Preview : ASUS ZenFone Max Pro M2 สมาร์ทโฟนเกมมิ่งสุดคุ้มตัวใหม่ พร้อมแบตฯใหญ่ 5,000 mAh ในราคาไม่ถึงหมื่นบาท !!

เฮียแม็พ | 15 ธ.ค 2561 15:30:25

12504

VIEWS เฮียแม็พ

Preview : ASUS ZenFone Max Pro M2 สมาร์ทโฟนเกมมิ่งสุดคุ้มตัวใหม่
พร้อมแบตฯใหญ่
5,000 mAh ในราคาไม่ถึงหมื่นบาท !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดของทาง ASUS กับ ZenFone Max Pro (M2) นั่นเอง แน่นอนว่าเห็นชื่อ Max แบบนี้ก็ต้องมาพร้อมกับคุณสมบัติในเรื่องแบตเตอรี่ที่อึดสะใจ ใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานอีกเช่นเคย แต่รอบนี้ไม่ใช่แค่เน้นแบตฯเยอะเท่านั้น เพราะสเปคภายในและดีไซน์ก็อัปเกรดขึ้นมาใช้ได้เลยทีเดียว แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือราคาค่าตัวของ ZenFone Max Pro M2 นั้นเปิดมาได้น่าสนใจไม่ถึง 10,000 บาทเลย เอ้า ! มาอ่านพรีวิวของรุ่นนี้กันเลยดีกว่าไหมครับ ? :D

เริ่มที่กล่องกันก่อน

สำหรับกล่องของ ZenFone Max Pro M2 รอบนี้ปรับโทนให้เป็นสีเข้มพร้อมชื่อรุ่นเด่นๆที่ด้านหน้า Max Pro ตัวกล่องเป็นแบบครอบ 1 ชั้น สไลด์ที่ครอบออกจะพบกับตัวเครื่องและอุปกรณ์ด้านใน

ตัวเครื่องที่เราได้มานั้นยังเป็นเครื่องรีวิว อุปกรณ์ภายในกล่องจึงอาจจะให้มาไม่ครบซะทั้งหมด ที่เราได้มานั้นจะมีเพียงตัวเครื่อง, สาย Micro-USB, อแดปเตอร์ชาร์จไฟ, คู่มือการใช้งาน และเข็มจิ้มถาดซิมครับ

รูปลักษณ์ ดีไซน์เป็นยังไง

ต่อด้วยรูปลักษณ์ภายนอกกันเลย หน้าตาของ Zenfone Max ProM2 ยังมาในทรงที่แข็งแกร่งและแน่นหนาเหมือนเคย และถึงแม้จะเป็นรุ่นที่เน้นแบตฯใหญ่แต่ตัวเครื่องก็ไม่ได้หนาจนเกินเหตุ เวลาจับถือแล้วรู้สึกถึงความเป็นสมาร์ทโฟนทั่วไปอยู่ด้วยน้ำหนักเพียง 175 กรัมเท่านั้น

หน้าจอด้านหน้ามาพร้อมดีไซน์ทรงจอติ่งแบบสมัยนิยมในปีนี้ ทำให้ได้ขนาดหน้าจอที่ใหญ่ถึง 6.3 นิ้ว ในเรื่องการแสดงผลทำได้ดีด้วยหน้าจอ IPS อัตราส่วน 19:9 ความละเอียด FHD+ แต่เท่านั้นยังไม่พอเพราะตัวกระจกกันรอยของรุ่นนี้ยังใช้เป็น Gorilla Glass 6 อีกด้วย มั่นใจในเรื่องความทนทานได้เลย

เหนือหน้าจอจะเห็นติ่งที่มีความกว้างอยู่นิดหน่อย แบ่งตำแหน่งของกล้องหน้า เซ็นเซอร์และลำโพงสนทนา (มีซ่อนไฟ LED แจ้งเตือนไว้ข้างในด้วย) อยู่ได้อย่างดีไม่หนาจนเกินไป

ขอบหน้าจอด้านล่างเว้นไว้พอสมควร อาจจะดูไม่บางมากนักแต่ก็ไม่ถึงกันหนาจนดูเกินจำเป็นครับ

พลิกกลับมาดูที่ด้านหลังจะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางด้านดีไซน์ที่ดูดีขึ้นมาเยอะเลยทีเดียว ด้วยวัสดุแบบไฟเบอร์กลาสคล้ายกระจกเคลือบมันวาวให้ความรู้สึกถึงความหรูหรามากขึ้น และมีการสะท้อนกับแสงได้เป็นอย่างดี ตัวฝาหลังทำมุมโค้งลงไปอีกนิดหน่อยเพื่อให้รับกับรูปมือเวลาจับถือได้เป็นอย่างดี

ตำแหน่งของเลนส์กล้องจะวางไว้ที่มุมซ้ายบนเช่นเคย ให้กล้องคู่มาเรียงลงมาสวยๆ พร้อมกับตัวเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลัง ใช้รูปทรงกลมๆเหมาะกับการวางนิ้วดีทีเดียวล่ะ

ความบางของเครื่องก็ทำได้ดีครับเมื่อมองจากมุมนี้ด้วยความบางเพียง 8.5 มม.เท่านั้น เทียบกับแบตเตอรี่ 5000 mAh ที่ใส่อยู่ในตัวเครื่องถือว่าทำได้ดีมากๆ

กรอบตัวเครื่องก็เป็นโครเมี่ยมเคลือบมันวางใช้สีกลืนไปกับตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี ปุ่มกดต่างๆวางไว้อยู่ที่ด้านขวาของตัวเครื่องเป็นหลักทั้งปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงและปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดเครื่อง

พอร์ตการเชื่อมต่อของรุ่นนี้ยังคงเป็น Micro-USB อยู่ มีช่องหูฟัง 3.5 มม.อยู่ที่มุมซ้ายและลำโพงหลักของตัวเครื่องอยู่ที่มุมขวาของตัวเครื่องครับ

ถาดซิมของรุ่นนี้ก็ใจดีเหมือนเคยครับ มาเป็นแบบ 3 Slot ใส่ได้ทั้งซิม 2 ใบและ Micro-SD เลยด้วย

สำหรับดีไซน์โดยรวมของ ZenFone Max Pro M2 นั้นก็ถือว่าปรับดีไซน์มาให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น และดูพรีเมี่ยมเหมาะกับการใช้งานทั่วๆไปมากกว่ารุ่นก่อน ได้ทั้งหน้าจอขนาดใหญ่ขึ้นที่แสดงผลได้สวยงาม, ฝาหลังทรงสวยสะท้อนกับแสงได้สวยงาม และขนาดกับน้ำหนักที่ได้เทอะทะมากเท่าไหร่อีกด้วยครับ

สเปค ASUS ZenFone Max Pro M2

  • หน้าจอ IPS ขนาด 6.3" ความละเอียด FHD+ (19:9)
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 660 AIE Octa-core2.2GHz
  • แรม 4/6GB
  • ความจุ 64GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 400GB
  • แบตเตอรี่ 5000 mAh
  • ไม่รองรับชาร์จไว
  • กล้องหน้า 13 ล้านพิกเซล f/2.0
  • กล้องหลังคู่ 12 + 5 ล้านพิกเซล f/1.8 + f/2.4
  • รองรับ 2 ซิม
  • รองรับสแกนลายนิ้วมือ
  • รองรับสแกนใบหน้า
  • รัน Android 8.1 Oreo

จะเห็นว่าสเปคนั้นมีการอัปเกรดขึ้นมาได้อย่างน่าสนใจ ด้วยหน่วยประมวลผลสุดฮิตอย่าง Snapdragon 660 AIE ที่ขึ้นชื่อเรื่องประสิทธิภาพที่สูงและประหยัดพลังงานได้เป็นอย่างดี แรมมีให้เลือก 2 รุ่นความจุคือ 4GB หรือ 6GB ก็ถือว่าให้มาเยอะพอใช้งาน รวมถึงหน่วยความจำภายในที่ 64GB เพียงพอต่อการใช้งาน ถ้าไม่พอก็เพิ่ม Micro-SD เอาได้สูงสุดถึง 400GB นี่แหละ ส่วนจุดเด่นอย่างเรื่องแบตฯก็อัดแน่นมาให้ถึง 5000 mAh อีกเช่นเคยใช้งานได้สบายๆหายห่วง

ทดสอบคะแนนให้ดูหน่อย

สำหรับประสิทธิภาพจากการทดสอบ Benhmark รุ่นนี้ก็ทำได้ดีครับ ด้วยคะแนน 131337 ในเรื่องของประสิทธิภาพก็มั่นใจได้เลยว่า ใช้งานทั่วไปจนถึงประมวลผลเกมกราฟิกกลางๆ-สูงได้อย่างดีเลยล่ะ

(รุ่นที่ทดสอบเป็นโมเดลแรม 6GB)

ระบบปฏิบัติการเพียวๆลื่นไหลสุดๆ

ในเรื่องของระบบปฏิบัติการของ Zenfone Max Pro (M2) นั้นเลือกใช้เป็น Pure Android เลย เพื่อความเรียบและลื่นไหลของระบบ ซึ่งเวอร์ชั่นที่ใช้บนรุ่นนี้ก็เป็น Android 8.1 Oreo ครับผม

หน้าตา UI ก็จะเรียบๆคลีนๆมาเลย ไม่มีการปรับแต่งอะไรมากมาย ส่วนแอปที่ให้มาก็ใช้ของ Google เป็นหลักทั้งหมดทั้ง Google Photos, Google Play Music เป็นต้น และก็ไม่ได้มีการยัดแอปที่ไม่จำเป็นมาให้เลย เปิดมาก็มีมาให้คร่าวๆประมาณนี้ไม่เยอะมากครับ มีแถม Facebook, IG และ Messenger มาให้แค่นั้น

แบตฯอึดสะใจไฮไลท์หลัก !

ไฮไลต์หลักๆของซีรีส์นี้ก็อย่างที่บอกครับ แบตฯเน้นๆ จะเอามาเล่นหนักๆนี่หายห่วงครับ ทาง ASUS ก็เคลมไว้ว่าถ้าใช้ 4G Stanby ทั่วไปนั้นได้นานถึง 35 วัน คุยโทรศัพท์ผ่านระบบ 3G ได้นาน 45 ชั่วโมง, เล่นเกมส์ได้นานต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง ดูYouTube หรือภาพยนตร์ได้มากถึง 19 ชั่วโมงและท่องเว็บไซต์ผ่านระบบไวไฟได้นานมากกว่า 23 ชั่วโมง อีกต่างหาก อึดจริง !

มีระบบสแกนลายนิ้วมือทำงานรวดเร็ว

รุ่นนี้ก็อย่างที่เห็นมีระบบสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ใช้งานได้อย่างดีด้วยรูปทรงที่เป็นวกลมพอดีนิ่วเวลาเราแตะ และนอกจากนี้ระบบสแกนใบหน้าก็มีมาให้ด้วยเช่นกัน

กล้องคู่ถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้ด้วย

ในเรื่องของกล้อง ASUS ก็ยังคงให้กล้องหลังคู่ แบ่งเป็นกล้องความละเอียด 12 + 5 ล้านพิกเซล ซึ่งตัวเลนส์เสริม 5 ล้านพิกเซลนั้นจะใช้ในการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอด้วยการวัดระยะของภาพ เพื่อสร้างการละลายฉากหลังได้อย่างเนียนตาอีกด้วย

ส่วนกล้องหน้าก็ให้มาที่ 13 ล้านพิกเซล เซลฟี่สวยคมชัดอีกเช่นเคยครับ

ราคาและวันวางจำหน่าย

ปิดท้ายกันที่ราคาที่บอกไว้แล้วว่าทำได้ดีทีเดียว เพราะเห็นสเปคคุ้มๆแบตฯจุใจแบบนี้เปิดราคามาไม่ถึง 10,000 บาทเลย วางจำหน่าย 2 สีได้แก่ Cosmic Titanium และ Midnight Blue ในสองรุ่น ซึ่งราคาค่าตัวของ Zenfone Max Pro M2 ทั้ง 2 โมเดลก็มีดังนี้ครับ 

  • รุ่น Ram 4 Rom 64 จะวางจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ Shopee เท่านั้น http://bit.ly/2Lef7Dg ในราคา 6,990 บาท (ผู้ที่สั่งจองในช่วง Pre-orderระหว่างวันที่ 18-31 ธันวาคม 61 ใช้ Code ‘Asusm2’ รับส่วนลด 500 บาท)
  • รุ่น Ram 6 Rom 64 จะวางจำหน่ายผ่านร้านค้าตัวแทนทั่วประเทศ ในราคา 8,990 บาท ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 62 เป็นต้นไป

สรุปหลังลองจับ !

ก็ถือว่าเป็นรุ่นใหม่ที่ลงตลาดมาชนกับคู่แข่งได้อย่างสนุกสนานเลยล่ะ ด้วยราคาที่ไม่สูงจนเกินไปแต่ได้สเปคและความสามารถที่ค่อนข้างคุ้มชูจุดเด่นเรื่องแบตฯอึดสะใจ สเปคภายในประสิทธิภาพดี แถมยังได้บอดี้ที่สวยงามน่าสัมผัสขึ้นกว่าเดิมอีก ต้องบอกว่าตลาดสมาร์ทโฟนสะเทือนอีกครั้งแน่นอน เอาเป็นว่าวันนี้ เฮียแม็พ. TechXcite คงต้องขอตัวลาไปก่อน ไว้พบกันใหม่ในบทความครับ :D

 

พรีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite