Review : OPPO A7 สมาร์ทโฟนรุ่นเล็กดีไซน์สวยเด่น แบตเยอะสะใจ จอใหญ่เต็มตา ในราคาเริ่มต้น 3,990 บาท !!

เฮียแม็พ | 12 ธ.ค 2561 18:41:20 (อัพเดต 13 ธ.ค 2561 15:39:51)

32466

VIEWS เฮียแม็พ

Review : OPPO A7 สมาร์ทโฟนรุ่นเล็กดีไซน์สวยเด่น แบตเยอะสะใจ จอใหญ่เต็มตา
ในราคาพิเศษเริ่มต้น 3,990 บาท 
!!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนรุ่นเล็กตัวใหม่จาก OPPO กับ OPPO A7 ที่ออกมาตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนหน้าตาดูดีด้วยฝาหลังกระจกหรูหรา หน้าจอแบบ Water Drop Screen สเปคใช้งานครอบคลุม แบตเตอรี่เยอะจุใจ ในราคาที่ไม่สูงมากนักเพียง 6,990 บาทเท่านั้น (โปรโมชั่นพิเศษเหลือเพียง 3,990 บาท) เอ้า ! ใครกำลังอยากได้มือถือคุ้มๆแบบนี้อยู่ มาอ่านรีวิวของ OPPO A7 ไปพร้อมๆกันเลยครับ :D

ในกล่องให้อะไรมาบ้างน้อ ?

ก่อนจะไปดูเครื่องก็ต้องดูกล่องกันก่อน (ทุกทีแหละเนอะ :P)ตัวกล่องของรุ่นนี้จะเป็นกล่องทรงมาตรฐานพอดีตัวเครื่อง ด้านหน้ามีชื่อรุ่น A7 พร้อมภาพประกอบตัวเครื่องชัดเจน ซึ่งสีที่โชว์ด้านหน้าจะเป็นสี Glaze Blue ทั้งหมด ถึงแม้ตัวเครื่องข้างในจะเป็นสีทอง Glaring Gold ก็ตาม แต่ที่ด้านหลังตัวกล่องจะมีระบุชื่อสีไว้อีกที เวลาเลือกซื้อก็เช็คกันดีๆก่อนเนาะ :D

เปิดกล่องออกมาจะเจอที่ขั้นตัวเครื่องที่มีตัวเคสใสและคู่มืออยู่ด้านใน และอุปกรณ์ทั้งหมดที่วางกันอยู่ด้านในอย่างเป็นระเบียบ มีด้วยกัน 6 อย่าง ประกอบด้วย

  • ตัวเครื่อง OPPO A7
  • สาย Micro-USB
  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟ
  • เคสซิลิโคนใส
  • คู่มือการใช้งาน
  • เข็มจิ้มถาดซิม

ในกล่องไม่มีแถมหูฟังมาให้นะครับ ของทั้งหมดก็ตามด้านบนนี้เลยและตามสไตล์แบรนด์นี้ครับ มีการติดฟิล์มกันรอยมาให้ตั้งแต่ในกล่องเลย พร้อมใช้งานร่วมกับเคสซิลิโคนใสที่แถมมาเลยครับ

รุ่นเล็กแต่ดีไซน์ดีนะเนี่ย !

มา ! ได้เวลามายลโฉมตัวเครื่องแล้วครับ สำหรับ OPPO A7 ต้องบอกเลยว่าให้ดีไซน์มาสวยใช้ได้เลยล่ะ ด้วยหน้าจอแบบ Waterdrop Screen ยุคใหม่ของหน้าจอติ่ง ที่ส่วนตัวคิดว่าหน้าจอแบบนี้เป็นอะไรที่ลงตัวที่สุด ไม่กินพื้นที่จนเกินไปแถมยังวางได้อย่างสมมาตรด้วย ในส่วนของหน้าจอรุ่นนี้ให้ขนาดมาที่ 6.2 นิ้ว กับอัตราส่วนแบบยาวๆ 19:9 ครับ

ในส่วนของความละเอียดรุ่นนี้ได้ความละเอียดแบบ HD+ (1520 x 720 พิกเซล) มองในมุมของการแสดงผลเทียบกับขนาดหน้าจอแล้ว จะแอบมีความหยักของตัวหนังสือหรือภาพอยู่บ้าง ไม่ได้คมชัดแบบระดับ FHD+ แต่มองด้วยตาเปล่าแบบไม่เพ่งจริงๆก็ถือว่ารับได้อยู่ครับ ยังมีความนวลตาอยู่

เหนือหน้าจอก็อย่างที่บอกไปมีติ่งทรงหยดน้ำหรือ Water Drop Sceen และเซ็นเซอร์วัดแสงซ่อนอยู่ข้างในนั้นด้วย บวกกับกล้องหน้าความละเอียดที่มากถึง 16 ล้านพิกเซล พอมาอยู่ในติ่งเล็กๆแบบนี้ไม่ชวนให้หงุดหงิดสายตาเท่าไหร่นะครับ ทำได้ดีทีเดียว

ส่วนขอบจอด้านล่างจะแอบหนากว่าพวกรุ่นพี่ๆหน่อย เหลือพื้นที่ไว้ให้วางนิ้วเวลาจับถือแนวนอนนิดหน่อย ดูใกล้ๆแบบนี้อาจจะเหมือนหนามาก แต่ภาพรวมทำได้ดีครับไม่ถือว่าหนาจนเกินไป

กรอบตัวเครื่องผิวด้านสัมผัสได้ดี

ในส่วนของกรอบตัวเครื่องผิวสัมผัสเป็นแบบด้านๆ ใช้สีสันเข้ากับสีตัวเครื่องได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันดี ความรู้สึกเวลาจับสัมผัสทำได้ดีครับ ให้ความรู้สึกถึงความคงทนใช้ได้เลย และน้ำหนักเบา

การวางปุ่มจะอยู่ที่ตำแหน่งมาตรฐานของ OPPO เองคือปุ่ม Power อยู่ที่มุมขวาของตัวเครื่อง ส่วนด้านซ้ายจะเป็นปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงครับ

ช่องใส่ซิมการ์ดจะอยู่เหนือปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงนี่แหละครับ โดยถาดซิมจะเป็นแบบ 3 Slot ใส่ได้ทั้ง 2 ซิมการ์ดแบบ nano-SIM และ Micro-SD ที่ความจุสูงสุด 256GB ครับผม

พอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆจะอยู่ที่ด้านล่างของตัวเครื่อง โดยรุ่นนี้ยังคงใช้เป็นพอร์ต Micro-USB อยู่ มีช่องหูฟัง 3.5 มม. อยู่ที่มุมขวา, รูๆนั่นคือช่องลำโพงหลักของตัวเครื่องที่มุมซ้ายและไมโครโฟนอยู่ระหว่างกลางของพอร์ตเชื่อมต่อทั้ง 2 ครับ

ฝาหลังกระจกพรีเมี่ยมไฮโซนะเนี่ย !

พลิกกลับมาดูที่ด้านหลังตัวบอกเลยว่า ชอบความวิบวับนี้มากๆ ฝาหลังทำออกมาได้ดีจริงๆครับ ด้วยวัสดุแบบกระจกโค้ง 3D รับกับรูปมือได้เป็นอย่างดี แถมยังมีการสะท้อนของแสงเมื่อตกกระทบกับตัวฝาหลังได้สวยงาม สีที่เราได้มารีวิวเป็นสี Glaring Gold ทองแบบดูแพงเลยล่ะ

นอกจากนี้ตัวฝาหลังยังมีการใส่ลวดลายแบบเส้นตรงลงมาให้ดูมีมิติมากขึ้นไปอีกด้วย เวลามีการสะท้อนกับแสงก็จะเห็นได้ชัดมากขึ้น ตรงนี้ทำได้ดีทีเดียวครับ

ตำแหน่งการวางกล้องหลังจะอยู่ที่มุมซ้ายบน วางเป็นกล้องคู่แนวนอนพร้อมกรอบสีทองที่ยิ่งดูยิ่งไฮโซไปอีก ตัวเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือวางไว้ตรงกลางอยู่เหนือโลโก้ OPPO เป็นตำแหน่งที่เหมาะสมกับการวางนิ้วสแกนเลยล่ะครับ

ดีไซน์ฝาหลังสวยพรีเมี่ยม หน้าจอใหญ่เต็มตา !

รวมๆแล้วดีไซน์ของรุ่นนี้ต้องบอกว่าทำได้ดีเกินคาด ในเรื่องของหน้าจอที่เป็นจุดเด่นของสมาร์ทโฟนในยุคนี้ก็ใช้แบบ Water Drop Screen ทำให้ได้หน้าจอแบบเต็มๆ บวกกับฝาหลังกระจก 3D ที่มีความแวววาวและเล่นกับแสงสะท้อนได้ดี ให้ความรู้สึกที่พรีเมี่ยมใช้ได้เลย อีกจุดหนึ่งที่ผมชอบก็คือการเลือกใช้สีอย่าง Glaring Gold นี้บอกเลยว่าเป็นทองที่ดูแพงมากๆเลยล่ะครับ

สำหรับ OPPO A7 นั้นจะมีวางจำหน่ายในบ้านเราด้วยกัน 2 สีคือ Glaze Blue (น้ำเงินเข้ม)ที่ให้ความรู้สึกคมเข้มน่าสัมผัส และ Glaring Gold ที่ดูเรียบหรู อย่างที่บอกไปจริงๆครับ

สเปค OPPO A7

  • หน้าจอ Incell Screen ขนาด 6.2 นิ้ว ความละเอียด HD+ (19:9)
  • ซีพียู Snapdragon 450 Octa-core 1.8GHz
  • จีพียู Adreno 506
  • แรม 4GB
  • ความจุ 64GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 256GB
  • แบตเตอรี่ 4230mAh
  • กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล f/2.0
  • กล้องหลังคู่ 13 + 2 ล้านพิกเซล f/2.2 + f/2.4
  • รัน Android 8.1 Oreo (ColorOS 5.2)
  • รองรับสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง
  • รองรับระบบสแกนใบหน้า
  • รองรับ 2 ซิมด้วยถาดซิมแบบ 3 Slot
  • ขนาดตัวเครื่อง 155.9 x 75.4 x 8.1 มม.
  • น้ำหนัก 168 กรัม
  • วางจำหน่าย 2 สี Glaze Blue และ Glaring Gold

ในส่วนของสเปคอาจจะไม่ได้หวือหวาที่สุดในกลุ่มราคานี้ แต่ก็ถือว่าให้มาครบดีทีเดียว ทั้งหน่วยประมวลผลตัวประหยัดพลังงานอย่าง Snapdragon 450, หน่วยความจำภายในให้มาที่ 4GB + 64GB, รองรับ Micro-SD ได้อีก, แบตเตอรี่ก็ให้มาจุใจตามสไตล์ซีรีส์ A มาถึง 4230 mAh ปิดท้ายด้วยเรื่องกล้องที่ได้กล้องความละเอียดสูงทั้งหน้าและหลัง กล้องหลังเป็นกล้องคู่ด้วยนะจ๊ะรุ่นนี้

ทดสอบประสิทธิภาพกันหน่อย ได้คะแนนเท่าไหร่น้อ ?

ในส่วนของประสิทธิภาพถ้าจับมาทดสอบผ่านแอป AnTuTu Benchmark กันหน่อย ด้วยประสิทธิภาพ Snapdragon 450 บวกกับแรม 4GB ทำให้คะแนนทดสอบนั้นออกมาที่ 73,050 คะแนนเลยครับ

รัน Android 8.1 ครอบด้วย ColorOS 5.2!

เข้าสู่เรื่องระบบปฏิบัติการ OPPO A7 มาพร้อมกับระบบ Android 8.1 Oreo ที่ครอบทับด้วย ColorOS 5.2 เข้ามาด้วย ซึ่งถือว่าเป็นซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นล่าสุดของทาง OPPO แล้วตอนนี้ ตัว UI ทำงานได้อย่างลื่นไหล และไอคอนต่างๆเรียบง่ายน่าใช้งาน

ชุด Wallpaper ก็มีมาให้เลือกแบบเข้ากับสีตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี อย่างเครื่องสี Glaring Gold นี้ก็มี Wallpaper สีทองๆอย่าง Curve of Gold และ Mist of Gold มาให้เลือกใช้เข้ากับสีเครื่องแบบเนียนๆครับ

ส่วน Theme ก็มีมาให้เลือกดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้ ถ้าไม่ชอบแบบเดิมๆที่ให้มากับเครื่อง หรืออยากจะฉีกแนวไปเลยน่ะนะ

Smart Bar แถบทางลัดด้านข้าง ก็มีมาให้เพราะติดมากับตัว ColorOS 5.2 อยู่แล้ว เราสามารถเลือกทางลัดได้จากที่มุมจอ โดยตรงมุมนี้จะมีทางลัดเข้ากล้อง, แคปหน้าจอ, บันทึกวิดีโอหน้าจอ รวมไปถึงแอปยอดนิยมอย่าง Facebook หรือ YouTube อีกด้วย

แบ่ง 2 หน้าจอก็ได้ทำงานไปพร้อมกันเลย

แรม 4GB ที่ให้มาจะเหลือใช้จริงๆราวๆ 1.5 - 2GB ทำให้การสลับแอปไปมาทำได้อย่างคล่องตัว หรือจะเป็นการแบ่งหน้าจอ Split Screen ก็ใช้งานได้ด้วย โดยการรูด 3 นิ้วขึ้นบน

ระบบปลดล็อคก็มีครบ ทั้งสแกนนิ้ว สแกนหน้า !

ในส่วนของระบบปลดล็อครุ่นนี้มาพร้อมกับระบบสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ใช้งานได้ง่ายดายเพียงแค่แตะแล้วก็ปลดล็อคได้เลยไม่จำเป็นต้องปลุกจอ การทำงานทำได้รวดเร็วใช้ได้ครับ แถมตำแหน่งของเซ็นเซอร์ก็วางไว้ได้เหมาะสมดีทีเดียว

หรือถ้าไม่ชอบการสแกนนิ้วที่หลังเครื่อง ก็ยังมีระบบปลดล็อคใบหน้าหรือ Face Unlock มาให้เลือกใช้ด้วย มีรูปแบบการใช้งาน 2 แบบคือสแกนหน้าแล้วปลดล็อคทันทีหรือว่าสแกนแล้วค่อยเลื่อนหน้าจออีก ตรงนี้แล้วแต่ความชอบเนอะ บางคนชอบแบบเร็วๆไปเลย บางคนชอบแบบอ่านแจ้งเตือนก่อนค่อนปลดล็อค เลือกเอาตามสะดวกจ้า :D

ตั้งค่าได้ที่ Settings > Fingerprint, Face & Passcode > Face > Unlock

หน้าจอใหญ่ ดูหนังสบายใจ !

ในเรื่องของหน้าจอบอกแล้วว่ารุ่นนี้ให้ขนาดมาเต็มที่ถึง 6.2 นิ้วในอัตราส่วน 19:9 แถมติ่งบนจอก็ไม่กินพื้นที่คอนเทนต์ที่เราจะชมเท่าไหร่เอามาดูหนังหรือวิดีโอผ่าน YouTube ได้สบายๆ อัตราส่วนหน้าจอใช้ได้กว้าง เวลาซูมแบบเต็มจอก็ให้ความรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ใช้ได้เลย

เสียงก็โอเค มีช่องหูฟังอยู่ด้วยนะ

ในส่วนของระบบเสียงรุ่นนี้ให้ลำโพงตัวเดียวมาที่ด้านล่างของตัวเครื่องมุมซ้าย เสียงที่ได้ออกมาทำได้ดีทีเดียวครับ ความดังใช้ได้เลย ส่วนเรื่องเสียงผ่านหูฟังก็มาพร้อมกับระบบเสียงแบบ Real Original Sound ที่ช่วยเพิ่มมิติเสียงเวลาฟังเพลงได้มากขึ้น รุ่นนี้ยังมีพอร์ตหูฟังมาให้ใช้งานอยู่ก็ไม่ยุ่งยากเท่าไหร่เวลาจะใช้หูฟังที่ดราคุ้นเคยอยู่แล้วเนอะ

เล่นเกมหน่อยซิ พอไหวไหม ?

จอใหญ่ เสียงใช้ได้ไปแล้ว มาต่อในเรื่องการเล่นเกม สำหรับ OPPO A7 อาจจะไม่ได้เน้นในเรื่องของสเปคที่เล่นเกมโหดๆได้ทั้งหมด เพราะมากับสเปคตัวประหยัดอย่าง Snapdragon 450 เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปได้อย่างราบรื่น แต่ถ้าเอามาเล่นเกมจริงๆจะเป็นยังไง เกมที่เรานำมาทดสอบก็คือ PUBG Mobile กับ ROV นี่แหละครับ ตัวเครื่องมีระบบ Game Space มาให้ ช่วยจัดการเร่งประสิทธิภาพในการเล่นเกมให้ดียิ่งขึ้นและปิดการแจ้งเตือนขณะเล่นเกมให้ด้วย

สำหรับ PUBG ตัวเกมตั้งค่ากราฟิกเริ่มต้นมาที่ ระดับ Smooth และเฟรมเรตกลาง ซึ่งแน่นอนว่าในคุณภาพกราฟิกระดับนี้เจ้า OPPO A7 เล่นได้อย่างสบายๆครับ ไม่มีปัญหาอะไร เล่นได้อย่างสมูทด้วยหน้าจอขนาดใหญ่แบบนี้ครับ

สำหรับ ROV เกมยอดฮิตก็สามารถปรับกราฟิกได้ที่ระดับสูงสุด แต่ไม่สามารถปรับเป็นแบบเฟรมเรตสูงได้ เล่นเกมจริงๆก็จะรันได้ที่ 28-30fps ครับ ถือว่าทำได้ดีในเกมนี้

กล้องคู่มีมาให้นะ ดีด้วย !

มาเข้าสู่เรื่องกล้องกันต่อสำหรับ OPPO A7 ก็มาพร้อมกับกล้องหลังคู่ความละเอียดสูง 13 + 2 ล้านพิกเซล ช่วยให้สามารถใช้งานการถ่ายภาพได้ดีด้วย Portrait Mode ที่ติดมากับเครื่อง ซึ่งถึงแม้จะไม่มีพวกเอฟเฟกต์แสงมาให้ปรับแบบรุ่นพี่ๆ แต่ก็ถือว่าใช้งานภาพหน้าชัด-หลังเบลอได้ดีทีเดียวบนรุ่นนี้ครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Portrait ของกล้อง OPPO A7

นอกจากกล้องคู่จะใช้งานในเรื่องของ Portrait ได้แล้ว ในโหมด Auto ทั่วไปก็ทำได้ดีเพราะตัวเครื่องมีระบบ Auto HDR ช่วยให้ได้ภาพสวยในทุกสภาพแสง ตัวกล้องจะปรับการใช้งานให้อัตโนมัติ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซลของ OPPO A7

กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล เซลฟี่สวยเนียนพร้อม AI Beauty !

อีกจุดที่ทาง OPPO ขึ้นชื่อมาโดยตลอดนั้นก็คือการเซลฟี่ ก็แน่นอน Selfie Expert นี่เนอะ ถึงรุ่นนี้จะเป็นรุ่นเล็ก แต่กล้องหน้าก็ไม่ใช่ย่อยเพราะให้ความละเอียดมาสูงถึง 16 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ AI Beauty ที่ให้ภาพสวยเนียนเป็นธรรมชาติ โดยที่เราไม่ต้องปรับแต่งให้วุ่นวาย เล็งแล้วถ่ายได้สวยๆเลย นอกจากนี้ยังมีโหมดหน้าชัดหลังเบลอให้เราเลือกใช้งานด้วย แตะที่ไอคอนรูปหยดน้ำข้างบนได้เลย มีพรีวิวการเบลอตั้งแต่ก่อนกดถ่ายเลยนะจ๊ะ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ OPPO A7

แบตเตอรี่อึดจุใจ นี่แหละตัวจริง !

ปิดท้ายด้วยไฮไลท์อีกอย่างของรุ่นนี้กับเรื่องของแบตเตอรี่ รุ่นนี้ชูจุดเด่นเรื่องความทนทานของแบตเตอรี่ ด้วยความจุแบตฯที่มากถึง 4230 mAh ใช้กันได้อย่างสบายใจเลยล่ะ เท่าที่ลองใช้งานมาจะดู YouTube ต่อเนื่องนานๆก็ไหว เล่นเกมสัก 3-4 แมตช์ก็หายห่วง ใช้งานได้ตลอดทั้งวันได้สบายๆ ด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 450 ที่ประหยัดพลังงานบวกกับการจัดการด้วย AI Battery ภายในทำให้เรื่องแบตฯนั้นเป็นจุดเด่นอีกอย่างของรุ่นนี้จริงๆครับ

เท่าที่ลองใช้งานมาจริงๆก็สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ตลอดทั้งวัน หรือถ้าใช้งานทั่วๆไปในแต่ละวัน เล่นโซเชี่ยลบ้าง ตอบอีเมลนิดหน่อย สามารถใช้งานได้ยาวนาน 2 วันได้เลยล่ะ แบตฯเยอะสะใจจริงๆรุ่นนี้ครับ :D

ราคาและโปรโมชั่น !

สำหรับ OPPO A7 นั้นก็เปิดราคาค่าตัวมาที่ 6,990 บาท เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้มีให้เลือก 2 สีคือ Glaze Blue และ Glaring Gold ครับผม แต่นอกจากราคานี้แล้วยังมีโปรโมชั่นพิเศษร่วมกับ Truemove และ AIS อีกด้วย

โดยเพื่อนๆสามารถซื้อเครื่อง OPPO A7 ได้ในราคาเพียง 3,990 บาท เพียงแค่สมัครโปรรายเดือนขั้นต่ำ 599 และจ่ายล่วงหน้า 1,000 บาทเท่านั้น โอ้โห ! คุ้มยิ่งกว่าคุ้มใช่ไหมล่ะครับราคานี้ *0*

เช็คโปรโมชั่น OPPO A7 ได้ที่นี่

สรุป

จัดว่าเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนรุ่นเล็กสุดคุ้มที่ครบครันในตัวเอง ทั้งในเรื่องของดีไซน์ที่โดดเด่น สวยพรีเมี่ยมมากถ้าเทียบในรุ่นต่ำหมื่นแบบนี้ สเปคภายในอาจจะดูไม่หวือหวาที่สุดแต่ก็ถือว่าตอบโจทย์การใช้งานหลักๆได้ครบ กล้องทั้งหน้าและหลังใช้งานยอดเยี่ยมตามสไตล์แบรนด์นี้ หน้าจอใหญ่และแบตเตอรี่ที่ให้มาก็เยอะสะใจตอบโจทย์คนที่ต้องการมือถือเพื่อความบันเทิงในราคาที่ไม่สูงมากนักจริงๆ ยิ่งบวกโปรโมชั่นกับทางโอเปอเรเตอร์ทั้ง 2 ค่ายด้วยแล้วยิ่งคุ้มค่าเข้าไปใหญ่ สำหรับ OPPO A7 ก็ถือว่าออกมาตอบโจทย์คนที่ต้องการมือถือรุ่นเล็กสเปคคุ้มในช่วงสิ้นปีแบบนี้จริงๆครับ :D

จุดเด่น

  • หน้าจอ 6.2 นิ้วขนาดใหญ่ บันเทิงได้เต็มตา
  • บอดี้สวยพรีเมี่ยม ฝาหลังสะท้อนกับแสงแล้วสีสวยมาก
  • แบตเตอรี่ความจุเยอะใช้งานได้ยาวนาน
  • กล้องหลังคู่ใช้งานได้ดี มี Portrait Mode มาให้ด้วย
  • กล้องหน้าความละเอียดสูงพร้อม AI Beauty
  • รองรับ 2 ซิมพร้อม Micro-SD ด้วยถาดซิมแบบ 3 Slot

จุดสังเกต

  • ไม่มีหูฟังแถมมาให้ในกล่อง
  • ฝาหลังเก็บรอยนิ้วมือค่อนข้างง่าย

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite