Article : AI ปัญญาประดิษฐ์ เปลี่ยนอนาคตให้เป็นปัจจุบัน

กู๊ดดรีม | 29 พ.ย. 2561 14:53:24 (อัพเดต 12 ธ.ค 2561 18:28:39)

2460

VIEWS กู๊ดดรีม

Article : ทำความรู้จัก AI ปัญญาประดิษฐ์ เปลี่ยนอนาคตให้เป็นปัจจุบัน !?

สวัสดีเพื่อนๆชาว TechXcite ทุกท่านนะคะ วันนี้มาเจอกับดรีมอีกครั้ง ในเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากก อย่าง AI หรือ ชื่อเต็มคือ Artificial intelligence หลายคนอาจจะยังไม่รู้จัก ไม่เข้าใจ ว่าเจ้า AI นี้คืออะไร และจะทำประโยชน์ให้เราอย่างไรบ้าง อธิบายง่ายๆ  ลองนึกถึงภาพยนตร์ที่ทุกคนน่าจะเคยดู (และหลายคนน่าจะเกิดทัน) อย่างเรื่อง A.I. Artificial Intelligence จักรกลอัจฉริยะ ในปี 2001

เป็นภาพยนตร์ที่บอกเล่าเกี่ยวกับโลกที่มีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งมนุษย์สามารถประดิษฐ์หุ่นยนต์ขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการต่างๆได้ ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ช่วยเหลืองานบ้าน หุ่นยนต์ทำงานในร้านอาหารแทนพนักงาน หรือง่ายๆ ก็คือการประดิษฐ์หุ่นยนต์เพื่อทำงานแทนมนุษย์ โดยสิ่งนี้คือ “ปัญญาประดิษฐ์” ที่มีระบบความคิด การกระทำ การจดจำภาพ เสียง และการแปล เทียบเท่าสมองของมนุษย์ ทำงานอย่างมีหลักการ และมีเหตุผล โดยจุดประสงค์ของการพัฒนา AI ก็เพื่ออำนวยความสะดวกของมนุษย์ให้ใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย ตอบสนองทุกความต้องการและพร้อมจะทำตามคำสั่งที่ถูกป้อนลงไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พอพูดมาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะมองว่าไกลตัว เป็นเรื่องของอนาคตอันไกลโพ้น แต่หารู้ไม่ว่าใน ตอนนี้ AI ได้แทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันของทุกคนเรียบร้อยแล้ว!! อย่างระบบผู้ช่วยอัจฉริยะบนสมาร์ทโฟนของเราที่คอยให้คำแนะนำคุณในหลายๆเรื่องนั่นแหละ คือพัฒนาการของ AI รูปแบบหนึ่ง

 

ซึ่งปัจจุบัน AI ก็ได้ถูกพัฒนาความสามารถ ฉลาดขึ้นเรื่อยๆ ถึงขั้นสร้างปรากฎการณ์ เอาชนะแชมป์หมากล้อมระดับชั้นนำของโลกได้อย่างง่ายดาย หรือล้ำกว่านั้น สามารถออกแบบรูปร่าง ลักษณะได้ออกมาเหมือนคนจริงๆ แล้วยังสามารถคุยโต้ตอบสื่อสารกันได้อีกด้วย มาถึงตรงนี้เชื่อว่า คนโสด ขี้เหงา หลายคนคงรู้สึกแฮปปี้ พร้อมอุทานดังๆ “ไม่เหงาละโว้ยย”

ล่าสุดได้มีโอกาสเดินทางไปร่วมงานสัมมนา “Future Now” ภายใต้แนวคิด “AI for Thais” จัดโดยบริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เป็นงานที่รวบรวมปัญญาประดิษฐ์ที่ถูกสร้างขึ้นในประเทศไทย ลิขสิทธิ์คนไทย ซึ่งยอมรับว่าค่อนข้างทึ่งเลยทีเดียว และก็ดีใจจริงๆ ที่เรื่องของ AI จะเข้ามามีบทบาทและเข้าถึงชีวิตประจำวันคนไทยได้มากยิ่งขึ้น เป็นสัญญาณที่ดีถึงการพัฒนาเรื่องของเทคโนโลยี ในประเทศไทย จะมีผลงานนวัตกรรมอะไรบ้างนั้น ตามลงไปพร้อมกันเลยย

มาเริ่มต้นด้วยสิ่งประดิษฐ์เก๋ๆ ที่ชอบมากก ซึ่งเป็นระบบ Recognize Face ลองนึกภาพตามนะ ในเช้าวันทำงานที่เร่งรีบ เหล่ามนุษย์ออฟฟิศต่างต้องการกาแฟเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกายให้กระปรี้กระเปร่า พร้อมเผชิญกับการทำงานที่รักยิ่ง แต่จะดีขนาดไหน ถ้าวันนึงเราเดินเข้าร้านกาแฟ แล้วมีเครื่องที่สามารถจดจำใบหน้า ชื่อ และเมนูโปรดปรานของเราได้ พร้อมลิงค์เมนูที่เราเลือกไปยังบาริสต้าทันที ลดขั้นตอนการสั่งกาแฟ เพื่อที่มนุษย์ออฟฟิศจะได้เดินทางไปทำงานที่รักได้รวดเร็วยิ่งขึ้น หรือในอนาคตเชื่อว่าต่อไประบบนี้จะกระจายไปสู่ธุรกิจอื่น ๆ นอกเหนือจากร้านกาแฟเพื่อลดขั้นตอนในการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพความแม่นยำ ให้มากยิ่งขึ้น แอบกระซิบถามมา คาดว่าจะมีการนำมาใช้เร็ว ๆนี้ รอติดตามกันให้ดีๆเลยย

ถัดมาเป็นเรื่องของ Virtual Reality กันบ้าง คือเครื่องจำลอง ถ่ายทอดความรู้สึกและประสบการณ์ดั่งอยู่ในโลกเสมือนจริง อันนี้คิดว่าหลายคนน่าจะเคยเห็น และพอรู้จักมักจี่กันอยู่บ้าง วิธีการใช้คือ ต้องสวมใส่อุปกรณ์รับชม ซึ่งเป็นจอแสดงผลแบบสวมศีรษะ ทำให้เห็นภาพเป็นสามมิติ และบางระบบให้เสียงเซอร์ราวน์รอบทิศทาง หลายคนอาจจะติดภาพเครื่อง Virtual Reality กับการเล่นเกมส์ แต่ภายในงาน สิ่งที่ Virtual Reality สร้างขึ้นมาได้นั้น เป็นระบบการเรียนรู้เพื่อฝึกสอนการใช้รถเก็บเกี่ยวไร่อ้อย จากเดิมทีการฝึกฝนพนักงานขับรถตัดอ้อยเป็นกระบวนการที่กินเวลานาน และยังอาจก่อให้เกิดความเสียหายกับผลิตผล

โดยนวัตกรรมตัวนี้จะช่วยร่นระยะเวลาในการฝึกฝน และลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น รวมไปถึงมีการวิเคราะห์แนะนำเส้นทางการเก็บที่ครอบคลุมและรวดเร็วมากที่สุด ถือว่าเป็นนวัตกรรมที่รองรับต่ออุตสาหกรรมการเกษตร ซึ่งเป็นอาชีพพื้นฐานของคนไทย โดยนอกจากนี้ภายในงานยังมีการนำ Virtual Reality มาใช้ในการฝึกหัดขับเครื่องบินได้อีกด้วย เก๋ไปอีกกก

มาต่อกันที่โดรนกันบ้าง ซึ่งทุกคนคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี และแน่นอนค่ะ เมื่อมาอยู่ในงานนี้แล้ว จะต้องไม่ใช่โดรนธรรมดาทั่วไป โดยปัจจุบันมีการนำโดรนมาใช้เพื่อการสำรวจสิ่งต่างๆ ที่มีความยากลำบากในการจะส่งมนุษย์เข้าไป ยกตัวอย่างเช่น ถ้าวันหนึ่งเราต้องใช้โดรนบินสำรวจรอยร้าว หรือรอยชำรุดบนหลังคา แล้วโดรนสามารถสำรวจวิเคราะห์หาจุดที่บกพร่อง พร้อมส่งสัญญาณกลับมาได้อย่างแม่นยำ โดยที่เราไม่ต้องควบคุมให้เสียเวลา นั่งนิ่งๆ จิบชาแบบสบายใจ  มันจะสะดวกสบายขนาดไหน

หรืออย่างที่เราเคยเห็นกันในภาพยนตร์กับการนำโดรนมาใช้ในงานอาชญากรรมเพื่อการจับกุมคนร้าย ก็คงไม่ใช่เรื่องที่เกินความคาดฝันอีกต่อไป อ๊ะๆ แอบเมาส์ ภายในงานมีการจัดแสดงแปรโดรนเป็นรูปร่างต่างๆด้วย ถึงจะไม่อลังเท่างานเปิดตัวไอคอนสยาม แต่ก็เป็นการแสดงถึงประสิทธิภาพการควบคุมการบินของโดรนได้อย่างยอดเยี่ยม

เดินตามกันเข้ามาเรื่อยๆ เลยค่า แล้วฉีกยิ้มไว้ เพราะอีกหนึ่งนวัตกรรมจาก AI ตัวนี้จะช่วยวิเคราะห์ ใบหน้า อายุ และอารมณ์ของคุณ ถามว่าสิ่งนี้สร้างไว้เพื่ออะไร สิ่งนี้สร้างไว้สำหรับการวิเคราะห์ความพึงพอใจ หากคุณเป็นเจ้าของร้านกาแฟ ที่ต้องการจะวิเคราะห์ความพึงพอใจของลูกค้า ว่าประทับใจมากน้อยแค่ไหน แฮปปี้กับรสชาติจนยิ้มแก้มปริ หรือนี่คือกาแฟที่สร้างความสะเทือนใจจนต้องร้องไห้ออกมา แต่ในส่วนนี้จะค่อนข้างก้ำกึ่ง หากเรารู้สึกแฮปปี้กับรสชาติ แต่แล้วจู่ๆ แฟนโทรมาบอกเลิก ก็คงจะเป็นเรื่องข้อจำกัดที่อาจจะทำให้ประมวลผลออกมายากลำบาก เพราะเหนือสิ่งอื่นใด ความฉลาดของ AI ก็ยังไม่สามารถที่จะสร้างอารมณ์และความรู้สึกคิดขึ้นมาเองได้

เข้าสู่อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจ ที่จะเปลี่ยนโลกของการแพทย์ไปตลอดกาล จากการบอกเล่าผ่าน ดร.พญ. พิจิกา วัชราภิชาต นักวิจัยชาวไทยผู้เชี่ยวชาญทั้งในด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทีม Microsoft Research ประจำศูนย์วิจัยที่เมืองเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ โดยได้บอกเล่าถึงวิวัฒนาการ AI ทางการแพทย์ ทั้งในเรื่องของการนำ Virtual Reality มาใช้ในการผ่าตัดแทนการใช้ร่างของอาจารย์ใหญ่ ระบบตรวจจับมะเร็ง และการนำ AI มาช่วยในการฉายรังสี เพื่อกระชับเวลาในการทำงานของบุคลากรให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

และอีกหนึ่งความพิเศษทางด้านการแพทย์ AI สำหรับระบบที่สามารถอ่านลำดับพันธุกรรมและวิเคราะห์ความเสี่ยง แนวโน้มที่จะเป็นโรคในอนาคต เพื่อการดูแลรักษาตนเองก่อนจะนำมาซึ่งโรคภัยไข้เจ็บ โดยคาดการณ์ว่าเมื่อระบบนี้เกิดขึ้นมาแล้ว จะมีผลต่อจำนวนประชากรของโลกแน่นอน เนื่องจากเปอร์เซ็นต์การเสียชีวิตของส่วนใหญ่เกินครึ่งมาจากโรคภัยไข้เจ็บ หากคนเราสามารถรู้ล่วงหน้าและหันมาดูแลตัวเองป้องกันไม่ให้เป็นโรค น่าจะทำให้สถิติการเสียชีวิตลดน้อยลงไปด้วย

โดยในงานนี้มีตัวแทนจากบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศไทย นำโดย คุณวสุพล ธารกกาญจน์ Cloud and Enterprise Business Group Lead บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด คุณภูมิศักดิ์ วงศ์จงรุ่งเรือง Information Technology Director บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ จํากัด คุณยงยุทธ ทรงศิริเดช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟีดแบค 180 จำกัด และคุณธเนศ ไชยพล Director IT Infrastructure บริษัทบางกอกแอร์เวย์ จำกัด  ที่ได้มาบอกเล่าถึงความสำเร็จ จากการนำ AI เข้ามาผสมผสานในงานธุรกิจ และพร้อมจะนำนวัตกรรมนี้พัฒนาสานต่ออย่างไม่หยุดยั้ง ไม่แน่นะ อีกไม่นานเรื่องของท่าอากาศยานไร้คนขับก็อาจจะเป็นเรื่องของอนาคตอันใกล้นี้ก็เป็นได้

มาถึงตรงนี้แล้ว หลายคนอาจจะรู้สึกตื่นเต้น และหลายคนอาจจะรู้สึกกังวล เป็นคำถามฮอตฮิตมากว่า “เมื่อวันนั้นมาถึง คนจะไม่ตกงานกันหมดหรอ?” และอีกหนึ่งคำถามที่แฟนๆ The Matrix สงสัยและพร้อมตะโกนสุดเสียงด้วยความแตกตื่น! “ไม่นะ! แล้วถ้าต่อไปเกิดสงคราม AI ยึดโลกขึ้นมาล่ะ!” ก็ต้องตอบทุกคนว่า ใจเย็นค้าบบบ พ่อแม่พี่น้อง AI ถูกสร้างขึ้นโดยฝีมือมนุษย์ รับคำสั่งจากการป้อนโปรแกรมโดยมนุษย์ ถึงเจ้า AI ตัวนี้จะฉลาดขนาดไหน แต่ก็ยังถูกควบคุมภายใต้การสั่งการของมนุษย์ ข้อจำกัดของ AI อย่างที่บอกไปแล้วก็คือ AI ไม่สามารถตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม่มีอารมณ์และความรู้สึก ยังเป็นหน้าที่ของมนุษย์ที่ต้องคอยสั่งการอีกขั้นหนึ่ง เพราะฉะนั้นสบายใจได้ในเรื่องของความกังวลทั้งหมดนะครับบ พ่อแม่พี่น้องงง

เข้าสู่ช่วงสุดท้ายกันแล้ว รู้สึกอย่างไรกันบ้างกับเทคโนโลยี “ปัญญาประดิษฐ์” ที่ดรีมนำมาเล่าให้ทุกคนฟังในวันนี้ สิ่งสำคัญที่อยากจะบอกก็คือ เรื่องของนวัตกรรม AI อาจจะดูเป็นเรื่องที่ยากและซับซ้อนเกินกว่าจะเข้าถึง ดูห่างไกลกับคนไทย แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องของเทคโนโลยีอยู่ใกล้ตัวกว่าที่เราคิด และสามารถสร้างประโยชน์ได้อย่างมหาศาล หากเราเปิดรับและพัฒนาต่อยอด ให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิต พร้อมช่วยกันผลักดันเพื่อเปลี่ยนอนาคตให้เป็นปัจจุบัน และสร้างคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น

ที่มาภาพ : StanWinston Hackernoon Thairath