ถ่ายภาพในภาวะแสงน้อย ๆ ให้สวยทำได้ไม่ยาก

ทีมงานTechXcite | 19 ก.พ. 2554 00:08:51

72180

VIEWS ทีมงานTechXcite

:: ถ่ายภาพในภาวะแสงน้อย ๆ ให้สวยทำได้ไม่ยาก ::

 

สวัสดีครับเพื่อน ๆ ชาว TechXcite เราเจอกันอีกแล้วนะครับสำหรับบทความสำหรับผุ้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ วันนี้ผมมีเทคนิคเล็กน้อย มาแนะนำให้เพื่อนๆ ได้ลองไปถ่ายเล่น ๆ กัน ก่อนอื่นอยากจะถามเพื่อน ๆ ว่าเคยถ่ายภาพในสภาพแสงน้อย ๆ หรือมืด  ๆ บ้างไหมครับ ปัญหาที่เกิดขึ้น ก็คือ ภาพมืด ภาพหลุดโฟกัส ไม่ชัด หรือมีสัญญาณรบกวน (Nosie) ทำให้ภาพแตก แน่นอนว่าทั้งหมดที่กว่ามาคงเป็น สะกิดใจกันแบบเล็ก ๆ ผมอยากให้มองถึงคุณสมบัตของเงาเสียมากกว่า เราจะใช้ประโยชน์อะไรกับความมืดได้บ้าง ก่อนอื่นผมคงต้องขอพูดในเรื่องของแสงและเงากันทราบแบบง่าย ๆ  ให้นึกคุณสมบัติของแสง ที่จะเปิดรายละเอียดของตัวแบบหรือสิ่งที่เราถ่าย ส่วนของเงาเป็นสิ่งที่ปิดรายละเอียดของตัวแบบที่เราถ่าย แน่นอนว่าการถ่ายภาพในที่มืด เราสามารถนำเอา เงาที่เกิดขึ้นมาใช้เกิดเกิดประโยชน์ได้นั่นคือการปิดรายละเอียด และเพิ่มมิติให้กับแบบ และสิ่งพิเศษอีกอย่างหนึ่งของการถ่ายภาพแสงน้อย ๆ นั้นเราจะได้เห็นสีของแสงที่ดูสด และสวยงามกว่าการถ่ายด้วยการเปิด Flash ถ่าย ซึ่งหลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการใช้ Flash ถ่ายในที่มืด ซึงผลที่เกิดคืดแน่นอนว่าเราได้ความชัดเจนของภาพ แต่ความน่าสนใจของภาพจะดูจีดลงไปเนื่องจากแสง Flash นั้นไปกลืนกับสีของแสงตามธรรมชาติ ดั้งนั้นผมจึงอยากให้ผู้อ่านได้ลองฝึกถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยแบบง่าย ๆ  โดยวิธีดังต่อไปนี้

 

1)เลือกใช่ความไวชัตเตอร์ที่ต่ำ

ในกรณีที่เราถ่ายภาพในสภาพแสงน้อย ๆ วิธีการถ่ายแบบง่าย ๆ คือการที่เราเลือกใช้ความไวชัตเตอร์ที่ต่ำ และจุดที่เราถ่ายจะต้องนิ่งพอสมควร ในกรณีที่ถ่ายกับสภานที่จะเป็นอะไรที่ง่ายมากเนืองจากการถ่ายสถานที่อย่างตึกหรือตัวอาคารที่มีไฟในช่วงค่ำ ๆ เราสามารถถ่ายด้วยความไวชัตเตอร์ที่ต่ำได้ โดยอัตราเฉลี่ยของความไวชัตเตอร์ที่เลือกใช้จะอยู่ระหว่าง 1/10 - 1/4  ในส่วนของรูรับแสงประมาณ F4 - F5 ค่า ISO เริ่มต้นตั้งแต่ 800 ขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแสงในขณะนั้นการถ่ายในลักษณะนี้ ตัวแบบต้องยืนนิ่ง (ถ้าถ่ายคน) ซึ่งแน่นอนว่าการถ่ายด้วยความไวชัตเตอร์ที่ต่ำ ปัญหาที่มักเกิดคือ ภาพสั่นไหวเทคนิคการถ่ายให้มือนิ่ง ๆ ก็คือ การกำหนดกั้นหายใจในจังหวะกดชัตเตอร์ วิธีการคือ ให้เรานับ จังหวะที่ 1 กดลอคโฟกัส จังหวะที่ 2 จัดองค์ประกอบ จังหวะที่ 3 กดชัตเตอร์ พร้อมกั้นหายใจ นับในใจ 1-2-3 มันจะพอดีกับจังหวะของการลั่นชัตเตอร์พอดี ลองเอาประยุกต์ใช้ดูนะครับสำหรับเนทนิคนี้

 

2) ใข้ขาตั้งกล้อง

ในบางครั้งการถ่ายภาพเราจำเป็นต้องอาศัยขาตั้งในการถ่ายเพื่อต้องความมั่นคงและเก็บรายละเอียดได้ทั้งหมด โดยส่วนใหญ่การถ่ายที่ต้องอาศัยขาตั้งนั้นจะเน้นการถ่ายที่ใช้ความเร็วต่ำว่า 1 วินาที ซึ่งต้องอาศัยความนิ่งมาก ๆ วิธีการถ่ายโดยการใช้ขาตั้งนั้น การตั้งค่าในการถ่ายให้เราเลือกใช้ ความไวชัตเตอร์ที่ 1-2 วินาที เลือกใช้รูรับแสงที่ F4-F5 (โดยประมาณ) และเลือกใช้ค่า ISO ตั้งแต่ 400-800 ไม่แน่ะนำให้ค่า ISO เกินจากนี้เพราะจำทำให้ภาพนั้นจ้าสว่างเกิน หากเราถ่ายแล้วภาพยังคงสว่างจ้าอยู่ ให้เลือกปรับรูรับแสงเพิ่มขึ้นไปอีกเล็กน้อย ให้ตั้งโหมดชัตเตอร์เป็นตั้งเวลาแทนถ่ายแบบปกติ เนื่องจากการถ่ายปกตินั้นเราจะกดชัตเตอร์ ในช่วงที่กดชัตเตอร์อาจจะทำให้กล้องมีการเคลื่อนได้ จึงจำเป็นต้องเลือกใช้โหมดตั้งเวลาแทน 

 

3) อัดค่า ISO ทดแทนการถ่ายความไวชัตเตอร์ต่ำ

หลังจากที่เราได้ทราบถึงเทคนิคแบบง่าย ๆ ในการถ่ายภาพในแสงที่มืดนั้น หากเราไม่มีขาตั้ง และ ไม่สามารถที่จะควบคุมกล้องให้นิ่งได้ตามเทคนิคขั้นต้น วีธีแบบง่าย ๆ ในการถ่ายก็คือ ปรับค่า ISO ขึ้นไป โดยทั่วไปการถ่ายในสภาพแสงน้อย โดยการใช้ค่า ISO เป็นหลักนั้น ความไวชัตเตอร์เราสามารถเพิ่มขึ้นได้ โดยเลือกใช้ค่าความไวชัตเตอร์อยู่ระหว่างที่ 1/20 - 1/40 โดยเลือกค่ารูรับแสงอยู่ที่ F4 และเลือกค่า ISO อยู่ที่ 800 - 1600 ขึ้นอยู่กับสภาพแสงในขณะนั้น ยิ่งเราเพิ่มค่า ISO มากขึ้น ความสว่างก็เพิ่มขึ้น แต่สิ่งที่ตามมาคือ สัญญาณรบกวน (Noise) ภาพจะมีการแตกเป็นเม็ด ๆ (สามารถกลับมาแต่งภาพเพื่อแก้ Noise ได้อีกครั้ง)

 

4) เลือกใช้ความมืดเป็นการแสดงสัดส่วนของแบบแทนรายละเอียด

อีกเทคนิคหนึ่งที่อยากให้ลองไปเล่นกัน เป็นการถ่ายภาพแบบง่าย ๆ โดยอาศัยความมืด (เงาดำ) โดยการถ่ายลักษณะนี้เป็นการเลือกถ่ายตัวแบบให้เป็นโครงร่างขึ้นมา สิ่งสำคัญในการถ่ายภาพในแนวนี้คือ พยามอย่าให้ตัวแบบหรือสิ่งที่ถ่ายนั้น อยู่ซ้อนกัน ซึ่งจะทำให้ ความหมายที่จะสื่อในภาพนั้นถูกการเปลี่ยนไป โดยการตั้งค่านั้น เราสามารถเพิ่มความไวชัตเตอรืได้เล็กน้อย โดยใหเราเลือกใช้อยู่ระหว่าง 1/40 - 1/60 ค่าของรูรับแสงอยู่ที่ F5-F6 เลือกใช้ค่า ISO 800 ส่วนใหญ่การถ่ายเป็นโครงดำนั้นมันจะนิยมใช้ถ่าย ภาพวิว ช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตก หรือ ภาพโครงต้นไม้ที่เป็นลายเส้นของกิ่งก้าน โดยช่วงเวลาที่มักนิยมถ่ายกันจะอยู่ในระหว่างช่วง 18.40 - 19.00 น. หรือก่อนพระอาทิตย์ตกนั่นเอง ซึ่งจะเป็นช่วงที่ เราจะได้ภาพโครงดำที่สวยงามและได้ฉากหลังที่เป็นโทนสีไล่กันไปดังภาพด้านบน

 

5) เลือกใช้ถ่ายติดเงามืดเพื่อให้สีของแสงมีความชัดเจนมากขึ้น

สำหรับการถ่ายเทคนิคสุดท้ายนี้การถ่ายที่จะเน้นอารมณ์และมิติของภาพเป็นหลัก โดยเราจำเป็นต้องอาศัยแหล่งกำเนิดแสงเป็นหลัก โดยทั่วไปแหล่งกำเนืดแสงในสภาพแสงที่มืดนั้นจะมีจุดเด่นคือ เราจะเห็นสีของแหล่งกำเนิดแสงอย่างชัดเจน เช่น สีจากแสงเทียน จะออกลักษณะส้มผสมแดงนิด ๆ การถ่ายลักษณะเป็นการเน้นบรรยกาศ และอารมณ์ของภาพได้เป็นอย่างดี สั่งเกตได้จากภาพด้านบน ที่โทนสีของแทนนั้นแสดงถึงความรู้สึกอบอุ่น เทคการถ่ายภาพในลักษณะนี้ มักใช้ความไวชัตเตอร์ที่พอเราจะถ่ายได้นิ่ง ๆ โดยเราสามารถเลือกใช้ความไวชัตเตอร์อยู่ที่ 1/40-1/60 เลือกค่ารูรับแสงที่ F5 - F6 ไม่เกินจากนี้ เลือกใช้ค่า ISO 800 สำหรับเทคนิคนี้จะง่ายกับผุ้ที่มือยังไม่นิ่งพอที่จะควบคุมความไวชัตเตอร์ที่ต่ำกว่า 1/20 ได้ยังไงลองเอาเทคนิคนี้ไปลองประยุกต์ถ่ายกันดูนะครับ

 

 


 

คำทิ้งท้าย

หวังว่าเทคนิคเหล่านี้คงเป็นประโยชน์กันผู้อ่าน ที่สนใจการถ่ายภาพกันบ้างนะครับ เทคนิคทั้งหมดที่ผมได้นำเสนอไปนั้น ยังมีเทคอื่น ๆ อีกมากมายสำหรับการถ่ายภาพในสภาพแสงน้อย ๆ ซึ่งอาจจะมีความซับซ้อนมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งผมอยากให้ผุ้อ่านได้มีพื้นฐานในการถ่ายภาพแบบง่าย ๆ และสามารถลองทำได้ทันที ซึ่งการปรับค่าต่าง ๆ นี้เพื่อน ๆ ใช้กล้อง DSLR ผมแนะนำให้เลือกใช้เป็นโหมด M และหากเป็นกล้อง Digital Compact ที่มีโหมด M ซึ่งสามารถเลือกตั้งค่าของกล้องได้ทั้งหมดก็สามารถนำเทคนิคการใช้งานในบทความนี้ไปใช้ได้