Review: รีวิว Samsung Galaxy Tab 2 10.1 แท็บเล็ตจอโตๆ โทรออกได้ พร้อมเปรียบเทียบ Tab 10.1!

ทีมงานTechXcite | 14 มิ.ย. 2555 17:08:50

142033

VIEWS ทีมงานTechXcite

Review: รีวิว Samsung Galaxy Tab 2 10.1 แท็บเล็ตจอโตๆ โทรออกได้ พร้อมเปรียบเทียบ Tab 10.1!


สวัสดีครับ พบกับรีวิวสินค้า IT เด็ดๆ กับ เฮียณัฐ TechXcite วันนี้เราได้ของเด็ดมาอีกแล้วครับ คือ Samsung Galaxy Tab 2 10.1 แท็บเล็ตซีรีย์ล่าสุดของสายพันธุ์ Galaxy Tab โดย Tab 2 นี้จะมาพร้อมกัน 2 เวอร์ชั่นนะครับคือเวอร์ชั่นหน้าจอขนาด 7.0 นิ้ว และ 10.1 นิ้ว โดยแบ่งออกตามการใช้งานของผู้ใช้ครับ อยากได้เครื่องขนาดไหนก็จัดแบบนั้นไปครับ 

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทาง Samsung ประเทศไทยนะครับ ที่ให้เครื่องมาให้ทาง TechXcite ได้รีวิวกันในครั้งนี้ 

Samsung Galaxy Tab 2 7.0 และ 10.1 เป็นแท็บเล็ต Android ที่มาพร้อมกับ Android 4.0 ICS จากท้องพ่อท้องแม่เลยนะครับ ดังนั้นเมื่อซื้อมาแล้วก็ไม่ต้องวุ่นวายอัพเดต Android 4.0 ICS เองให้ลำบากครับ 

ส่วนเวอร์ชั่นที่เฮียจะรีวิวในวันนี้จะเป็น Samsung Galaxy Tab 10.1 นะครับ ซึ่งเป็นแท็บเล็ตขนาดมาตรฐาน หน้าจอขนาด 10.1 นิ้่ว เท่ากับรุ่นก่อนหน้านี้อย่าง Samsung Galaxy Tab 10.1 แท็บเล็ตที่เคยเป็นตัวแรงที่เคยฟัดกับ iPad เวอร์ชั่นที่ผ่านมา ว่าแล้วก็มาดูความแตกต่างของ Samsung Galaxy Tab 2 10.1 และ Galaxy Tab 10.1 กันดีกว่าครับ

เรื่องหลักๆ เลยก็จะเป็นในเรื่องของขนาด ครับ ซึ่งถ้ามองเผินๆ จะรู้สึกว่าตัวเครื่องของทั้ง 2 เครื่องนั้นใกล้เคียงกันมา จนอาจจะมองว่าเท่ากันด้วยซ้ำ แต่จริงๆ แล้ว Samsung Galaxy Tab 2 10.1 จะหนากว่า Tab 10.1 ครับ โดย Tab 2 จะหนา 9.7 มม. ส่วน Tab 10.1 จะหนา 8.6 มม. มองด้วยตาจะเห็นได้ว่าหนากว่านิดๆ 

ส่วนน้ำหนักนั่้นก็จะหนักกว่าเล็กน้อย คือ Tab 2 10.1 จะหนัก 588 กรัม ส่วน Tab 10.1 ตัวเดิมจะหนักที่ 565 กรัม ดังนั้นด้านรูปร่าง Samsung Galaxy Tab 2 10.1 จะหนากว่า และน้ำหนักมากกว่าครับ ส่วนขนาดของหน้าจอเมื่อเทียบกันแล้วขนาดนั้นเท่ากันเลย

ด้านของการเชื่อมต่อ Samsung Galaxy Tab 2 10.1 (ตัวบน) จะสามารถเพิ่มเมมได้แล้วนะครับ โดยจะเพิ่มช่องใส่เมมเข้ามา ในขณะที่ Tab 10.1 (ตัวล่างนั่นจะมีเฉพาะหน่วยความจำในตัวเครื่อง เพิ่มไม่ได้

ข้อแตกต่างอีกอย่างหนึ่งของแท็บเล็ตทั้ง 2 เครื่องก็คือวัสดุของตัวเครื่องครับ โดยเฉพาะฝาหลังนั้น Samsung Galaxy Tab 2 10.1 จะดูดีกว่ามาก คือจะเป็นวัสดุที่ให้สัมผัสของอลูมิเนียม แต่ Tab 10.1 จะเป็นพลาสติก นี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ Tab 2 10.1 มีน้ำหนักมากกว่า Tab 10.1 ครับ

ส่วนทางด้านความละเอียดของกล้องนั้น ทั้งสองเครื่องมีความละเอียดที่เท่ากันครับ คืออยู่ที่ 3 ล้านพิกเซล "แต่ว่า" Samsung Galaxy Tab 2 10.1 ถูกตัดไฟแฟลช และระบบ Auto Focus ออกไป โดยเปลี่ยนเป็นระบบ Fixed Focus แทน ซึ่งคุณภาพของภาพก็จะลดไป โดยเฉพาะการถ่ายภาพในที่มืด แต่คิดว่าคงมีไม่กี่คนหรอกครับ ที่จะจริงจังกับกล้องบนแท็บเล็ต น่าจะถ่ายภาพกันเล่นๆ มากกว่า

ส่วนกล้องหน้าของ Tab 2 ก็ถูกลดลงเป็น VGA เท่านั้น ส่วน Tab 10.1 จะเป็น 2 ล้านพิกเซล

คงจะไม่มีใครอยากจะเชื่อว่า Samsung Galaxy Tab 2 10.1 สามารถใช้งานโทรศัพท์ได้ ใช่ครับ แต่ไม่ได้ให้ถือโทรแบบภาพด้านล่างนี้นะครับ!

แต่การโทรจริงๆ Tab 2 10.1 จะไม่ได้ลำโพงสนทนาที่ใช้แนบหูมานะครับ จะใช้วิธีคุยแบบเปิด Speaker ลำโพงนอก แต่ถ้าจะให้สะดวกจริงๆ ให้ใช้หูฟัง Smalltalk หรือ หูฟัง Bluetooth จะดีกว่ามากเลยครับ ไม่งั้นคุยอะไรคนข้างๆ ได้ยินหมดเลย ซึ่ง Tab 10.1 ตัวแรกไม่สามารถโทรออกแบบธรรมดาได้ (แต่ถ้า Skype ก็ได้เหมือนกัน) 

ส่วนการรองรับ 3G นั้น Samsung Galaxy Tab 2 10.1 สามารถใช้ได้กับ 3G ทุกเครือข่ายในประเทศไทยครับ ส่วน Tab 10.1 นั้นจะแยกเป็น 2 รุ่นคือ เวอร์ชั่น 3G ของ Dtac, TrueMove H (850MHz) และ AIS (900Mhz)

ส่วนเรื่องของสเปคภายใน หรือการประมวลผลนั้น Samsung Galaxy Tab 2 10.1 จะมาพร้อมกับ CPU TI-OMAP 4430 Dual-Core 1GHz, RAM 1GB ส่วน Tab 10.1 จะมาพร้อมกับ Tegra 2 Dual-Core 1GHz, RAM 1GB จะเห็นได้ว่าด้านความเร็วนั้นสูสีกันมาก เพียงแค่เปลี่ยนยี่ห้อของชิปเท่านั้น

นอกจากนี้ Tab 2 ยังถูกตัด Gyro sensor ออกไปด้วยครับ แต่จริงๆ แล้วก็ไม่มีผลอะไรเท่าไหร่ เพราะว่ายังมี Accelerometer ใช้ในการเล่นเกมแบบเอียงซ้ายเอียงขวาอยู่ดี

ข้อแตกต่างอีกอย่างก็คือตำแหน่งของลำโพงครับ โดยลำโพงของ Tab 2 10.1 จะอยู่ที่ด้านหน้า โดยจะขนาบหน้าจอทั้งซ้านขวา แต่ Tab 10.1 ตัวเก่าจะอยู่ที่ด้านข้างของตัวเครื่องครับ

ข้อแตกต่างคร่าวๆ ของ Samsung Galaxy Tab 2 10.1 และ Tab 10.1 ก็จะมีประมาณนี้ครับ ส่วนจะซื้อตัวไหนดี ขอฟันธงเลยครับว่า ให้เลือก Tab 2 10.1 ดีกว่าครับ เหตุผลก็คือว่า แท็บเล็ตตัวนี้สดกว่า, ราคาถูกกว่า (เทียบกับรุ่น 3G 16GB, Tab 2 10.1 = 15,900, Tab 10.1 = 18,900 บาท), มาพร้อมกับ Android 4.0 ICS จาก Samsung, เพิ่มเมมได้, และที่สำคัญ มันใช้โทรออกได้ด้วย

สำหรับเรื่องกล้องนั้น เฮียไม่ซีเรียสครับ เพราะเชื่อว่าหลายๆ คนคงมีกล้องมือถืออยู่แล้ว ดังนั้นจะมีแฟลชหรือไม่มีแฟลชก็ไม่ใช่ปัญหา

ต่อไปมาเข้าเรื่องของ Samsung Galaxy Tab 2 10.1 กันดีกว่าครับ ลองมาชมสเปคแบบเต็มๆ กันดีกว่าครับ

Samsung Galaxy Tab 2 10.1 จะมาพร้อมกับ ชิปประมวลผลความเร็ว 1GHz แบบ Dual-Core, RAM 1GB, Android 4.0 ICS ทำงานร่วมกับ TouchWiz UI, หน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว ความละเอียด WXGA 1280x800 พิกเซล, รองรับ 3G ของทุกค่ายในประเทศไทย (850/900/1900/2100MHz), กล้องหลัง 3 ล้านพิกเซล ไม่มีแฟลช, กล้องหน้า VGA สามารถถ่ายวีดีโอ และใช้ video call ได้, ลำโพงคู่ stereo พร้อมเทคโนโลยีเสียง SoundAlive และมีหน่วยความจำภายในให้เลือก 16GB และ 32GB สามารถเพิ่มเมมได้สูงสุด 32GB ด้วย microSD card

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเซ็นเซอร์ Accelerometer, Digital Compass, เซ็นเซอร์แสง, และมีความหนา 9.7 มิลลิเมตร หนักประมาณ 583 กรัม ส่วนแบตเตอรี่ความจุ 7,000mAh 

ดีไซน์ของ Samsung Galaxy Tab 2 10.1 จะเป็นแท็บเล็ตที่มีขนาดมาตรฐาน 10.1 นิ้วแบบ PLS TFT Capacitive Touchscreen ความละเอียด 1280x800 พิกเซล 

พื้นผิวด้านหลังเป็นอลูมิเนียมน้ำหนักเบา แข็งแรง คงทน ซึ่งดูดีกว่าตัวเก่าค่อนข้างมากครับ งานประกอบทำได้ดีทีเดียว

กล้องหลังความละเอียด 3 ล้านพิกเซล ไม่มีไฟแฟลชครับ ลองชมคุณภาพของภาพได้ด้านล่างนี้เลย จากหลายๆ สภาพแสง สามารถคลิ๊กเพื่อชมภาพขนาดจริงได้ครับ

ร้านก๋วยเตี๋ยวเปิดใหม่ข้างๆ ตึก กับสโลแกนที่ว่า "ชัยชนะอยู่ที่ปลายลิ้น" กับก๋วยเตี๋ยวเรือเข้าเส้น (โฆษณาให้เค้าซะงั้น 555 แต่ร้านนี้เด็ดจริงครับ ^^)

ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดแถวๆ ม. จุฬา จำชื่อร้านไม่ได้ แสงในร้านออกมืดๆ นิดนึง

ต่อไปมาลองซูมดูกล้องหน้าความระเอียดระดับ VGA ครับ คุณภาพของภาพก็ธรรมดาครับ ถ่ายเล่นได้ขำๆ

ต่อไปมาดูที่ด้านบนกันครับ มีช่องสำหรับใส่ SIM card, ช่องเสียบหูฟัง 3.5มม. 

ที่ด้านบนเช่นกัน ถัดไปเป็นช่องใส่ microSD ใส่ได้สูงสุด 32GB, ปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง และปุ่ม Power ใช้สำหรับเปิด/ปิดเครื่อง และล็อคหน้าจอครับ ปุ่มดูมีความแน่นหนาดี

 

ด้านข้างของตัวเครื่องทั้งด้านซ้ายด้านขวาไม่มีอะไรครับ ตัวเครื่องจะมีความบาง 9.7 มม. และเมื่อจับเทียบกับ Tab 10.1 ตัวแรกจะรู้สึกได้ทันทีครับว่า ตัวเครื่องจะหนากว่าตัวแรกเล็กน้อย

 

ลำโพงจะอยู่ที่ข้างหน้าจอทั้งด้านซ้ายและขวา เสียงดังชัดเจน มีมิติซ้ายขวา ดูหนังเพลิน

ส่วนด้านล่างมีช่องสำหรับเสียบสายดาต้า หรือจะเสียบ docking ก็ได้ และจุดด้านข้างเป็นช่องไมค์สำหรับสนทนาครับ เวลาที่เราคุยโทรศัพท์ หรือบันทึกเสียงต่างๆ ตรงนี้แหละครับ จะเป็นช่องที่เสียงเข้า

ดูเครื่องภายนอกกันไปแล้ว ลองมาชมฟีเจอร์ และองค์ประกอบอื่นๆ ในเครื่องกันบ้าง ภาพด้านบนนี้เป็นภาะหน้าจอ home screen ของ Samsung Galaxy Tab 2 10.1 นะครับ ซึ่งก็จะเป็นหน้าของเหมือนกับแท็บเล็ต Android 4.0 ICS ทั่วไปๆ ของ Samsung นะครับ เพราะจะมาพร้อมกับ TouchWiz UI ครอบอยู่บน ICS อีกที ส่วนวิตเจ็ตหลักๆ ก็จะเป็นแบบพื้นฐานทั่วไปของ Samsung เลยคือ มีสภาพอากาศ, Yahoo News, เครื่องเล่นเพลง และภาพ Gallery

ส่วนนี้ก็จะเป็นหน้าแอพพลิเคชั่นหลักที่มากับเครื่องครับ

ด้านบนนี้เป็นผลคะแนน Benchmark ของ Samsung Galaxy Tab 2 10.1 โดยทดสอบด้วยโปรแกรม AnTuTu, และ Vellamo ครับ คะแนนก็ออกมาทำได้ดีทีเดียวครับ คะแนนอยู่ในระดับกลางๆ ค่อนข้างสูง ซึ่งจากการใช้งานจริง เรื่องความลื่นไหลก็นับว่าโอเคมากๆ ในระดับหนึ่ง

Samsung Galaxy Tab 2 10.1 รองรับ multi-touch 10 จุดด้วยกัน

จากนั้นเราก็ลองทดสอบเปิดเว็บ โดยเปิดเว็บ TechXcite.com ของเรานี่แหละ ปรากฏว่าความเร็วในการเปิดเว็บ และความลื่นไหลจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี มีกระตุกน้อยมาก เฮียให้คะแนนในการเปิดเว็บที่ 8/10 เลยครับ

ตรงนี้ถูกใจเฮียมากครับ กับการดูคลิปโดยตรงบนหน้าเว็บเหมือนกับดูจาก browser เลยครับ ซึ่งเป็นคลิป hilight ฟุตบอล Euro 2012 จากเว็บ soccersuck.com ที่บรรดาท่านชายคงจะรู้จักดีครับ ซึ่งถ้าเป็นแท็บเล็ตบางรุ่น (ไม่ขอเอ่ยชื่อแล้วกัน ทั้ง Android และ ไม่ Android เลย) จะไม่สามารถเล่นได้ แต่ตัวนี้สามารถเล่นได้ลื่นดีมาก โดนใจคอบอลเลยทีเดียว บอลมันมาดึกครับ ต้องทำงานเช้า อาศัยดู hilight เอา

Conclusion


สรุปกันง่ายๆ เลยยครับ Samsung Galaxy Tab 2 10.1 มันคือศูนย์รวมความบันเทิงอย่างแท้จริงเลยครับ เพราะไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง, ฟังเพลง, เล่นเน็ต, เล่นเฟส, ถ่ายรูป, ถ่ายวีดีโอ, และที่สำคัญ มันโทรศัพท์ได้ด้วย เรียกได้ว่าพกเจ้านี่ไปตัวเดียวเที่ยวทั่วไทยเลยทีเดียว เพราะนอกจากความสามารถด้าน entertain แล้ว เรายังสามารถลงแอพเพิ่มเติมได้มากมายอีกด้วย

นอกจากความสามารถด้านความบันเทิงจะเต็มเปี่ยมแล้ว เรื่องแบตเตอรี่ที่รองรับการทำงานด้านต่างๆ ก็อึดใช้ได้เลยครับ แบตเตอรี่ 7,000mAh สามารถรองรับการใช้งานระหว่างวันได้สบายๆ ใช้งานธรรมดาทั่วไปได้เกินวัน แต่ถ้าใช้งานแบบหนักๆ hardcore หน่อยล่ะก็ใช้ได้ตลอดวันแบบไม่ต้องหาแบตเตอรี่เสริมแต่อย่างใด

แต่สิ่งที่ขาดหายไปจากตัวเก่าชัดเจนก็คือเรื่องของกล้องครับ ที่ถูกลดคุณภาพลงอย่างน่าเสียดาย คือไม่มี Auto Focus และไฟแฟลช เมื่อเทียบกับ Tab 10.1 ตัวเก่า

นอกจากนี้ผู้ที่ซื้อ Samsung Galaxy Tab 2 ทั้งสองรุ่น ยังจะได้รับสิทธิพิเศษจากบริษัทพาร์ทเนอร์อย่าง WongNai หรือ แอพ วงใน ซึ่งเป็นแอพแนะนำร้านอาหารอร่อยๆ โดยจะได้รับส่วนลดจากร้านอาหาร เช่นYayoi, Hotpot เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสิทธิเข้าไปทดลองใช้งาน UniTV go โดยดาวน์โหลดจาก Samsung Apps ได้ฟรี สามารถเข้าไปชมหนังแบบ Streaming ได้ฟรีจนถึงวันที่ 31 ก.ค. 2555 เพียงแค่คุณมีอินเตอร์เน็ตความเร็วแค่ 1MB กว่าๆ ก็สามารถชมหนังได้ฟรีมากมาย

แต่อย่างไรก็ตาม ก็ได้วัสดุตัวเครื่องที่เป็น metallic ดูดี หล่อกว่าตัวเดิมมาก กับราคาที่ถูกลง ทำให้ Samsung Galaxy Tab 2 10.1 ก็เป็นแท็บเล็ตอีกตัวที่น่าสนใจมากในราคาประมาณหมื่นกลางๆ คู่แข่งจริงๆ ที่น่ากลัวของ Tab 2 10.1 ก็คงหนีไม่พ้น New iPad นั่นแหละครับ ที่มีราคาค่าตัวใกล้เคียงกัน เอาเป็นว่ารักใครชอบใครก็จัดตัวนั้นไปครับ แต่ถ้าเป็นคนไม่ชอบพกอะไรหลายเครื่องให้วุ่นวาย ชอบพกเครื่องเดียว ได้ทั้งแท็บ และทั้งโทรแล้วล่ะก็ Tab 2 10.1 นี่แหละครับ โดนแน่นอนครับ ;)

ย้ำอีกทีว่านี่เป็นวิธีถือเครื่องโทรศัพท์ที่ผิดนะครับ แต่ถ้าใครอยากถือเอาฮาแบบเฮียณัฐ ก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์ครับผม ^^

by เฮียณัฐ TechXcite