Preview : Samsung Galaxy S6 และ S6 Edge 2 พี่น้องคู่ใหม่ที่จะมาเปลี่ยนภาพลักษณ์เดิมๆของสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy ที่คุณเคยรู้จัก !!

เฮียแม็พ | 26 มี.ค. 2558 11:13:56

9533

VIEWS เฮียแม็พ

Preview : Samsung Galaxy S6 และ S6 Edge 2 พี่น้องคู่ใหม่ที่จะมาเปลี่ยนภาพลักษณ์เดิมๆของสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy ที่คุณเคยรู้จัก !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่านครับ กลับมาพบกับ เฮียแม๊พ. TechXcite กัน อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับ 2 สมาร์ทโฟนเรือธงตัวใหม่ล่าสุดจาก Samsung ที่กำลังเป็นกระแสร้อนแรงมากๆในตอนนี้เลยกับ Galaxy S6 และ Galaxy S6 Edge ซึ่งเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาทาง Samsung ก็ได้จัดงานเปิดตัว Galaxy S6 Series นี้ให้กับสื่อมวลชนและ Blogger ได้ร่วมลองสัมผัสกันไป และแน่นอนว่าด้วยโอกาสนี้ทางทีมงานก็ได้ทำพรีวิวเล็กๆน้อยๆมาใากกันซะหน่อย เอาล่ะมาชมความน่าสนใจของสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นนี้กันเลยดีกว่า !! :D

แรกสัมผัส Samsung Galaxy S6 และ S6 Edge

ก่อนอื่นเลยต้องบอกเลยว่าเรือธงในรอบนี้ทาง Samsung จัดเต็มมากๆ ชูจุดเด่นหลักๆ 3 อย่างในเรื่อง กล้องถ่ายภาพ , ระบบการชาร์จ และเรื่องดีไซน์โดยรอบนี้เรือธงทั้ง 2 ตัวมาพร้อมกับวัสดุสุดพรีเมี่ยมมากๆอย่างกรอบโลหะและ ใช้กระจก Gorilla Glass 4 ทั้งด้านหน้าและหลัง เพิ่มความมันวาว เงางามสุดๆเลยล่ะ

ซึ่งแน่นอนว่าการจับถือนั้นให้ความรู้สึกแน่นหนาและพรีเมี่ยม แบบที่เรียกว่าไม่เคยเห็นบนสมาร์ทโฟน Samsung ตัวไหนมาก่อนเลยก็ว่าได้ เนียนมือมากๆเลย *0*

แถมยังวัสดุยังแข็งแกร่งด้วยอลูมีเนี่ยมเกรด 6013 ที่จะทนทานกว่าโลหะทั่วๆไปอีกด้วยนะ ตัวกรอบก็จะมีการทำให้โค้งมนต์ให้รับรูปมือมากๆ สวยยย !!

ส่วนในเรื่องของหน้าจอนั้นทั้ง 2 รุ่นก็จะมาพร้อมกับหน้าจอ Super Amoled ขนาด 5.1 นิ้ว ความละเอียดสูงถึง Quad-HD (2560x1440 พิกเซล) ซึ่งจะทำให้มีความหนาแน่นของพิกเซลสูงถึง 577 PPI เลยทีเดียว เรียกว่าคมกริบจนบาดเข้าเนื้อเลยล่ะ จอ Quad-HD ของ Note 4 ว่าสวยแล้วของ S6 และ S6 Edge สวยกว่าอีกนะบอกเลย *0*

รอบๆเครื่องการวางตำแหน่งต่างๆก็จะต่างไปจากรุ่นก่อนๆนิดหน่อยตรงที่ มีการย้ายพอร์ทหูฟัง 3.5 มม. ลงมาไว้ด้านล่างเครื่อง , พอร์ท Micro-USB , ไมโครโฟน และลำโพงก็จะอยู่ด้านล่างนี้หมด ส่วนด้านบนก็มีตัว Infared สำหรับใช้รีโมท , ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงอยู่ซ้าย , ปุ่ม Power อยู่ด้านขวาเหมือนเดิม

ปุ่ม Home บน Galaxy S6 ทั้ง 2 รุ่นนั้นก็ยังมีตัวสแกนลายนิ้วมืออยู่ด้านในเช่นเคย แต่ว่าการสแกนนิ้วเพื่อปลดล็อคหรือใช้บริการจ่ายเงินต่างๆจะง่ายกว่าเดิมเพียงแตะค้างไว้ ไม่ต้องรูดลงแบบรุ่นก่อนๆแล้ว

ส่วนด้านหลังก็อย่าวที่บอกว่ามาพร้อมกับกระจก Gorilla Glass 4 ให้ความเงางามสุดๆ แต่ข้อเสียหลักๆ ด้วยความที่มันเงามากๆ ก็เก็บรอยนิ้วมือง่ายมากเช่นกัน (สีขาวอาจจะไม่เด่นมากนัก)

และด้านหลังนี้ก็ยังมาพร้อมกับตัว Heart Rate Sensor ตัววัดอัตราการเต้นของหัวใจ แบบเดียวกับ S5 และ Note 4 อยู่นะ

สเปค Galaxy S6 และ S6 Edge

ทั้ง 2 รุ่นนี้แทบจะมามีสเปคภายในเหมือนกันเป๊ะๆเลย ทั้งหน่วยประมวลผลที่ใช้ Exynos 7420 Octa-Core 64-Bit , หน่วยประมวลกราฟิก Mali-T760 GPU , แรม 3GB (LPDDR4) , หน่วยความจำภายในมีให้เลือก 32 , 64 , 128GB (ไม่สามารถเพิ่ม Micro-SD ได้แล้วนะ) แต่จะแตกต่างกันเล็กน้อยในเรื่องของแบตเตอรี่ที่ตัว S6 Edge จะให้มามากกว่าหน่อยเป็น 2600 mAh ส่วน S6 ให้มาเพียง 2550 mAh

ส่วนตัว OS ก็มาพร้อมกับ Android 5.0.2 Lollipop ครอบด้วย Touchwiz UI เวอร์ชั่นใหม่ที่จะสะอาดตามากขึ้น และจะจัดแอปที่จำเป็นๆมาเท่านั้น ไม่รกเครื่องแบบก่อนๆละ ส่วนความสามารถที่เพิ่มเข้ามาก็มี Theme Center ที่ให้เราได้สามารถปรับตัวหน้าจอได้ใหม่ได้เกือบทั้งหมด อาทิ ไอคอน , โทนเสียง , Wallpaper เป็นต้น

กล้องถ่ายภาพที่โดดเด่นกว่ารุ่นเดิมๆ อย่างที่บอกว่าบน Galaxy S6 นี้ชูจุดเด่นในเรื่องของกล้องถ่ายภาพอย่างเต็มที่ ซึ่งก็มาพร้อมกับกล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ IMX240 ตัวเดียวกับ Galaxy Note 4 แต่ว่าตัวรูรับแสงจะกว้างกว่าเป็น f/1.9 ที่จะช่วยในการถ่ายภาพในที่แสงน้อยดียิ่งขึ้น และเพิ่มความรวดเร็วในการถ่ายภาพด้วยการกดปุ่ม Home 2 ครั้งจะใช้เวลาเพียง 0.7 วินาทีเข้ากล้องเลยด้วย ถือว่าทำออกมาได้ดี พร้อมทุกสถานการณ์เลยล่ะ

และนอกจากตัวฮาร์ดแวร์แล้ว ตัวซอฟแวร์ก็ยังมีการเพิ่มโหมด Pro เข้ามาให้สามารถปรับค่าต่างๆได้โปรยิ่งขึ้น มีระบบโฟกัสที่ดียิ่งขึ้นอย่าง Tracking AF และโหมด Slow Motion , Fast Motion , Virtual Shot ด้วย

ส่วนกล้องหน้าก็มาพร้อมความละเอียด 5 ล้านพิกเซล(อัตราส่วน 4:3) ก็มาการปรับปรุงคุณภาพให้ดีขึ้น สามารถใช้โหมด Realtime HDR ในกล้องหน้าได้แล้วด้วยนะ

และความสามารถของแบตเตอรี่กันบ้าง ถึงแม้ว่า Galaxy S6 ทั้ง 2 รุ่นนี้จะไม่ได้มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุสูงมากๆแล้ว แต่ก็ยังชดเชยด้วยระบบชาร์จเร็วที่ทาง Samsung เคลมว่าชาร์จเพียง 10 นาทีก็จะใช้งานได้อีก 4 ชม. เลยทีเดียว นอกจากนั้นก็ยังรองรับระบบการชาร์จแบบไร้สายหรือ Wireless Charging โดยไม่ต้องหาฝาหลังมาเปลี่ยนเพิ่มอีกด้วย :D

ดูความสามารถและจุดเด่นโดยรวมของทั้ง 2 รุ่นไปแล้ว ก็มาดูจุดแตกต่างกันบ้าง ซึ่งจุดที่แตกต่างกันชัดๆอีกก็คงจะเป็นเรื่องของหน้าจอ อย่างที่ทราบกันว่า Galaxy S6 Edge นั้นเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมกับหน้าจอโค้ง 2 ข้าง (Dual Edge Screen)

ซึ่งทำให้ตัวหน้าจอของ Galaxy S6 Edge นั้นน่าเย้ายวนกว่ารุ่นปกติพอสมควรเลยล่ะ ด้วยความโค้งมันเวลาสัมผัสนี่มันชวนฟินจริงๆ ><

ซึ่งก็มีความสามารถเพิ่มเข้ามาจากรุ่น S6 ปกติคือสามารถใช้ตัวขอบด้านข้างเป็นทางลัด Contact ได้ถึง 5 คน โดยปาดมาจากด้านข้าง

หรือแจ้งเตือนต่างๆเวลามีสายเข้าแล้วเราคว้ำเครื่องไว้ก็จะมีไฟแจ้งเตือนแสดงออกมาตรงแถบด้านข้างนี้ด้วย

และนอกจากนั้นก็ยังมีความสามารถตรงขอบอย่างการใช้เป็นนาฬิกาเล็กๆตรงมุม (คล้ายๆบน Note Edge)

เอาล่ะ ลองมาดูภาพเปรียบเทียบตัวเครื่องของ Galaxy S6 และ Galaxy S6 Edge กันหน่อยดีกว่าว่าจะปตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน

จะเห็นได้ชัดเลยว่าตัว Galaxy S6 Edge นั้นมีตัวหน้าจอที่โค้งกว่าอย่างชัดเจน แต่ถึงแม้ว่าหน้าจอจะโดดเด่นกว่าชัดเจนแต่เจ้า Galaxy S6 ธรรมดานี้ก็ยังคงความพรีเมี่ยมได้ไม่แพ้กัน อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบล่ะนะฮะว่า อยากจะได้ตัวหน้าจอโค้งสวยๆ ล้ำๆหรือว่าแค่หน้าจอธรรมดาวัสดุพรีเมี่ยมก็พอแล้ว

ทิ้งท้ายกันด้วยภาพเปรียบเทียบของเรือธงเก่าใหม่อย่าง Galaxy S6 , Galaxy S6 Edge และ Galaxy Note 4 กันสักเล็กน้อย ส่วนในเรื่องของราคาและวันวางจำหน่ายของ Galaxy S6 และ Galaxy S6 Edge ทั้ง 2 รุ่นนี้ ทาง Samsung ยังไม่ได้มีการประกาศออกมา แต่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งในช่วงหลังสงกรานต์นี้ครับ เอาเป็นว่าถ้ามีข้อมูลมาเพิ่มเติมจะรีบอัพเดทให้ทราบกันนะครับ สำหรับวันนี้ก็คงต้องขอลากันไปก่อน แล้วพบกันใหม่ในบทความรีวิวเต็มๆของทั้ง 2 ตัวนี้อีกทีหนึ่ง สวัสดีครับ :D

 

เช็คสเปค Samsung Galaxy S6 ได้ที่นี่

เช็คสเปค Samsung Galaxy S6 Edge ได้ที่นี่

เช็คสเปคสมาร์ทโฟน Samsung รุ่นอื่นๆได้ที่ >> Catalog

เช็คสเปค เปรียบเทียบมือถือ ได้ที่ >> Catalog

 

บทความโดย : เฮียแม๊พ. TechXcite