนี้ขอเปลี่ยนมาดูสีสันของตัวเครื่องกันก่อนเลยดีกว่าเพราะดูโดดเด่นมากจริงๆ OPPO R15 Pro มาพร้อม 2 สีเด่นๆชัดเจนกับสีแดงและสีม่วง มีชื่อเรียกทางการว่า Ruby Red และ Cosmic Purple ซึ่งสีสันที่เห็นนั้นดูจะแตกต่างจากสีเดิมๆของสมาร์ทโฟน OPPO ทั่วๆไปเพราะจะใช้การไล่เฉดสีอย่างมีระดับ ไม่ใช่สีเรียบๆแบบทั่วๆไปเนาะ

การไล่สีของทั้ง 2 สีจะแตกต่างกันนิดหน่อย โดยสีม่วง Cosmic Purple นั้นจะเป็นสีม่วงที่ไล่จากด้านล่างขึ้นบนเห็นว่าด้านบนตัวเครื่องจะออกดำหรือน้ำเงินเข้มๆหน่อย แต่ด้านล่างเครื่องจะออกเป็นม่วงค่อนข้างชัดเจนเมื่อโดนแสงกระทบ

ส่วนถ้าเป็นสีแดง Ruby Red จะเป็นการไล่สีจากบนลงล่างคือด้านบนจะออกแดงสดชัดเจนมาก แต่พอไล่ลงไปถึงด้านล่างสีจะเข้มขึ้นและออกเป็นเลือดหมูไปจนออกม่วงหน่อย ก็ถือว่าสวยคนละแบบครับ

ฝาหลังของรุ่นนี้จะใช้วัสดุที่หรูหราไฮโซไม่น้อย ด้วยกระจกแบบ 2.5D โค้งลงไปถึงขอบเครื่องด้านข้างอย่างเนียน เป็นชิ้นเดียวกันเลย ตัวกรอบก็จะีสีสันเดียวกับตัวฝาหลังด้วย แต่ก็มีความเลื่อมๆสะท้อนแสงเงาๆด้วยครับ

ตำแหน่งกล้องด้านหลังจะเห็นว่ายังวางอยู่ที่มุมซ้ายบนเหมือนเดิมครับ แต่คราวนี้เพิ่มเลนส์กล้องมาเป็น 2 ตัวแล้วแบ่งเป็นกล้องหลักความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และกล้องรอง 16 ล้านพิกเซลครับ ข้างๆก็มีไฟแฟลช LED และถัดลงมาเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเหมือนเดิมครับ

ด้านหน้าไม่แตกต่างจาก F7 เท่าไหร่นัก ด้วยดีไซน์หน้าจอแบบ Super Full Display เต็มพื้นที่หน้าจอ แถมติ่งบนหน้าจอมาให้เหมือนเดิม ตัวขนาดหน้าจอของรุ่นนี้ใหญ่กว่า F7 นิดหน่อยด้วยขนาดหน้าจอ 6.28 นิ้ว ความละเอียดเท่ากัน FHD+ อัตราส่วนแบบ 19:9 แต่ที่ต่างกันเห็นได้ชัดเลยก็คือชนิดหน้าจอที่รุ่นนี้เปลี่ยนมาใช้เป็น OLED นี่แหละ สวยคมขึ้นเยอะ !

ขนาดของตัวเครื่องรวมๆแล้วก็ไม่ได้ใหญ่ขึ้นจากเดิมเท่าไหร่ (ก็จอใหญ่ขึ้นมาแค่ 0.05 นิ้วเอง) จับถือได้อย่างถนัดมือ และด้วยวัสดุที่หรูหรามากขึ้นการจับถือใช้งานเท่าที่ลองมาก็รู้สึกว่ามันพรีเมี่ยมขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยทีเดียวล่ะครับ

รอบๆตัวเครื่องยังวางตำแหน่งไว้เหมือนเดิมทั้งหมดครับ ทั้งปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงที่อยู่ฝั่งซ้ายมือของตัวเครื่อง, ปุ่ม Power และถาดซิมที่มุมขวาของตัวเครื่อง

ด้านล่างตัวเครื่องมีการเพิ่มดีไซน์ให้แปลกไปจากเดิมด้วยมุมที่เว้าลงไปหน่อยเพิ่มความสวยงามขึ้นมาอีกเยอะเลย ส่วนตำแหน่งยังวางเหมือนเดิมคือลำโพงไว้ที่มุมซ้าย, พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ Micro-USB และช่องหูฟัง 3.5 มม.อยู่มุมขวา ตรงนี้ผมเคยบ่นมาหลายรุ่นแล้วว่าตำแหน่งของลำโพงนั้นดูไม่เหมาะสมเท่าไหร่นัก แต่การใช้งานจริงของรุ่นนี้คงต้องลองอีกทีว่ายังเอามือไปบังเวลาใช้งานอยู่ไหมเนอะ

ในเรื่องของดีไซน์มองเผินๆนี่อาจจะคิดว่าไม่ต่างจากตอน F7 มานัก แต่หลังจากที่ได้จับตัวเครื่องจริงมาต้องบอกเลยว่าสวยกว่าที่คิดมากเลย (โดยเฉพาะสีแดงบาดใจมาก) อีกทั้งวัสดุงานประกอบยังเปลี่ยนจากพลาสติกผิวกลอสซี่มาเป็นกระจกโค้งแบบจริงๆจังๆเพิ่มความหรูให้กับตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี จับถือแล้วให้ความรู้สึกแพงอย่างชัดเจนเลยล่ะครับ

สเปค OPPO R15 Pro

  • หน้าจอ 6.28" FHD+ (19:9)
  • CPU Snapdragon 660 AIE Octa-core 2.2GHz
  • GPU Adreno 512
  • RAM 6GB
  • ROM 128GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 256GB
  • แบตเตอรี่ 3,430 mAh
  • รองรับ VOOC Flash Charge
  • กล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลังคู่ 20 + 16 ล้านพิกเซล f/1.7 + f/1.7
  • รัน Android 8.1 Oreo (ColorOS5.0)
  • วางจำหน่าย 2 สี Ruby Red, Cosmic Purple
  • ราคา 19,990 บาท

ในเรื่องสเปคจะเห็นว่ามีการอัปเกรดขึ้นมาได้อย่างน่าสนใจ ด้วยหน่วยประมวลผล Snapdragon 660 AIE รุ่นกลางที่ประสิทธิภาพสูงมากๆที่มีการปรับแต่งให้ทำงานร่วมกับ AI ได้เป็นอย่างดี, แรม 6GB, รอม 128GB แถมรองรับ Micro-SD ได้อีก, และกล้องที่เพิ่มกล้องหลังมาให้เป็น 2 ตัว ถือว่าให้มาเพียงพอต่อการใช้งานได้อย่างเต็มที่แล้ว ซึ่งสเปคนี้จัดว่าเป็นระดับเรือธงของ OPPO ในปีนี้เลยก็ว่าได้

ระบบปฏิบัติการตัวล่าสุด

ในส่วนของระบบปฏิบัติการของรุ่นนี้เป็น Android 8.1 Oreo ครอบด้วย ColorOS 5.0 หน้าตา UI ก็ไม่ต่างจากตอน F7 เท่าไหร่ การทำงานทำได้ลื่นไหลดีครับ แถมหน้าตาก็ยังมีพวก Theme ให้เข้ากับสีเครื่องได้เป็นอย่างดีอีกต่างหาก

ความสามารถกล้องเด่น เด่นด้วย AI

กลายเป็นเทรนด์ที่สมาร์ทโฟนในยุคนี้ควรจะมีติดเครื่องหรือนำเสนอกันทั้งหมดแล้วสำหรับ AI ที่มักจะผูกเข้ากับการทำงานในหลายๆด้าน อย่างรุ่นนี้ก็มีการเพิ่มความสามารถ AI เข้าไปในกล้องมากขึ้ัน จากเดิมที่เราเห็นว่ามีบนกล้องหน้าอย่าง AI Beauty รอบนี้ก็ใส่เข้ามาให้ใช้งานบนกล้องหลังด้วยแล้ว

AI นี่ช่วยอะไรบ้าง ? แน่นอนว่า AI สำหรับการถ่ายภาพก็คงไม่พ้นเรื่องของการเลือกซีนหรือโหมดให้เหมาะสมกับการถ่ายภาพของสถานการณ์นั้นๆ ซึ่งระบบซีนของ OPPO นั้นมีแยกประเภทถึง 14 ซีนกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะถ่ายภาพวิว ถ่ายอาหาร ถ่ายภาพคน ถ่ายภาพสัตว์เลี้ยงก็จะได้ภาพที่สวยงามตามที่หวังแน่นอนครับ

 

นอกจากนี้การที่เพิ่มกล้องหลังมาเป็น 2 ตัวยังมาช่วยในเรื่องของการถ่ายภาพ Portrait หรือภาพบุคคลให้ดียิ่งขึ้น นอกจากการวัดระยะชัดลึกตื้นของแบบและฉากแล้ว ตัวกล้องยังมีระบบ 3D Portrait Lighting ที่ช่วยปรับแต่งแสงบนภาพได้แบบ 3D อย่างชาญฉลาดมากขึ้นอีกด้วย

ส่วนกล้องหน้าก็ไม่ต้องเป็นห่วงครับ เพราะ OPPO ขึ้นชื่อเรื่องนี้อยู่แล้ว บนกล้องหน้าถึงความละเอียดจะไม่ได้สูงที่สุดแต่ได้กล้องหน้า 20 ล้านพิกเซลมาแบบนี้ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องความคมชัดกันแล้วล่ะครับ แถมระบบ AI Beauty 2.0 ก็ยังคงติดมาอยู่ เซลฟี่ได้สวยๆหน้าเนียนใสแบบเป็นธรรมชาติสุดๆอีกด้วย

VOOC Flash charge ชาร์จไฟไวกว่าถึง 4 เท่า

รุ่นเรือธงแบบนี้ความสามารถเรื่องการชาร์จที่เป็นที่เลื่องลือของ OPPO อย่าง VOOC Flash Charge ก็กลับมาเรียบร้อย โดยระบบชาร์จไฟไว VOOC Flash charge นี้จะสามารถชาร์จเร็วขึ้นกว่ารุ่นปกติถึง 4 เท่าเลยทีเดียว ชาร์จเพียงแค่ 5 นาที ก็สามารถคุยโทรศัพท์ต่อได้สบายๆ กว่า 2 ชั่วโมง ทั้งยังมี AI ผู้ช่วยอัจฉริยะบริหารพลังงานแบตเตอรี่ด้วย ทีนี้ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนๆ ก็เอาอยู่แล้วล่ะครับ

ราคาและโปรโมชั่นการจอง !

ปิดท้ายกันด้วยราคาและวันจอง OPPO R15 Pro สำหรับรุ่นนี้จะเริ่มเปิดให้จองกันตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค. - 1 มิ.ย.นี้ ก่อนที่จะเริ่มขายจริงในวันที่ 2 มิ.ย.นี้ ในราคาค่าตัว 19,990 บาท สำหรับเพื่อนๆที่สั่งจองล่วงหน้าจะได้รับของแถมเป็น Special Gift Box และ VIP Card (ประกันจอแตกนาน 1 ปี)มูลค่ารวมกว่า 3,000 บาทอีกด้วยครับ นอกจากนี้ยังมี OPPO Premium Service สำหรับเจ้าของ OPPO R15 Pro หากพบปัญหาที่ตัวเครื่อง สามารถเปลี่ยนเครื่องได้ทันทีที่ศูนย์ OPPO โดยไม่ต้องรอซ่อมอีกด้วยครับ ถือว่าพิเศษกันสุดๆเลยรอบนี้

สรุปหลังลองจับ !

ก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนระดับเรือธงที่สวยหรูมากๆ ยิ่งงานประกอบแบบใหม่กับสีสันที่ไล่เฉดสีมาได้อย่างลงตัว พร้อมกับสีสันสดๆอย่าง Ruby Red และสีคมเข้มอย่าง Cosmic Purple ยิ่งทำให้ชวนหลงใหลกว่าเดิมมากๆ วัสดุงานประกอบก็ดูลงตัวขึ้นเยอะ ในเรื่องกล้องอัปเกรดให้กล้องคู่มาเรียบร้อย เหมาะกับการถ่ายภาพ Portrait อย่างจริงจังด้วย AI Enhanced ส่วนกล้องหน้าก็ไม่ต้องเป็นห่วงอยู่แล้วครับ ทำได้ดีมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ในเรื่องสเปคนี่แหละที่หลายคนยังคงเป็นห่วงว่า Snapdragon ตัวกลางแบบนี้จะไหวไหม ในเรื่องความแรงเชื่อว่าหายห่วงครับแต่ราคานี่คงเป็นประเด็นสำคัญมากกว่า ที่อาจจะสูงกว่าที่คิดไปนิด ถ้าลดลงมาได้สัก 2 - 3,000 บาทน่าจะขายได้แท้ๆเลยเชียว แต่เชื่อว่าคงมีโปรโมชั่นตามมาในเร็วๆนี้ล่ะครับ ยังไงก็รอติดตามกันต่อไปเนาะ :D

 

พรีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite