Preview : iPhone XS การกลับมาของไอโฟนรุ่น S ที่ภายนอกอาจไม่ต่างแต่ภายในนี่จัดเต็ม !!

เฮียแม็พ | 8 ต.ค. 2561 17:25:40

18369

VIEWS เฮียแม็พ

Preview : iPhone XS การกลับมาของไอโฟนรุ่น S
ที่ภายนอกอาจไม่ต่างแต่ภายในนี่จัดเต็ม !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความพรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย สำหรับสมาร์ทโฟนที่เราจะมาพรีวิวในวันนี้ก็จะเป็นรุ่นอื่นใดไปไม่ได้นอกจาก iPhone XS (อ่านว่า ไอโฟนสิบเอส หรือ ไอโฟนเท็นเอสนะ) นั่นเอง มาช้าดีกว่าไม่มาเนอะ แน่นอนว่ากระแสของ iPhone รุ่นใหม่นี้ก็มาแรงเช่นเดียวกับทุกๆปีที่เปิดตัวมาเลย ซึ่งถึงแม้รุ่นนี้จะดูภายนอกไม่แตกต่างจาก iPhone X รุ่นปรับโฉมใหม่เมื่อปีที่แล้วเท่าไหร่ แต่ก็มีบางจุดที่ถูกเพิ่มเติมขึ้นมาเหมือนกันแหละ เอาเป็นว่าเดี๋ยววันนี้เราจะมาอธิบายให้อ่านกันเนอะ :D

อย่ารีรอแกะกล่องกันเลย !

ได้เครื่องมาแบบนี้อย่ารอช้ารีบแกะกล่องให้ไว ตัวกล่องของ iPhone XS จะโชว์ภาพตัวเครื่องชัดเจนและแบ่งสีของตัวเครื่องตาม Wallpaper ด้วยเช่นกัน ซึ่งที่เห็นแบบนี้ก็แน่นอนว่าเป็นสีหลักไฮไลท์อย่างสีทองนั่นเองครับ

ตัวอุปกรณ์ภายในก็เปิดมาเจอตัวซองคู่มือต่างๆพร้อมกับคำเปรยว่า Designed by Apple in California

อุปกรณ์ภายในทั้งหมดก็ให้มาคล้ายเดิมครับประกอบด้วย

  • ตัวเครื่อง iPhone XS
  • สายชาร์จ Lightning
  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟ
  • หูฟังพอร์ต Lightning
  • คู่มือการใช้งานและสติ๊กเกอร์ Apple

ที่บอกว่าอุปกรณ์ที่ให้มานั้นคล้ายเดิมก็เพราะว่าให้มาเกือบจะครบจากตอน iPhone X แต่รอบนี้ตัดเอาตัว Dongle แปลงพอร์ตหูฟัง 3.5 มม.เป็น Lightning ออกไปเรียบร้อยนั่นเองครับ ใครอยากใช้ก็ซื้อเพิ่มเอาละกันเนอะ

นี่มัน iPhone X ชัดๆ !

ต่อกันที่ตัวเครื่องกันเลย ภายนอกของ iPhone XS ต้องบอกเลยว่าแทบจะไม่มีอะไรแตกต่างจากตอน iPhone X เลย มีความแบบเป๊ะกันมามากๆ ยิ่งถ้าได้สีดำหรือเงินมามองเผินๆต้องคิดว่าเป็น iPhone X แน่ๆครับ ตรงนี้ถ้าใครอยากเห็นความแตกต่างกันจริงๆก็คงต้องซื้อสีทองมานั่นล่ะครับค่อยแยกแยะชัดหน่อย

ตัวหน้าจอยังคงทำได้ดีเช่นเคยครับด้วยการแสดงผลที่เต็มตาตั้งแต่หัวจรดปลาย :P และยังคงมาพร้อมกับติ่งบนหน้าจอขนาดใหญ่ที่เหนือสุดเช่นเคย ตัวหน้าจอของ iPhone XS ก็ยังคงขนาดเท่าเดิมที่ 5.8 นิ้ว ใช้ชนิดหน้าจอแบบ OLED เหมือนเดิมอีกล่ะครับ

ซึ่งรอบนี้ทาง Apple อาจจะไม่ได้เน้นความเปลี่ยนแปลงของหน้าจอเท่าไหร่เพราะเขาก็มีรุ่น iPhone XS Max มาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกอยู่แล้ว ซึ่งรุ่นนั้นก็จะได้ขนาดหน้าจอที่ใหญ่มหึมาถึง 6.5 นิ้วไปเลย และแน่นอน…เราไม่มีมาเทียบครับดู iPhone XS ไปก่อนเน้ออ ><

ฟิลการจับถือต้องบอกว่ายังคงความพรีเมี่ยมได้ดี ใครที่เคยสัมผัสเจ้า iPhone X มาแล้ว มาจับรุ่นนี้ก็จะได้ความรู้สึกแบบเดียวกัน ไม่ใช่ไม่ดีนะด้วยอะไรๆที่เหมือนกันไปหมดเลยไม่รู้จะแยกแยะความต่างได้แค่ไหน

กระจกกันรอยของ iPhone XS นั้นทาง Apple ก็เคลมว่าเป็นกระจกที่แข็งแกร่งที่สุดบนสมาร์ทโฟนตอนนี้ แต่ไม่ได้ระบุชัดว่าใช้ของอะไรยังไง แต่ด้วยตัวกระจกยังไงก็ต้องระมัดระวังในการใช้งานอยู่ดีนะ ถึงจะเคลมว่าทนแค่ไหนก็เถอะ

ฝาหลังยังคงวางดีไซน์ต่างๆเหมือนเดิมครับ ใช้กระจกแบบโค้งๆ 2.5D ที่ตามมุมจะเว้าลงไปหน่อย  วางตำแหน่งของกล้องหลังไว้ที่มุมซ้ายบนแบบแนวตั้งอีกเช่นเคย

ส่วนสีใหม่อย่างสีทองนี้ตอนเห็นในข่าวก็แอบรู้สึกว่าคล้ายกับสีทองของ iPhone 8 ประมาณหนึ่ง แต่พอมาดูจริงๆต้องบอกเลยว่ามันต่างออกไปนะ บนตัวฝาหลังคงดูมีความซอฟต์ๆหน่อยเนื่องด้วยมันเป็นสีที่อยู่ใต้กระจก

แต่สีที่กรอบตัวเครื่องนี่บอกเลยว่าทองแบบทองจริงจังอะ คือมีความเลื่อมๆแบบที่เคยเห็นกันบนอุปกรณ์ที่มีการชุบทองแบบนั้นเลย ซึ่งส่วนตัวแอบคิดว่ามันทองเกินไปหน่อย ถ้าซอฟต์ๆเหมือนตอน Rose Gold ของ iPhone 8 คงสวยใช้ได้เลย แต่ตรงนี้ก็แล้วแต่คนชอบล่ะเนอะ

ตำแหน่งการวางของปุ่มกดต่างๆก็ยังเหมือนเดิมทั้งหมดครับ มีปุ่ม Power เปิด-ปิดเครื่องอยู่ที่มุมขวาของตัวเครื่อง และปุ่ม Silent และปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงอยู่ที่มุมซ้ายของตัวเครื่อง

แต่ถึงจะบอกว่าเหมือนกันไปซะหมดแต่ก็ยังมีบางจุดของตัวเครื่องที่แตกต่างจากรุ่นก่อนอยู่บ้างก็เพราะทาง Apple เลือกที่จะเพิ่มตัวแถบเสาสัญญาณเข้ามาที่ด้านบนและท้ายของตัวเครื่องนี่แหละ (อีกจุดที่ใช้แยก iPhone X และ iPhone XS ได้เนอะ) คือที่ด้านบนจะเห็นว่ามีเส้นอีก 1 เส้นคาดขึ้นมา ตรงนี้ถ้าไปดูของ iPhone X จะไม่มีนาา

ส่วนด้านล่างก็เพิ่มมาตรงแถบไมโครโฟนที่เคยเป็นยาวๆแบบสมมาตรกับฝั่งของลำโพงให้สั้นลงไปซะได้ ส่วนตรงกลางก็เป็นพอร์ตการเชื่อมต่อ Lightning เหมือนเคยครับ แน่นอนว่าการที่เพิ่มตัวแถบเสาสัญญาณนี้เข้ามาการจับสัญญาณต่างๆก็คงจะแม่นมากขึ้นไปอีกนั่นล่ะครับ

รวมๆแล้วในเรื่องดีไซน์ของ iPhone XS ก็อย่างที่บอกไปครับไม่ต่างจากตอน iPhone X เลยมองเผินๆนี่แทบจะเรียกว่ามันรุ่นเดิมชัดๆ แต่สำหรับใครที่กำลังจะอัปเกรดมาจากรุ่นก่อนๆหรือมาจากฝั่งแอนดรอยด์ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งดีไซน์ที่สวยครบมากๆเลยทีเดียวล่ะครับ

เทียบกันชัดๆไปเลย !

ไหนๆก็ไหนๆแล้วขอเอาภาพ iPhone XS เปรียบเทียบกับ iPhone X กันดูสักหน่อยเลยละกันว่ามีจุดไหนที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอย่างที่บอกครับว่าถ้าไม่มีสีทองมาแบ่งแยก แล้วใช้ Wallpaper หรือเรียกไอคอนต่างๆคล้ายกันนี่แทบจะแยกไม่ออกจริงๆ :D

สเปค iPhone XS

  • รัน iOS 12
  • หน้าจอ OLED ขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียด 1125 x 2436 พิกเซล (อัตราส่วน 19.5:9)
  • รองรับ 3D Touch, Truetone Display,HDR10, Dolby Vision
  • หน่วยประมวลผล Apple A12 Bionic Hexa-xore (7 นาโนเมตร)
  • แรม 4GB
  • รอม 64/256/512GB
  • แบตเตอรี่ 2,658 mAh
  • กล้องหน้า 7 ล้านพิกเซล f/2.2
  • กล้องหลัง 12 + 12 ล้านพิกเซล f/1.8 + f/2.4
  • ขนาดตัวเครื่อง 143.6 x 70.9 x 7.7 มม.
  • น้ำหนัก 177 กรัม
  • รองรับ 2 ซิม (NANO-SIM + eSIM)
  • รองรับระบบสแกนใบหน้า FaceID
  • กันน้ำตามมาตรฐาน IP68

สำหรับสเปคถ้ามองแค่รายละเอียดตรงนี้ก็รู้สึกว่าไม่แตกต่างจาก iPhone X เดิมมากนัก แต่หัวใจสำคัญจริงๆคือหน่วยประมวลผลที่ทาง Apple พัฒนามาเป็นตัว Apple A12 Bionic เหนือชั้นขึ้นกว่าเดิมถึง 15% และประหยัดพลังงานลงกว่าเดิมถึง 50% เรียกว่าแค่ชิปรุ่นก่อนก็แรงล้นเหลืออยู่แล้วยิ่งเห็นตัวเลขแบบนี้ยิ่งแรงขึ้นไปใหญ่ ส่วนรายละเอียดเรื่องอื่นๆถึงแม้จะไม่ได้เพิ่มอย่างเห็นได้ชัดแต่ก็ปรับปรุงในหลายๆจุดขึ้นมาเหมือนกันครับ

ใช้งานลื่นไหลเหมือนเดิม !

หนึ่งจุดที่ iPhone ยังทำได้ดีมากๆเลยก็คือการสั่งการด้วย Gesture ต่างๆหรือการควบคุมแบบใหม่แทนปุ่มโฮมนั่นเอง ส่วนตัวคิดว่าการใช้งานรูปแบบนี้ทำได้ลื่นมือดีมากๆตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดี แค่เลื่อนๆ ปัดๆก็สลับแอปหรือใช้งานเข้าออกได้อย่างสมบูรณ์

ถึงแม้จะบอกว่าทำงานได้ลื่นไหลแบบสุดๆแต่สำหรับคนที่ไม่ชินการเอื้อมนิ้วมาจนสุดจอของ iPhone แบบใหม่นี้คงต้องปรับตัวในการใช้งานกันอยู่นิดหน่อย เพราะด้วยความที่หน้าจอเต็มแบบนี้การจับถือใช้งานมือเดียวจากมุมจอบนสุดมาถึงล่างสุดอาจจะไม่ได้ชินมือนัก และการสั่งงานส่วนใหญ่เราก็จำเป็นต้องเอื้อมนิ้วมาที่ด้านล่างของตัวเครื่องเสมอๆด้วยนี่แหละครับ

Face ID เวอร์ชั่นใหม่ทำงานเร็วขึ้น จริง !

อีกจุดที่ทาง Apple เน้นย้ำว่าทำงานได้ดีขึ้นบนรุ่นนี้ก็คือเรื่องของระบบปลดล็อคอย่าง FaceID ที่มีการปรับปรุงในเรื่องของการประมวลผลให้เร็วยิ่งขึ้น โดยตัวกล้อง TrueDepth นี้เมื่อทำงานร่วมกับชิปเซ็ต A12 Bionic แล้วก็ทำงานได้ดีขึ้นไม่ต้องคิดนานเท่าไหร่แล้ว

และจากที่ทดสอบจริงๆเทียบกับ iPhone X ก็รู้สึกว่าทำงานได้รวดเร็วขึ้นจริง เพียงแค่เราเคาะหน้าจอปลุกจอตัวระบบจะใช้เวลาสักครู่เดียวเท่านั้นในการตรวจจับและขึ้นสัญลักษณ์ปลดล็อคให้เราได้เลย ต่างจากตอน iPhone X ที่จะมีการใช้เวลาประมวลผลอยู่เล็กน้อยน่ะครับ ใครที่เคยหงุดหงิดกับการสแกนที่ช้าไปหน่อย รอบนี้ทำได้ดีขึ้นจริงๆครับ

กล้องนี่แหละไฮไลท์อีกอย่าง !

เข้าสู่อีกหนึ่งไฮไลท์ของ iPhone XS นั่นก็คือเรื่องของกล้อง รอบนี้ทาง Apple ปรับเปลี่ยนเซ็นเซอร์ของกล้องใหม่พร้อมเพิ่มฟีเจอร์การใช้งานเข้าไปอีก ถึงแม้ตัวเลขความละเอียดและรูปรับแสงจะเหมือนเดิม (12 ล้านพิกเซล f/1.8 + 12 ล้านพิกเซล f/2.4) รวมถึงการใช้งานภายนอกก็เช่นกัน

แต่จุดที่เพิ่มเข้ามาจริงๆก็คือซอฟต์แวร์ภายในรอบนี้ Apple เพิ่มระบบ Smart HDR เข้ามาช่วยในเรื่องการถ่ายภาพหลายๆสถานการณ์ให้ดียิ่งขึ้น โดยการรวมภาพหลายๆภาพเข้าด้วยกันและประมวลผลให้ภาพที่ได้สวยที่สุดครับ

และอีกจุดที่เพิ่มลูกเล่นใหม่เข้ามาก็คือโหมด Portrait รอบนี้เท่าที่ลองใช้งานรู้สึกเลยว่าประมวลผลได้เร็วมากขึ้น การจับใบหน้าและละลายฉากหลังทำได้เนียนมากขึ้น

นอกจากนี้ในการปรับแต่งนอกจาก Portrait Lighting แล้วเรายังสามารถปรับความเบลอของภาพได้เพิ่มเติมด้วย โดยทาง Apple จะเลือกใช้เป็นแบบค่ารูรับแสงที่เราสามารถปรับได้ตั้งแต่ f/16 ไปจนถึง f/1.4 เบลอกันได้สะใจมากขึ้น และการตรวจจับที่แม่นยำการละลายของฉากหลังก็ดีกว่าเก่า

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Portrait ของ iPhone XS

สรุปหลังจากลองจับ !

เท่าที่ลองจับมาคร่าวๆ ต้องบอกว่าในรอบนี้เราอาจจะไม่ได้ว้าวมากเท่ากับครั้งแรกที่เราได้ลองสัมผัส iPhone X เท่าไหร่นัก แต่ในความลงตัวของ iPhone XS ที่ให้มารอบนี้ก็ต้องยอมใจในเรื่องของความใช้งานได้ง่าย ความลื่นไหลในการใช้งาน สเปคที่เร็วแรงขึ้นกว่าเดิม หรือจะเป็นเรื่องกล้องที่หลายคนคาดหวังไว้ บนรุ่นนี้ก็ดูทำงานได้เร็วและฉลาดกว่าเดิมทำให้ได้ภาพถ่ายที่สวยในทุกๆสถานการณ์ รวมถึงภาพ Portrait ที่มีลูกเล่นเรื่องการปรับความเบลอเข้ามาเพิ่มนั่นด้วยครับ รวมๆแล้ว iPhone XS ถึงแม้ภายนอกจะไม่หวือหวาขึ้นกว่าเดิมมากนัก แต่ภายในต้องบอกว่าครบเครื่องดีทีเดียวล่ะครับ

ซื้อ iPhone XS ถูกสุดพร้อมโปรโมชั่น ราคาเริ่มต้นเพียง 29,700 บาท

เป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนสุดล้ำรุ่นล่าสุด iPhone XS ที่มาพร้อมกับหน้าจอ Super Retina ขนาดใหญ่ 5.8 นิ้ว ชิปประมวลผล A12 Bionic กล้องหลังคู่อัจฉริยะ และ Face ID อันชาญฉลาดและปลอดภัยสูง ได้ที่ dtac online store รับสิทธิ์ผ่อน 0% นานสูงสุด 24 เดือน ทั้งเครื่องเปล่าและเครื่องติดสัญญา ผ่อนได้พร้อมกันทั้งค่าเครื่องและค่าบริการล่วงหน้า พร้อมแพ็กเน็ตเหลือทบได้

ลูกค้าดีแทคจ่ายน้อยกว่า ซื้อ iPhone XS (64GB) แบบเปิดเบอร์ใหม่เริ่มต้น 32,200 บาท สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า BLUE MEMBER และ GOLD MEMBER ลดค่าเครื่องสูงสุด 10,200 บาท เหลือเพียง 29,700 บาท รายละเอียด ซื้อ iPhone XS Max ถูกที่สุดพร้อมโปรโมชั่น ราคาเริ่มต้นเพียง 33,700 บาท

ตรวจสอบรุ่นและราคา iPhone เพิ่มเติมได้ที่ dtac online store

 

พรีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite