Unbox : พรีวิวแกะกล่อง OnePlus 7 Pro เรือธงสุดครบเครื่อง ที่มีฟีเจอร์มากมายกว่าแค่ความเร็วแรง !!

เฮียแม็พ | 18 พ.ค. 2562 00:26:08

9383

VIEWS เฮียแม็พ

Unbox : พรีวิวแกะกล่อง OnePlus 7 Pro เรือธงสุดครบเครื่อง
ที่มีฟีเจอร์มากมายกว่าแค่ความเร็วแรง !!

สวัสดีเพื่อน ๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความพรีวิวมือถือรุ่นใหม่ ๆ กับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เรามีมือถือรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งจะเปิดตัวไปสด ๆ ร้อน ๆ กับ OnePlus 7 Pro มีพรีวิวให้ชมกัน สำหรับรุ่นนี้ก็ถือว่าเป็น Super Flagship รุ่นใหม่ที่เปิดตัวมาได้อย่างน่าสนใจมาก ๆ เพราะจัดเต็มมาในทุก ๆ ด้านไม่ใช่แค่สเปคเท่านั้น ยังมีในเรื่องของดีไซน์ ฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกเพียบเลยล่ะ ไหน ๆ วันนี้เฮียก็ได้เครื่องมาแล้ว ขอมาแกะกล่องคร่าว ๆ ให้ชมกันก่อน มีอะไรให้มาในกล่องบ้างมาติดตามกันเลยครับ :D

แกะกล่องกันเลย อย่าเสียเวลา !

เริ่มกันที่ตัวกล่องกันก่อนเลย OnePlus 7 Pro มาพร้อมกล่องสีขาวเรียบ ๆ ทรงมาตรฐานของ OnePlus พร้อมที่คาดสีแดงตัดกันได้อย่างดี ที่หน้ากล่องจะมีเลข 7 ใหญ่ ๆ พร้อมตัว Pro อยู่นิด ๆ ให้รู้ว่านี่คือรุ่น OnePlus 7 Pro นาจา ซื้อไม่ผิดแน่นอน !

คำนิยามของ OnePlus 7 Pro รอบนี้คือ "Go Beyond Speed" นะครับ แน่นอนว่าก่อนหน้านี้ OnePlus โดดเด่นในเรื่องของความเร็วมาตลอด รอบนี้ก็จะไปให้เหนือกว่าแค่ความเร็วเลยนะ ! ด้านข้างก็เลยมีสกรีนไว้เด่น ๆ แบบนี้เลย

เปิดกล่องออกมากล่องชั้นในก็จะเป็นสีแดงทั้งหมดตัดกับขาวที่ฝากล่องได้อย่างดี เป็นสีของแบรนด์ชัดเจน ชั้นแรกจะเป็นซองที่ใส่เคสซิลิโคนและคู่มือการใช้งานอยู่ในนี้ครับ

ดึงซองชั้นแรกขึ้นมาจะเจอกับตัวเครื่อง OnePlus 7 Pro วางอยู่ ตรงนี้ระหว่างรอเปิดเครื่อง เราก็เช็คอุปกรณ์ภายในกันอีกนิด ชั้นล่างสุดก็จะเป็นชุดอุปกรณ์ชาร์จ คือสายชาร์จและอแดปเตอร์นั่นเอง

ตัวสายชาร์จของ OnePlus ก็จะเป็นสีแดงสดตัดกับสีขาวตรงพอร์ตเชื่อมต่อได้อย่างลงตัว ส่วนอแดปเตอร์ของรุ่นนี้ก็จะเป็นแบบ Warp Charge 30 ที่รองรับความเร็วแบบ 30W นั่นเองครับ

รวม ๆ อุปกรณ์ที่ให้มาทั้งหมดจะมีด้วยกัน 6 อย่างดังนี้ครับ

  • ตัวเครื่อง OnePlus 7 Pro
  • เคสซิลิโคนใส
  • คู่มือการใช้งาน
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • สาย USB Type-C
  • อแดปเตอร์ Warp Charge 30

ตามสไตล์ค่ายนี้นะครับ จะไม่มีตัวหูฟังแถมมาให้ในกล่อง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเนอะ เดี๋ยวคงมีหูฟังส่วนตัวใช้กันอยู่แล้วแหละ

เคสที่แถมมาในกล่องก็สามารถใส่เข้ากับเครื่องได้อย่างพอดี เป็นแบบใสโชว์สีสันของฝาหลังตัวเครื่องได้อย่างดีเลยล่ะ

ยลโฉมตัวเครื่องกันเลย !

ตื่นเต้นจัง…หน้าตาของ OnePlus 7 Pro ต้องบอกว่าสวยงามหยดย้อยดีจริง ๆ ด้วยความเต็มของหน้าจอด้านหน้า เรียกว่าเต็มได้แบบสุด ๆ แถมเป็นจอแบบโค้ง 2 ด้านที่ไร้ติ่ง ไร้รูบนหน้าจอเลยด้วย เรียกว่ามันคือจอแบบไร้ขอบแบบจริงจังเลยล่ะ ขนาดหน้าจอของ OnePlus 7 Pro ก็ให้มาใหญ่สะใจที่ 6.67 นิ้วกันเลยด้วย

การแสดงผลก็ต้องยอมรับเลยล่ะว่าสวยจริง ๆ ด้วยความละเอียดที่สูงถึง QHD+ (ค่าเริ่มต้นตั้งมาให้เลยด้วย) ชนิดหน้าจอยังเป็นแบบ Fluid Amoled ที่มีความสวยสดในสีสันได้อย่างดีจริง ๆ รองรับการแสดงผลแบบ HDR10+ อีก จอสวยจริง ๆ วุ้ยยย !

แถมตัวหน้าจอยังรองรับ Refresh Rate ระดับ 90Hz คือการเลื่อนหน้าจอ การตอบสนองนั้นต้องบอกเลยว่าลื่นไหลกว่าแบบทั่วไปที่เป็นแบบ 60Hz มาก ๆ เท่าที่ได้ลองจริง ๆ ต้องยอมรับเลยล่ะว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่จอสวยและลื่นไหลที่สุดที่เคยเล่นมาเลย สมแล้วที่ทาง DisplayMate ยกให้เป็นมือถือที่มีหน้าจอยอดเยี่ยมที่สุดตอนนี้ *0*

อย่างที่เห็นตัวขอบหน้าจอของรุ่นนี้เรียกว่าบางเฉียบดีจริง ๆ สุดขอบจอด้านบนจะมีลำโพงสนทนาเป็นแถบยาว ๆ อยู่ วางได้อย่างแนบเนียน มองผ่าน ๆ ก็ไม่รู้ว่าซ่อนอยู่นะนั่น ขอบจอด้านล่างนี่บอกเลยว่าบางเกือบสุดขอบแล้ว เป็นอีกรุ่นที่มีขอบหน้าจอบางเฉียบมาก ๆ เลยล่ะ

ความโค้งของหน้าจอจะโค้งเว้าลงไปแบบที่สมาร์ทโฟนจอโค้งควรจะเป็นครับ ช่วยให้เวลาจับถือนั้นรับเข้ากับรูปมือได้เป็นอย่างดี

กรอบเครื่องจะเป็นสีมันวาววางปุ่มกดไว้ตามสไตล์ OnePlus คือมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงอยู่ด้านซ้ายมือ ส่วนด้านขวามีปุ่ม Slider ที่ใช้เลือกปรับโปรไฟล์เสียง (เปิดเสียง, ระบบสั่น หรือเงียบ) และปุ่ม Power อยู่ถัดลงมาครับ

ด้านบนตัวเครื่องจะเรียบ ๆ แต่เอ๊ะ…นั่นเหมือนมีกรอบอะไรอยู่ด้วยเลย ตรงนั้นจะเป็นช่องที่ให้กล้องหน้าแบบ Pop Up ยื่นขึ้นมาได้ครับ ด้วยความที่หน้าจอนั้นใช้พื้นที่ได้เต็มที่ไปหมดแล้ว กล้องหน้าเลยต้องซ่อนไว้แบบนี้แทนเนอะ

ซึ่งการยกขึ้นมาของกล้องแบบ Pop Up นี้ก็เรียกว่ารวดเร็วดีทีเดียว กดปุ๊บก็ยกปั๊บ ตรงนี้ทาง OnePlus เคลมว่าสามารถยกขึ้น-ลงได้กว่า 300,000 ครั้งเลยทีเดียว ถือว่าทนใช้ได้เลยล่ะ

ส่วนด้านล่างเครื่องก็จะมีพอร์ตการเชื่อมต่อซึ่งรุ่นนี้ก็ตัดเอาช่องหูฟัง 3.5 มม. ออกไปเรียบร้อยแล้ว จะมีเพียงพอร์ต USB Type-C, ไมโครโฟนและลำโพงหลักของตัวเครื่อง และช่องใส่ซิมครับ

โดยตัวถาดซิมของรุ่นนี้จะเป็นแบบหน้า-หลัง รองรับ 2 ซิมด้วยครับ

พลิกกลับมาดูที่ด้านหลังตัวเครื่องสี Mirror Grey ที่เราได้มารีวิวนั้นจะใช้วัสดุเป็นกระจกสะท้อนแวววาวตามชื่อสีเลยครับ มีความสะท้อนดั่งกระจก โทนสีออกเทาม่วงนิด ๆ สีสวยใช้ได้เลย

ฝาหลังมีความสะท้อนอย่างกับกระจกจริง ๆ โทนสีก็จะออกเทาม่วง ๆ อย่างที่บอกไป ไม่ได้ไล่เฉดเหมือนกับของสี Nebula Blue นั่นเนอะ มีสกรีนคำว่า OnePlus อยู่ที่ด้านล่างตรงนี้ด้วย

ตำแหน่งของกล้องหลังเรียงกันลงมาได้อย่างสวยดีทีเดียว OnePlus 7 Pro ให้กล้องหลังมาด้วยกัน 3 ตัวแบ่งเป็นกล้อง Wide, กล้องปกติ และกล้องเทเล 3x ครับ

โดยรวมในเรื่องของดีไซน์ต้องยอมรับจริง ๆ ครับว่าออกแบบมาได้สวยและลงตัวมาก ๆ อย่างแรกที่เห็นแล้วประทับใจแบบสุด ๆ คงหนีไม่พ้นเรื่องของหน้าจอที่ใหญ่เต็มตา สีสันสวยงามเอามาก ๆ แถมยังได้ Refresh Rate ที่สูงถึง 90Hz ช่วยให้การใช้งานนั้นน่าประทับใจแบบสุด ๆ และอีกอย่างก็คือเทคโนโลยีการเคลือบฝาหลังแบบด้านที่ให้ความรู้สึกในการสัมผัสที่ดีมาก ๆ นี่แหละครับ โดดเด่นแบบสุด ๆ ไปเลย

สเปค OnePlus 7 Pro

  • หน้าจอ Fluid Amoled 6.67" 90Hz ความละเอียด QHD+
  • หน่วยประมวลผล Snapdragon 855
  • แรม 6GB/8GB/12GB
  • ความจุ 128GB/256GB (UFS 3.0)
  • แบตเตอรี่ 4000mAh
  • รองรับระบบชาร์จไว Warp Charge 30
  • กล้องหน้าแบบ Pop Up ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล f/2.0
  • กล้องหลัง 3 ตัว 48 + 16 + 8 ล้านพิกเซล
  • รองรับระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ
  • รัน Android 9.0 Pie ครอบด้วย OxygenOS 9.5

ประสิทธิภาพที่เหนือระดับ !

ในเรื่องสเปคก็จัดมาให้สุดแบบที่ทาง OnePlus ถนัดอยู่แล้ว ด้วยหน่วยประมวลผลตัวท๊อปสุด Snapdragon 855, แรมมีให้เลือก 3 ความจุคือ 6GB/8GB/12GB, ความจุภายในมีให้เลือก 2 ความจุคือ 128GB และ 256GB ทีเด็ดนอกจากความจุที่เยอะแล้วก็คือตัวหน่วยความจำของรุ่นนี้ยังเป็น UFS 3.0 อีกด้วย ซึ่ง OnePlus 7 Pro ก็ถือเป็นรุ่นแรกของโลกเลยที่มาพร้อมหน่วยความจำแบบนี้

ซอฟต์แวร์ภายในของ OnePlus 7 Pro จะมาพร้อมกับ OxygenOS 9.5 บนพื้นฐาน Android 9.0 Pie ซึ่งทำงานได้อย่างลื่นไหลมาก ๆ หลายคนที่เคยใช้ OnePlus มาคงชื่นชอบกันอยู่แล้วที่เสถียรอย่างมาก รวมถึงการอัปเดตที่มีมาให้อย่างต่อเนื่องด้วย

OnePlus 7 Pro จะมี AI คอยเรียนรู้การใช้งาน และการจัดสรรแรมให้ใช้งานได้อย่างชาญฉลาด ซึ่งจะมีฟีเจอร์ RAM Boost ที่ช่วยให้การเปิดแอปต่าง ๆ นั้นเร็วขึ้นพร้อมกับการเล่นเกมได้ดีขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น RAM Boost จะช่วยให้แอปพลิเคชันนั้นเปิดใช้งานได้โดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพโดยรวมด้วยนะ

ลำโพงคู่สะใจ พร้อมระบบเสียงคุณภาพจาก Dolby

ในเรื่องของระบบเสียง OnePlus ให้มาอย่างจุใจด้วยลำโพงคู่แบบสเตอริโอ พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos ด้วย เสียงที่ได้ออกมานั้นต้องบอกเลยว่าดังและมีมิติมาก ๆ สมกับที่โปรโมทว่าเหมือนเอา Home Theater มาไว้บนมือคุณเลยล่ะ

กล้องหลัง 3 ตัว ช่วงครบแล้วนะ !

กล้องหลังของ OnePlus 7 Pro รอบนี้ให้มาด้วยกัน 3 ตัว ถือเป็นครั้งแรกของ OnePlus มาพร้อมกับ 3 ช่วงการใช้งานดังนี้

  • กล้อง Ultra Wide - 16 ล้านพิกเซล f/2.2 มุมกว้าง 117 องศา
  • กล้องหลัก - 48 ล้านพิกเซล  f / 1.6 OIS
  • กล้อง Tele 3x - 8 ล้านพิกเซล f / 2.4 OIS

ในตัวกล้องหลักและกล้อง Tele จะมาพร้อมกับระบบกันสั่น OIS ทำให้ภาพที่ได้นั้นนิ่ง ภาพถ่ายที่ให้ความคมชัดทุกรูป ทุกรูปถ่ายที่ได้ออกมาสวย สมจริงเหมือนตาเห็น พร้อมมีกล้อง Ultra Wide ช่วยให้ได้ถ่ายภาพที่กว้างกว่าที่เคยด้วย

ระบบชาร์จไว Warp Charge 30 !

ปิดท้ายที่เรื่องของระบบชาร์จ OnePlus 7 Pro ให้ระบบชาร์จไวที่ชื่อว่า Warp Charge 30 ด้วยความเร็วแบบ 30W ช่วยให้การชาร์จแบตฯความจุ 4000mAh ของ OnePlus 7 Pro นี้เร็วขึ้นกว่าแบบทั่วไปมาก ทาง OnePlus เคลมเองเลยว่าชาร์จเพียง 20 นาทีก็ได้แบตฯขึ้นมาถึง 48% แล้วล่ะครับ

สรุปหลังลองจับ !

ถือว่าเป็น Super Flagship ที่เปิดตัวมาได้อย่างน่าสนใจจริง ๆ สำหรับ OnePlus 7 Pro ตัวนี้ ทั้งในเรื่องของสเปคที่จัดเต็มมาได้แบบครบเครื่องแล้ว ดีไซน์ก็ยังสวยขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและน่าจับถือเป็นอย่างมาก จุดเด่นเรื่องหน้าจอ 90Hz Fluid Amoled ก็ช่วยให้น่าใช้งานมากขึ้นจริง ๆ ความลื่นไหลรวมไปถึงการตอบสนองดีมาก ๆ, ระบบเสียงที่จัดเต็มมากขึ้นเป็นสเตอริโอสักที, กล้องที่ครบทุกช่วงที่เราอยากถ่ายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นมุมกว้าง มุมปกติคุณภาพสูง หรือจะซูมเข้าใกล้ไปได้ถึง 3 เท่าด้วย เรียกว่าเป็นเรือธงอีกหนึ่งรุ่นที่ไม่ควรมองข้ามไปจริง ๆ เลยล่ะครับ OnePlus 7 Pro เนี้ย !

จองกันได้แล้ววันนี้ !

ตอนนี้ OnePlus 7 Pro ก็เริ่มเปิดให้จองล่วงหน้าแล้วตั้งแต่วันที่ 15 - 22 พ.ค.นี้ ที่ช่องทาง AIS Online Store, JD Central และ Lazada โดยมีให้เลือก 3 โมเดลเลยคือ 6GB + 128GB สี Mirror Gray, 8GB + 256GB สี Mirror Grey และ 12GB + 256GB สี Nebula Blue โดยเพื่อน ๆ ที่จองจะได้รับสิทธิพิเศษประกันจอแตกนานถึง 1 ปี มูลค่ากว่า 9000 บาทไปด้วย ส่วนราคาค่าตัวตอนนี้ยังไม่ประกาศออกมา เพราะจะมีการประกาศราคาอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 พ.ค.นี้ ยังไงรอติดตามกันให้ดีเลย ส่วนช่องทางการจองก็กดได้ที่ลิ้งก์ด้านล่างนี้เลยครับ

AIS: http://bit.ly/OnePlus7_AIS

JD: http://bit.ly/OnePlus7JD

Lazada: http://bit.ly/OnePlus7Lazada

 

พรีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite