ลงทุนไปไหม !? สาวคนนี้ฝังกุญแจรถ Tesla ไว้ในข้อมือตัวเอง !!

MrXcite | 13 ส.ค. 2562 14:30:51 (อัพเดต 14 ส.ค. 2562 11:05:50)

633

VIEWS MrXcite

ลงทุนไปไหม !? สาวคนนี้ฝังกุญแจรถ Tesla ไว้ในข้อมือตัวเอง !! 

หลายๆคนคงเคยได้ยินเกี่ยวกับรถยนต์ที่ทำงานด้วยระบบพลังงานไฟฟ้าอย่าง Tesla car กันมาบ้างเเล้ว ซึ่งมันจะกลายเป็นยานพาหนะทางเลือกใหม่สำหรับรถพลังงานสะอาดที่ใช้เดินทางบนท้องถนน ซึ่งในวันนี้เรื่องที่เราจะมานำเสนอจะเป็นการเปลี่ยนมุมมองใหม่ของการใช้งานรถยนต์ประเภทนี้กัน

Amie DD ‘’software engineer’’เจ้าของรถ Tesla Model 3 คันนี้อธิบายเกี่ยวกับการที่เธอจะเปลี่ยนกุญเเจรถของเธอ ให้มาอยู่ใต้เเขนของเธอ โดยก่อนจะที่เข้าเรื่องกันอยากให้ทุกคนเข้าใจกันว่า Tesla car นั้นไม่ได้มีกุญเเจรถเหมือนรถยนต์ปกติ โดยการที่จะปลดล็อคประตูรถนั้นจะต้องมีเเอฟพลิเคชั่น Tesla key หรือคีย์การ์ดที่ให้มาพร้อมกับรถถึงจะใช้งานรถได้

เธออธิบายเพิ่มเติมอีกว่าเเต่เดิมเเล้วเธอได้เคยทดลองใช้ระบบ RFID Tag กับประตูบ้านกับเธอโดยการฝังไว้บนมือเธอ เเละเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเธอได้มีโอกาสใช้งาน Tesla car Model 3 เธอจึงเกิดการปิ้งไอเดียวขึ้นมา เพราะ Tesla นั้นมีระบบ RFID Tag อยู่บนตัวคีย์การ์ดที่ให้มา เธอจึงคิดว่าเธอน่าจะทำเเบบเดียวกันได้เหมือนกับประตูบ้านของเธอ

เธอจึงใช้โอกาสนี้ในการทดลองทำมันขึันมา ด้วยความที่เธอเป็นซอฟต์แวร์ เอ็นจิเนียริ่งจึงทำให้เธอเข้าใจถึงระบบภายในของตัวคีย์การ์ดเป็นอย่างดี เธอจึงเเยกชิ้นส่วนคีย์การ์ดเเละทำให้ชิ้นส่วนมีขนาดเล็กจนสามารถเอามาติดตั้งใส่เเขนของเธอได้ เเต่ถึงกระนั้นมันก็ไม่ใช้เรื่องๆง่ายเลยที่จะให้มันฝังอยู่ในร่างกายเธอได้ เธอจึงขอความช่วยเหลือจากร้านศัลยกรรมร่างกาย ช่วยเธอผ่าเอาชิบฝั่งไว้ในเเขนของเธอได้ (คำเตือนเนื้อหาในคลิปมีเลือดเเละภาพหวาดเสียวใครที่ไม่สามารถรับชมได้ขอให้ผ่านไปได้เลย)

เธอได้โพสต์คลิปนี้ผ่านบนลงเเชลเเนลยูทูปส่วนตัวของเธอ ที่น่าเสียดายในคลิปไม่ได้โชว์ว่ามันใช้งานยังไง เเต่ทางเธอก็ยืนยันว่ามันสามารถใช้งานได้จริง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากๆสำหรับผู้ใช้งานรถยนต์ 

หลายๆคนอาจจะรู้สึกกลัวที่ว่า การที่เอามันไปฝังในร่างกายเเบบนี้มันคงจะเจ็บน่าดูเลยเเต่ถ้าถามในมุมมองของผมเเล้วสำหรับผมมันมีประโยชน์มากๆเลยนะ หลายๆคนอาจจะเป็นขี้ลืมจนลืมพกกุญเเจติดตัว อีกอย่างมันยังช่วยในเรื่องความปลอดภัยเเละความสะดวกสบายหลายๆอย่างได้อีก สำหรับผมเเล้วถ้ามันสามารถนำมาใช้งานได้อย่างเเพร่หลายจริงๆ คงจะเจ๋งไม่ใช้ย่อยเลย 

 

เเหล่งที่มา:theverge.com