Unbox : พรีวิวแกะกล่อง Huawei Mate 20 Pro เรือธงที่ครบเครื่องด้วยกล้อง 3 ตัวครบทุกช่วงการใช้งาน !!

เฮียแม็พ | 17 ต.ค. 2561 17:31:37 (อัพเดต 18 ต.ค. 2561 18:11:32)

8869

VIEWS เฮียแม็พ

Unbox : พรีวิวแกะกล่อง Huawei Mate 20 Pro
เรือธงที่ครบเครื่องด้วยกล้อง 3 ตัวครบทุกช่วงการใช้งาน !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความพรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เรายังอยู่กับสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดของ Huawei อย่าง Huawei Mate 20 Pro เรือธงรุ่นใหม่ที่เปิดตัวมาสร้างความว้าวให้เราได้อย่างมากเลยทีเดียว ในบทความนี้เราก็จะขอมาแกะกล่องพรีวิวเจ้า Mate 20 Pro ตัวนี้ให้ทราบกันอีกนิดว่ามีจุดเด่นอะไรที่น่าสนใจบ้าง เอาล่ะมาเริ่มกันเลยครับ :D

แกะกล่องกันเลยนี่แหละ !

เริ่มต้นด้วยตัวกล่องกันก่อนเลย สำหรับ Huawei Mate 20 Pro รอบนี้มาพร้อมกับกล่องไซส์เล็ก ต่างจากรอบ Mate 10 Pro แต่เท่ากับตอน P20 Pro โดยมาในโทนสีดำตัดทองที่ตัวหนังสือแน่นอนด้านหน้าบอกชื่อรุ่นชัดเจน Huawei Mate 20 Pro พร้อมกับ Leica Triple Camera ที่ด้านล่างเด่นๆ

เปิดกล่องมาก็จะเจอตัวเครื่องเลยนอนอยู่นิ่งๆ ไม่มีอะไรกั้นทั้งนั้น

และเช็คอุปกรณ์ภายในกล่องกันอีกนิด ด้านในให้อุปกรณ์มาครบแบบที่พร้อมใช้กันเลยล่ะครับ มีด้วยกัน 7 อย่างไม่รวมตัวเครื่องประกอบด้วย

  • เคสซิลิโคนใส
  • หูฟังพอร์ต USB Type-C
  • Dongle ตัวแปลงหูฟัง
  • สาย USB Type-C
  • อแดปเตอร์ SuperCharge (40W)
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • คู่มือการใช้งาน

หลักๆก็ให้มาครบตามมาตรฐานของ Huawei เลยครับ แถมมาให้หมดตัวอแดปเตอร์รอบนี้เป็นตัวใหม่ที่รองรับการชาร์จสูงสุดที่ 40W เลยทีเดียวครับ

เคสใสที่แถมมาให้ก็เป็นแบบซิลิโคนแบบตอน Mate 10 Pro นะครับใส่กันตัวเครื่องได้เป็นอย่างดีคลุมได้ทั้งตัวเนาะ

ยลโฉมตัวเครื่องกันเลยดีกว่า

เอาล่ะมาดูที่ตัวเครื่องกันอีกสักหน่อย ดีไซน์ของ Huawei Mate 20 Pro รอบนี้ต้องบอกว่าผมค่อนข้างประทับใจมากจริงๆ เพราะด้วยการปรับเปลี่ยนดีไซน์เป็นกระจกโค้งทั้งหน้าและหลังทำให้เข้ามือมากขึ้น เหมาะกับการใช้งานจับถือได้สะดวกแต่ก็ได้หน้าจอใหญ่เต็มตาใช้ได้เลย

ซึ่ง Mate 20 Pro นี้ก็มาพร้อมกับขนาดหน้าจอใหญ่ถึง 6.39 นิ้ว ใช้ชนิดหน้าจอแบบ OLED ในความละเอียดสูงสุดที่ QHD+ คือต้องบอกเลยว่าสวยคมเอามากๆ คือเปิดเครื่องมาครั้งแรกนี่ต้องบอกเลยว่าสมกับเป็นเรือธงจริงๆครับ

ตัวหน้าจอจะยังคงมีติ่งติดมาและรอบนี้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่าตอน P20 Pro เล็กน้อย แต่ก็เพิ่มในส่วนของเซ็นเซอร์ภายในเข้ามาหลายอย่างทั้ง 3D Depth Sensing หรือ IR Camera ด้วย ทำให้ช่วยในการทำงานทั้งระบบปลดล็อคใบหน้า การเซลฟี่โดย 3D Selfie สวยเนียนมากขึ้นไปอีก

แต่เห็นว่ามีระบบสแกนใบหน้าด้วยเซ็นเซอร์ด้านบนเยอะๆแล้ว ระบบสแกนลายนิ้วมือก็ไม่ได้ตัดทิ้งไปนะจ๊ะ ใส่มาให้บนหน้าจอเลยด้วย เรียกว่าล้ำสุดๆโดยเมื่อเราตั้งค่าเรียบร้อยก็จะมีไอคอนแบบในรูปโผล่ออกมาทันทีเมื่อเราแตะเครื่องครับ

ด้วยความโค้งของกระจกทั้งหน้าและหลังจะเห็นว่าตัวกรอบเครื่องนั้นเหลือพื้นที่อยู่นิดเดียวจริงๆ ทำให้เวลาจับถือนั้นบางให้ความรู้สึกที่บางเฉียบเอามากๆเลยล่ะ

ปุ่มกดจะอยู่ที่มุมขวาของตัวเครื่องทั้งหมดแบ่งเป็นปุ่มยาวๆด้านบนคือปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง ส่วนปุ่ม Power รอบนี้มีการทำสีให้เด่นด้วยสีแดงอิงกับความเป็น Leica ได้ดีนะเนี่ย

ด้านบนมีเพียงตัว IR Blaster สำหรับใช้งานรีโมทและไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวนเท่านั้น

ส่วนด้านล่างก็จะเห็นว่ามีไมโครโฟน, พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และช่องใส่ซิมเช่นกัน ว่าแต่ลำโพงหลักหายไปไหน ตอนแรกก็แอบสงสัย แต่ในงานเปิดตัวทาง Huawei มีการพูดถึงการกระจายเสียงแบบใหม่ที่ปล่อยออกมาจากตัวเครื่องภายใน โดยซ่อนไม่ให้เห็นช่องลำโพงที่ด้านนอกด้วย เจ๋งดี แต่เล่นเอางงไปหมด :P

ถาดใส่ซิมที่อยู่ด้านล่างตัวเครื่องก็จะเป็นแบบหน้าหลังใส่ได้ 2 ใบแบบ NANO-SIM แต่ที่พิเศษกว่ารุ่นไหนๆเลยก็คือ Mate 20 Pro เป็นรุ่นแรกที่รองรับ NANO-SD อ๊ะชื่อไม่คุ้นล่ะสิ ปกติเราจะชินกับ Micro-SD กันเนอะซึ่ง NANO-SD นี้จะเป็นเม็มโมรี่แบบใหม่ที่ทาง Huawei พัฒนาขึ้นมาใหม่และมีขนาดที่เล็กเท่า NANO-SIM เท่านั้น ทำให้ใช้ช่องซิม 2 ในการใส่เม็มโมรี่เพิ่มได้เลยครับ

พลิกกลับมาดูด้านหลังจะเห็นความโค้งและมันวาวของกระจกได้เป็นอย่างดี ซึ่ง Mate 20 Pro ก็มาพร้อมกับกระจกโค้ง 3D แบบเดียวกับด้านหน้าเพิ่มความหรูหราได้เป็นอย่างดีกับเครื่องสีดำคมเข้มนี้

การดีไซน์ของกรอบเลนส์มีการเปลี่ยนแปลงไปใหม่อีกครั้งเป็นกรอบสี่เหลี่ยมเด่นๆ และแน่นอนว่ายังคงมาพร้อมกับกล้อง Leica จำนวน 3 ตัวเท่าเดิมแต่การทำงานเปลี่ยนไปนะ เดี๋ยวไว้มาอธิบายอีกที

รวมๆแล้วในเรื่องดีไซน์ต้องบอกว่า Huawei Mate 20 Pro ถูกออกแบบมาได้ปราณีตและน่าจับถือมากๆ ด้วยความโค้งมนของตัวเครื่องที่เพิ่มมากขึ้นดูไม่เทอะทะจนเกินไปแถมหนักเพียง 186 กรัมเท่านั้น จอที่ใหญ่เต็มตา (และสวยมาก) ช่วยเติมเต็มการใช้งานได้เป็นอย่างดี ส่วนกล้องหลังที่วางตำแหน่งแบบใหม่จะมีผลต่อการใช้งานแค่ไหนอันนี้ไว้เดี๋ยวลองใช้งานจริงๆอีกทีเนอะ :D

สเปค Huawei Mate 20 Pro

  • รัน Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย EMUI 9.0
  • หน้าจอ OLED 6.39 นิ้ว QHD+ (19.5:9)
  • หน่วยประมวลผล Kirin 980 Octa-core 2.6GHz
  • แรม 6GB
  • รอม 128GB
  • รองรับ Nano-SD
  • แบตเตอรี่ 4200mAh
  • รองรับระบบชาร์จไว Super Charge 2.0
  • รองรับระบบชาร์จไร้สาย
  • กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล มี Depth Sensing
  • กล้องหลัง 3 ตัว Leica SUMMILUX 40+20+8 ล้านพิกเซล
  • รองรับ 2 ซิม (4G ได้ทั้ง 2 ซิม)
  • รองรับเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือในหน้าจอ
  • กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68

ในเรื่องสเปคก็จัดมาให้เต็มๆอย่างที่เรือธงของ Huawei ควรจะเป็นเลยครับ หน่วยประมวลผลตัวแรงสุด Kirin 980, แรม 6GB, ความจุ 128GB, แบตเตอรี่จุใหญ่ถึง 4200mAh และรองรับ SuperCharge อีกต่างหาก ไม่รู้จะครบไปไหนแล้วครับแบบนี้

ประสิทธิภาพสูงจริง !

ไหนๆก็พูดเรื่องสเปคมาแบบนี้แล้วในส่วนของคะแนน Benchmark บน AnTuTu สำหรับซอฟต์แวร์ตัวแรกก็ได้ออกมาสูงถึง 271872 คะแนนเลยครับ เรียกว่าสูงเป็นอันดับต้นๆของสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ตอนนี้แล้วล่ะ

ซอฟต์แวร์ก็ใหม่ Android Pie ไปเลย

ในส่วนของซอฟต์แวร์ Huawei Mate 20 Pro มาพร้อมกับ Android 9.0 Pie เลยตั้งแต่ออกจากกล่อง พร้อมกับ EMUI 9 ที่มีการปรับเปลี่ยน UI ต่างๆให้คลีนขึ้นใช้งานได้ง่ายขึ้น พร้อมรองรับการทำงานด้วย Gesture ได้เต็มรูปแบบมากขึ้นอีกด้วยครับ

ลำโพงคู่ที่มองไม่เห็น แต่ได้ยินชัดกังวาน

ในส่วนของลำโพงคู่ที่บอกไว้ตอนต้นว่าเราจะไม่ได้เห็นช่องลำโพงอยู่แล้ว แต่ในเรื่องของเสียงที่ส่งผ่านออกมาจากตัวเครื่องก็ยังทำได้ดีไม่แพ้รุ่นก่อนๆครับ มิติเสียงที่ออกมาเป็นแบบ Stereo ชัดเจน ถึงจะมองหาที่มาไม่เจอแต่ก็ได้ยินชัดดีจริงๆ ถึงแม้จะวางเครื่องตั้งแบบนี้ก็ตาม

ระบบชาร์จใหม่เร็วขึ้น เผื่อแผ่คนอื่นก็ได้อีก !

มาถึงเรื่องไฮไลท์ที่บนเวทีเปิดตัวมีคนกรีดกร๊าดกันมากเรื่องหนึ่งเลยกับเรื่องของระบบชาร์จใหม่ของ Huawei Mate 20 Pro ที่รองรับการชาร์จ SuperCharge 2.0 สูงสุดถึง 40W ชาร์จแบต 4200mAh ของ Mate 20 Pro จาก 0% ถึง 70% ได้ในเวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น แต่ทีเด็ดที่สุดก็คือเราสามารถปล่อยไฟของ Mate 20 Pro ให้กับอุปกรณ์อื่นๆที่รองรับ Wireless Charging ประกบชาร์จไปได้ด้วย เจ๋งใช่ไหมล่ะ :D

กล้องหลัง 3 ตัว เอมันทำงานกันยังไง !?

มาถึงเรื่องไฮไลท์ที่สุดที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยกับกล้องหลัง 3 ตัวใหม่ของ Mate 20 Pro นี้โดยรอบนี้มีการปรับเปลี่ยนตัวกล้องใหม่ตัดเอากล้อง Monochrome สุดคลากสิกออกไปแล้วเพิ่มเป็นเลนส์ Ultrawide เข้ามาแทนที่ ซึ่งแต่ละกล้องจะแบ่งการทำงานออกเป็น 3 อย่างชัดๆดังนี้ครับ

  • เลนส์หลัก:40 ล้านพิกเซล f/1.8 ช่วงเลนส์ 27 มม., เซ็นเซอร์ 1/1.7", PDAF/Laser AF
  • เลนส์ Ultrawide: 20 ล้านพิกเซล f/2.2 ช่วงเลนส์ 16 มม., เซ็นเซอร์ 1/2.7", PDAF/Laser AF
  • เลนส์ซูม 3X: 8 ล้านพิกเซล f/2.4 ช่วงเลนส์ 80 มม., เซ็นเซอร์ 1/4", OIS, PDAF/Laser AF

เท่าที่เห็นช่วงเลนส์ของ Mate 20 Pro เรียกว่าครบมากๆเลยเพราะสามารถใช้งานได้ตั้งแต่ช่วงกว้างสุดๆ 16 มม. ไปจนถึงซูม 3X 80 มม. นี่ยังไม่รวม Hybrid Zoom ที่มากได้ถึง 5X อีกต่างหากครบแบบเครื่องเดียวจบเลยล่ะครับ

ซึ่งการใช้งานสลับเลนส์ก็ง่ายมากๆครับเลื่อนหรือกดที่ไอคอน 1X ที่ด้านล่างได้เลย ถ้ามีการเพิ่มหรือลดตัวเลนส์จะสลับเปลี่ยนให้โดยอัตโนมัติแบบเนียนๆเลยซึ่งเท่าที่ลองกดมาคร่าวๆบอกเลยว่าช่วงเลนส์ Ultrawide ใหม่นี้ถ่ายเพลินและเหมาะกับการท่องเที่ยวมากได้มุมที่กว้างกว่าที่เคยจนแทบไม่อยากกลับไปใช้เลนส์ช่วงปกติกันเลยครับ :P

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังของ Mate 20 Pro

 

กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซลมี 3D Depth Sensing นะจ๊ะ

ส่วนเรื่องกล้องหน้าถึงแม้ความละเอียดจะเท่าเดิม (P20 Pro)แต่ก็มีการเพิ่มตัว 3D Depth Sensing เข้ามาช่วยในการเซลฟี่ให้สวยเนียนและมีมิติเวลาเปิด Portrait หรือ Beautification มากขึ้นไปด้วยครับ

สรุปคร่าวๆ

เท่าที่ลองมาคร่าวๆสำหรับ Huawei Mate 20 Pro นี้ต้องบอกเลยว่าประทับใจสุดๆครับ ทั้งในเรื่องของวัสดุงานประกอบที่ดูหรูหราความโค้งที่เพิ่มเข้ามาน่าสัมผัสขึ้นเยอะ กล้องหลัง 3 ตัวกับช่วงใหม่และ Master AI ที่ฉลาดต่อการใช้งานเล็งๆแล้วถ่ายเอายังไงก็สวย สเปคที่เร็วแรงตอบสนองการใช้งานทั่วไปได้เป็นอย่างดี เชื่อเลยว่าใครที่กำลังมองหามือถือเรือธงที่ครบครันในทุกด้านอยู่ มาลองจับเจ้า Mate 20 Pro ตัวนี้คงติดใจอย่างแน่นอนครับ แต่นี่ก็เป็นเพียงความรู้สึกหลังลองจับคร่าวๆเท่านั้น ไว้เดี๋ยวลองใช้งานต่ออีกสักนิดเพื่อประกอบการรีวิวอีกที ถึงตรงนั้นจะมาฟันธงให้นะครับว่ารุ่นนี้เจ๋งจริงแค่ไหน สำหรับวันนี้เฮียแม็พ. TechXcite คงต้องลาไปก่อนไว้พบกันใหม่บทความหน้าครับ :D 

 

พรีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite